พิมพ์หน้านี้
|
อ่านมา...ก็เลยเล่าสู่กันฟัง จากhttp://baramee.wordpress.com วันว่างๆ อย่างนี้ พอจะมีเวลานั่งทบทวนเหตุการณ์บ้านเมืองในช่วงนี้ ก็ให้รู้สึกว่าการเกิดเป็นคนไทยมีความลำบากอยู่พอสมควร คิดไปคิดมา มันเป็นเวรกรรมอะไรของคนไทยหนอ ถึงมีเรื่องราวที่บั่นทอนจิตใจได้มากมายเหลือเกิน มีอยู่ 10 เรื่องครับที่ผมถือว่าเป็นเวรกรรมของคนไทย ที่อาจติดตัวมาแต่ชาติปางก่อน และคิดว่ามันคงจะติดตัวต่อไปอีกหลายภพชาติด้วยเช่นกัน 1. คนไทยมีความทรงจำเป็นเลิศ ดูเหมือนเป็นเวรกรรมที่น่ายินดี แต่บางครั้งกลับเป็นเรื่องน่าเศร้า และไม่มีหลักเกณฑ์ใดบ่งชี้ว่าคนไทยเลือกที่จะจำอะไรหรือไม่จำอะไร
มันคงเป็นเวรกรรมจริงๆ นั่นแหละ ที่การปฏิวัติรัฐประหารแทบทุกครั้ง ทหารมักจะสืบทอดอำนาจในการบริหารประเทศ และที่คนไทยยอมไม่ได้ครั้งล่าสุดก็คือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ จนทำให้คนไทยเข็ดขยาดทหารไปนาน จริงอยู่ที่ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอย แต่ก็จริงอีกเช่นกันที่คนหรือประเทศจะพัฒนาไปได้ ย่อมต้องรู้จักเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีต และไม่คิดจะย่ำรอยเท้าเดิมที่เคยมีคนเหยียบย่ำไว้แล้วลื่นล้มลง หาก คมช. ฉลาดพอ ย่อมไม่ริเลียนแบบรุ่นพี่ มิฉะนั้นอาจมีจุดจบไม่ต่างกัน แต่โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า คมช. จะสืบทอดอำนาจ เนื่องจากเขาย่อมต้องป้องกันการถูกเช็คบิลจากขั้วอำนาจเก่า แต่การสืบทอดอำนาจจะไม่มากจนน่าเกลียด เพราะถ้า คมช. ไม่โง่จนเกินไป ย่อมรู้ว่าการตะกละตะกลามจนเกินเหตุ จะทำให้ประชาชนลุกขึ้นต่อต้านแน่นอน และนี่คงเป็นเวรกรรมของทหาร ที่รุ่นพี่ได้ทำเสียชื่อเอาไว้ และคงเป็นเวรกรรมของผมที่โดนสื่อกรอกหูทุกวันในประเด็นเดิมๆ ถามจนเอียนกันไปข้างหนึ่ง เพราะสื่อทึกทักไปก่อนแล้วว่า ถ้าแม่มันเลว ลูกก็คงเลวเหมือนแม่มัน 2. แต่บางครั้งคนไทยก็สมองเสื่อม เพราะคนดีๆ เรามักไม่จำว่าความดีของเขานั้นคืออะไร แต่เรากลับอยากได้คนเก่งมาชี้นำ แม้เขาจะเลวบ้างก็ตาม ตรรกะง่ายๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็คือ คนดีมักจืดชืด ส่วนคนเลวมักหวือหวา นายกรัฐมนตรีดีๆ หลายคนมักถูกคนไทยด่าสาดเสียเทเสีย และไม่แยแสกับการบริหารงานที่ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม แต่ราบเรียบและน่าเบื่อ เพราะเราไม่ชินกับความพอเพียง เรายังคงอยากได้ตัวเลขจีดีพีสูงๆ และมีความมั่งคั่ง มากกว่าการอยู่อย่างพอมีพอกิน เพราะยังไงคนไทยก็ยังอยากรวยเหมือนอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือสิงคโปร์ เราไม่อยากจนเหมือนลาวหรือภูฏาน แม้คนในสองประเทศหลังนี้จะมีความสุขไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ก็ตาม ตัวเลขจีเอ็นเอช หรือดัชนีชี้วัดความสุข ที่ก่อนหน้านี้หลายคนฝันว่าจะเอาอย่างเขาบ้าง มันก็เป็นเพียงแค่แฟชั่นเท่านั้นเอง ช่วงหลังๆ มานี้ ผมจึงได้ยินบางคนเริ่มพูดกันแล้วว่า อยากให้ทักษิณกลับมาบริหารประเทศ เพราะแม้เขาจะคอร์รัปชั่นบ้าง แต่ก็ทำให้เศรษฐกิจของประเทศดี ช่างเวรกรรมจริงๆ 3. สังคมไทยมีสื่อหลักที่ห่วยที่สุดในโลก สื่อส่วนใหญ่นำเสนอข่าวเพื่อเงินมากกว่าเพื่อสังคม ตัวอย่างที่เพิ่งจบไปก็คือ ไอทีวี ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็น ทีไอทีวี นั่นเอง และล่าสุดก็มีสื่อห่วยกว่าตามออกมา คงเดากันออกใช่ไหมครับว่าสื่อนั้นชื่ออะไร ใช่แล้วครับ พีทีวี
