• hesse004
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hesse004@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-03
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 23915
  • จำนวนผู้โหวต : 53
  • ส่ง msg :
ออกกำลังความคิด
มาออกกำลังสมองกันเถอะ!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hesse004
วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม 2551
Notting Hill รักของเธอมีจริงหรือเปล่า
Posted by hesse004 , ผู้อ่าน : 134 , 13:34:02 น.  
พิมพ์หน้านี้


ภาพจากhttp://adrianbischoff.com/notting-hill02.jpg

กล่าวกันว่าการสร้าง “หนังรัก” ให้เป็นที่ประทับใจผู้ชมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ เพราะหากผู้กำกับใส่ความโรแมนติคมากจนเกินไป หนังรักเรื่องนั้นก็จะดูจะมีรสหวานปนเลี่ยน แต่ถ้ามัวแต่เติมความรันทดมากจนเกินเหตุ หนังรักก็อาจจะมีรสเหมือนกาแฟดำผสมยาขมน้ำเต้าทอง

กระบวนผู้กำกับและมือเขียนบทที่เขียนหนังรักได้ “กลมกล่อม” ที่สุดในยุคนี้ น่าจะหนีไม่พ้น “ริชาร์ด เคอร์ติส” (Richard Curtis) นะครับ

ริชาร์ด เคอร์ติส คือ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของหนังรักโรแมนติค คอมมิดี้ (Romantic Comedy) หลายต่อหลายเรื่องซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นหนังรักพันธุ์อิงลิชครับ

เคอร์ติส สร้างชื่อให้กับตัวเองในการเป็นมือเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Four Weddings and Funeral (1994) หนังรักที่ส่งให้ ฮิวจ์ แกรนท์ (Hugh Grant) กลายเป็นพระเอกจอมเปิ่น ผู้มีเอกลักษณ์แตกต่างจากพระเอกในหนังรักทั่วไป

เคอร์ติส เป็นเพื่อนซี้กับ “โรแวน แอตกินสัน” (Rowan Atkinson) หรือ Mr. Bean นั่นเองครับ ด้วยเหตุนี้เคอร์ติสจึงมีส่วนในการสร้างสรรค์ซีรีส์ตลกสุดคลาสสิคอย่าง Mr. Bean (1990-1995) ด้วย

นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่อง Bridget Jones’s Diary ก็เป็นผลงานของเคอร์ติสในการพัฒนาบทภาพยนตร์จากนิยายขายดี ของ “เฮเลน ฟิลด์ดิ้ง” (Helen Fielding) อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า เคอร์ติสจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์รักโรแมนติค คอมมิดี้เพียงเรื่องเดียว นั่นคือ Love actually (2003) ครับ

สำหรับหนังรักโรแมนติค คอมมิดี้ อีกเรื่องที่ ริชาร์ด เคอร์ติส สร้างสรรค์บทภาพยนตร์ จนเป็นเรื่องที่มีผู้ชมจดจำกันได้มากที่สุด คือ Notting Hill (1999) ครับ

ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่านคงเคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันมาแล้ว Notting Hill (1999) เป็นผลงานการกำกับของ “โรเจอร์ มิเชล” (Roger Michell) มีเคอร์ติส เป็นผู้เขียนบท ซึ่ง Tag Line หรือคำโปรยของหนังเรื่องนี้ใช้ว่า “Can the most famous film star in the world fall for just an ordinary guy?” ถ้าแปลแบบไทยๆก็คงทำนองว่า “เจ้าดอกฟ้าจะโน้มตัวลงมาหลงรักไอ้หมาวัดได้หรือเปล่า?”

จริงๆแล้วคำว่า “Ordinary Guy” มันก็คงไม่ถึงกับต่ำต้อยมากนัก เพียงแต่ว่าสำนวนไทยๆมันก็ทำให้เราเห็นภาพพจน์ดีเหมือนกันนะครับ

ผมมีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้อย่างตั้งใจจริงๆ 2 รอบ ครับ รอบแรกนั้นผ่านมานานมากแล้ว ส่วนรอบที่สองเพิ่งจะดูไม่กี่วันมานี้

ผมไม่แน่ใจว่าด้วยอายุที่มากขึ้นหรือเปล่าจึงทำให้รู้สึกว่า Notting Hill ของเคอร์ติสนั้นพยายามจะบอกอะไรกับคนดูโดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “รัก”

หนังเรื่องนี้ทำให้เห็นชีวิตของ “วิลเลี่ยม แทกเกอร์” (William Thacker) หนุ่มอังกฤษธรรมดาๆซึ่งมีประสบการณ์ที่เลวร้ายในชีวิตคู่จนทำให้ต้องหย่าร้าง

“แทกเกอร์” ซึ่งนำแสดงโดย “ฮิวจ์ แกรนท์” นั้นเล่นบทนี้ชนิดได้ใจเลยครับ เพราะเขาแสดงให้เราเห็นถีงความเจ็บปวดที่แสดงออกมาทางแววตาได้ดีพอๆกับอารมณ์ขันแบบฝืดๆที่มีอยู่เหลือเฟือ แต่โดยรวมแล้ว นายแทกเกอร์คนนี้เป็นคนมองโลกในแง่ดีเสมอนะครับ ซึ่งผมว่าคุณสมบัติข้อนี้แหละครับที่ทำให้ “แอนนา สก๊อต” (Anna Scott) ดอกฟ้าจากฮอลลีวู้ด มองเห็น

บางทีดารานักแสดง เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนกับเราๆท่านๆแหละครับ เพียงแต่ว่าอาชีพของเขาคือ “การแสดง” ด้วยเหตุนี้ “ชีวิตดารา” (แหม่! ชื่อเหมือนหนังสือก๊อซซิปรายสัปดาห์เลย) จึงเป็นชีวิตที่ออกจะแตกต่างจากชีวิตคนธรรมดาสามัญ

ชีวิตส่วนตัวที่หดหายไปและการเป็นบุคคลสาธารณะนั้น คือ ราคาที่ผู้มีชื่อเสียงทั้งหลายต้องจ่ายเพื่อแลกมาซึ่ง “เงินตราและชื่อเสียง” ครับ อย่างไรก็ตามผมก็ยังเชื่อว่าพวกเขาก็มีอารมณ์ความรู้สึก เจ็บเป็น เสียใจเป็น ร้องไห้เป็น อายเป็น เหมือนคนทั่วไป
ริชาร์ด เคอร์ติส ได้ทำให้หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยคำคม (Quote) หลายๆประโยค เช่น “For June who loved this garden from Joseph who always sat beside her.” Some people do spend their whole lives together. ประโยคนี้ “แอนนา สก๊อต” ได้อ่านข้อความที่จารึกบนเก้าอี้ยาวในสวนสาธารณะซึ่งแสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เธอต้องการที่สุดจากความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “รัก” นั้น คือ แค่หาใครสักคนที่เข้าใจและจริงใจกับเธอและพร้อมจะอยู่ร่วมกับเธอตลอดไป

ถ้าดูกันเผินๆมันเป็นเรื่องธรรมดาๆมากนะครับ เพราะใครๆก็อยากมีชีวิตคู่ยืนยาวกันทั้งนั้น แต่เอาเข้าจริงอาจมีเพียงไม่กี่คู่เท่านั้นที่ได้อยู่ร่วมหอลงโลงด้วยกันจนแก่จนเฒ่า

และที่น่าแปลกไปกว่านั้น คือ ผู้คนส่วนใหญ่ยิ่งใช้ชีวิตคู่ร่วมกันนานเท่าไร ดูเหมือนความรักมันจะค่อยๆถดถอยลงตาม “กฎที่ว่าด้วยการลดน้อยถอยลงของความพึงพอใจหน่วยสุดท้ายในการบริโภคสินค้า” หรือ Diminishing marginal utility law

ที่กล่าวมานี้คงไม่ใช่ทุกคู่หรอกครับที่จะเป็นไปตามกฎดังกล่าว เพราะบางคู่ยิ่งใช้ชีวิตร่วมกันนานขึ้นเท่าไร ความรักและความผูกพันมันยิ่งแปรผันตาม ซึ่งรักแบบเนี้ยแหละครับ ที่เขาเรียกกันว่า “รักแท้” หรือ “รักกันจริง”

ตัวอย่าง “คู่รัก” ที่ผมประทับใจมากที่สุด คือ คู่ของคุณรพีพร (สุวัฒน์ วรดิลก) กับ คุณชูศรี พุ่มชูศรี ทั้งสองท่านเป็นศิลปินแห่งชาติ

ความรักของท่านทั้งสองได้แสดงให้คนรุ่นพวกเราได้เห็นว่า “ความรักที่แท้” นั้นมันเป็นเช่นไร เมื่อปีที่แล้วคุณสุวัฒน์นั้นเสียชีวิต ขณะที่คุณชูศรีกำลังนอนป่วยอยู่ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วันคุณชูศรีก็เสียตาม การครองเรือนด้วยกันมากกว่าครึ่งศตวรรษนั้นทำให้ทั้งคู่ฝ่าฟัน
ทุกอย่างมาด้วยกันซึ่งผมขออนุญาตใช้คำว่า “ทั้งสองท่านมีหัวใจดวงเดียว” กันไปแล้ว

ปัจจุบันคนหนุ่มสาวรุ่นพวกเราส่วนใหญ่มักจะ “รักง่ายหน่ายเร็ว” เข้าทำนองอยู่กันจน “หม้อข้าวไม่ทันดำ” และเหตุผลสำคัญที่ถูกนำมาใช้กล่าวอ้างบ่อยที่สุดในวันที่ทั้งสองตัดสินใจหย่าร้างกันก็คือ “เราเข้ากันไม่ได้” หรือ “เราไปด้วยกันไม่ได้” หรือ “เค้าก็มีโลกส่วนตัวของเค้า ส่วนฉันก็มีโลกส่วนตัวของฉัน”

ทั้งหมดที่กล่าวมาผมขออนุญาตไม่วิจารณ์นะครับ, เพราะยังไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตคู่ นอกจากนี้หลายคนเชื่อว่า การตัดสินใจแต่งงานเหมือนกับการแทงหวยครับ หากเจอคู่ที่ดีจริงๆก็ “ถูกหวย” แล้วแต่ว่าจะถูกรางวัลอะไร แต่หากเจอคู่ที่ไม่ดีก็ “ถูกกิน” แถมยังต้องมานั่งเจ็บปวดอีก

ด้วยเหตุนี้แหละครับที่ “วิลเลียม แทกเกอร์” ซึ่งเคยถูกหวยกินมารอบหนึ่งแล้วจากชีวิตคู่ที่ต้องหย่าร้าง จึงยังไม่มั่นใจนักว่ารักของ “แอนนา สก๊อต” นั้นจะมีให้กับเขาจริงหรือเปล่า เพราะสถานะของทั้งสองนั้นต่างกันราวฟ้ากับดิน

ขณะที่ “แอนนา สก๊อต” ก็กำลังมองหาใครสักคนที่มีความจริงใจและพร้อมจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไปเหมือนข้อความที่สลักอยู่บนเก้าอี้ในสวนสาธารณะ

ท้ายที่สุดผมเชื่อว่า ก่อนที่เราจะตัดสินใจลงเอยใช้ชีวิตคู่กับใครนั้น เราคงต้องถามตัวเองให้แน่ใจเสียก่อนนะครับว่า “รักของเราที่มีให้เขานั้นมันมีจริงหรือเปล่า” ในทำนองเดียวกันเราก็คงต้องถามเขากลับด้วยว่า “แล้ว..รักของเธอล่ะ …มีจริงใช่มั๊ย”

Hesse004


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
เด็กชายก้อง วันที่ : 03/08/2008 เวลา : 21.12 น.
http://www.oknation.net/blog/jezt
หัวใจมีเหตุผลของมันเองที่สมองไม่มีวันจะเข้าใจ

ไม่ขอวิจารณ์เช่นกัน เพราะยังไม่มีคู่

แต่สำหรับหนังรัก ที่มี ริชาร์ด เคอร์ติส ร่วมงานด้วย ผมชื่นชอบมากครับ โดยเฉพาะ Love actually (2003)

และก็ยังชอบฮิวจ์ แกรนท์ ด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 6
apooh วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 11.42 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
Don't let Dangerous man No Choice : Death Race

* ตั้งใจจะพิมพ์ว่า "ไม่ทิ้งแนว" ค่ะ พลาดไปเป็น "ไม่ถึงแนว" ขออำภัย
ความคิดเห็นที่ 5
apooh วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 11.41 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
Don't let Dangerous man No Choice : Death Race

คุณเฮสส พักนี้อัพถี่ สงสัยมีอารมณ์

อันนี้อย่างฮาเลยค่ะ ไม่ถึงแนวนิ
"ผู้คนส่วนใหญ่ยิ่งใช้ชีวิตคู่ร่วมกันนานเท่าไร ดูเหมือนความรักมันจะค่อยๆถดถอยลงตาม “กฎที่ว่าด้วยการลดน้อยถอยลงของความพึงพอใจหน่วยสุดท้ายในการบริโภคสินค้า” หรือ Diminishing marginal utility law "



เห็นด้วยกับตอนจบ ถามตัวเองให้ดี เพราะถามคนอื่นได้คำตอบอย่างไร ไปทางไหนก็เป็นเรื่องของคนอื่นเนอะ แต่เมื่อถามตัวเองดีแล้ว ตอบได้แล้วก็เดินหน้าลุยเลย ไม่ต้องชักช้า ไม่ต้องมัวเสียดาย
ความคิดเห็นที่ 4
Yamalee วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 14.11 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

มาอ่านแล้ว สงสัยต้องหยิบมาดูอีกรอบ

เผื่อจะมีใครมานั่งด้วยกันในเก้าอี้ที่สวนสาธารณะ

+1 ค่ะ ^^
ความคิดเห็นที่ 3
มะอึก วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 13.49 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

Notting Hill คือภาพยนต์ที่ทำให้ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เปิดดู
ผมดูเรื่องนี้จากแผ่น vcd ดูจนแผ่นถลอก ก็ไปซื้อ dvd มาดู
ยืนยันนะครับ ว่า "ซื้อมาดู ไม่ได้ซื้อมาเก็บ"
ผมจะหยิบมันมาดูตลอดไป เมื่อผมว่างจากงาน
.
.
ความรักที่แท้จริง มีมากมายครับ
ขอให้ความรัก...มีอำนาจเหนือ sex ไว้ก่อน
ความรักของเราหอมหวานยั่งยืน
และ sex จะละมุน......ยิ่งนัก
.
ที่พูดที่กล่าวมานี้ไม่ใช่ทฤษฎี...แต่มันคือประสบการณ์ของคนที่มีความรักเหนือ sex อย่างนายมะอึก
.
+ 1
เพราะท่านเขียนหนังสือได้ดีมากครับ
หรือผมเพิ่งจะมีโอกาสเข้ามาเห็นสำนวนของท่านเป็นครั้งแรก?
.
ผมขอย้อนหนังอีกเล็กน้อยนะครับ
.
ความคิดเห็นที่ 2
Hydrojen วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 13.44 น.
http://www.oknation.net/blog/Hydrojen

เห็นด้วย ครับ

รายละเอียดเล็กน้อยเป็นอะไรที่สำคัญ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/07/2008 เวลา : 13.38 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"จูบสุดท้าย" ใน Cinema Paradiso

จูบสุดท้ายของ Cinema Paradiso กับดนตรีประกอบของ Ennio Morricone ได้ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักในดวงใจของใครหลายคนไปในทันใด

View All
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31