• himalaya_princess
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-08-02
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 50848
  • ส่ง msg :
  • โหวต 38 คน
sky and earth meet each other at the horizon
the way to make me feel better is the way to himalaya
Permalink : http://www.oknation.net/blog/himalayablog
วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม 2553
Posted by himalaya_princess , ผู้อ่าน : 2172 , 18:56:29 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน himalaya_princess , ikoba โหวตเรื่องนี้

 


Lachen, North Sikkim

การเดินทางสู่ North Sikkim ของพวกเราสามสาว ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง เพราะครั้งนี้พวกเราเจอกับเรื่องที่ทั้งตื่นเต้น ลุ้นระทึก สนุกสนาน ได้ประสบการร์แปลดใหม่ แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือการต้องเสี่ยงภัยเอาชีวิตรอดแบบรายการ Survivor

สำหรับทริปสิกขิมเหนือ เนื่องจากพวกเรามีเวลาจำกัด ข้าวจึงให้ไบซุง จัดทริปให้แค่ 3 วัน สองคืน โดยเราเลือกนอนที่ Lachen 1 คืน หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยัง Lachung นอนที่นั่นอีก 1 คืน แล้วจึงค่อยกลับเข้ากังต๊อก โดยโปรแกรมของพวกเราไม่ลืมที่จะระบุลงไปว่าต้องไป Chopta Valley, Yumthang Valley แล้วก็ Zero Point 

คืนก่อนเดินทางหนึ่งคืน จัสตินก็มาบอกว่า พรุ่งนี้จะมีชาวออสซี่หนึ่งคนขอแชร์ไปด้วยจะได้หรือป่าว เพราะเค้ามาคนเดียว ซึ่งข้าวกับเพื่อนๆก็ปรึกษากันแล้วสันนิษฐานว่าจะเป็นเจ้าหนุ่มคนที่พวกเราเจอเมื่อตอนเย็น  นอกจากนี้จัสตินยังบอกว่าแด้วทางบริษัทจะลดค่าทัวร์ให้พวกเราสามคน (สงสัยไปบวกเพิ่มที่หนุ่มออสซีแหง๋ๆๆๆ) พวกเราก็เข้าใจว่าคนอยากเที่ยว บางทีก้อต้องหาพวก เลยตัดสินใจให้ร่วมแชร์ไปด้วยกัน

วันรุ่งขึ้นพวกเราเลยได้เจอรุค เพื่อนร่วมทางชาวออสซี่ หนูบอกว่าผ่าน เพราะพิจารณาจากหน้าตา ฮ่าาาาาาา

การเดินทางสู่สิกขิมเหนือจึงมีข้าว เต๋า หนู รุค และ ไกด์ที่น่ารัก Gatshu (หนูบอกว่า นายได้รองเท้าแล้ว เพราะชื่ออ่านว่า เกท ชู 555) พร้อมด้วยรถจิ๊ป และคนขับ(ที่มักจะตื่นเต้นสมอเมื่อข้าวหยิบเอาน้องพลุ้ยลูกชายหัวแก้วหัวแหวนขึ้นมาอวดสายตาชาวโลก)

โปรแกรมวันนี้จุดมุ่งหมายคือหมู่บ้าน  Lachen (ซึ่งก่อนหน้านี้ข้าวลองถามจากเอเย่นทัวร์บรฺิษัทอื่นๆ ที่คนไทยชอบไปกัน มีการบอกว่าเข้าไม่ได้หิมะตก หมู่บ้านปิด แต่ทำไมพอถามไบซุงเค้าก็บอกว่าได้ รับประกันด้วยเกียรติของตี๋ธิเบต) ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างจากกังต๊อก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 - 7 ชั่วโมง พวกเราเลยต้องเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า โดยระหว่างทางก็จะแว่ะเที่ยวไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ตามที่ LP และ ชาวโลก เค้าไปเที่ยวกัน




Tashi View Point

จุดชมวิวที่ห่างจากเมืองกังต๊อกประมาณ 8 กิโลเมตร เช้าๆแบบนี้อากาศเย็นสบาย แต่มีหมอกลงเล็กน้อย จุดชมวิวแห่งนี้จะเป็นเส้นทางผ่านเวลาที่เราจะไปวัด Phodong Monatery


 