4. คนไทยใจร้อน เรามักทนไม่ได้กับความเชื่องช้าในการบริหารประเทศ หรือการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราไม่เข้าใจว่าการพัฒนาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อวางรากฐานประเทศอย่างมั่นคงนั้น มันกินเวลามากกว่าที่คิด กว่าที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และสิงคโปร์ จะเจริญอย่างทุกวันนี้ได้ เขาต้องวางรากฐานทางการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ด้วยการลงทุนทรัพยากรต่างๆ รวมทั้ง เวลา ไปมากกว่า 10 ปี หรืออย่างเวียดนาม เขาก็ใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะขึ้นมาเทียบชั้นกับเรา และความจริงก็คือตอนนี้เขากำลังเบียดแซงเราไปแล้วอย่างน้อย 1 ก้าว นี่เป็นตัวอย่างความอดทนในการสร้างชาติ ที่ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ แต่สังคมไทยต้องการทางลัดด้วยการหาผู้นำที่เก่งด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ในระดับนานาชาติ มาบริหารประเทศพร้อมกับคิดค่าจ้างด้วยการคอร์รัปชั่น และคนไทยก็ยอมปิดตาข้างหนึ่งเพื่อการนี้โดยเฉพาะ 5. แต่บางครั้งคนไทยก็ใจเย็น แม้เราจะจงเกลียดจงชังผู้นำที่รู้ว่าเขาเลวระยำตำบอน แต่ก็ยอมให้เขาทำเลวต่อไปได้ เพื่อแลกกับคำพูดสวยหรูและเศษเงินที่เขาหว่านมาให้เป็นระยะ ขณะนี้หลายคนแทบจะทนไม่ได้ที่ต้องรอถึง 6 เดือน กว่าจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เราทนมาได้ตั้งเกือบ 6 ปี กับผู้นำที่เราเรียกร้องให้ออกไปจากตำแหน่ง ผมงงเป็นไก่ตาแตกครับกับพฤติกรรมของ หมอเหวง โตจิราการ ที่ทำท่าขึงขังในการขับไล่ คมช. และรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศได้ 6 เดือน แต่หมอเหวงและพวกกลับทนอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณได้ตั้ง 6 ปี ทำไมท่านยิ่งแก่ยิ่งใจร้อนล่ะครับ? อีก 6 เดือนเขาก็ไปแล้ว ถึงเวลานั้นถ้าเขาไม่ไป ค่อยออกมาไล่ก็ไม่สาย เพราะจริงๆ มันสายไปตั้ง 6 ปีแล้วครับ แล้วอีก 6 เดือนจะเป็นอะไรไป 6. คนไทยเก่งวิพากษ์วิจารณ์ ผมชื่นชมกับเวรกรรมนี้มาก ไม่ทราบว่าในชาติปางก่อนคนไทยได้ทำกรรมอันใดไว้ จึงเก่งในการแสดงความคิดเห็นเหลือหลาย อย่างที่ผมกำลังแสดงความเห็นนี่ก็เช่นกัน เพราะเราชอบจริงๆ ครับกับการออกความเห็น 7. แต่ให้ทำ กูไม่เอา หรือพอทำแล้ว ไม่เห็นเก่งอย่างที่พูดเลย นี่อาจเป็นอีกหนึ่งตรรกะหรือสัจธรรมที่ปฏิเสธแทบไม่ได้จริงๆ นั่นก็คือ คนปฏิบัติเก่งมักพูดไม่ค่อยเก่ง แต่คนพูดเก่งมักทำอะไรไม่ค่อยเป็น สังคมไทยจึงมีนักวิชาการอย่าง ธีรยุทธ บุญมี ที่มักจะมีคำพูดสวยหรู สร้างศัพท์แสงใหม่ๆ ตลอดเวลา จนราชบัณฑิตต้องกลับไปเข้าคอร์สฝึกภาษาไทยใหม่ทุกครั้งที่อาจารย์ออกมาแถลงข่าว
แต่ที่ผมสงสัยก็คือ นักวิชาการทั้งหลายเหล่านี้เคยเดินลงจากหอคอยงาช้าง มาสัมผัสปัญหาจริงๆ ในสังคมหรือไม่ หรือเพียงแค่เปิดตำราในห้องสมุดและวิพากษ์วิจารณ์ตามทฤษฏี เพราะวิธีนั้น คนรับใช้ที่เช็ดตู้หนังสือบ้านผมก็ทำได้ครับ 8. คนไทยชาตินิยม แต่เฉพาะตอนเวลาดูบอลไทยแข่งกับต่างชาติเท่านั้นนะครับ เราจะชาตินิยมขึ้นมาทันที โดยเฉพาะแข่งกับสิงคโปร์ 9. แต่เราไม่เคยรักกันหรือชาตินิยมในกรณีอื่น สังเกตง่ายๆ ทุกวันนี้สังคมไทยแตกแยกเป็นหลายฝ่าย พวกรักทักษิณ พวกเกลียดทักษิณ พวกไทยพุทธ พวกไทยมุสลิม พวกเกลียดป๋า พวกรักป๋า พวกเกลียดรัฐประหาร พวกเกลียดคอร์รัปชั่น พวกขวาจัด พวกซ้ายจัด พวกมึง พวกกู และอีกหลายพวก นับไม่ถ้วน สาเหตุหลักๆ คือเราไม่สามารถยอมรับความแตกต่างทางความคิดได้มากนัก และที่สำคัญ เราสุดโต่งเกินไปกับทุกปัญหาแทบทุกครั้ง พอมีประชาธิปไตย มีเสรี มีทุนนิยม มีทักษิณ เราก็จะเอาสังคมนิยม เอาพอเพียง เอาทหาร แต่พอมีรัฐประหาร เราก็จะประชาธิปไตยจ๋าขึ้นมาทันที จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมให้เร็วที่สุด ทนไม่ได้ขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรียกร้องกันจะเป็นจะตาย 10. เว้นไว้ให้ไปให้คิดต่อเอง เพราะแค่นี้ก็รู้สึกเวรกรรมมากพออยู่แล้ว |
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |