• hooknoi
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worasakc@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-30
  • จำนวนเรื่อง : 77
  • จำนวนผู้ชม : 34867
  • จำนวนผู้โหวต : 320
  • ส่ง msg :
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันอาทิตย์ ที่ 20 มกราคม 2551
ทริปตามสายหมอก ดอยเสมอดาว ภูชี้ฟ้า ผาตั้ง สันป่าเกี๊ยะ ตอนแรก
Posted by hooknoi , ผู้อ่าน : 506 , 13:02:01 น.   | หมวดหมู่ : เที่ยวทั่วไทย  
พิมพ์หน้านี้


"เคยรู้สึกละอาย เวลาจะไปเที่ยวมั้ยครับ....อายที่จะบอกที่บ้านว่าเราจะไปเที่ยวอีกแล้ว อายที่จะบอกที่ทำงานว่าจะลางานไปเที่ยวอีกแล้ว"

ครับ นั่นคือความรู้สึกของผมเอง แล้วก็มารู้ทีหลังอีกว่าสมาชิกของทริปนี้ก็มีความรู้สึกเดียวกันหมด ก็อันที่จริงพวกเราก็เพิ่งเจอกันเมื่อสองอาทิตย์ก่อนที่ดอยแบวี แล้วนี่ก็จะขึ้นเหนืออีก ช่วงเดือนธันวา แต่ละคนก็มีทริปขึ้นเหนือกันประปราย แล้วอย่างนี้เป็นใครได้ยินก็คงต้องว่าบ้าแน่ๆ ดังนั้นทริปนี้อาจเรียกอีกอย่างว่า ทริปหนีเที่ยวก็ไม่ผิดนัก เพราะบางคนก็หนีงานมาเที่ยว บางคนก็หนีที่ทำงานมาเที่ยว ถ้าไม่หนีก็ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่าไปเที่ยว โดยจุดหมายคราวนี้ของพวกเราอยู่ที่ดอยสูงแห่งเมืองเหนือครับ

อันที่จริงทริปนี้เราวางแผนกันมาเป็นเดือนแล้ว จุดมุ่งหมายตอนแรกคืออยากไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ดังๆ ที่เราไม่อยากไปตอนวันหยุดเทศกาล เพราะคนจะเยอะมากๆ เลยกะว่าไปหลังปีใหม่ซักอาทิตย์นึง ซึ่งก็ตรงกับวันเด็กพอดี เราเลยเรียกกันเล่นๆว่าทริปวันเด็กครับ โดยกะว่าจะขับรถไปกันเอง แผนแรกของเราวางไว้ซะสวยหรู ว่าจะเป็นทริปชมทะเลหมอกกับดอกซากุระ  แต่ด้วยว่าซากุระเมืองไทย ปีนี้รวนเร รีบบานตั้งแต่ปีใหม่ เลยทำให้ทริปนี้ต้องตัดกิจกรรมชมซากุระออก (จริงๆก็เริ่มเอียนดอกไม้มาตั้งแต่ทริปปีใหม่แล้วครับ) เหลือแต่มาดูทะเลหมอกแทนก็แล้วกัน

จากเริ่มแรกที่วางแผนไว้ 4 วัน แต่ด้วยการงานที่รัดแน่น เลยจำใจต้องตัดออกเหลือ 3 วัน แต่สมาชิกแต่ละคนก็ไม่ยอมตัดจุดหมายปลายทางที่จะไป สุดท้ายเราเลยต้องเดินทางกันตั้งแต่คืนวันพฤหัส เพื่อมุ่งตรงไปยังดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน ให้ทันดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วต่อไปยัง ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย แล้วจึงวกมาทางตะวันตก เข้าสู่สันป่าเกี๊ยะ จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะตีรถกลับวันอาทิตย์  (งงๆกับสถานที่มั้ยครั้งว่าอยู่คนละมุมประเทศกันเลย ก็ทริปนี้เกิดจากการเอาที่ที่อยากไปเป็นที่ตั้งหนะครับ เลยได้มาแบบนี้)

แค่เห็นแผนการก็เหนื่อยแล้วหละครับ แต่ด้วยใจรัก สมาชิกที่พอรวบรวมได้สำหรับทริปนี้ก็ 4 คนพอดีๆกับรถกระบะสี่ประตูที่จะเป็นพาหนะของพวกเราในทริปนี้ อดีตล่ามของเราจากทริปแชงกรีล่า มาทริปนี้ให้การสนับสนุนยานพาหนะ รวมถึงเป็นสารถีหลักให้ด้วย เรานัดเจอกันแถวๆพระรามสองประมาณสองทุ่มครึ่ง ก่อนมุ่งหน้าตรงไปรับสมาชิกที่เหลือที่อีกสองคนอยุธยา ซึ่งกว่าจะคว้าสมาชิกที่เหลือมาได้ แทบจะไปลากตัวออกมาจากหน้าคอมส์ที่โรงงานเลย เพราะท่านๆไม่ยอมเลิกงานเอาง่ายๆ ทำให้กว่าที่เราจะออกจากอยุธยาได้ก็ปาไปห้าทุ่มเข้าไปแล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะไปถึงดอยเสมอดาวไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้น เป็นไปได้อย่างสูง แต่ก็คุยๆกันในรถแล้วว่าความปลอดภัยมาก่อน ค่อยๆขับไป ถึงเมื่อไหร่ก็ช่างมัน

กระบะวีโก้สี่ประตูพาเรามุ่งผ่านจังหวัดแล้วจังหวัดเล่า ตั้งแต่นครสวรรค์ พิษณุโลก อุตรดิษฐ์ ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ หนังตาของพวกเราก็เริ่มหย่อนลงเท่านั้น จนเมื่อเข้าเขตจังหวัดแพร่ พวกเราต้องสลับกันขับเรียกว่าเปลี่ยนกันทุกๆชั่วโมงเลย ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อันเป็นที่ตั้งของดอยเสมอดาว พวกเราก็ลัดเลาะกันอยู่บนดอยสูงท่ามกลางความมืด มองออกไปด้านนอก เห็นดาวเต็มท้องฟ้า สุกสว่างอยู่ในระดับที่แทบจะอยู่ตรงหน้าเลย นี่หละมั้งที่เค้าเรียกกันว่า เสมอดาว คืออยู่สูงจนเสมือนอยู่ระดับเดียวกับดวงดาวบนท้องฟ้าเลย

จากถนนที่มุ่งตรงสู่อุทยานศรีน่าน เราเลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทางเพื่อสู่จุดหมายของเช้านี้ นั่นคือ “ดอยเสมอดาว” ถึงแม้ว่าเรารถเราจะจอดถึงยังลานจอดรถแล้ว แต่ละคนก็ยังงงๆว่าตกลงเรามาถูกที่หรือเปล่าหว่า เพราะดูแล้วมีเพียงพวกเรากับนักท่องเที่ยวสองกลุ่มเท่านั้น แต่พอเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวก็มั่นใจขึ้นหน่อย ก็เพราะมีป้ายบอกหราเลยว่าดอยเสมอดาว ขณะนั้นฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว มองเห็นทะเลหมอกที่ปกคลุมลำน้ำน่านอยู่เบื้องล่างเป็นแนวยาว ในที่สุดเราก็มาถึงดอยเสมอดาวได้ทันเวลาชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ต่างคนต่างนั่งชมวิวด้วยอาการเบลอๆ บางคนก็ขอตัวเอาเสื่อมาปูนอนกันตรงลานชมวิวนั่นเลยเพราะอดนอนกันมาทั้งคืน

นั่งชมวิวไปด้วย กินขนมไปด้วยจนฟ้าสว่าง นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นก็ออกเดินทางกันไปหมดแล้ว ก็ได้ฤกษ์ที่พวกเราจะได้เวลาเดินทางกันต่อไป ใจจริงอยากกางเต็นส์นอนมันตรงนั้นเลย แต่ด้วยว่าเราไม่ได้มีเสบียงอะไรติดมาเท่าไหร่เลย แต่ละคนแค่หอบเสื้อผ้ากับตัวมาทั้งนั้น เลยต้องเดินทางต่อไปหาอะไรกินกัน สำหรับมื้อเช้านี้ขอฝากท้องไว้ที่ตัวเมืองน่านครับ

จากอุทยานศรีน่าน ใช้เวลาไม่นานก็ถึงตัวเมืองน่าน เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปประหยัด (อันที่จริงก็ทุกทริปนั่นแหละ) ตลาดเช้าจึงเป็นที่ฝากท้องของเราในเวลานี้ นั่งกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าเก่าแก่ (เดาเอาจากลักษณะร้านและคนขาย) แล้วก็ไม่ลืมซื้อหาเสบียงติดรถไปด้วย วันนี้ยังต้องเดินทางอีกไกล

จากอำเภอเมืองเราวิ่งตรงขึ้นสู่ ท่าวังผา แล้วเลยไปถึงปัว แต่ดีที่จอดรถเช็คแผนที่ที่ปัว ปรากฏว่าทางแยกที่จะไปพะเยาดันอยู่ตรงท่าวังผานี่หว่า เลยต้องย้อนกลับไปท่าวังผาอีกที นี่แหละครับผลของการไม่ได้นอน ก็เลยเบลอๆกันไปหมด ไม่สมควรเอาเยี่ยงอย่างเป็นอย่างยิ่ง

ระหว่างทาง เราหยุดพักกันที่วนอุทยานภูลังกากันเพื่อพักเหนื่อย แล้วก็พักรถไปในตัวด้วย แต่ว่าไม่ได้ขึ้นไปถึงยอดภูลังกา เพราะจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ต้องเป็นรถโฟว์วีลล์เท่านั้นที่ขึ้นไหว เลยได้แต่นั่งต้มกาแฟกินลมชมวิวกันตรงตัวที่ทำการ ก่อนที่จะเดินทางต่อมาอำเภอเชียงคำ เราเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยววัดเที่ยววากันบ้าง ถือว่าเอาฤกษ์เอาชัย สำหรับวัดที่แวะเวียนไปในวันนี้คือ วัดนันตทาราม เป็นวัดที่มีศิลปะแตกต่างไปจากวัดในแถบพะเยา-น่าน คือแทนที่จะเป็นศิลปะแบบไทยลื้ออย่างวัดอื่นๆในแถบนี้ แต่กลับเป็นศิลปะไทยใหญ่ ด้วยว่าวัดแห่งนี้ชาวไทยใหญ่ร่วมใจกันสร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว ตอนเดินเข้าไปในอาณาบริเวณวัด ถ้าไม่บอกคงนึกว่าอยู่แม่ฮ่องสอนแน่ๆเลย

หลังจากทำบุญไหว้พระเสร็จ ก็ได้เวลาบึ่งไปยังจุดหมายของเราซะที นั่นคือ ภูชี้ฟ้า ซึ่งขณะนั้นเรายังไม่มีที่พักกันเลย คิดว่าไม่ใช่เทศกาลคงหาไม่ยากนัก อีกอย่างถ้าไม่มีก็กางเต็นส็เอาก็ได้ เส้นทางต่อจากนี้ต้องลัดเลาะไปตามไหล่เขาที่กั้นเขตแดนระหว่าไทยกับลาว ยิ่งขับไปพระอาทิตย์ก็ยิ่งคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายเลยตัดสินใจหยุดรถข้างทางมาดูพระอาทิตย์ตก ตรงริมถนนนั่นเลย

บอกลาพระอาทิตย์เสร็จ ก็ต้องรีบไปหาที่พักแล้วสิ กว่าจะไปถึงภูชี้ฟ้าก็มืดไปแล้ว แต่โชคดีทีตอนนี้ไม่ใช่เทศกาล เลยยังมีที่พักอยู่เหลือเฟือ แถมต่อราคาได้อีก เราได้ห้องพักขนาดพอดีๆ กับคนสี่คนในราคาพอดีๆเช่นกันครับ 400 บาท คืนนี้นอนกันแต่หัวค่ำชดเชยกับคืนก่อนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน

เช้านี้ตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีสี่ครึ่ง ล้างหน้าล้างตา เก็บสัมภาระเพื่อมุ่งหน้าไปยัง ภูชี้ฟ้า ข้อดีของการมาในช่วงนี้คือ คนไม่มากจนเกินไปนัก ดังนั้นเราจึงสามารถขับรถขึ้นไปจอดที่ลานจอดรถได้ ม่ายงั้นต้องเสียค่าสองแถวคนละสี่สิบบาท (สี่คนก็ร้อยหกสิบ) เราเดินกันสบายๆท่ามกลางความมืด เพราะดันลืมเอาไฟฉายมา เดินตามกันไปเรื่อยๆจนถึงยอดสุดของภูชี้ฟ้า เล็งหาที่สิงสถิตได้ก็ต้องอึ้งไป เพราะหินที่ผมนั่งอยู่มันอยู่แทบจะติดกับเหวลึกเลยครับ แต่ด้วยความมืดทำให้เราไม่สามารถรู้เลยว่าข้างหน้าหนะ เหวจริงๆ

นั่งรอจนแสงอาทิตย์เริ่มแง้มออกมาทีละเล็กทีละน้อย จากแสงสีแดงที่เพิ่มขึ้น ช่วยให้ภาพของทะเลหมอกเบื้องล่างชัดเจนขึ้นมา ทะเลหมอกสีขาว ท่ามกลางทิวเขาแหลมสูง ทำให้ทะเลหมอกที่นี่มีเอกลักษณ์ดูแปลกไปอีกแบบ ยิ่งผ่านไปนานเข้า ฝูงชนเบื้องหลังก็เริ่มเยอะขึ้นๆ ดีนะที่มากันแต่เช้ามืด ไม่อย่างนั้นคงไม่มีที่ให้นั่งถ่ายรูปแน่นอน


หลังจากเก็บภาพจนอิ่มหนำ ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อ เพราะวันนี้ยังอีกยาวไกล เราต้องตัดข้ามจากชายแดนไทยลาว สุดเขตตะวันออก ไปยัง ชายแดนไทยพม่า สุดแดนตะวันตก ให้ถึงก่อนมืดครับ

โปรดติดตามตอนต่อไปเน้อ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 39
INDYLOVE วันที่ : 08/02/2008 เวลา : 15.39 น.
http://www.oknation.net/blog/loveindy

ดอยเสมอดาว ภูชี้ฟ้า ผาตั้ง เคยไปมาแล้ว แต่สันป่าเกี๊ยะ นี่ซิยังไม่เคยไป
เห็นแต่เพื่อนๆ เขาพูดถึงกัน ต้องหาโอกาสไปบ้างซะแล้ว
ภาพถ่ายทอดออกมาสวยมากเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 38
เด็กดอย วันที่ : 03/02/2008 เวลา : 21.30 น.
http://www.oknation.net/blog/eapoe
 "ข้าวทุกเม็ดที่เรากิน ไม่รู้เม็ดไหนทำให้เราโต"  www.meukakeecotour.com 

สวยมากๆครับ ขอบคุณที่มาเยี่ยม
ความคิดเห็นที่ 37
สายล่อฟ้า วันที่ : 30/01/2008 เวลา : 00.06 น.
http://www.oknation.net/blog/theerapongbh

สวย...คม...ได้อารมณ์...

จริงๆครับ...

