• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 14862
  • จำนวนผู้โหวต : 45
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันเสาร์ ที่ 22 มีนาคม 2551
"สามก๊ก" สินค้าจีนในทุนวัฒนธรรม
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 292 , 21:08:00 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพจากhttp://www.hmongabc.com

ซีรี่ส์ภาพยนตร์จีนชุด “สามก๊ก” ที่กำลังฉายอยู่ช่องไทยพีบีเอสนั้น นับได้ว่าเป็นการเร่งให้เกิดกระแส “จีนนิยม” เพิ่มยิ่งขึ้นนะครับ

ภาพยนตร์ชุดดังกล่าวเป็นผลงานการสร้างของ CCTV ด้วยวัตถุประสงค์ของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ที่ต้องการเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์จีนเมื่อ 1,800 กว่าปีมาแล้ว โดย “สามก๊ก” ฉบับ ซีรีส์นี้มีทั้งหมด 84 ตอนครับ ทั้งนี้กล่าวกันว่าสามก๊กของนาย “หลอกว้านจง” (Luo Guanzhong)นั้นเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดของวรรณกรรมจีนเลยทีเดียว

ท่ามกลางกระแส “จีนาภิวัฒน์” และ “ภารตะนิยม” หรือ Chindia นั้นได้ทำให้โลกตะวันออกเริ่มกลับมามีบทบาทอีกครั้งหนึ่งครับ หลังจากที่ “สหรัฐอเมริกา” ได้สถาปนาตัวเองเป็นเจ้าโลกมาช้านานนับแต่สงครามโลกครั้งที่สองสงบลง

อย่างที่เกริ่นไว้ในหัวเรื่องแล้วครับว่าภาพยนต์จีนชุดสามก๊กนั้นดูจะเป็น “สินค้าวัฒนธรรมจีน” ชิ้นแรกๆที่ถูกปล่อยออกมาในช่วงที่โลกทุนนิยมเริ่มหันมาสะสมทุนวัฒนธรรม (Cultural Capital) กันมากขึ้น

ในหนังสือเรื่อง “ทุนวัฒนธรรม”ของท่านอาจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ นั้นได้กล่าวถึงการเติบโตของทุนวัฒนธรรมผ่านสินค้าประเภทกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอลพรีเมียร์ชิพของอังกฤษ

เช่นเดียวกับในแง่ของความบันเทิงนั้น “วัฒนธรรมป๊อบ” (Pop Culture) ได้ถูกถ่ายทอดผ่านทางหนังดังฮอลลีวู้ด รวมไปถึงมิวสิควีดีโอที่ช่อง MTV จะเห็นได้ว่าทั้งกีฬาและความบันเทิงนั้นดูจะเป็นทุนชนิดใหม่ที่ก้าวมาตอบสนองผู้คนในศตวรรษที่ 21

ด้วยเหตุนี้เองประเด็นน่าสนใจที่ตามมาเกี่ยวกับพัฒนาการของทุนนิยม คือ รูปแบบของการสะสมทุน ครับ เพราะประวัติศาสตร์ของทุนนิยมนั้นเริ่มต้นจาก “ทุนนิยมอุตสาหกรรม”ที่สะสมเครื่องจักร เครื่องมือ ก่อนจะก้าวมาสู่ “ทุนนิยมการเงิน” ที่มุ่งเน้นการสะสมทุนทางการเงินเป็นสำคัญ และ ท้ายที่สุดทุนดังกล่าวได้รุกไปสู่ “ทุนวัฒนธรรม”

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาดูเหมือนว่าประเทศอย่าง “เกาหลีใต้” น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการพัฒนาทุนวัฒนธรรมนะครับ โดยทั้งภาครัฐและเอกชนของเกาหลีใต้นั้นพยายามใช้ “ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม”ของชนชาติตัวเองเป็น “สินค้าวัฒนธรรม” ที่มุ่งขยายส่งออกไปต่างประเทศนอกเหนือจากอุตสาหกรรมอิเลคทรอนิคส์หรือรถยนต์ที่โด่งดัง

จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมทุกวันนี้ ซีรีส์เกาหลีอย่าง “แด จัง กึม” “จูมง” มาจนกระทั่ง “อิมซังอ๊ก” จึงกลายเป็นสินค้าวัฒนธรรมเกาหลีที่คนไทยรู้จักดีไม่แพ้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง “ซัมซุง”

สำหรับ “สามก๊ก” ฉบับ CCTV นั้นเริ่มต้นออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1995 ครับ ทั้งนี้ CCTV ได้คัดเลือกนักแสดงที่มีฝีมือทั่วทั้งแดนมังกรมาสวมบทบาทตัวละครเด่นๆในสมัยสามก๊ก เช่น ผู้ที่รับบทเป็น “ขงเบ้ง” คือ Tang Guoqiang ซึ่งนับเป็นดาราดังของจีนแผ่นดินใหญ่เลยทีเดียว

หลังจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนภายใต้การนำของ “เติ้งเสี่ยวผิง” ได้เปิดประเทศด้วยนโยบายสี่ทันสมัยแล้ว ประเทศจีนได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆทั่วโลกในฐานะที่เป็น “ตลาดสินค้า”ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยวัดจากจำนวนประชากรพันกว่าล้านคน

ขณะที่จีนเปิดรับนักลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนก็ไม่ลืมที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจเอกชนออกไปลงทุนต่างประเทศด้วย พร้อมกันนี้บทบาทของจีนในช่วงยี่สิบปีหลังมานี้นับว่าโดดเด่นไม่น้อย

ในฐานะที่เป็นพี่ใหญ่แห่งเอเชีย จีนเองก็พยายามสร้างอิทธิพลทางการค้าการลงทุนผ่านทางประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายโดยเฉพาะในแอฟริกาหรือที่รู้จักกันในชื่อ Sino-African ครับ ทั้งนี้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นจีนเริ่มติดต่อกับชาวแอฟริกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงจากการเดินทางสำรวจโลกของกองเรือนายพลเจิ้งเหอ หรือ เจ้าพ่อซำปอกงที่คนไทยคุ้นเคยนั่นเอง

ปัจจุบันรัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์พยายามสร้างสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับประเทศอย่าง เคนยา กานา ซูดาน หรือไนจีเรีย เป็นต้น ผมเชื่อว่าเหตุที่จีนเลือกคบแอฟริกาส่วนหนึ่งน่าจะมาจากความพยายามที่จะสร้างสมดุลทางอำนาจกับโลกตะวันตก

การสร้างภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ “สามก๊ก” ของจีนในช่วงทศวรรษที่ 90 นั้นจึงดูมีนัยยะที่ต้องการสื่อให้ชาวโลกที่จะมาคบกับจีนนับต่อจากนี้ไป พึงรู้ไว้ว่า “จีนยุคใหม่” นั้นไม่เหมือนยุคสมัยที่เคยโดนชาติมหาอำนาจข่มเหงรังแกดังเช่นที่เคยทำได้ในปลายราชวงศ์ชิง

นอกจากนี้นัยยะที่แฝงมากับภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นเหมือนจะบอกให้รู้ว่า “พวกกูก็คิดกลยุทธ์ที่ล้ำลึกเป็นตั้งแต่เมื่อพันแปดร้อยปีมาแล้ว” ดังนั้น การบุ่มบ่ามทำอะไรกับจีนนั้นดูจะต้องรอบคอบและลึกซึ้งอย่างยิ่ง

ฝรั่งรู้จักสามก๊กในฐานะ Romance of the Three Kingdoms ครับ กล่าวกันว่านักปกครองของโลกตะวันตกจะต้องอ่านหนังสืออย่าง The Prince ของ นิโคโล แมคเคียวเวลลี่ (Niccolò Machiavelli) แต่สำหรับนักปกครองของโลกตะวันออกแล้วสมควรที่จะอ่าน “สามก๊ก” จนมีคนกล่าวไว้ว่าถ้าจะทำสงครามต้องอ่าน “ตำราพิชัยสงครามซุนวู” และถ้าคิดจะทำการใหญ่ต้องอ่าน “สามก๊ก”

ด้วยเหตุนี้เอง “สามก๊ก” ของหลอกว้านจง จึงถูกหยิบนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมพร้อมทั้งเติมอรรถรสทางปัญญาและสอดแทรกคุณธรรมให้กับคนดู ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดูจะเป็นลักษณะพิเศษที่เรามักพบเห็นเสมอในสินค้าวัฒนธรรมจีนอย่างไซอิ๋ว หรือ เปาบุ้นจิ้น ไงล่ะครับ

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
เด็กชายก้อง วันที่ : 26/03/2008 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/jezt
หัวใจมีเหตุผลของมันเองที่สมองไม่มีวันจะเข้าใจ

เป็นอีกเรื่องที่ชอบเชียวครับ

แต่ผมชอบสามก๊กที่เป็นหนังสือ(ภาคภาษาไทย) มากกว่าที่เป็นภาพยนตร์ชุดนี้
ความคิดเห็นที่ 8
ล้านเล็กๆ วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 20.51 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

ข้อดีของสามก๊ก...เวอร์ชั่นนี้คือ
เป็นเวร์ชั่นเก่าที่เนื้อหาไม่แรง...เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี
และก็อย่างที่คุณเจ้าของบ้านว่าไว้...ละครเรื่องแบ่งขาวดำชัดเจน แบ่งให้เห็นคุณธรรมกรรมชั่วชัดเจน...จนเกินไป

แต่ในชีวิตจริงแล้วกลศึกสงครามนั้น
การหักหลัง...แผนซ้อนอันแยบยล...ลอบสังหาร...ดีชั่วจริงเท็จ...ผสมกันจนยากจะแยกออก

ผู้เบาปัญญาอาจตีค่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ถูก
หรือตีตราให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ผิด...ครับ

ปล. อินมากไปหน่อยครับ...ไม่ว่ากันนะครับ
ความคิดเห็นที่ 7
Fatmaster วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 20.11 น.
http://www.oknation.net/blog/fattystory

ช่วงนี้ผมก็ติด สามก๊ก ที่ฉายทาง TPBS สนุกมาก ไม่มีโฆษณา
ความคิดเห็นที่ 6
กรลิขิต วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 14.57 น.
http://www.oknation.net/blog/Korn-jr
ร้อยลี้ในโลกกว้าง ร่ำสุราเนินนานไร้แก่นสาร สุดท้ายการเดินทางที่ยาวนาน พบพานสัจธรรมแห่งผองชน"แม้มีสุราเลิศรสชั้นดี หากขาดสหายร่ายกวี สุราชั้นดีก็ไร้ความหมาย"

ของเขาดีจริง ๆ 5555+

ดูสามก๊ก ชุดนี้ เป็นรอบที่ 3 แล้ว ดูกี่ครั้งก็ติด....

ผมว่าประวัติศาสตร์สร้างเป็นภาพยนต์ น่าศึกษา
ประเทศไทยก็มีประวัติศาสตร์มากมายที่นำมาสร้างได้
แต่ไหง๋ มีแต่ละครน้ำเน่าก็ม่ายรู้.....เฮ้ออออ...
ความคิดเห็นที่ 5
lost-in-space วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 13.50 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

สมัยนี้อะไร ๆ ก็เอามาแปลงสินทรัพย์เป็นทุนกันไปหมดเนอะ

จะเป็นวรรณกรรม หรือวัฒนธรรรม ที่คิดนำมาแปลงเป็น "ทุน" ให้เป็นที่แพร่หลายในคนหมู่มากไม่ใช่เรื่องแย่ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดอาการหลงไหลคลั่งไคล้กันแบบฉายฉวย เพราะเราอาจกลายเป็นเหยื่อของนักการตลาดโดยไม่รู้ตัว
ความคิดเห็นที่ 4
apooh วันที่ : 23/03/2008 เวลา : 10.46 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

ที่จริงมองมาทางเมืองไทย เราก็มีต้นทุนทางวัฒนธรรม อยู่มากมาย ถ้าเราจัดการดีๆๆ คงไม่แพ้เขาเน้อ
ความคิดเห็นที่ 3
หาดใหญ่2521 วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 22.17 น.
http://www.oknation.net/blog/wanderer

วัฒนธรรมที่เก่าแก่
ผู้คนที่มากมาย กระจายไปทั่วโลก
อำนาจเศรษฐกิจที่ใหญ่โต
อำนาจทางทหารที่ขยายตัวขึ้น
อำนาจทางเทคโนโลยี่ที่พุ่งพรวด

แม้จีนไม่โอ้อวด
แต่คนที่ทำธุรกิจในระดับสากล
อย่างไรเสีย ก็ต้องศีกษาคนจีน - วัฒนธรรมจีน

ราวสาม สี่สิบปีก่อน
ช่วงที่ธุรกิจญี่ปุ่นรุกเข้าไปลงทุนในสหรัฐใหม่ๆ
คนอเมริกันบ้าเห่อวัฒนธรรมญี่ปุนมาก

แล้วเมื่อจีนเริ่มอิ่มกับภายใน เริ่มขยับออกไปต่างประเทส
วัฒนธรรมจีน ย่อมขยายไปในตะวันตก โดยเฉพาะประเทศที่ไร้รากทางวัฒนธรรมแบบสหรัฐ

เราคงได้เห็นโฉมหน้าใหม่ของโลกเร็วๆนี้
เมื่อดุลยภาพทางวัฒนธรรม ทางทหาร ทางเศรษฐกิจโลก เปลี่ยนไป
ความคิดเห็นที่ 2
Supawan วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 21.37 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

แวะมาทักทายยามค่ำค่ะ ..

ขอบคุณ .. สำหรับบทความค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/03/2008 เวลา : 21.33 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขณะที่ละครไทย..ก็เอาแต่"ตบแย่งผู้ชายกัน"...
ทั้งที่"บันเทิง"คือการครอบงำวัฒนธรรมได้ดี
เด็กไทยเลยคลั่งเอฟโฟร์ คลั่งเคป๊อบ..
เพราะดาราไทยไม่มี"แบบอย่าง"ให้ชื่นชม..
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31