| โมกูจู ดอยสูงกลางป่าตะวันตก | ||
ภาพจากทริปโมกูจู ยอดเขาสูงกลางป่าตะวันตก |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้ขอออกนอกคอนเซปท์ บล็อกท่องเที่ยวซักหน่อยเพราะดันไปสะดุดกับหนังเรื่องนึง ที่อยากดูตั้งแต่ตอนเข้าโรง แต่เพิ่งมีโอกาสได้ดู ด้วยความที่ชอบหนังที่มีอารมณ์เศร้าๆเหงาๆเป็นที่สุด บางครั้งเลยมีอาการที่เรียกว่าดูหนังจบแล้วแต่ภายในสมองยังวนเวียนอยู่ในเรื่องราวที่หนังถ่ายทอดออกมา เหตุการณ์ประเภทนี้ไม่เกิดขึ้นบ่อยแต่ก็มีหนังหลายๆเรื่องที่ทำให้เกิดอารมณ์ค้างอย่างนี้เช่นหนัง crying out love in the center of the world, The Englist Patient, The Bridge of Madison County หรือบรรดาหนังของเฮียหว่องกาไว เป็นต้น และล่าสุดก็คือ Nada Sou Sou หนังที่หลายๆคนอาจได้ชมไปแล้ว อย่าหาว่าเชยเลยแต่พอดีเพิ่งหาดีวีดีได้เลยเพิ่งมีโอกาสได้ดู
เรื่องราวในหนังเกิดขึ้นที่เกาะฮานา เมืองโอกินาวา เด็กสองคนคือ โยตะ อายุ 8 ขวบ และ คาโอรุ อายุ 5 ขวบ ดูจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย แต่โชคชะตาก็นำพาเขาทั้งสองให้มาเป็นพี่น้องกัน โดยแม่ของโยตะตัดสินใจแต่งงานใหม่กับนักดนตรี ที่มีลูกติดคือคาโอรุ แต่แล้ววันหนึ่งพ่อของคาโอรุก็หนีหายไปโดยทิ้งคาโอรุไว้เบื้องหลัง ซ้ำแล้วแม่ของโยตะก็มาล้มป่วยลง โดยก่อนสิ้นใจ โยตะได้ให้สัญญาไว้ว่าจะดูแลคาโอรุอย่างดีทีสุด เมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็พัฒนาไปเกินกว่าที่พี่น้องจะมีให้แก่กัน เพียงแต่ต่างเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ โยตะทำงานหนักเพื่อความฝันที่จะมีร้านอาหารเล็กๆเป็นของตัวเอง แต่ก็ถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกเงินไปจนหมด อีกทั้งยังเป็นหนี้สินตามมาอีก แต่ภายใต้สภาพที่สิ้นหวังเขาก็ยังไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้กับคาโอรุได้เห็น เหมือนกับจะพยายามรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ของเขาก่อนตายไว้อย่างมั่นคง ว่าจะดูแลน้องให้ดีที่สุด โยตะ คิดเสมอว่า คาโอรุ ไม่รู้ความจริงที่ว่าทั้งสองไม่ได้มีพ่อและแม่เดียวกัน แต่ในความเป็นจริง คาโอรุรู้มาโดยตลอดแต่มิกล้าเอ่ยถึงเพราะกลัวว่าทั้งสองจะต้องแยกจากกันเมื่อต่างฝ่ายต่างรู้ความจริงนี้ เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างถูกเปิดเผย คาโอรุเลือกที่จะแยกออกไป โดยทั้งสองมิได้มีโอกาสกล่าวถึงความรู้สึกลึกๆของตัวเองให้อีกฝ่ายทราบ ทั้งสองมาเจอกันอีกครั้งเมื่อ โยตะเข้าไปช่วย คาโอรุจากพายุฝน แต่ก็เป็นการพบกันครั้งสุดท้ายเมื่อ โยตะล้มป่วยลงด้วยว่าร่างกายผ่านการทำงานหนักมาตลอดชีวิต ทั้งสองไม่มีโอกาสแม้จะบอกลาหรือบอกถึงความในใจเป็นครั้งสุดท้าย ภาพสุดท้ายที่ คาโอรุได้รับพัสดุที่เป็นกิโมโนสำหรับวันฉลองบรรลุนิติภาวะ ที่ส่งมาโดยโยตะก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เป็นเสมือนของขวัญชิ้นสุดท้ายที่มอบให้คาโอรุ เพื่อที่จะให้คาโอรุเติบโตเป็นผู้ใหญ่โดยไม่มีพี่ชายคนนี้คอยคุ้มครองอีกแล้ว เวลาอยากร้องไห้ให้เอามือปิดจมูกแบบนี้ ... แล้วน้ำตาจะหยุดไหล " เป็นคำสอนสุดท้ายที่โอตะได้รับจากแม่ ก่อนที่แม่จะสิ้นใจ เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการอดกลั้นเอาไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเอกของเรื่องมักเลือกที่ใช้ในการอดกลั้นความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ผู้อื่นเห็น ไม่ว่าจะเป็นตอนที่โยตะสิ้นหวังจากการล้มละลาย หรือในเวลาที่ทั้งสองเลือกที่จะแยกกันอยู่ ต่างฝ่ายต่างพยายามปิดกั้นความรู้สึกลึกๆข้างในไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ ถึงแม้ทั้งสองจะกลัวที่จะต้องจากกันเพียงไร แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวเชื่อมทั้งสองไว้ด้วยกันก็คืออัลบั้มรูปในสมัยเด็ก ที่เป็นเสมือนตัวแทนของครอบครัวที่เหลือกันเพียงสองคน สังเกตุได้จากตอนที่โอตะเข้าไปช่วยคาโอรุจากพายุ สิ่งสำคัญสิ่งแรกที่คาโอรุเลือกที่จะเก็บรักษาคือ อัลบั้มรูปนั้น นั่นเอง เครดิตตอนท้ายเรื่องก็ทำเอาน้ำตาซึมได้ง่ายๆกับภาพถ่ายตอนเด็กของทั้งสอง รวมถึงเสียงเพลง Nada Sou Sou เพลงที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับหนังเรื่องนี้ |