• axiom_solution
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-07-06
  • จำนวนเรื่อง : 500
  • จำนวนผู้ชม : 3485082
  • ส่ง msg :
  • โหวต 52 คน
Horti Asia Blog
แหล่งรวบรวมข้อมูล/เนื้อหา/เกร็ดความรู้ ทางด้านเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร คนเมือง หรือผู้ที่สนใจสามารถนำความรู้จาก Blog นี้ไปใช้ประโยชน์ได้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/horti-asia
วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน 2555
Posted by axiom_solution , ผู้อ่าน : 12086 , 15:49:20 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มะม่วงยู่เหวิน สายพันธุ์จากไต้หวัน กินอร่อยทั้งสุกและดิบ
มะม่วง พันธุ์ นี้ มีถิ่นกำเนิดจาก ประเทศไต้หวัน เช่นเดียวกับมะม่วงอ้ายเหวิน ถูกนำเข้า มาขยายพันธุ์ปลูกในประเทศไทยนานกว่า 4-5 ปีแล้ว มีข้อเด่นคือ ผลใหญ่ รสชาติ ขณะดิบหรือห่ามมันกรอบหวานไม่มีเปรี้ยวปน ผลสุกหวานหอมไม่มีเสี้ยนและไม่ เละ เคี้ยวหนึบอร่อยมาก ที่สำคัญสีของผล “มะม่วงยู่เหวิน” ไม่ว่าจะเป็นผล ดิบหรือสุกจะเป็นสีม่วงเข้มสวยงามมาก และจะติดผลดกทำให้เวลาติดผลทั้งต้น ดู แปลกตายิ่ง

 

มะม่วงยู่เหวิน อยู่ในวงศ์ ANACARDIACEAE เป็นไม้ยืนต้น สูง 10-20 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาเยอะ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับถี่บริเวณปลายกิ่ง ใบเป็นรูปใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบจะดูคล้ายใบของมะม่วงพันธุ์เขียวใหญ่ สีเขียวสด ใบดกให้ร่มเงาดีมาก

ดอก : ออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ปลายยอด แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ดอกเป็นสีเหลืองอ่อน หรือสีเหลืองนวล มีกลิ่นหอม “ผล” เป็นรูปกลมรีคล้ายผลของมะม่วงอ้ายเหวิน หรือผลของมะม่วงจีนหวง ผลมีขนาดใหญ่ โตเต็มที่มีนํ้าหนักเฉลี่ยระหว่าง 1-1.5 กิโลกรัมต่อผล

ผล : ดิบสีม่วง มีนวลทั่วทั้งผล ผลห่ามมีรสชาติหวานมันกรอบอร่อยมาก ผลสุกเป็นสีม่วงเข้มเกือบดำ เนื้อผลเป็นสีเหลืองเข้ม รสหวานหอม ไม่มีเสี้ยน และไม่เละตามที่กล่าวข้างต้น เคี้ยวหนึบสุดยอดจริงๆ รสชาติ ใกล้เคียงกับมะม่วงนํ้าดอกไม้มัน เมล็ดลีบ ให้เนื้อเยอะ ติดผลปีละครั้ง แต่จะให้ผลดกทั้งต้น ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และทาบกิ่ง

ปัจจุบัน “มะม่วงยู่เหวิน” ยังไม่มีกิ่งพันธุ์ ออกวางขาย : เนื่อง จากอยู่ ระหว่างทาบกิ่งกับต้นแม่และรากเพิ่งจะงอกยังไม่แข็งแรงดี “นายเกษตร” ใจร้อนและเห็นว่าเป็นมะม่วงพันธุ์ใหม่ ล่าสุดที่มีความอร่อย และสีของ ผลสวยงามมาก จึงรีบแนะนำให้แฟนคอลัมน์ที่นิยมปลูกไม้ผลได้รู้จักล่วงหน้าทันที

**ส่วนใคร ที่ต้องการกิ่งพันธุ์ สามารถติดต่อ “คุณเล็ก” ผู้ขยายพันธุ์ได้ที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวน จตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ แผงตรงกันข้ามกับโครงการ 17 หรือ “คุณหลง-คุณก็อต” ตรงกันข้ามกับโครงการ 15 ราคา สอบถามกันเอง และสั่งจองเอาไว้ก่อนป้องกันต้นพันธุ์หมด

การ ปลูก “มะม่วงยู่เหวิน” เป็นพันธุ์ที่ปลูกง่าย เติบโตได้ในดินทั่วไป ไม่ชอบนํ้าท่วมขัง หลังปลูกช่วงแรกรดนํ้าพอชุ่มทั้งเช้าและเย็น บำรุงปุ๋ยคอก หรือขี้วัวขี้ควายแห้ง กลบฝังดิบรอบโคนต้นเดือนละครั้ง ระยะปลูก 3-4 ปี จะเริ่มติดผลชุดแรก หลังเก็บผลผลิตต้องตัดแต่งกิ่งพร้อมใส่ปุ๋ยบำรุงต้นสูตร 15-15-15 เดือนละครั้งทันทีจะมีผลดกทุกปีครับ


การขยายพันธุ์มะม่วงในประเทศไต้หวัน
การเตรียมต้น ตอ : เพาะเมล็ดมะม่วงพื้นบ้านไว้ในถุงดำประมาณ 5-8 เดือน ต้นตอจะขนาดเท่า ดินสอจึงจะใช้ได้ จากนั้นจึงเตรียมยอดพันธุ์ดี โดยตัดเป็นท่อนๆแต่ละท่อน ยาว 5-8 เซนติเมตร และมีข้อใบทุกท่อน

วิธีการขยายพันธุ์

- กะระยะความสูงของต้นตอ 20-30 เซนติเมตร ตัดยอดทิ้งแล้วปสดข้างให้แผลยาว 1 นิ้ว
- นำยอดพันธุ์ที่เตรียมไว้ ปาดข้างเช่นเดียวกัน แผลยาว 1 นิ้ว ประกบกับรอยแผลที่ต้นตอ
- ใช้เชือกหรือยางยึดรัดตรงรอยประกบให้แน่น
- หลังจากนั้นใช้ถุงพลาสติกครอบและห่อด้วยหนังสือพิมพ์อีกชั้นเพื่อป้องกันแสงแดด มัดด้วยเชือกฟางให้แน่น
- หลังจากนั้นประมาณ 30-40 วัน ยอดพันธุ์ก็จะแตกยอดออกมาก็ให้เอาหนังสือพิมพ์และถุงพลาสติกที่ครอบไว้ออก


การทาบกิ่งมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูแนวใหม่แบบสวนวารินทร์
การขยายพันธุ์โดย วิธีการทาบแนวใหม่นี้เป็นการประยุกต์ การทาบมะม่วงแบบเก่าที่จะเพาะต้นตอมี ขนาดลำต้นเท่าแท่งดินสอมี่จะสามารถถอนต้นไปปาดแผลขึ้นทาบกิ่งได้เลยโดยไม่ ต้องนำต้นตอไปอัดถุงขุยมะพร้าวก่อนจึงจะนำไปขึ้นทาบได้

วิธีการทาบกิ่งมะม่วง ตามแบบฉบับสวนวารินทร์

1. ปาดกิ่งมะม่วงอาร์ทูอีทูที่ต้องการทาบให้เป็นแผลยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว
2. ถอนต้นตอมะม่วงพื้นเมืองปาดให้เป็นลิ่มแผลยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ส่วนด้านตรงข้ามให้ปาดเป็นแผลเล็กน้อย แล้วแผลของต้นตอพื้นเมืองไปประกบเข้ากับกิ่งพันธุ์อาร์ทูอีทูไห้สนิทใช้ พลาสติกพันกิ่งจากด้านล่างขึ้นบนให้แน่น
3. นำขุยมะพร้าวที่ผ่านการแช่น้ำแล้วมาบีบน้ำออกให้หมาดๆ ก่อนนำไปใส่ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาด 6×7 นิ้ว ประมาณ 1-2 กำมือ แล้วนำถุงหูหิ้วที่บรรจุขุยมะพร้าวมามัดรวมรากต้นตอพื้นเมือง พร้อมกับมัดอ้อมให้หูหิ้วยึดกับกิ่งอาร์ทูอีทูที่ทาบจากนั้นใช้เชือกฟางมัด ถุงหูหิ้วให้ติดแน่นกับกิ่งอาร์ทูอีทูเป็นอันเสร็จ ** อีกประมาณ 35-45 วัน กิ่งทาบจึงจะมีรากสีน้ำตาลเดินเต็มถุง แสดงว่าสามารถตัดออกเพื่อนำไปชำต่อในโรงเรือนได้
4. ในกรณีขึ้นทาบกิ่งอาร์ทูอีทูขนาดใหญ่ ก็สามารถใช้วิธีดังกล่าวได้ดี เพียงจะต้องมีการทาบสัก 2 ต้นตอ เพื่อให้กิ่งทาบมีรากหากินให้สมส่วนกับกิ่งขนาดใหญ่ จากนั้นให้ค่อยๆ เพิ่มขนาดถุงที่บรรจุขุยมะพร้าวให้มีขนาดที่เหมาะสมก่อนนำไปล้อมกิ่งพันธุ์ เพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ให้รากแตกออกและเจริญได้มากขึ้น

**เมื่อมีรากเต็มขุยมะพร้าวก็สามารถตัดลงมาชำได้ อนุบาลในโรงเรือนหรือลงปลูกในแปลงปลูกได้เลย การตัดกิ่งทาบที่มีขนาดต้นใหญ่ แล้วลงปลูกในแปลงเลยนั้นจะต้องมีการดูแลที่ดีคือ จะต้องมีการกางแสลนบังแดดให้สัก 2 เดือน มีการให้น้ำอยู่อย่างสม่ำเสมอ มีไม้ค้ำยันไม่ให้ต้นโยกคลอน


การปลูกมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทู เพื่อการส่งออกในประเทศไทย
“อา ร์ทูอีทู” เป็นสายพันธุ์มะม่วงที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศ ออสเตรเลีย เมื่อนำมาปลูกในประเทศไทยได้ผลผลิตและคุณภาพไม่แพ้ที่ปลูกใน ออสเตรเลีย ปลูกได้ทุกพื้นที่ในบ้านเราที่ปลูกมะม่วงได้และได้รับการยืนยัน มาจากพ่อค้าที่ส่งออกมะม่วงว่า อาร์อีทูในบ้านเรามีขนาดผล สีสันสีแดงมี คุณภาพไม่แพ้มะม่วงอาร์ทูอีทูที่ปลูกในประเทศออสเตรเลีย เพียงจะได้ต้องปรับ ปรุงเทคนิคในการผลิตและวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวให้ได้ดียิ่งขึ้น เช่น การ ตัดแต่งกิ่งช่วยให้ผลมะม่วงไดรับแสงแดดเต็มที่ ทำให้ผิวผลมีสีแดงจัด สม่ำ เสมอทั่วผลหรือจะเป็ยการใช้ถุงห่อเข้ามาช่วย เป็นต้น

ข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งของอาร์ทูอีทูที่ปลูกในไทย คือ รสชาติมะม่วงค่อนข้างหวาน เมื่อ เก็บผลผลิตที่ความแก่ 80-90% รสชาติจะดีมากที่ประเทศออสเตรเลีย จะมีข้อจำกัดเรื่องของค่าแรงงานเก็บที่ค่อนข้างสูงมาก คิดค่าแรงเป็นชั่วโมงการทำงานอาจจะควบคุมคุณภาพตรงนี้ได้ยาก

อาร์ทูอีทูจัดเป็นมะม่วงประเภทกินสุกที่มีขนาดผลใหญ่ มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 800 กรัม – 1 กิโลกรัม เมื่อผลสุกสีของผลจะเปลี่ยนสีเป็นสีเขียวอมชมพูเป็นสีเหลืองอมแดง สวยงามสดุดตาผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่ารสชาติของมะม่วงสายพันธุ์นี้จะไม่หวานแหลมเท่ากับมะม่วงน้ำดอกไม้ ของไทยก็ตาม (มะม่วงอาร์ทูอีทูวัดค่าความหวานได้ประมาณ 18% บริกซ์ ในขณะที่มะม่วงน้ำดอกไม้ 20% บริกซ์) ข้อดีของอาร์ทูอี ทู คือ เปลือกจะค่อนข้างหนา ทำให้ทนต่อโรคแอนแทรคโนสได้ดี การขนส่งก็ไม่ช้ำง่าย และอายุการวางตลาดของอาร์ทูอีทูจำหน่ายได้นานนับสัปดาห์ เป็นที่สังเกตว่าในปัจจุบันเริ่มมีคนไทยบางกลุ่มให้ความสนใจในการบริโภค มะม่วงสายพันธุ์นี้กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นมะม่วงที่มีเนื้อมาก ละเอียดเนียนและรสชาตำไม่หวานจัด ที่สำคัญไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้เหมือนมะม่วงต่างประเทศบางสายพันธุ์ วิธีบริโภคสามารถใช้มีดผ่าผ่านเปลือกเป็น 2 ซีก แล้วใช้ช้อนตักกินเลย

ความเป็นมาของมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูในประเทศไทย :

คุณวารินทร์ ชิตะปัญญา บ้านเลขที่ 107/1 หมู่ 1 ต.บ้านฉาง จ.ระยอง 21130 โทร.08-1905-922 นับเป็นเกษตรกรที่บุกเบิกการปลูกมะม่วงอาร์ทูอีทูในเชิงพาณิชย์เป็นคนแรกของ ประเทศไทย คุณวารินทร์ นำยอดมะม่วงอาร์ทูอีทูมาจากออสเตรเลียเมื่อ พ.ศ 2532 ปัจจุบันต้นแม่พันธุ์ยังให้ผลผลิตและขนาดต้นสูงถึง 15 เมตร ด้วยคุณวารินทร์ มีนิสัยส่วนตัวที่ชอบเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จะต้องมองหาสิ่งแปลกๆใหม่ๆ มาปลูกอยู่เสมอ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของพันธุ์พุทรายักษ์ซุปเปอร์จัมโบ้ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกมะม่วง 45 ไร่ อดีตคุณวารินทร์ปลูกมะม่วงไว้มากมายหลายสายพันธุ์ ได้แก่พันธุ์น้ำดอกไม้ ฟ้าลั่น มันหวายเดือนเก้า

ปัจจุบันมะม่วงเหล่านี้ถูกเปลี่ยนยอดใหม่เป็นมะม่วงอาร์ทูอีทูทั้งหมดและ กำลังขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก จากที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่าคุณวารินทร์จะมีการเลือกไม้ผลมาปลูกให้ ประสบความสำเร็จนั้น จะใช้หลักการตลาดนำหน้าการผลิตและดูตลาดภายในประเทศด้วยและถ้าเป็นพันธุ์ มะม่วงที่นำเข้าจากต่างประเทศคนไทยจะต้องยอมรับด้วย

มะม่วงอาร์ทูอีทู ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ :

ปัจจุบันคุณวารินทร์เป็นเกษตรกรที่ปลูกมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูเป็นการค้าราย แรกของประเทศไทย มีผลผลิตส่งขายตลาดในประเทศและต่างประเทศมานาน 5-6 ปี และเริ่มจากการวางขายอยู่ไม่กี่แห่งคือ ตลาด อ.ต.ก กรุงเทพมหานคร และตลาดถนนมอร์เตอร์เวย์ กรุงเทพ-พัทยา โดยขายผลผลิตจากสวนวารินทร์ในตอนนั้นได้กิโลกรัมละ 45 บาท สำหรับแม่ค้าที่ซื้อมะม่วงอาร์ทูอีทูไปวางขายที่ตลาด อ.ต.ก ยังบอกกับผู้บริโภคว่าเป็นมะม่วงที่นำเข้าจากต่างประเทศออสเตรเลียทั้งๆ ที่เป็นมะม่วงที่ปลูกในประเทศไทยและเป็นผลผลิตของสวนวารินทร์

ขณะนี้การผลิตมะม่วงอาร์ทูอีทูของคุณวารินได้เน้นผลิตเพื่อส่งออกขายยัง ตลาด ต่างประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน รัสเซีย ฯลฯ และขายผลผลิตจากสวนได้ราคาดีตลอดฤดูกาล ถ้าเป็นช่วงเทศกาลกินเจ ตรุษจีน จะขายมะม่วงอาร์ทูอีทูจากสวนได้ราคากว่ากิโลกรัมละ 100 บาท ด้วยมะม่วงที่มีลักษณะสีแดง คนจีนถือว่ามีความมงคลสามารถใช้ในเทศกาลหรือเป็นเครื่องไว้ ตลาดจีนเปิดรับมะม่วงอาร์ทูอีทูเป็นจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ สวนวารินทร์ในปีนี้ส่งผลผลิตเข้าตลาดจีนเกือบทั้งหมด และเท่าที่ทราบตลาดสิงคโปร์ และญี่ปุ่น มะม่วงอาร์ทูอีทูมาราคาขายแพงที่สุดในขณะนี้ ตลาดฮ่องกงเองก็ต้อนรับและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ลักษณะของมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทู :

มะม่วงอาร์ทูอีทูจัดเป็นมะม่วงกินสุกที่มีรสชาติใช้ได้ ลักษณะของเนื้อแข็งเหมือนมะละกอไม่มีเสี้ยน เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการมะม่วงที่ไม่มีรสหวานจัดและเนื้อแข็ง

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทู – เป็น พันธุ์การค้าของประเทศออสเตรเลีย พัฒนามาจากมะม่วงพันธุ์เคนท์ (Kent) ผลมีลักษณะกลม เนื้อแข็ง ผลค่อนข้างใหญ่ น้ำหนักประมาณ 800 กรัมต่อผล ปริมาณเนื้อผลประมาณ 81.61% เมื่อสุกผิวผลจะมีสีเหลืองอมแดง เนื้อสีเหลืองมะนาว ไม่มีเสี้ยน รสหวาน เป็นพันธุ์ที่มีอายุการเก็บรักษาหลังการเก็บเกี่ยวนาน

เหตุผลที่สำคัญที่ทำให้คุณวารินทร์ได้ให้ความสนใจต่อการปลูกมะม่วงพันธุ์ อาร์ทูอีทู เพราะไม่ต้องทำประชาสัมพันธ์ทางด้านการตลาดมาก เนื่องจากประเทศออสเตรเลียได้มีการส่งเสริมการตลาดเอาไว้ทั่วโลกแล้ว ประเทศไทยก็ทำแค่เพียงแทรกตลาดเข้าไป ที่ผ่านมาการส่งเสริมมะม่วงไทยไปขายยังตลาดต่างประเทศเป็นเรื่องยุ่งยากและ เป็นอุปสรรคมากมาย

** ดังนั้นมุมมองของคุณวารินทร์ที่จะพัฒนามะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูเพื่อส่งออก ซึ่งประเทศออสเตรเลียซึ่งทำตลาดไว้ทั่วโลก ประเทศไทยไม่ต้องเสียเวลาในการสร้างตลาดนับเป็นมุมมองที่น่าสนใจ และรัฐบาลควรให้การสนับสนุน ที่สำคัญผลผลิตมะม่วงออสเตรเลียจะออกสู่ตลาด ไม่ตรงกับมะม่วงของไทย กล่าวคือ ผลผลิตมะม่วงออสเตรเลียจะหมดในช่วงระหว่างปลายเดือนธันวาคม-กลางเดือนมกราคม เป็นต้น ในขณะที่มะม่วงก่อนฤดูของไทยจะเข้าสู่ตลาดในช่วงเดือนมกราคมเป็นต้นไปและมี ผลผลิตมากในเดือนมีนาคม-เมษายน ดังนั้นควรปล่อยให้มะม่วงอาร์ทูอีทูออกดอกติดผลจามฤดูกาลในบ้านเราจะดีกว่า ซึ่งผลผลิตจะได้ไม่ชนหรือแข่งกับมะม่วงอาร์ทูอีทูของออสเตรเลีย แต่หากเราผลิตนอกฤดูผลผลิตจะออกมาช่วงดังกล่าว พบว่าผลผลิตได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ ก็จะส่งผลต่อการออกสีแดงบนผลของอาร์ทูอีทูไม่ดีเท่าที่ควร

**ขณะนี้มีเอกชนรายหนึ่งจาก จ.เชียงใหม่ ได้ติดต่อซื้อยอดมะม่วงพันธุ์นี้จากคุณวารินทร์ไปเปลี่ยนยอดขยายพื้นที่ปลูก เป็นการค้าในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยตั้งเป้าจะปลูกเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ

 

เทคนิคการผลิตมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูที่ตลาดต้องการ :
คุณวารินทร์ เล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อนำมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทูไปปลูกบนพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ด้วยความหนาวเย็นจะช่วยให้สีของผลสวยงามกว่าการปลูกในเขตภาคกลางและภาคตะวัน ออก หลังจากมะม่วงติดผลขนาดเท่าผลส้มเขียวหวาน ควรคัดเลือกไว้เพียงหนึ่งผลต่อหนึ่งช่อ จะต้องมีการตัดแต่งกิ่งให้ต้นมะม่วงโปร่งและมีการรูดใบด้วยมือหรือกรรไกรที่ บังแสงแดดออกให้ผลได้รับแสงแดดมากที่สุด เพื่อให้ผลมะม่วงมีการพัฒนาเม็ดสีหรือออกสีแดงทั่วผลให้มากที่สุด อีกเคล็ดลับหนึ่งในการช่วยให้มะม่วงอาร์ทูอีทูออกสีแดงเพิ่มขึ้น คุณวารินทร์แนะนำว่าการฉีดสารอีทีฟอน (เช่น อีเทรล) อัตรา 4 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ผลมะม่วงในช่วงที่มีการเปลี่ยนสีหรือออกสีแดง โดยฉีดให้ประมาณ 2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วันจะทำให้ผิวผลสีแดงขึ้น

คุณวารินทร์เล่าว่า การใช้อีเทรลในบ้านเราเคยใช้ กับการเร่งสีให้เงาะมีสีแดงขึ้นนั่นเอง เพราะจุดเด่นจุดดึงดูดในการเลือกซื้อมะม่วงอาร์ทูอีทู นอกจากผลใหญ่แล้วผลจะต้องมีสีแดงด้วย อาร็ทูอีทูเป็ยมะม่วงที่มีขนาดใหญ่และเนื้อมากในช่วงก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต ประมาณ 1 เดือน ควรฉีดพ่นปุ๋ยทาง ใบที่มีโปแตสเซียมสูง (เช่น โปรแตสเซียมไนเตรท) เพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อ และ ความหวาน

ผลตอบแทนในการผลิตมะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทู :

คุณวารินทร์บอกว่าราคาซื้อ-ขายมะม่วงสายพันธุ์นี้ได้ราคาดีตลอดฤดูกาล ถึง แม้จะเป็นช่วงฤดูกาลมะม่วงในประเทศออกสู่ตลาดในช่วงเดือนเมายน ในขณะที่มะม่วงสายพันธุ์อื่นๆราคาจะตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 3-5 บาท มะม่วงอาร์ทูอีทูขายจากสวนวารินทร์ที่ส่งออกไปยังประเทศจีนเป็นหลักในปีนี้ จะแบ่งเป็น 3 เกรด คือ เบอร์ใหญ่ราคา 75 บาทต่อกิโลกรัม เบอร์กลางราคา 65 บาทต่อกิโลกรัม และเบอร์เล็กราคา 40 บาทต่อกิโลกรัม ผลที่มีตำหนิหรือผลตดเกรดก็สามารถจำหน่ายในตลาดท้องถิ่นได้ไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 25 บาทต่อกิโลกรัม มะม่วงอาร์ทูอีทูที่มีน้ำหนักผลมากว่า 800 กรัมขึ้นไปผลมีสีแดงจะได้ราคาดีมากและเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศมาก เหตุผลหนึ่งที่ยังทำให้มะม่วงอาร์ทูอีทูมีราคาแพงและเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ของผู้บริโภคคือยังมีการขยายพื้นที่ปลูกในเชิงพาณิชย์ไม้มากนัก แต่เมื่อมองในมุมกลับกันในช่วงฤดูกาลมะม่วงออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ผู้บริโภคมีโอกาศที่จะเลือกซื้อมะม่วงที่ตนเองชอบมากที่สุดแต่กลับมีกลุ่ม ผู้บริโภคหันมาซื้อมะม่วงอาร์ทูอีทูไปรับประทาน นั่นแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนไปแล้ว

การปลูกและการดูแลรักษามะม่วงพันธุ์อาร์ทูอีทู :

ในเรื่องของการปลูกและการดูแลรักษามะม่วงอาร์ทูอีทู เพิ่มเติมคุณวารินทร์บอกว่าดูแลเหมือนกับมะม่วงไทยสายพันธุ์อื่นๆ คือปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศ (ยกเว้นภาคใต้) ซึ่งระยะปลูกของสวนวาริทร์เป็นระยะ 6×6 เมตร เพราะเป็นระยะของแปลงมะม่วงเดิมที่ถูกเปลี่ยนยอดใหม่เป็นอาร์ทูอีทู โดยอาร์ทูอีทูมีการเจริญเติบโตทางกิ่งเร็ว ระยะปลูกที่เหมาะสมควรสัก 6×8 แต่ในอนาคตควรจะมีการตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มเตี้ยก็ต้องปรับเปลี่ยนอีกที

แมลงวันผลไม้หรือชาวบ้านมักเรียกว่าแมลงวันทอง นับเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกษตรกรจะต้องเฝ้าระวังให้ดี มีหลายวิธีป้องกัน เช่น ใช้กับดักจากสารล่อเมทธิลยูจีนอล เมื่อเก็บเกี่ยวมะม่วงเสร็จแล้วเริ่มตัดแต่งกิ่งควรมีการตัดหญ้าหรือวัชพืช หรือกิ่งมะม่วงที่ตัดแต่งนำมากองสุมไว้รอบๆสวนให้หญ้าเหี่ยวจากนั้นใช้ กำมะถันเหลือกที่หาซื้อได้ตามร้านวัสดุก่อสร้างร้านขายยาแผลโบราณ นำมาทุบเป็นก้อนเล็กๆ หรือเป็ยผงโรยบนกองหญ้าแห้งจุดไฟให้เกิดเป็นควันคลุ้งทั่วสวน จะเป็นไล่แมลงวันทองได้เป็นอย่างดี การสุมควันด้วยกำมะถันเหลืองสามารถทำได้ง่ายและบ่อยครั้งเป็นวิธีที่ทำได้ ง่ายและประหยัด มีอีกหลายวิธีให้เลือกใช้ตามการระบาดและความรุนแรงในแต่ละพื้นที่ อย่างน้อยที่สุดเกษตรกรจะต้องทำสภาพสวนให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ภายในสวนเป็นแหล่งสะสมของผลไม้สุกเน่าจะช่วยลดปริมาณแมลงวันทอง ได้ดีที่สุด แต่จากทดลองห่อผลมะม่วงด้วยถุงสีขาวของซุนฟงที่แสงและอากาศส่องผ่านได้และ ห่อผลอาร์อีทู ในช่วงเริ่มแรกจะเข้าสีแดงที่ผล ปรากฎว่ามะม่วงอาร์อีทูที่ห่อก็ออกสีแดงใช้ได้