ความคิดเห็นที่ 36
คนสวย วันที่ : 25/01/2008 เวลา : 22.26 น.
http://www.oknation.net/blog/ratana

สวัสดีค่ะ ลุงฮูกฯ.............
อ้าววววว....ก็คนสวยเกาะติดปีกลุงฮูกฯมามิใช่หรือ....
ลุง...นับใหม่ซีคะ..... เพียงสี่เท่านั้นฤๅลุง...
นับผิดนับใหม่ได้นะคะ........
แก่เลี่ยวนา.....นับใหม่ซีค้า....นับใหม่....
ลืมหลานคนสวยได้ไง....
เกาะติดต้นปีกมาหนะ....ลุงฮูก...มองไม่เห็นอีกละซี...
...นับยังไง....ได้แค่สี่......หนึ้ง สอง สาม สี่
................****..................********..........
ภาพสวยจริงๆ ดูได้ไม่เบื่อเลยค่ะลุง.........
คนสวยต้องไปแน่ ................
แต่ตอนนี้.........จัดการเรื่องงานก่อน....นัวเนียดีแท้....
ว่างวายงานแล้วจะหิ้วกระเป๋า......ตามลุงฮูกฯสัก 3 - 4 วัน
ว่าแต่ลุงฯว่าง......พอที่จะบินนำทางไปรึเปล่า...........
แต่เอ.....ลุงฮูกนี่สัญลักษณ์กลางคืนมิใช่หรือ.......
เห็นอะไรๆชัดเจนกว่านี้แล้วค่อยพูดทีเดียว
ความคิดเห็นที่ 35
vickie วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 20.55 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

โอววว พระเจ้า มุมนั้นเลย ดอยเสมอดาว ... อยากไปนั่งละเลียดหมอก
ตะวันขึ้นที่ภูชี้ฟ้า สวยดีจัง นึกว่าจะกลับมาเล่าถึงข่าว ที่มีสาวตกลงไปเสียชีวิตโดยไม่คาดฝัน ให้ฟังด้วย เพราะเหตุเกิดช่วงที่คุณ Hooknoi ไปพอดีเลยฮับ หลังนั้นก็มีการใช้เชือกกั้นซะและ ฮือๆ

อยากไปดอยเสมอดาว กับสันป่าเกี๊ยะ
แด๋วตามไปตอน 2 ก่อนน
ความคิดเห็นที่ 34
ครูทิพย์ วันที่ : 24/01/2008 เวลา : 00.03 น.
http://www.oknation.net/blog/Tip2
ครูทิพย์

โอ๊ย! อิจฉาตาร้อนค่า...ได้ไปเที่ยวที่สวยๆ ทั้งน้านเลย..อยากไปจริงๆ
*********************************
ชวนไปเที่ยวชมอุทยาน ร.2 ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/Tip2/2008/01/23/entry-5
ความคิดเห็นที่ 33
พาโตราชู วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 23.26 น.
http://www.oknation.net/blog/Dog-Club


ชมภาพพรทิพย์ถ่ายแบบชุดแต่งงาน
ความคิดเห็นที่ 32
เจเจค่ะ วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 16.12 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ถ้าสอบเสร็จ

หนูไปด้วยจิ๊
ความคิดเห็นที่ 31
วิตามินบี วันที่ : 23/01/2008 เวลา : 00.56 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


มาเยี่ยมชมความงามของธรรมชาติ
ตอนดึกๆค่ะ
ถึงฟ้ามืดแล้ว
แต่หัวใจก็ยังมองเห็น
ความคิดเห็นที่ 30
hooknoi วันที่ : 22/01/2008 เวลา : 20.07 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

คุณSHUTTERTD ยังไปไม่ทุกจังหวัดหรอกครับ ส่วนใหญ่จะไปจังหวัดซ้ำๆกันซะมากกว่าหนะสิ ส่วนสมาชิกของแต่ละทริปก็แล้วแต่ความน่าสนใจของทริปอ่ะครับ ถ้าทริปไหนผมอยากไปมากหน่อย ก็ต้องออกแรงอ้อนวอนกันนิดนึง เก็บๆรวบรวมได้สองสามคนก็ไปละ ถ้าจะถามข้อมูลที่เที่ยวก็ได้เลยนะครับ

พี่ชาลี ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะครับ...ละเรื่องเครียดๆ มาเที่ยวไปกะบ้านนี้ละกันครับ

คุณกัสส์.. ตอนนี้เพิ่งปิดฤดูเที่ยวหน้าหนาว.....เดี๋ยวต้องหาทริปต่อไปละ

คุณผีเสื้อพเนจร เมืองน่านเงียบสงบ น่าเที่ยวน่าอยู่จริงๆเนอะ
ความคิดเห็นที่ 29
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 22/01/2008 เวลา : 17.35 น.
http://www.oknation.net/blog/ontheway

คิดถึง เมืองน่าน ครับ ...อิจฉา จริงๆ ได้เดินทางอีกแล้ว
มาตามตอนต่อไป แน่นอนครับ
ความคิดเห็นที่ 28
auguzzy วันที่ : 22/01/2008 เวลา : 15.19 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

กลางปีมีทริปไหนน่าสนใจ อย่าลืมชวนกันมั่งเน้อ
ความคิดเห็นที่ 27
BlueHill วันที่ : 22/01/2008 เวลา : 15.05 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ภาพตะวันขึ้นที่ภูชี้ฟ้า สวยจริง ๆ ครับคุณhooknoi
ความคิดเห็นที่ 26
SHUTTERTD วันที่ : 22/01/2008 เวลา : 12.21 น.
http://www.oknation.net/blog/SHUTTERTD

อ๊ะ....อะไรเนี่ย....พี่ hooknoi ของเราไปเที่ยวอีกแล้วเหรอเนี่ย...ทำไมเที่ยวเก่งอย่างงี้ อิจฉาวุ้ย...
โอ๊ะ...โทษทีลืมตัว แอบอิจฉาคุณ hooknoi มากๆ อยากไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ไป แถมมีเพื่อนร่วมเดินทางด้วยตลอด เพื่อนๆ ก็ดี ไม่ขัดใจเลยนะครับ ชวนไปไหนก็ไปกัน แต่ละที่ที่กล่าวมา ผมก็ยังไม่เคยไปซะด้วย ยิ่งเพิ่มดีกรีความอิจฉาขึ้นอีก
แต่ก็ต้องขอขอบคุณ ไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ที่นำภาพสวยๆ ที่ยังไม่เคยไปเลยมาให้ชมกันอยู่เสมอๆ ต้องติดตามกันไปเรื่อยๆ คราวหน้าอยากไปเที่ยวที่ไหน เข้า blog นี้ได้ข้อมูลแน่นอน ถามจริงๆ เถอะครับ ไปครบทุกจังหวัดหรือยังครับเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 25
Francesca วันที่ : 22/01/2008 เวลา : 01.59 น.
http://www.oknation.net/blog/Francesca
'Love'  won't wait for you forever... so don't be afraid to get hurt....

Just a quick one... Came in to adore those beautiful photos... !! Well done jing jing loey ka...
ความคิดเห็นที่ 24
hooknoi วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 23.07 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

คุณcozy เมื่อก่อนก็ภูมิใจเต็มที่ ข้าพเจ้าจะไปเที่ยวๆๆ ไปๆมาๆ ชักบ่อยแฮะ เงียบๆไปดีกว่า

คุณย่าดา..นักท่องเที่ยวที่ตก ไปหลังผมวันเดียว ขนาดว่าช่วงนี้คนไม่เยอะมากเท่าไหร่นะครับ เห็นตามข่าวว่ากำลังวิ่งไปถ่ายรูปแล้วเกิดลื่นเลยพลัดหล่นลงไปครับ ไม่น่าเลย

Ch.Minivet ขอบคุณสำหรับโปสการ์ตนะครับ เพิ่งบอกกับลูกทริปทั้งหลายว่า กุมภาตัวใครตัวมันเน้อ เดี๋ยวไว้มาเจอกันใหม่เดือนมีนา แต่ว่าปลายกุมภาจะแลกตั๋วฟรีไปบาหลีกะพี่สาวฮับ นี่ดูๆอยู่ว่าสงกรานต์จะไปเดินป่าใต้ สนมั้ยครับ

มารูโกะ พระอาทิตย์หน้าหนาวเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้อ่ะครับ ส่วนใหญ่มักโดนหมอกบังหมดทู๊กที

คุณกัสส์ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 23
auguzzy วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 15.06 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

งดงามเหมือนอย่างเคยครับผม
ความคิดเห็นที่ 22
auguzzy วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 15.06 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

งดงามเหมือนอย่างเคยครับผม
ความคิดเห็นที่ 21
มารูโกะ วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 14.16 น.
http://www.oknation.net/blog/maruko

สวยค่ะ ตอนที่มารูโกะไปโชคไม่ดีตรงที่ตะวันกลมๆ ไม่มาตามนัด แต่ทะเลหมอกก็ยังสวยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 20
Ch.Minivet วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 10.28 น.
http://www.oknation.net/blog/ChMinivet
ลงชื่อคัดค้านการเปิดสัมปทานให้เอกชนเข้าไปจัดการในพื้นที่บริการของอุทยานแห่งชาติ http://www.oknation.net/blog/vickie/2008/09/23/entry-2


สวยๆ...
เดี๋ยวไปมั่ง..หยุดยาว กุมภา ไปไหนเอ่ย..บางทีจะขอเกาะไปมั่ง..ไปก๊อปมุม..อิอิ..
... ... ...
มาส่ง Postcard จ้า..
ความคิดเห็นที่ 19
ย่าดา วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 09.59 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ต่างคนต่างมุมมองเน๊อะเรื่องลางาน
เอาเป็นว่าขอผ่านเรื่องนี้
ชมภาพอ่านเรื่องอย่างเดียวอิอิ
ก็เจ้าของบล๊อกไปเที่ยวมาแล้ว
เอามาเล่าให้ฟัง ก็ขอเกาะบล๊อกไปเที่ยวด้วยคน

เห็นว่าภูชีฟ้านี่เมื่อเร็วๆนี้มีนักท่องเที่ยวตกลงไปใช่หรือเปล่า
ย่าเคยไปหนหนึ่ง คนแน่นซะจนแทบจะต้องยืนอยู่เฉยๆ
กระดุกกระดิกไม่ได้เลยอ่ะน่ากลัวมาก
แถมยังมีกลุ่มshe man มาวิ๊ดว้ายกระตู้วู้
เบียดเสียดแย่งมุมถ่ายรูปให้ดูน่ากลัวเข้าไปอีก
พอพูดถึงที่นี่ที่ไรนึกถึงภาพนี้ขึ้นมาทุ๊กที
ความคิดเห็นที่ 18
cozy วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 00.38 น.
http://www.oknation.net/blog/kakalot
เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด  แต่ระวังพวกขวาจะพิฆาตนะ

สุดยอดเลยครับ แบบนี้สิ นักท่องเที่ยว

ผมเฉยๆเรื่องลางานไปเที่ยวนะ ไม่เขินหรอก เราใช้สิทธิ์เราเต็มที่ได้นะผมว่า

อยากไปจังเลย อยากไป อยากไป
ความคิดเห็นที่ 17
hooknoi วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 22.40 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

คุณก้อนหิน8887 ผมก็จะจะมานานมากครับ สำหรับภูชี้ฟ้า เพิ่งสำเร็จเอาก็ครั้งนี้เอง ไปก่อนที่เค้าจะเอารั้วเหล็กมากั้นนะครับ

พี่หนิง พูดตรงใจเลย จริงๆเราก็ลางานตามสิทธิอ่ะนะ แต่กลัวอย่างเดียวว่าที่ทำงานจะมาจับผิดว่าเราทำงานไม่เต็มที่ เดี๋ยวนี้เลยไม่ค่อยบอกเท่าไหร่แล้วหละว่าจะไปเที่ยว หรือเมื่อคืนกลับมาดึกแค่ไหน
ความคิดเห็นที่ 16
นกบ้านนา วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 22.22 น.
http://www.oknation.net/blog/nokbanna

ท้องฟ้าสวยจัง...
สมัยลุยเที่ยวทุกอาทิตย์ ก็รู้สึกเหมือนฮูกน้อยค่ะ ... เพื่อนร่วมงานจนถึงหัวหน้า มองเราว่าเที่ยวเก่ง ทำให้เราต้องขยันกว่าปกติ
ไม่งั้นอาจโดนจับผิดได้ว่า....คุณภาพงานด้อยลงเพราะมันมัวแต่ห่วงเที่ยว....
ความคิดเห็นที่ 15
ก้อนหิน8887 วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 22.19 น.
http://www.oknation.net/blog/TonKaew

สวยจังค่ะ
ก้อนหิน จะจะอยู่นั้นแหละ
ไปไม่ถึงซักกะที

ไปถึงแค่ฟ้าเพียงดิน เท่านั้นเองค่ะ
ความคิดเห็นที่ 14
hooknoi วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 20.49 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

คุณบี ยอมรับเลยว่ารักการเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ไม่รู้เป็นไปได้ยังไงสิ แก้ไม่หายซะกะที
ความคิดเห็นที่ 13
วิตามินบี วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 19.11 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


เห็นภาพอย่างเดียวก็คุ้มแล้วค่ะ
ถ่ายภาพสวยจริงๆ
แสดงว่าเป็นคนที่รักการเที่ยวมาก
ขนาดหนีงานไปเลยหรือนี่
ต้องเลียนแบบบ้างแล้ว
ความคิดเห็นที่ 12
hooknoi วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 18.55 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

คุณpimahn ขอบคุณที่แวะมานะครับ จริงๆชอบมากเลย ชื่อดอยเสมอดาว ไม่รู้ตั้งได้ไง ชอบ ชอบ

คุณฝน ขอบคุณนะครับ

คุณตุ้มจิ๋ว ก็เวลาลางานหัวหน้าเค้าชอบถาม คราวนี้เลยบอกแค่ว่าไปต่างจังหวัดครับพี่...จบ บางทีนึกแล้วก็แปลกครับ ว่าอุตส่าห์ดั้นด้นไปเพื่อรอดูพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก แค่เสี้ยวเวลานิดเดียว ทั้งๆที่อยู่บ้านก็เห็นพระอาทิตย์เหมือนกัน แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันเนอะ ส่วนเวลากลับมาสู่ชีวิตประจำวันแล้ว ไม่รู้สึกว่าตันๆเท่าไหร่ แต่จะรู้สึกเบื่อกับการทำงานมากๆเลยยย จนอยากกลับไปเที่ยวอีกซักรอบ

เคยลองแล้วครับคุณตุ้มจิ๋ว สำหรับเส้นทางใหม่ สะดวกดี เวลาจะวิ่งไปทางตะวันออก แล้วอีกอย่างคือเดี๋ยวนี้รถบรรทุกก็ไปวิ่งเส้นนี้กันเยอะ สะพานพระรามเก้าก็เลยโล่งขึ้นเห็นๆ เลยตื่นสายได้อีกนิดหน่อย
ความคิดเห็นที่ 11
ตุ้มจิ๋ว วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 18.17 น.
http://www.oknation.net/blog/namtan