| โมกูจู ดอยสูงกลางป่าตะวันตก | ||
ภาพจากทริปโมกูจู ยอดเขาสูงกลางป่าตะวันตก |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
วัดเบซากิห์ ชื่อนี้เป็น เป็นสถานที่ที่ได้ชื่อว่าเป็นที่สุดในหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น วัดที่สำคัญที่สุดในเกาะบาหลี วัดที่ประกอบด้วยวัดจำนวนย่อยๆมากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเจ้าของสถานที่ที่ได้รับคำร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด สาเหตุเกิดจากมีบรรดาไกด์ท้องถิ่นมาตั้งโต๊ะรีดไถนักท่องเที่ยวตั้งแต่ทางเข้าวัด เป็นการรีดไถที่ไม่มีมาตรฐานราคาชัดแจ้ง ประมาณว่าใครต่อได้มากก็ดีไป ถ้าใครไม่ยอมจ่ายก็จะเดินตื้อไปตลอดทาง ทั้งตื้อ ทั้งขู่ จนนักท่องเที่ยว หรือแม้แต่คนขับแท็กซี่เองก็เอือมระอา ขณะที่มาเดนำพาพวกเราจากคินตามณี มุ่งสู่เบซากิห์ ผมก็ชิงถามราคาปกติที่ควรจ่ายให้กับพวกไกด์ท้องถิ่นหน้าวัด ซึ่งมาเดก็แนะนำว่าคนละ 50,000 รูปีหรือประมาณ ร้อยกว่าบาทต่อคนถือว่าเป็นราคาปกติ ตัวเขาเองก็เข้าใจเรื่องนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งบางครั้งเขาถึงกับแนะนำนักท่องเที่ยวให้ไปที่อื่นเลยก็มี มาเฟียหน้าวัด พอรถจอดที่ลานจอดรถ พวกเราจัดแจงนุ่งโสร่งให้เรียบร้อยโดยมีมาเดมาช่วย แล้วจึงเดินเข้าเขตวัดก็พลันเห็นโต๊ะดักนักท่องเที่ยวอย่างที่หนังสือหรือในเวปไซด์ต่างๆบอกไว้ ผมจึงเดินเข้าไปติดต่อ เพราะไม่อยากมีเรื่องกับพวกนี้
ไกด์ที่นำทางเรา ดูแล้วก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเท่าไหร่ เราสองคนเลยอาศัยเดินเที่ยวเองซะมากกว่า มีไกด์เพียงแค่เป็นคนนำทางเท่านั้น สำหรับวัดเบซากิห์ ต้องยอมรับว่าเป็นวัดที่ใหญ่โตมากๆ ประกอบด้วยวัดย่อยๆอีก 23 แห่งที่รายรอบอยู่บนเนินเขา ช่วงเวลาที่เดินทางไปเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวไม่มากเท่าไหร่นัก เลยสามารถเดินถ่ายรูปกันได้สบายๆ สำหรับวัดที่เป็นศูนย์กลาง อันเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีชื่อว่า วัดเปนาทารัน อากุง จุดเด่นอยู่ตรงที่ระเบียงทางขึ้นวัด มีลักษณะคล้ายปิรามิด ประดับตกแต่งด้วยรูปแกะสลักของตัวละครในมหากาพย์รามเกียรติ์ และมหาภารตะ
ทางเดินที่อยู่ด้านข้างวัดเปนาทารัน อากุง นำพาเราขึ้นสู่เนินเขาที่รายล้อมไปด้วยวัดวาอารามที่อยู่ในเขตเบซากิห์ และถึงแม้จะไม่สามารถเข้าไปยังภายในของวัดเปนาทารัน อากุง แต่เนื่องจากกำแพงของวัดค่อนข้างเตี้ย ดังนั้นจึงไม่เป็นอุปสรรคมากนักในการเก็บภาพต่างๆภายในวัดแห่งนี้ เดินไปก็ต้องยอมรับถึงความยิ่งใหญ่ของวัดแห่งนี้ ทั้งในเรื่องของความสวยงาม ความศรัทธาของชาวบาหลีที่ทยอยกันเข้ามาทำบุญไม่ขาดสาย ถึงแม้จะมีเรื่องน่าหงุดหงิดบ้างเรื่องไกด์เถื่อนที่มารีดไถซึ่งๆหน้าอย่างนี้ ผมเดินชื่นชมวัดแห่งนี้นานพอสมควร เพราะด้วยพื้นที่ที่ค่อนข้างกว้างขวาง เดินไปถ่ายรูปไปแบบไม่รีบร้อน แต่ขณะเดียวกันไกด์ของเราก็พยายามที่จะเร่งให้เดินเร็วๆ แต่เราสองคนก็ทำเป็นไม่สนใจ ซ้ำยังบอกให้พาเดินไปยังวัดที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกด้วย
พอกลับออกมาจากเบซากิห์ ไกด์ของเราก็บอกลา ในขณะเดียวกันก็มาพูดของทิปเพิ่ม ซึ่งผมก็ทำแค่ยิ้มๆแล้วก็ก้มหน้าก้มตาเดินกลับไปที่ลานจอดรถ แต่ในใจก็คิดว่า ที่ให้ไปก็บุญแล้ว ฝันไปเหอะที่จะมาขอทิปอีก อันที่จริงเพิ่งมานึกได้ว่า ตอนแรกน่าจะบอกไปว่า ให้ 50,000 รูปีแต่ไม่ต้องเอาไกด์มากับเรา ปล่อยให้เราเดินกันเองก็แล้วกัน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะเส้นทางก็ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไรมาก แค่เดินตามๆนักท่องเที่ยวกันไป
พระราชวังกลางน้ำ
สำหรับสถานที่แห่งนี้ไม่มีไกด์เถื่อนมากวนใจ ประกอบกับบรรยากาศสบายๆยามบ่ายแก่ เราสองคนเลยใช้เวลากับที่นี่ค่อนข้างมาก ทั้งๆที่พื้นที่ของพระราชวังแห่งนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตมากมายนัก ถัดจากพระราชวัง จะมีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ และภาพแสดงชีวิตของชาวบาหลีในอดีต ฝั่งตรงข้ามกับพระราชวัง เป็นอนุสาวรีย์รำลึกถึงเหตุการณ์ ปูปูตัน เหตุการณ์ที่กษัตริย์ และข้าราชบริพารทั้งชาย หญิง เด็ก คนแก่ ต่างวิ่งเข้าหาปืนของทหารดัตช์ บ้างก็ใช้กริชที่อาวุธประจำกาย ทำการปลิดชีพตนเอง เป็นการยอมพลีชีพอย่างมีเกียรติ ดีกว่าที่จะถูกกดขี่ข่มเหงโดยผู้รุกราน
ออกจากพระราชวังมา ผมก็บอกกับมาเดว่าวันนี้คงพอแค่นี้เพราะเหนื่อยมาทั้งวัน อีกทั้งขณะนั้นก็เย็นมากแล้วด้วย จึงตัดสินใจกลับเข้าเมืองอุบุต ข้อดีของมาเดคือจะไม่ตื้อให้แขกแวะตามร้านขายของที่ระลึกต่างๆ เพียงแค่ถามว่าเราต้องการซื้ออะไรหรือไม่ ถ้าต้องการเขาจะพาไป แต่ถ้าไม่ต้องการก็ไม่ได้ตื้อที่จะไปให้ได้ ซึ่งสำหรับผมเองที่เน้นเที่ยวมากกว่าซื้อ เกือบทุกครั้งที่ถูกถาม คำตอบส่วนใหญ่จึงเป็นการปฏิเสธซะมากกว่า มาถึงโรงแรม ผมก็บอกลากับมาเด แต่ก็ไม่ลืมนัดแนะสำหรับวันพรุ่งนี้ ที่เรายังใช้บริการมาเดในการนำเที่ยวรอบเกาะ พอเข้ามาในห้องพักก็ได้รับข่าวดีว่า กระเป๋าของพี่สาวเดินทางมาถึงแล้วตั้งแต่ตอนสายๆ เป็นอันว่าไม่ต้องไปวิ่งหาซื้อโสร่งมาใส่อย่างที่เราสองคนคิดกันไว้ คืนนี้ผมนอนหลับสนิทเพราะเหนี่อยมากๆ เก็บแรงเตรียมตัวไว้เที่ยวต่อพรุ่งนี้ครับ
|