ในอนาคตการใช้ถุงห่อชุนฟงเข้ามามีบทบาทแน่นอน เพราะจะช่วยลดต้นทุนเรื่องสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ในการป้องกันกำจัดศัตรูมะม่วงลงได้ และที่สำคัญ คือ เพื่อเป็นการป้องกันการวางไข่ของแมลงวันทองได้ คุณวารินทร์เล่าต่อไปว่าเรียนรู้และใช้สารเคมีมาดดยตลอด จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะสภาพของต้นไม้ที่ปลูกอย่างต้นมะม่วงที่มีการใช้สารราดมาเป็นเวลานาน นับสิบปีต้นมะม่วงจะทรุดโทรม การเจริญต้นกิ่งก้านแม้แต่ใบก็ไม่ค่อยโตนัก จึงได้คิดนำพวกน้ำหมักชีวภาพที่หมักจากพวกนมตามสูตรของทางสวนวารินทร์ ผลจากการใช้ทำให้ฟื้นฟูสภาพต้นมะม่วงอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่วนการฉีดพ่นไล่แมลงได้ใช้น้ำหมักจากกระเพราป่า ฉีดป้องกันเพี้ยแป้งได้ผลค่อนข้างดีมาก เกษตรกรจำเป็นต้องหันมาใช้เรื่องชีวภาพเข้ามาผสมผสานด้วยจะทำให้การทำสวน ประสบความสำเร็จ

คุณวารินทร์ยังได้มีเทคนิคในการส่งเสริมการ ขายมะม่วงสายพันธุ์นี้ให้มีราคา แพงขึ้นไปอีก ด้วยการผลิตให้มะม่วงออกก่อนฤดูและเก็บเกี่ยวผลผลิตขายได้ในช่วงเทศกาลปี ใหม่ ตรุษจีนและวันวาเลนไทน์ เป็นต้น จากที่ได้กล่าวมาแล้วว่าที่เป็นผลมะม่วงอาร์ทูอีทูเมื่อสุกสีของผิมจะมีสี เหลืองอมแดง ให้เป็นของขวัญปีใหม่และนำไปไหว้พระเจ้าในเทศกาลตรุษจีน เพื่อเป็นสิริมงคล สำหรับในวันวาเลนไทน์จะติดสติกเกอร์เป็นคำอวยพร ซึ่งแสดงถึงความรักหรือรูปหัวใจ ติดสติกเกอร์บนผลมะม่วงก่อนเก็บเกี่ยวผล ผลิต 1 เดือน -1 เดือนครึ่ง ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต เมื่อติดสติกเกอร์บนผลมะม่วงเว้นเฉพาะช่องตัวอักษรและรูปภาพให้ได้รับแสงข้อ ความที่ปรากฎบนผลมะม่วงจะเป็นตัวอักษรและเป็นรูปภาพสีแดงตามความต้องการแทน ที่จะได้ดอกกุหลาบในวันแห่งความรัก หลายคนได้เปลี่ยนมาเป็นรูปมะม่วงที่ติดรูปหัวใจและมีข้อความว่า “ความรัก” ผลมะม่วงที่มีสีแดงสด สร้างความสุขให้ทั้งผู้ให้และผู้รับ ที่สำคัญรับประทานได้ด้วย

คุณวารินทร์ทิ้งท้ายฝากถึงเกษตรกรไว้ว่า “เกษตรกรควรจะมองไปข้างหน้า วิเคราะห์ตลาดในอนาคตให้ขาดและต้องกล้าเปลี่ยนแปลง ผมเองก็ต้องกล้าเปลี่ยนน้ำดอกไม้สีทองและมะม่วงพันธุ์อื่นๆในสวนเป็นมะม่วง อาร์อีทูทั้งหมด ปัจจุบันนี้อาร์อีทูตลาดมีความต้องการสูงมาก ราคาจูงใจ อย่างน้อยอีก 5 ปีข้างหน้าตลาดมะม่วงอาร์อีทูยังไปได้ดี

วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวมะม่วงอาร์อีทูของสวนวารินทร์ :

1.การเก็บเกี่ยวมะม่วงอาร์ทูอีทูในแปลงควรตัดให้ก้าน ขั้วติดผลมาให้มีความยาวสุดก้านขั้ว เพราะมะม่วงอาร์ทูอีทูเป็นมะม่วงที่มียางมากถ้าเกษตรกรตักขั้วสั้น ยางมะม่วงจะไหลออกมามากเลอะผิวมะม่วง เสียเวลาในการล้าง และความแรงของยางก็อาจจะทำให้ผิวมะม่วงเสียได้ จากนั้นรีบขนย้ายมะม่วงเข้าไปคัดในโรงคัด
2.เกษตรกรมีความชำนาญในการคัดเกรดมะม่วงจะคัดอาร์ทูอีทูตามเบอร์ หรือหากมีตำหนิก็จะต้องหากมี แต่ที่สำคัญผู้คัดเกรดจะต้องรู้เรื่องแมลงวันทองทำลายผลหรือไม่
3.อาร์ทูอีทูที่โดนแมลงวันทองวางไข่ผลเสียจะต้องคัดออกทันที
4.ใช้กรรไกรตัดขั้วให้ชิดผล
5.นำผลมาวางบนกระสอบป่านทิ้งไว้ 10 นาที เพื่อให้ยางหมด
6.นำอาร์ทูอีทูมาล้างน้ำให้สะอาด ในน้ำสะอาดที่ผสมน้ำยาล้างจานและใช้ฟองน้ำหรือผ้าขัดเช็ดเบาๆ ให้คราบต่างๆหลุดร่อนจากนั้นล้างน้ำสะอาดอีกสัก 2 รอบ
7.นำผลมะม่วงแช่ในสารป้องกันกำจัดเชื้อรากลุ่มอะช็อกซีสโตรบิน หรือ กลุ่มเบนโนมิล (เช่น เมเจอร์เบน) เพื่อป้องกันโรคแอทแทรคโนส แช่นานราว 5 นาที จึงจะนำไปวางบนกระสอบป่านผึ่งลมให้แห้ง
8.ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบต่างๆให้สะอาดอีกครั้ง
9.ถ้าคราบยางมะม่วงที่ติดผิวหลงเหลืออยู่ใช้สำลีชุบแอลกอฮอร์ เช็ดคราบยางออกอีกครั้ง
10.ติดสติกเกอร์คุณภาพมาตรฐานตัว (Q) และ สติกเกอร์แสดงคุณค่าอาหารของมะม่วงอาร์ทูอีทู
11.”อาร์ทูอีทู” การัยตรีคุณภาพ โดยสวนวารินทร์ พร้อมที่จะจำหน่ายและส่งออก


           มะม่วงจัดเป็นผลไม้ไทยอีกชนิดหนึ่ง เมื่อถึงฤดูกาลที่ผลผลติออกสู่ตลาดมากๆ ราคาของผลผลิตจะตกต่ำไปด้วยเช่นกัน โชคดีที่ว่าในปัจจุบันได้มีการผลิตมะม่วงนอกฤดู ทำให้หลีกเลี่ยงราคาที่ตกต่ำได้ อีกทั้ง ปัจจุบันการผลิตมะม่วงของชาวสวนไทยได้มีการพัฒนาและเน้นปลูกมะม่วงพันธุ์น้ำ ดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออก ตามที่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจากประเทศไทยเพิ่ม ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีญี่ปุ่นเป็นประเทศนำเข้าที่สำคัญ สาธารณรัฐประชาชนจีนและอีกหลายประเทศ มีความต้องการมากขึ้น ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคามะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเกรดเอ เกษตรกรขายออกจากสวนได้ราคาสูบงมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ออกนอกฤดู อย่างเช่นเดือนมกราคม 2552 ที่ผ่านมา มีราคาขายจากสวนถึงกิโลกรัมละ 50 บาท

         ในขณะเดียวกันยังมีมะม่วงสายพันธุ์ต่างประเทศบางสายพันธุ์ ที่สามารถนำมาปลูกในบ้านเราได้ ออกดอกติดผลได้คุณภาพเหมือนแหล่งกำเนิด เช่น มะม่วงพันธุ์ อาร์ทูอีทู ที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย

ขอขอบคุณแหล่งความรู้จาก   

  • คลังความรู้ทางการเกษตร

 

ชอบกด Like & Share  เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะจ๊ะ ==>

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน