• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 14922
  • จำนวนผู้โหวต : 45
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน 2551
ข้าชื่อ "จูล่ง" แห่งเสียงสัน
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 158 , 03:10:22 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพจูล่งหรือ ZhaoYunจากวิกีพีเดีย

จะว่าไปแล้วฮ่องกงพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไปได้ไกลไม่น้อยนะครับ ประกอบกับความรุ่งเรืองของจีนแผ่นดินใหญ่ในศตวรรษที่ 21 นั้น ก็มีส่วนทำให้หนังฮ่องกงสามารถหยิบวัตถุดิบทางประวัติศาสตร์ชนชาติจีนมาเล่นได้มากมาย

เฉพาะปีนี้วรรณกรรม “สามก๊ก” ได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวบนแผ่นฟิล์มอย่างน้อยสองเรื่อง คือ Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon และ Red Cliff (2008) หรือ The battle of red cliff ของ “จอห์น วู” (John Woo) ที่หยิบเอายุทธการผาแดงในตอนที่โจโฉนำทัพเรือจำนวนมหาศาลมาตีกังตั๋งก่อนจะปราชัยไปอย่างหมดรูป

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon” (2008) นั้น เป็นผลงานการกำกับของ “แดเนียล ลี” (Daniel Lee) ผู้กำกับชาวฮ่องกงโดย ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กล่าวถึงวีรบุรุษในยุคสมัยสามก๊กท่านหนึ่งนามว่า “เตียวจูล่ง” ครับ

ผมมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่ลงโรงฉาย ยอมรับว่าตั้งความหวังไว้สูงครับ โดยเฉพาะการที่จะได้เห็นบทบาทของ “หลิวเต๋อหัว” (Andy Lau) ในบทของ “จูล่ง”ขุนพลพยัคฆ์เดชของ “เล่าปี่”แห่งจ๊กก๊ก

อย่างไรก็ตามภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทำให้ “สามก๊ก” ที่ผมเคยคุ้นเคยนั้นผิดแผกไปจากอรรถรสที่เคยได้อ่านหรือได้ดูมา โดยเฉพาะการเพิ่มตัวละครใหม่ๆเข้ามาอย่าง “หลอผิงอัน”ในฐานะที่เป็นพี่ร่วมสาบานของจูล่งที่มาจากเมืองเสียงสันด้วยกัน หรือเพิ่มชื่อของแม่นาง “โจอิม”จอมทัพหญิงแห่งแคว้นวุยแถมยังเป็นหลานสาวของโจโฉอีกด้วย

ผมเองตั้งตารอคอยหนังทั้งสองเรื่องนับตั้งแต่ได้ข่าวการสร้างเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามแม้ว่า Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon ของแดเนียล ลี จะไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกประทับใจสักเท่าไรนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ได้รับจากการดูหนังเรื่องนี้ คือ “มนุษย์เราจะรบกันไปเพื่ออะไร” ครับ

“จูล่ง” นับเป็นตัวละครในประวัติศาสตร์ที่น่าเคารพบูชาอย่างยิ่งครับโดยเฉพาะเรื่องของคุณธรรมความซื่อสัตย์และจงรักภักดี

ตามประวัติแล้วขุนพลเตียวท่านนี้เป็นชาวเมืองเสียงสัน มีชีวิตอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 700 ถึง พ.ศ.772 นับได้ว่าเป็นแม่ทัพที่มีอายุยืนท่านหนึ่งเลยทีเดียวแถมตอนตายยังได้ตายอย่างสงบบนเตียง ผิดกับขุนศึกหลายคนที่ตายกลางสนามรบบ้าง หรือ ถูกประหารชีวิตบ้าง

จูล่งเข้าสู่สมรภูมิรบด้วยการเป็นทหารชั้นผู้น้อย(ภาษาหนังสือสามก๊กเรียก “ทหารเลว”) ของกองทัพ “อ้วนเสี้ยว” ก่อนจะเลือกมาอยู่กับนายพล “กองซุนจ้าน” หลังจากที่กองซุนจ้านฆ่าตัวตายแล้ว จูล่งระหกระเหินไปเป็นหัวหน้าโจรป่าอยู่ที่ “เขาโงจิวสัน”พักหนึ่งก่อนจะมาเข้าร่วมเป็นกับกองทัพของเล่าปี่

วีรกรรมที่ทำให้จูล่งแจ้งเกิดในประวัติศาสตร์สมัยสามก๊ก คือ การฝ่ากองทัพนับหมื่นของโจโฉเพื่อไปช่วยทารกน้อย “อาเต๊า” รัชทายาทคนเดียวของพระเจ้าเล่าปี่

กล่าวกันว่าวีรกรรมที่ “ทุ่งเตียงปันโบ๋”ครั้งนั้นได้ทำให้ชื่อเสียงของจูล่งนั้นขจรไกลไปทั่วแผ่นดินจีน หลังจากนั้นจูล่งก็ได้รับตำแหน่งเป็นองครักษ์พิทักษ์เล่าปี่และครอบครัวตลอดมาโดยทำหน้าที่อารักขานายใหญ่ไปทุกหนแห่งตั้งแต่เล่าปี่เดินทางไปเข้าถ้ำเสือกังตั๋งในฐานะเขยแคว้นง่อของก๊กซุนกวน หรือ แม้แต่บุกช่วยอาเต๊าอีกครั้งตอนที่ซุนฮูหยินถูกลวงให้กลับไปยังกังตั๋ง

เกียรติประวัติสูงสุดของจูล่ง คือ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในห้าขุนพลพยัคฆ์ของพระเจ้าเล่าปี่ ร่วมกับขุนศึกแห่งยุคอย่าง กวนอู เตียวหุย ม้าเฉียว และฮองตง

สำหรับ “จูล่ง”ในสามก๊กฉบับของแดเนียล ลี นั้น มีบุคลิกของตัวละครไม่ต่างจากที่หนังสือบรรยายไว้ แม้ว่าบางฉากจะไม่เคยปรากฏในวรรณกรรมสามก๊กของหลอกว้านจง (Luo Guanzhong) เลยก็ตาม แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในตัว “จูล่ง” เวอร์ชั่นนี้คือเรื่องความคิดในเรื่องการ “ต่อต้านสงคราม” ครับ

ผมตั้งข้อสังเกตว่า “ศิลปะทุกแขนง” สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกเกี่ยวกับความน่าหดหู่ของสงครามได้ดีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออย่าง All Quiet on the Western Front (1929) ของ “อิริค มาเรีย เลอมาร์ค” (Erich Maria Remarque) ที่ว่าด้วยความรันทดของทหารแนวหน้าในสงครามโลกครั้งที่ 1

เช่นเดียวกับ “ภาพยนตร์สงคราม” แม้ว่าหนังส่วนใหญ่จะพยายามเสนอมิติทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับการรบราฆ่าฟันของมนุษย์ หรือยกย่องเกีรติภูมิของชนชาติตน แต่ก็มีบางแง่ที่หนังได้สะท้อนให้เห็นความรุนแรงและความไร้สาระของสงครามตั้งแต่ ความตาย ความพิกลพิการ การข่มขืนผู้หญิงและเด็กหรือแม้กระทั่งความอดอยาก

ผมชอบคำพูดช่วงท้ายที่ “จูล่ง”พูดกับ “หลอผิงอัน”ว่า “ข้าอยู่กองทัพนี้มาสามสิบสองปีแล้ว ก่อนเข้ากองทัพข้าคิดว่าอีกไม่กี่ปีแผ่นดินนี้ก็คงสงบสุข แล้วข้าก็จะได้กลับไปยังบ้านเล็กๆที่เสียงสันได้อยู่กับคนที่ข้ารัก แต่ทุกวันนี้ความทรงจำเหล่านั้นมันหายไปหมดแล้ว ทุกวันนี้เรารบกันไปเพื่ออะไรล่ะท่าน”

น่าสนใจที่หลอผิงอันบอกกับจูล่งว่า “เราทุกคนล้วนรบกันเพื่อตัวเองทั้งนั้น”

แม้ว่าตลอดทั้งเรื่องผมจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับหนังเรื่องนี้เท่าไรนัก แต่บทสนทนาตอนท้ายเรื่องกลับทำให้ผมเปลี่ยนความคิดนี้ไป

บางทีมันอาจจะเป็นความพยายามของ “แดเนียล ลี” ที่ต้องการตั้งคำถามถึงชนชั้นปกครองในทุกยุคทุกสมัยว่า “พวกคุณจะแสวงหาอำนาจไปเพื่ออะไร? พวกคุณทำสงครามกันไปทำไม? ใช่เพราะความต้องการจะเห็นราษฎรร่มเย็นแผ่นดินสงบสุขหรือเปล่า? หรือเป็นเพียงแค่ความกระสันในอำนาจของพวกคุณเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเอง”

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
apooh วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

ยังไม่เคยอ่านสามก๊กเลยค่ะ ยังทำใจไม่ได้ กลัวกับความยาวมาก คอยแต่เก็บเล็กผสมน้อยเวลามีคนกล่าวถึงสามก๊ก

เรื่องหนัง(หรือศิลปะ)หมีว่า ศิลปินหรือผู้สร้างทั้งมวลบนโลกคงไม่ชอบสงครามกันหรอกค่ะ เพราะสงครามเป็นตัวทำลายชั้นดีเลยนิ
ความคิดเห็นที่ 11
Jui วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 19.59 น.
http://www.oknation.net/blog/jui880

ที่ชอบจ้าวหลงเพราะ นายทำอะไรทำสำเร็จ
และไม่เคยเรียกร้องความดีความชอบ
วีรบุรุษเมื่อเสร็จศึกก็พัก
เพื่อรอการรบและหน้าที่ครั้งต่อไป
ความคิดเห็นที่ 10
freeman วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 14.45 น.
http://www.oknation.net/blog/hanako

....ผมต้องกลับไปอ่าน 3 ก๊ก ให้จบรอบที่สอง
ความคิดเห็นที่ 9
TaTee วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 14.44 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

ทุกวันนี้โลกเราก็ยังฆ่ากันเพื่อผลประโยชน์ของคนไม่กี่คน
ความคิดเห็นที่ 8
rabbitzilla วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 13.55 น.
http://www.oknation.net/blog/season-change-chaingmai

ความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ของท่านจูล่งคือ
ไม่น่าไปช่วยอาเต๊าไว้เลย เวรกรรมจริงๆ
http://www.oknation.net/blog/lifelong-learning
ความคิดเห็นที่ 7
สีน้ำเงิน วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 13.51 น.

ดิฉันมองจูล่ง เป็นสุดยอดนักรบ ในวรรณกรรมจีน สามก๊ก รบด้วยสมอง ไม่ได้ระห่ำ กับบ้าสุราอย่างเดียว เราจะเห็นว่า ก่อนออกรบ ในหนังสือ ไม่เคยบรรยายภาพ จูล่ง ตั้งโต๊ะร่ำสุราเมรัยเลย

ในเวลาเดียวกัน ดิฉันก็ ปลื้ม หนุมาน ที่เป็นยอดนักรบ ขุนกระบี่ เป็น สุดยอด striker ...ของวรรณกรรม รามเกียรติ์ บทพระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ ๑

ทั้งสองคนมาจากคนละวัฒนธรรม แต่สิ่งที่มี และ ประชาชนคนจะปลื้ม กับ ภาคภูมิใจ มาก ถ้ามีนักรบ แบบนี้ ในยุคของตัวเอง

นักรบที่เป็นผู้กล้าจริง ด้วยใจ มิใช่หน้าที่

หลายคนอาจยกย่องว่า คนเก่งคือคนที่สามารถวางแผนการรบจนเอาช้ยข้าศึกได้ แต่ต้องไม่ลืมคำกล่าวที่ว่า การรบที่ถือเป็นสุดยอดแผนการรบ คือ เอาชัยได้ โดยมิต้องทำสงครามเสียเลือดเนื้อ การเอาชนะที่ได้มาท่ามกองเลือดเนื้อ และ กระดูกของทหารทั้งสองฝ่ายนั้น มันก็น่าคิดว่า ถูกต้องแล้วหรือ

เพราะการบูรณะบ้านเมือง การสะสมเสบียง หลังสงครามนั้น มันมีต้นทุนที่ต้องสิ้นเปลืองด้วยกันทั้งสองฝ่าย

แต่หนังก็คือหนัง นิยายก็คือนิยาย ที่ต้องมีครบทุกรสเพื่อความบันเทิงให้คนดู แม้จะพยายามแทรกสาระ กับแง่คิดไว้ในมุมลึกๆ บ้างก็ตาม

ขอบคุณสำหรับบทความที่เขียนให้อ่านในวันหยุดแบบนี้
ความคิดเห็นที่ 6
hesse004 วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 13.18 น.
http://www.oknation.net/blog/hesse004

ขอบคุณ คุณ Hof สำหรับมุมมองและเรื่องรูปครับ

Hesse004
ความคิดเห็นที่ 5
sako วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/sakata
Sako

“เราทุกคนล้วนรบกันเพื่อตัวเองทั้งนั้น”
ผมอ่านท่อนนี้แล้ว รู้สึกปลงอะไรหลายๆอย่าง
ความคิดเห็นที่ 4
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 12.57 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

หนังเรื่องนี้คงต้องการสร้างสีสันและรายละเอียดให้กับจูล่ง จึงได้เพิ่มเติมตัวละครเข้าไป 2 ตัวเพื่อให้การเดินเรื่องมีอรรถรสมากขึ้น
ที่จริงแล้ว เรื่องราวของจูล่งในสามก๊กนั้น ไม่เคยมีการเอ่ยถึงวงศาคณาญาติเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีเมีย ลูก พ่อแม่ ลุงป้า น้า อา เข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องเลย (ยกเว้นฉบับหลอกว้านจงที่สอดใส่บุตรของจูล่งเข้ามามีบทบาทเล็ก ๆน้อยๆ) จึงทำให้บุรุษผู้นี้ดูขาดมิติของความเป็นคนเดินดินไปสักหน่อยครับ
อย่างไรก้ตาม ผมไม่ค่อยชอบเรื่องสามก๊กที่ไปยกย่องการกระทำบางอย่างที่น่าจะถูกติเตียนให้เป็นการกระทำที่ฉลาดหลักแหลม แยบคาย เพราะลำพังการเมืองของเราก็ไม่น้อยหน้าอยู่แล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 3
HOF วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 12.54 น.
http://www.oknation.net/blog/HOF

เป็นมุมมองของหนังเรื่องนี้ ที่แจ่มชัดดีครับ

การดูหนังเรื่องนี้บางทีก็เป็นข้อควรคำนึงสำหรับคนที่จะทำหนังจากวรรณกรรม หรือเรื่องจริงที่โด่งดัง อย่างสามก๊ก เพราะถ้าหากมันเหมือนหนังสือเลย คนก็ไม่รู้จะไปดูเพื่ออะไร แต่ถ้ามันผิดแผกไปอย่างเรื่องนี้ คนก็จะไม่ชอบอีก ทั้งที่ถ้าหนังเรื่องนี้ ตัวเอกไม่ได้ชื่อจูล่ง อาจจะเป็นหนังดีเรื่องหนึ่งทีเดียว

คุณ hesse 004 เอารูปในบ้านผมมาใส่ประกอบเรื่องได้น่ะครับ
http://www.oknation.net/blog/moviehall/2008/04/26/entry-1
ความคิดเห็นที่ 2
คนใส่แว่น วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 09.32 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


เป็นนักรบคนเดียว (มั๊ง)
ที่ แก่ตาย
ความคิดเห็นที่ 1
ไทยนิกร วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 07.36 น.
http://www.oknation.net/blog/thainikorn

อ่านบทความนี้แล้วทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า มีเพลงไทยเดิมประเภทเพลงตับอยู่ตับหนึ่ง ซึ่งนิยมเรียกกันเป็นสามัญว่า"ตับจูล่ง" ขึ้นต้น(ด้วยการร้องเกริ่น)ว่า "บัดนั้นจูล่งด้นค้นหาเมียเล่าปี่ พอพบนางพลางโจจากพาชี เข้าไปน้อมเกศีแล้วโศกา"(ดนตรีรับด้วยเพลง"โอดจีน")
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30