• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 14911
  • จำนวนผู้โหวต : 45
  • ส่ง msg :
more
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันพุธ ที่ 23 เมษายน 2551
"ราคาอาหารเฟ้อ" กับ "Agflation"
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 77 , 19:18:19 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพจากhttp://blog.wired.com/photos/uncategorized/2007/09/06/supermarket.jpg

คุณหมี Apooh ผู้น่ารัก, กัลยาณมิตรผู้แสนดีแห่งบล็อกโอเคเนชั่นส่งจดหมายไฟฟ้าฉบับน้อยมาถามว่า “ทำไมทุกวันนี้ราคาอาหารของบ้านเราแพงจังเลย”โดยเฉพาะราคาข้าวที่พุ่งสูงสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

โดยส่วนตัวแล้วผมก็สงสัยคล้ายๆกับคุณหมีนะครับ ด้วยเหตุนี้เองผมจึงลองไปค้นข้อมูลในสมุดจดความรู้เล่มใหญ่อย่าง Wikipedia.org

ในสารานุกรมเสรีวิกิพีเดียนั้น, เขาตั้งชื่อหัวข้อของเรื่องนี้ไว้น่าสนใจว่า “2007-2008 World Food rises crisis” ครับ นั่นเริ่มสะท้อนให้เห็นถึงระดับความรุนแรงของปัญหาราคาอาหารที่แพงขึ้นในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผมยังแวะไปเยือนเว็บของสำนักข่าวบีบีซีหรือ BBC News online ซึ่งได้เกาะติดสถานการณ์นี้มาซักระยะหนึ่งแล้วเช่นกัน

นักเศรษฐศาสตร์เกษตรหลายคนมองว่าวิกฤตการณ์ราคาอาหารแพงตั้งแต่ปีที่แล้วนั้นเกิดจากสาเหตุหลายประการที่ผูกโยงกันอย่างไม่น่าเชื่อครับ และวิกฤตครั้งนี้กำลังเผยให้เห็นด้านลบของทุนนิยมเสรีในยุคสมัยโลกาภิวัฒน์ (Capitalism in Globalization)

ผมเองประหลาดใจไม่น้อยที่เหล่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นคล้ายกันว่าราคาสินค้าเกษตรที่แพงขึ้นนั้นมาจากความพยายามของมนุษย์ที่กำลังแสวงหาพลังงานทดแทนจากผลผลิตทางการเกษตรหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “Biofuel” นั่นเองครับ

อย่างที่รู้กันนะครับว่าทุกวันนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกนั้นพุ่งเพิ่มเกินร้อยดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ประเทศต่างๆต้องกล้ำกลืนใช้น้ำมันราคาแพงมาระยะหนึ่งแล้ว ด้วยเหตุนี้เองหลายประเทศจึงเริ่มหันมาวิจัยและพัฒนาเพื่อหาพลังงานทดแทนมารองรับน้ำมันที่กำลังแพงอยู่ขณะนี้

แล้วน้ำมันแพงมันส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรแพงยังไงเหรอครับ? คำตอบคือ เมื่อปีสองปีที่ผ่านมานี้เกษตรกรในหลายๆประเทศได้เริ่มปลูกพืชเพื่อสนองต่อนโยบายการพัฒนาพลังงานทดแทนของรัฐบาล นอกจากนี้รัฐบาลของหลายๆประเทศต่างมีนโยบายอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรเหล่านี้ด้วย (Subsidy)

ด้วยเหตุนี้เองเกษตรกรในประเทศเหล่านี้เลยเริ่มหันมาปลูกพืชเพื่อพัฒนาพลังงานทดแทนกันมากขั้นแทนที่จะปลูกพืชเพื่อการบริโภคดังเช่นอดีตที่ผ่านมา ปรากฏการณ์นี้เขาเรียกว่า “Food for Fuel” ครับ ดังนั้นพื้นที่ทางเกษตรส่วนใหญ่จึงถูกแบ่งไปปลูกพืชที่จะนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนนั่นเอง

อย่าลืมนะครับว่าที่ดินบนโลกใบนี้จัดเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด การที่เกษตรกรเลือกปลูกพืชชนิดหนึ่งย่อมมีค่าเสียโอกาสที่จะไม่ได้ปลูกพืชอีกชนิดหนึ่ง กรณีนี้ก็เช่นกันหากต้องการปลูกพืชไว้สำหรับทำพลังงานทดแทนก็ต้องเสียพื้นที่ปลูกพืชไว้สำหรับบริโภค

นอกเหนือจากพื้นที่เพาะปลูกสำหรับการบริโภคจะลดลงแล้ว เรื่องของหายนะ “โลกร้อน” ก็ทำให้ฤดูกาลเพาะปลูกนั้นผิดเพี้ยนไปครับ แม้ว่าเทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่จะช่วยแบ่งเบาปัญหานี้ได้แต่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติตั้งแต่ “ลานินย่า” หรือ “เอลนินโย่” ก็ย่อมส่งผลต่อปริมาณพืชผลทางการเกษตรที่ลดลงอย่างน่าใจหาย

นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจของจีนและอินเดียจำเริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงสิบปีที่ผ่านมานั้นก็ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดความต้องการบริโภคอาหารมากขึ้นกว่าแต่ก่อน นั่นหมายถึงเมื่อคนเกือบสองพันล้านคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เขาก็ยิ่งต้องการบริโภคมากขึ้น นอกจากจะบริโภคอาหารมากขึ้นแล้วการบริโภคพลังงานก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

น่าสนใจไม่น้อยนะครับ! ที่เมื่อประเทศต่างๆในโลกเลือกเดินตามรอยทุนนิยมเสรีแบบเต็มสูบแล้ว ปัญหาการ “แย่งกันกิน แย่งกันใช้” กำลังเป็นปัญหาที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อซัพพลายของสินค้าใดมีอยู่อย่างจำกัดแล้ว ขณะที่ดีมานด์มีมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนสิครับว่าราคาสินค้านั้นย่อมแพงขึ้นไม่หยุด กรณีที่เห็นได้ชัด คือ “น้ำมัน” ไงครับ

ขณะที่อาหารการกินที่เราเคยเชื่อกันว่าไม่น่าจะอดอยากนั้น การณ์กลับเป็นว่าธรรมชาติที่เคยสนับสนุนให้เราได้กินได้ใช้ตามความต้องการนั้น ทุกวันนี้ธรรมชาติไม่ได้เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับมนุษย์อีกต่อไปแล้วครับ ด้วยเหตุที่เรามัวแต่มุ่งทำลายสิ่งแวดล้อม ตักตวง
ทุกอย่างจากธรรมชาติ ถลุงใช้ทรัพยากรกันอย่างไม่ถนอมรักษา

ถึงวันนี้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่แย่ลงได้ลงโทษต่อการกระทำที่ผ่านมาของมนุษย์จนทำให้ อุณหภูมิบนโลกร้อนขึ้น ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดภัยธรรมชาติแทบทุกปี สิ่งต่างๆเหล่านี้ยิ่งทำให้เกิดภาวะชะงักงันในการผลิตอาหารเข้าไปอีก

เมื่อต้นปี ค.ศ.2007 นักวิเคราะห์จาก “เมอร์ลิน ลินช์” (Merrill Lynch) ได้ประดิษฐ์ศัพท์เศรษฐศาสตร์คำใหม่ว่า “Agflation” ขึ้นมาครับ โดย Agflation เป็นเงินเฟ้อในสกุลเดียวกับ “Inflation” แต่ Agflation นั้นเกิดขึ้นจาก “ราคาพืชผลทางการเกษตร”ที่แพงขึ้นจนส่งผลต่อราคาสินค้าต่างๆที่ใช้ผลผลิตทางการเกษตรเป็นวัตถุดิบแพงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “อาหาร” นี่แหละครับคือต้นเหตุที่ว่าทำไมทุกวันนี้ราคาอาหารบ้านเรามันถึง “เฟ้อ” จังเลยครับ

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
apooh วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 14.46 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

มาเป็นกำลังใจในการท่องหนังสือ ค่า
ความคิดเห็นที่ 5
apooh วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 15.28 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

ขอบคุณอีกทีค่ะ
ทีแรกว่าจะส่ง จดหมายไฟฟ้าฉบับน้อย ไปขอบคุณ เปลี่ยนใจเป็นขอบคุณหน้าบ้านดีก่า
ความคิดเห็นที่ 4
apooh วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 19.45 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว


คุณคะ หมีเอารูปตอนที่ซ้อม มาแปะให้ดู

มะรุว่า จะมีน้ำแข็งให้เล่นอย่างนี้อีกนานมั้ยเนอะ ??
ความคิดเห็นที่ 3
apooh วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 19.40 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว


ตอนแรกเรื่องนี้ เห็นใครๆ ชื้ตัว"น้ำมัน" เป็นผู้ต้องสงสัย กันทั้งนั้นเลยค่ะ
แต่ที่แท้ คนผิดจริง ก็ เรานี่เอง

เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวเจงๆ

ขอบคุณคุณเฮสส นะคะ เร่งให้ด้วยนิ
ความคิดเห็นที่ 2
apooh วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 19.22 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

ฉับ
ความคิดเห็นที่ 1
apooh วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 19.22 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

ฉุบ
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30