จากจุดชมวิวทาชิ ถ่ายเจ้าต้นสนมาได้แค่นี่ล่ะค่ะ

จากนั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันต่อไปยังวัด Kabi Lungchok ซึ่งวัดนี้ไม่ได้มีในลิสต์ของข้าว แต่ gatshu บอกว่าเป็นวัดที่สำคัญวัดหนึ่งของสิกขิม โดยมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก




Kabi Lungchok Monastery




จากประวัติที่เล่าโดยเกทชู สรุปได้คร่าวๆว่า วัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ร่วมสาบานของกษัตริย์ต่างเมือง 3 เมือง ที่มาสาบานตนกรีดเลือดเป็นพี่น้องกันตรงก้อนหินก้อนนี้

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางกันต่อไปมุ่งหน้าสู่วัดโพดอง ระหว่างทางสองข้างทางที่พวกเราผ่านไป ส่วนใหญ่ก้อเป็นภูเขาหน้าผาสูงชัน มีบางช่วงที่ฝนตกให้พอลุ้นระทึก แต่พวกเราไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะเมืองสิกขิมเค้ามีธงภาวนาคอยคุ้มครองตลอดเส้นทาง นั่งรถไปก็ท่องไป โอม มณี ปัทเมหุง (ได้มาตอนไปลั้ล ล้า ที่เนปาล)








ธงภาวนาทั้งห้าสี ตลอดสองข้างทาง






"ธงห้าสีตามความเชื่อศาสนาพุทธแบบธิเบต สีแดงหมายถึงไฟ , สีฟ้า หมายถึง ท้องฟ้า  , สีขาว หมายถึง อากาศ , สีเขียว หมายถึง น้ำ และ สีเหลือง หมายถึง โลก"




สาวน้อยคนนี้ข้าวเจอเค้าระหว่างทางที่เราแว่ะถ่ายรูปบนสะพานค่ะ

ตอนนี้ดูเวลาพวกเราก็ตุปัดตุเป๋กันมาบนรถจิ๊ป น่าจะเข้าสู่ชั่วโมงที่สาม ในที่สุดพวกเราก็เจอสถานที่อีกที่นึง น้ำตกเจ็ดสาวน้อย (ใครก๊อปใครเนี๊ยะ หรือว่าเราทะลุมิติมายังสระบุรี)



seven sisters waterfall





Phodong Monastery






ช่วงตะลุยถ่ายรูปที่วัดโพดอง พวกเราก็ได้รู้ว่า รุค เดินทางมาอินเดียหลายครั้งแล้ว แล่ะส่วนใหญ่จะมาคนเดียว เนื่องจากแฟนของเค้าไม่ชอบเที่ยวอินเดีย แต่จะชอบเที่ยวเมืองไทย กับ เวียดนาม  เค้าบอกว่าแยกกันเที่ยว แล้วนัดเจอกันอีกทีในกัมพูชา  สรุปทริปต่อไปของรุค คือ ไปนครวัด นครธม

ก่อนมาอินเดียครั้งนี้ รุค ก็ไปแว่ะเมืองไทยมาแล้วเหมือนกัน เค้าบอกว่าไปเมืองไทยมาแล้วมากกว่า 7 ครั้ง และชอบเกาะเต่า มากที่สุด ข้าวฟังแล้วก็อึ้ง (ตูยังไม่เคยไปเลย ไอเกาะเต่าเนีียะ )

แต่การได้รู้ข้อมูลซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่ายก็ทำให้พวกเราไปได้ดี อีกทั้งมีไกด์ที่สุภาพแล้วใจดีมากๆ อยากนายรองเท้า น้องเกทชู 

น้องเกทชู รูปร่างไม่เหมือนตี๋ แต่จะคล้ายแขกอินเดียมากกว่า ตัวดำๆ แต่ยิ้มหวาน ตลอดเวลา ไม่ค่อยพูดมาก ยกเว้นจะเล่าเรื่องสถานที่หรือตำนานอันนี้ นายรองเท้าจะเล่าละเอียดยิบ ก็ต้องขอบคุณ มา ณ โอกาสนี้

