• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 14916
  • จำนวนผู้โหวต : 45
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันอาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม 2551
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์ใน "เกมเศรษฐีโมโนโปลี"
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 87 , 01:25:56 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพจากhttp:/www.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/df/German_Monopoly_board_in_the_middle_of_a_game.jpg

ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านที่พ้นวัยเบญจเพสมาแล้วน่าจะคุ้นเคยกับเกมเด็กๆเกมหนึ่งที่ชื่อว่า “เกมเศรษฐีโมโนโปลี” (Monopoly Game) นะครับ

“เกมเศรษฐี”ที่ผมว่านี้ไม่ใช่ชื่อรายการเกมโชว์เกมหนึ่งที่เคยโด่งดังในอดีต หากแต่เป็นเกมกระดาน (Board) สำหรบเด็กที่บางครั้งผู้ใหญ่อย่างพวกผมก็ยังชอบเล่นกันอยู่

ผมว่าเกมเศรษฐีมันมี “ความคลาสสิค”อยู่ในตัวเองครับ ความคลาสสิคที่ว่านี้มันต่างจากการเล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะการมานั่งล้อมวง ทอยลูกเต๋าแล้วเดินตัวผู้เล่นของเราไปตามช่องต่างๆบนกระดาน ซึ่งส่วนใหญ่แต่ละช่องก็มักเป็นชื่อจังหวัด หรือ สถานที่สำคัญๆ

ย้อนกลับไปเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 เกมเศรษฐีโมโนโปลีถูกคิดค้นโดยสุภาพสตรีท่านหนึ่งนามว่า “อลิซาเบธ (ลิซซี่) เจ. แมกกี้ ฟิลิปส์” (Elizabeth (Lizzie) J. Magie Phillips) ครับ ซึ่งเกมที่คุณป้าลิซซี่แกคิดค้นขึ้นมานั้นเรียกว่า “Landlord game”

เชื่อมั๊ยครับว่าเกมๆนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออธิบายทฤษฎี Single Tax on land ของเฮนรี่ จอร์จ (Henry George) นักเศรษฐศาสตร์การเมืองคนดังชาวอเมริกัน

“เฮนรี่ จอร์จ” อธิบายถึง Single Tax on land ไว้ว่าค่าเช่าที่ได้จากที่ดินนั้นสมควรจะถูกแจกจ่ายกระจายออกมาให้คนส่วนใหญ่ในสังคมมากกว่าที่จะไปตกอยู่ในมือของใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น “ภาษี” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เจ้าของที่ดินทั้งหลายปล่อยที่ดินออกมาเพื่อให้ผู้อื่นได้ใช้ประโยชน์

กลับมาที่เกมเศรษฐีโมโนโปลีกันต่อครับ, ถ้าท่านผู้อ่านเคยเล่นเกมเศรษฐีดังกล่าวย่อมเข้าใจดีว่าการเป็นเจ้าของที่ดินจำนวนมาก หรือ ถือโฉนดที่ดินมากๆนั้นมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองได้ไม่น้อย ครับ ด้วยเหตุนี้เองกฎข้อแรกของการเล่นเกมโมโนโปลี คือ การกว้านซื้อที่ดินมาอยู่ในมือให้มากที่สุดนั่นเองครับ

แม้ว่าเกมของคุณป้าลิซซี่ต้องการที่จะอธิบายทฤษฎีภาษีของนักเศรษฐศาสตร์แต่กลับกลายเป็นว่าเกมดังกล่าวถูก “พี่น้องตระกูลปาร์คเกอร์” (Parker Brothers) ได้พัฒนาเกมนี้จนมีชื่อเสียงโด่งดังและเปลี่ยนชื่อจาก Landlord game มาเป็น Monopoly game ครับ

ประวัติศาสตร์ของเกมเศรษฐีนั้นนับว่าน่าสนใจไม่น้อยนะครับ ทั้งนี้นับแต่คุณป้าลิซซี่คิดค้นเกมนี้ขึ้นมาด้วยเหตุผลทางวิชาการแล้ว พี่น้องสกุลปาร์คเกอร์ได้ทำให้เกมนี้ได้รับความนิยมแพร่หลายก่อนจะต้องมาแก่งแย่งเรื่องลิขสิทธิ์กันและท้ายที่สุดลิขสิทธิ์ของเกมนี้ก็ตกอยู่ในมือของ บริษัท Hasbro ซึ่งเป็นบริษัทเกมรายใหญ่ในอเมริกา

สำหรับเกมเศรษฐีแบบไทยๆนั้น ผมไม่แน่ใจว่ามีพัฒนาการเป็นมาอย่างไร โดยส่วนตัวผมเองนั้น ผมจำลางๆว่าเล่นเกมนี้ครั้งแรกเมื่ออายุเก้าขวบครับ ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเกมที่เล่นน่าจะชื่อ “ซุปเปอร์เศรษฐี” ซึ่งคุณอาของผมท่านซื้อมาให้เล่น

คราวนี้ลองหวนรำลึกดูมั๊ยครับว่า เรายังจำกติกาการเล่นเกมเศรษฐีนี้กันได้บ้างหรือเปล่า? แรกสุดเลยต้องมีคนเล่นเป็น “ธนาคาร” ก่อนครับ จากนั้นธนาคารจะแจกโฉนดที่ดิน แจกแบงก์ตามกติกาที่กำหนดไว้ เสร็จแล้วเราก็เลือกตัวเดินว่าจะเป็นสีอะไร พอเริ่มเดินๆไปแล้วดันไปตกที่ดินใครก็ต้องจ่ายตังค์เขาตามค่าเช่าในโฉนด ซึ่งสมัยผมเล่นค่าเช่าที่ดินที่แพงที่สุดรู้สึกจะเป็น “สะพานหัน”หรือไม่ก็ “ถนนสุขุมวิท” นะครับ

หากโชคดีหน่อยอาจจะเดินไปเจอ “ช่องขุมทรัพย์มหาสมบัติ” ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักมีแต่เรื่องดีๆ อย่างถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง หรือ มีลาภลอย ได้รับมรดก อะไรทำนองนั้น แต่หากบางทีซวยหน่อยดันไปตกช่องติดคุก ก็ต้องหยุดเดินไปหนึ่งตา เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการลงทุนซื้อบ้านสีเหลืองตามราคาโฉนด และหากอยากขยับขยายเราก็สามารถปลูกโรงแรมสีแดงได้กรณีที่เราปลูกบ้านครบสี่หลังแล้ว

เล่นไปเล่นมาสักพักก็จะเริ่มมีคน “ล้มละลาย”แล้วครับ แหม่! นี่มันสะท้อนให้เห็นถึงระบบทุนนิยมแบบเจ้าที่ดินจริงๆเลย ท้ายที่สุดผู้ชนะ คือ ผู้ครอบครองที่ดินได้เกือบทั้งกระดานหรืออาจจะมีเงินสดมากกว่าเพื่อนร่วมวง

จะว่าไปแล้วเกมเศรษฐีโมโนโปลีแบบกระดานนั้น มันได้ซ่อนวิธีคิดบางอย่างของระบบทุนนิยมเสรีโดยเฉพาะการสะสมทุนที่มาจากที่ดิน

ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้วที่ดินนับเป็นปัจจัยการผลิตชนิดหนึ่งครับ ซึ่งการสะสมที่ดินนั้นมีต้นทุนที่เรียกว่า “ค่าเสียโอกาส”หรือ Opportunity Cost ครับ แต่มีผลตอบแทนที่เรียกว่า “ค่าเช่า”หรือ Rent อย่างไรก็ตามเจ้าของที่ดินเลือกที่จะยอมมีค่าเสียโอกาสน้อยที่สุดโดยเขาจะปล่อยให้ผู้อื่นเช่าที่ดินของเขาในราคาที่เขาคิดว่าดีที่สุด วิธีคิดแบบนี้เป็นหลักคิดของนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักครับ

อย่างไรก็ดีนักเศรษฐศาสตร์การเมืองส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยชอบระบบเจ้าที่ดินมากนัก เพราะพวกเขามองว่าเจ้าของที่ดินนั้นสามารถแสวงหาส่วนเกินทางเศรษฐกิจจากผู้เช่าได้โดยที่ตัวเองลงทุนไม่ต้องมากนัก

ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ที่ยึดมั่นในเป้าหมายการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพแล้ว, นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มนี้เชื่อว่าการเก็บ “ภาษีที่ดิน” (Land Tax) จะสามารถทำให้เหล่าแลนด์ลอร์ดทั้งหลายคายที่ดินออกมาให้คนส่วนใหญ่ทำประโยชน์ได้

ผมเข้าใจว่าประเทศไทยเราพูดถึงเรื่องภาษีที่ดินรวมไปถึงภาษีมรดกมานานหลายทศวรรษแล้วนะครับ แต่ก็ยังไม่มีรัฐบาลไหนกล้าหาญชาญชัยพอที่จะผลักดันเรื่องดังกล่าวออกมา

หรือจะเป็นเพราะว่าท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่นั่งอยู่ในสภากำลังเล่นเกมเศรษฐีโมโนโปลีกันอย่างเมามันส์ เพราะดูเหมือนว่าที่ผ่านมาแต่ละท่านกำลังทอยเต๋าเดินหมากแสวงหาที่ดินบนกระดานประเทศไทยกันอย่างสนุกสนาน แต่เสียอย่างเดียวนะครับ ผมยังไม่เคยเห็นใครเดินไปตกช่องติดตารางสักรายเลยสิ พับผ่าเถอะ!

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
Yamalee วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 21.22 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว
นั่งเล่นในห้องสมุดเลย
ตลกดี อายุ 20 นิดๆกันแล้ว
เล่นกันเอาเป็นเอาตาย

เห็นด้วยค่ะ ว่าเกมเศรษฐีมีเสน่ห์จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 5
kilroy วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 15.27 น.
http://www.oknation.net/blog/kilroy

แหม่ ! เพิ่งทราบครับว่า "Monopoly Game" มีจุดเริ่มต้นมาจากการอธิบายแนวคิดของ Henry George (ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นย่อมมีเหตุปัจจัย) ได้ความรู้กับไปประดับสมองอีกแล้ว

"ค่าเช่าทางเศรษฐกิจ" (Economic Rent) นี่เป็นชุดความคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่ผมชื่นชมมากที่สุดชุดความคิดหนึ่งเลยครับ ช่วยให้ผมมีมุมมองในการมองโลกได้กว้างและมีตรรกเพิ่มขึ้นมาก

ส่วนการเล่นเกมเศรษฐีผมมักจะไม่สามารถจดจ่อเล่นเกมนี้ได้นานๆ เนื่องจากเป็นพวก ADHD ครับ
ความคิดเห็นที่ 4
สุรศักดิ์ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 09.16 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
<< มาเก็งกำไรหุ้น แบบ Day Trade กันบ้าง ดีไหม >>

ที่ดินของนักการเมือง ส่วนมาก ไม่ใช่มีคนละ
แปลงสองแปลง แต่มีกันเป็นสิบ ๆ ร้อย ๆ
แปลง การจะเก็บภาษีที่ดินให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยก็
ยาก และภาษีมรดกก็ยากที่จะเก็บ

ที่ดินของประเทศไทย ถ้าหักที่ดินสาธารณะ ที่ดิน
สปก. ที่ดินราชพัสดุ ที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
และที่ดินของเศรษฐีเมืองไทยแล้ว จะเหลือให้
ประชาชนตาดำ ๆ ทำไร่ทำนา เพียงไม่กี่ไร่ จึงต้อง
เช่าเขาทำ จะต้องเร่งปฏิรูปให้เร็วที่สุด ... แต่ก็บอก
ได้ว่ายากครับ เพราะผลประโยชน์ และในสภาก็รวย ๆ
ที่ดินกันทั้งนั้น เมื่อไรคนจน จึงจะเข้าไปใน
สภาได้เป็นส่วนมาก !!!
ความคิดเห็นที่ 3
ต้นบัวดิน วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 18.26 น.
http://www.oknation.net/blog/tonboudin

จำได้ว่าเคยเล่น
ความคิดเห็นที่ 2
apooh วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 11.38 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
มีคนเคยบอกว่าเลขโปรดของเขาคือ 51ยังอีกไกลกว่าจะถึง100แต่ 51 ก็เกินครึ่งมาแล้ว

อูยส์ ตั้งใจจบ พับผ่าเลยเหรอคะ

แสดงว่าเกมเศรษฐี ต้องมีหลายเวอร์ชั่นแน่เลย
เพราะหมีจำได้แต่เรื่องซื้อบ้านเหลือง บ้านแดง บ้านน้ำเงิน
แต่จำเรื่อง เดินตกลงไปบนช่องที่ค่าที่แพงมิได้
หรือไม่ก็เล่นเกมกระดานน้อยแต่ เล่นเกมพื้นมาก ก็เป็นได้
คุณเฮสสคะ ถ้าตอนแรกคุณป้า เอลิซซาเบธ เจ.แกตั้งใจจะใช้เกมสอนให้ไม่งกฮุบไว้คนเดียว งั้นแปลว่า ความตั้งใจของแกไม่สำเร็จสิคะ เพราะแม้ว่าเกมที่แกคิดจะเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป แต่ ปรัชญาที่แกตั้งใจกลับโดนเมิน เห็นได้จากคนมีตังค์ที่เห็นแก่ตัวเกลื่อนเลยนี่คะ
ความคิดเห็นที่ 1
Lyrics วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 01.31 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

ตอนเด้กๆเล่นประจำค่ะ

ส่วนผู้ใหญ่ยุคนี้จะเล่นกันแบบไหน

หนูก้อม่ายรู้


ประชาชนเป็นอย่างไร ก็ได้รัฐบาลอย่างนั้น
http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/05/11/entry-1
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31