สำหรับมื้อเที่ยงของพวกเรา นายรองเท้า พาพวกเราไปพักยังบ้านของสาวชาวสิกขิม ข้าวจำได้ว่าอาหารจะมีแกงไก่ที่ไม่มีรสชาติใดๆ ผัดผักกระหล่ำปลีใส่ผงกระหรี่สีเหลืองที่ไม่มีรสชาติอีกเหมือนกัน แล้วก็ข้าวสวย อาหารในสิกขิมจะอร่อย เมื่อเราเติมเกลือลงไป จำไว้นะคะ




อิ่มกันแล้ว เดินทางกันต่อค่ะ เราต้องไปแว่ะพักอีกที ที่ Mangan ที่นี่จะเป็นเหมือนจุดตรวจรถ หรือ ด่านพักรถระหว่างทาง เพราะงั้นเดินทางต่อไป




มีสายน้ำ ลำธารให้เห็นตลอดทาง





มีช่วงนึงระหว่าง รถของจิ๊ปคันนึงจอดเสีย น่าจะเป็นยางแตก พวกเราก็เลยต้องหยุดรอประมาณเกือบชั่วโมงแนะ ระหว่างนี้จะทำไรได้ นอกจากถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ โพสต์กันไปมากกว่า 300 action คริ คริ  มาดูดาราประจำทริป เจ้าตัวนี้บินฟรีทุกทริป ไม่ทำไร นอน นอน นอน และเมื่อถึงเวลา ก็ออกมาชมโลก จะใครเสียอีก ก็ลูกชายตัวอ้วนกลม "น้องพลุ้ย หมีน้อยนักเดินทาง"



"คุณแม่พาน้องพลุ้ยไปเที่ยวไกลถึงสิกขิม ฮับ"

ครั้งแรกที่เกทชู กับ คนขับรถ เห็น ข้าวหยิบน้องพลุ้ยออกมาจากเป้ สองคนนั้นยิ้มๆ แล้วถามข้าวว่านี่คืออะไรเหรอ ข้าวเลยบอกว่านี่คือลูกชายชื่อน้องพลุ้ย ไอมีลูกชายสามคน อีกสองคนอยู่ในเมืองไทย ทริปนี้พามาเที่ยวได้แค่คนเดียว เดี๋ยวโหลดขึ้นเครื่องไม่ได้ สองคนนั้นหัวเราะกันใหญ่ คงไม่คิดล่ะซิ ว่าสาวไทยจะติงต๊อง ได้น่ารัก คริ คริ

ไปกันต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวจะถึงลาเชน ซ่ะมืดค่ำ แล้วจะอันตรายเอา เพราะสองข้างทางที่นั่งรถมาฝั่งขวาคือภูเขาที่มีป้ายคอยเตือนตลอดทางว่า " land slide " มั่งล่ะ " shotting stone " มั่งล่ะ ซึ่งน้องเต๋านั่งฝั่งนั้นก็ต้องระวังตัวเองไป ส่วนข้าว นั่งฝั่งซ้ายก็ไม่มีไรมาก ดูจากสายตาแล้วไม่น่าจะเกิน หนึ่งฟุต คือ เหว เหว และ เหว

บางช่วงน่ากลัวมากเลยค่ะ ฝนตก ถนนลื่น ดินถล่มลงมา แต่ยังไปเดินทางต่อไปได้ เอาล่ะว้า ไหน ไหน ก็ไหน ไหน สู้ต่อไปสตรีไทย

แต่ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็คงอยู่ที่นั่น ถ้าเราไม่ลงมือกระทำ ในที่สุด พวกเรา หก ชีวิต กับ หนึ่งน้องหมี ก็มาถึงหมู่บ้านน่ารักๆ หลังคาสังกะสี และเต็มไปด้วยธงสีแดง เหลือง ขาว เขียว ฟ้า หมู่บ้านไรเน๊๊ยะ อากาศเย็นชะมัด แต่ไม่มีหิมะตกเลย













ถึงแล้วค่ะ หมู่บ้านลาเชน หมู่บ้านเล็กๆ ดูเรียบง่าย สะอาดตา  บ้านหลังเล็กที่ตัวบ้านครึ่งหนึ่งจะทำด้วยไม้ อีกครึ่งนึงเป็นแผ่นปูน หรือซีเมนต์ ตัวบ้านมักทาด้วยสีสันต่างๆ แตกต่างกันไป แต่ที่แน่ๆ คือ หลังคาจะมุงด้วยสังกะสี เป็นส่วนใหญ่ ตอนที่พวกเราไปถึงเป็นเวลาเกือบเย็นๆ แล้วล่ะค่ะ แต่อากาศดีมาก  เกทชูพาพวกเราไปพักที่เกสต์เฮาส์หลังหนึ่ง โดยพวกเราสามสาวนอนดด้วยกัน มีห้องน้ำส่วนตัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งมันก็โอเค ใช้ได้ แต่ก่อนหน้าจะมาพักที่นี่ไบซุงก็พูดเป็นร้อยรอบว่า ต้องขอโทษนะ ที่ลาเชนไม่มีโรงแรมของ Modern อาจจะไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร แต่ถ้าไปลาซุงเมื่อไหร่ จะได้พักโรงแรมที่ดีที่สุด อืมมมมมมมมมมมมมมมม

หลังจากเช็คอินและพักผ่อนพอสมควร เกทชูก็บอกว่าจะพาไปเดินเล่นรอบหมู่บ้าน  ได้ฟังดังนั้นพวกเราก็ กล้องพร้อม กายพร้อม ลุย!!!!!!!!




สองหนูน้อยชาวลาเชน

ความประทับของวันนี้อยู่ที่พวกเราได้พบท่านลามะใจดี แห่งวัดลาเซ็น  ท่านลามะ ท่านนี้มีตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสนะคะ ท่านใจดีมากขนาดพาพวกเราไปเยี่ยมชมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวัด ไม่ว่าจะเป็น กระดุกท่อนเข่าของพระอรหันตสาวกรูปหนึ่ง ท่านเอากระดูกท่อนนั้นมาแตะศรีษะพวกเราด้วยนะคะ สาธุ สาธุ ค่ะ

แล้วก้อเอาน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาเทใส่มือ โชคดีที่ข้าวเคยเจอมาจากวัดธิเบตในเนปาล สิ่งที่เราต้องทำคือ เราต้องดื่ม (หรือทำท่าเสมือนว่าดื่มน้ำ) น้ำมนต์อันนั้นก่อน แล้วค่อยเอาลูบหัว ลูบหน้าค่ะ

นอกจากนี้ท่านลามะก็พาเยี่ยมชมห้องทุกห้องในวัดแห่งนี้ค่ะ ทำให้ข้าวนึกถึงหลวงปู่ หลวงตา ใจดี ตามวัดบ้านนอกในเมืองไทยเรา ที่หลวงตาจะใจดี มีของศักดิ์สิทธิ์อะไรก็ยกมาให้ลูกหลานหมดเลย ไม่มีหมกเม็ด ไม่มีกั๊ก เปี่ยมไปด้วยความเมตตาค่ะ

ก่อนกลับท่านยังแบ่งข้าวสารศักดิ์สิทธิ์มาให้พวกเราทุกคน คนละเล็กคนละน้อยด้วยนะคะ ท่านบอกว่าข้าวสารศักดิ์สิทธิ์นี้ผ่านการทำพิธีกรรมมาจากท่านดาไล ลามะ องค์ปัจจุบันนี่ล่ะค่ะ อ่อ ข้าวลืมบอกไป วัดลาเซ็น ถูกสร้างขึ้นโดยได้รับความอุปถุมภ์จากท่านดาไล ลามะ นะคะ






ท่านลามะใจดี แห่งวัดลาเซ็น




Lachen Monastery, North Sikkim



บรรยากาศโดยทั่วไปในวัดลาเซ็น






ปิดทริปวันแรกในลาเซ็น ด้วยอาหารสไตล์สิกขิมมิส แป้งโรตี(นาน) ผัดผักโขมที่ไม่มีรสชาติใดๆทั้งสิ้น อีกแล้ว แกงที่ไม่มีรสชาติอีกเช่นกัน แล้วก็ข้าวสวย อย่างที่ข้าวบอก เกลือทำให้อาหารอร่อยขึ้น และไม่มีเนื้อสัตว์ให้พวกเรารับประทาน ถือได้ว่าไม่อิ่มข้าว แต่เราโปรดสัตว์ อิ่มบุญชดเชย อืมมแต่ที่ข้าวรอดมาได้คือ ชาค่ะ ประเทศแถบนั้นชามันอร่อยดีนะ คิดว่า ชาใส่นมแพะไรงี้ (แต่บางทีอาจเป็นนมควายที่เคยกินมาแล้วในอินเดีย)



ภาพนี้ถ่ายจากหน้าต่างห้องพัก, ลาเซ็น


เช้าวันที่สองของพวกเรา เริ่มต้นด้วยอาการหูเย็น หุหุ ทุกทีเลย เวลาเจออากาศหนาวๆ ไม่ว่าจะใช้หมวก หรือ เอียปลั๊ก ยังไงมันก็ยังหนาวอยู่ดี แถมน้ำอุ่นก็ไม่อุ่น ตัดใจยอมอาบน้ำเย็นสุดๆๆ รีบกินข้าวให้เสร็จเร็วๆ แล้วก็ออกเดินทางตั้งแต่หกโมงเช้า  เพียงเพราะว่าวันนี้พวกเราต้องเดินทางไปเที่ยวชอปต้าร์ วัลเลย์

Chota Valley เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งอยู่เหนือลาเซ็นขึ้นไป ได้ชื่อว่ามีแลนด์ สเคป ที่สวยงามอีกทีนึง แล้วจะสวยมากในตอนที่มีหิมะปกคลุม ภูเขาสูงเทียบเส้นขอบฟ้า หิมะปกคลุมขาวโพลนสุดลูกหู ลูกตา นั่นคือ ชอปต้าร์ที่คนอื่นไปเที่ยวมา

แต่พวกเราไปในตอนที่หิมะมันละลายแล้ว ก็เลยได้ชอปตาร์มาในวันเวลา ณ ขณะนั้น
 



เจ้ารถคันนี้พาพวกเราตะลอนทัวร์ทั่ว North Sikkim





ถ้ามีหิมะคงจะสวยไปอีกแบบนึง





เส้นทางไต่ระห่ำเส้นขอบฟ้าจริง จริงเลย





Chopta Valley , North Sikkim





น้องพลุ้ยกับเส้นทางสู่เส้นขอบฟ้า

เราสองคนแม่ลูก มีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับไปใกล้ๆ หิมาลัย ภูเขา หิมะ และเส้นขอบฟ้า 


สำหรับ chopta Valley มิได้ดึงดูดใจให้ข้าวหลงรักจนอยากมาปักหลักที่นี่ แต่มันมีผลต่อหนู หนูบอกข้าวว่าอยากมาชอปตาร์ วัลเลย์ อีกครั้งตอนแก่ๆ อยากมาสร้างบ้าน เลี้ยงจามรีอยู่ที่นี่

ข้าวก็ไม่ขัดศรัทธา แต่บอกหนูไปว่า ชั้นคงไม่มาแล้วครั้งเดียวเกินพอ แด้วข้าวจะรอหนูอยู่ที่เนปาลล่ะกัน เพราะให้ข้าวนั่งรถจิ๊ปเสี่ยงตายมาตั้งหกเจ็ดชั่วโมง อายุแค่นี้ยังพอไหว ถ้าเลยสี่สิบไปแล้วขอบาย ขอไปแบคแพคประเทศที่มันสบายๆมวลกระดูกดีกว่านะ หุหุ

แต่ข้าวเชื่อว่าทุกคนมีความฝันในเมื่อหนูฝันอยากอยู่ชอปตาร์ วัลเลย์ ก็ขอให้สมใจนึก ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา



ปิดท้ายด้วยหนุ่มน้อย ชาวชอปตาร์ วัลเลย์ คนนี้ ข้าวจำชื่อน้องเค้าไม่ได้แล้ว แต่เค้าบอกข้าวว่า  พี่คนนั้นสวย เค้าหมายถึงหนู นี่หรือจะเป็นเนื้อคู่ของหนูมัน พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ........

แล้วมาเดินทางกับข้าวในตอนต่อไปสู่ Lachung , Yumthang and Zero Point นะคะ






















อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
theeratatt วันที่ : 16/10/2010 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ผมว่า ผมหลงรักสิกขิม เอาเข้าแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vii๖ วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

น่าไปหลาย....
ขอเกาะเป้ตามไปเที่ยวด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คุณย่า วันที่ : 12/10/2010 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/goodoldday
Most of the important things in the world have been accomplished by people who have kept on trying when there seemed to be no hope at all.  

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ikoba วันที่ : 11/10/2010 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rookiex

เดี๋ยวมาอ่านคร้าบ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน