วันพุธ ที่ 8 สิงหาคม 2550
ชำแหละร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี2550
Posted by
หม่ามี้
,
ผู้อ่าน : 52
, 16:13:15 น.
พิมพ์หน้านี้
|
โดยที่การปกครองของประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ดำเนินวัฒนามากว่า75ปี ได้มีการประกาศใช้และแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหลายครั้ง เพื่อให้เหมาะสมแก่สภาวการณ์ของบ้านเมืองและกาลสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เฉกเช่นการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากมีการยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่อำาจเผด็จการทหารและคณะผู้ทำการยึดอำนาจที่เรียกตัวเองว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช)ได้ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่และได้มีการจัดตั้งคณะสมาชิกสภาร่างรับธรรมนูญ(สสร)ขึ้นด้วยโดยบุคคลเหล่านั้นเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมและมีอยู่จำนวนมากที่เคยขึ้นเวทีขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นการตรวจสอบที่มาที่ไปของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นที่น่าติดตามและศึกษาอย่ายิ่ง คณะกรรมการ การตรวจสอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี2550ของกลุ่มเสรีไทไซเบอร์ได้ตรวจสอบและจับประเด็นที่เป็นที่น่าสนใจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เป็นปัญหาและทางกลุ่มรับไม่ได้ จนมีมติของทางกลุ่มเสรีไทไซเบอร์ที่จะประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยเหตุผลในหลายๆประการในหลายๆมาตราของรัฐธรรมนูญที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นทางกลุ่มจึงต้องนำข้อเสียต่างๆของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาเผยแพร่และชี้แจ้งต่อพี่น้องประชาชนว่า เหตุผลใดทางกลุ่มเสรีไทไซเบอร์จึงไม่สามารถที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเราไม่ได้มีอคติกับ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช)และ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร) แต่ด้วยเหตุผลที่รัฐธรรมนูญเป็นภาษากฎหมายชั้นสูง กระผมจึงจะนำมาเขียนด้วยภาษาชาวบ้านที่อ่านง่ายและง่ายต่อการศึกษา ดังนั้น ผมจึงขอกราบประทานโทษผู้อ่านที่มีความรู้ด้านกฎหมายมา ณ ที่นี้ด้วย รัฐธรรมนูญปี2550ประกอบไปด้วยทั้งหมด 15 หมวดด้วยกัน โดยแยกในแต่ละสัดส่วนออกมาดังนี้ หมวด ๑ บททั่วไป เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 มีการเพิ่มเติมบ้างถ้อยคำแต่ไม่สำคัญอะไรครับ หมวด ๒ พระมหากษัตริย์ คงความในหมวดนี้ไว้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ปี 2540 มาตรา ๙ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก แต่ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีการบัญญัติ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ
หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย คงความในหมวดนี้ไว้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ส่วนที่ ๓ สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล มาตรา ๓๖ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบด้วยกฎหมาย การตรวจ การกัก หรือการเปิดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน รวมทั้งการกระทำ ด้วยประการอื่นใดเพื่อให้ล่วงรู้ถึงข้อความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จะเห็นได้ว่ามีการเปิดช่องทางเพื่อให้มีการปิดกั้นเสรีภาพการสื่อสารทันทีถ้าเกิดการรัฐประหาร ส่วนที่ ๗ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน มาตรา ๔๕ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ เกียรติยศ ชื่อเสียง สิทธิในครอบครัวหรือความเป็นอยู่ส่วนตัวของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันหรือระงับความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพ ของประชาชน จะเห็นได้ว่าเปิดโอกาสไม่ให้สื่อมวลชน ทำหน้าที่ได้ตามปกติ กล่าวคือถ้าเกิดการรัฐประหารการรายงานข่าวจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบและนำเสนอข่าวเพียงด้านเดียวที่ทางผู้รัฐประหารอนุญาตเท่านั้น
ส่วนที่ ๑๐ สิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน มาตรา ๕๕ บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครอง ของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น เว้นแต่การเปิดเผยข้อมูล หรือข่าวสารนั้นจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชนหรือส่วนได้เสียอันพึง ได้รับความคุ้มครองของบุคคลอื่น จะเห็นได้ว่ารัฐมีสิทธิที่จะปกปิดข้อมูลโดยตรง โดยไม่ผิดกฎหมาย ดดยรัฐมีสิทธิ์ที่จะบอกว่าข้อมูลนั้น อาจจะเสียหายต่อรัฐ ซึ่งเป็นเหตุที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ส่วนที่ ๑๑ เสรีภาพในการชุมนุมและการสมาคม มาตรา ๖๒ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะในกรณีการชุมนุมสาธารณะ และเพื่อคุ้มครองความสะดวกของ ประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะหรือเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเวลาที่ประเทศอยู่ใน ภาวะสงคราม หรือในระหว่างเวลาที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือประกาศใช้กฎอัยการศึก นั้นหมายความว่า ถ้าเกิดการปฏิวัติหรือยึดอำนาจประชาชนไม่มีสิทธิออกมาที่ถนนและเรียกร้องหรือขับไล่ เผด็จการทันที ถ้าทำหมายถึงจะผิดกฎหมาย ส่วนที่ ๑๓ สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๗ บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้ ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่ง ผู้รู้เห็นการกระทำ ดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้ มาตรา ๖๘ บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการกระทำใด ๆ ที่เป็นไป เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ในกรณีที่ประเทศตกอยู่ในภาวะวิกฤติ เหตุการณ์คับขัน หรือเกิดสถานการณ์จำเป็น อย่างยิ่งในทางการเมือง ให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาหาทางป้องกันหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะเห็นได้ว่าทั้งสองมาตรานั้น มีความไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง กล่าวคือ ในอนาคตพี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะเรียกร้องขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้อีกเลย และเปิดทางการยึดอำนาจถือว่าเป็นความชอบธรรมอีกด้วย หมวด ๔ หน้าที่ของชนชาวไทย คงความในหมวดนี้ไว้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ปี 2540
หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ส่วนที่ ๒ แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ มาตรา ๗๖ รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ และต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็น และเพียงพอ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช ความมั่นคงของรัฐ สถาบันพระมหากษัตริย์ ผลประโยชน์แห่งชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อการพัฒนาประเทศ จะเห็นได้ว่ามีการเปิดช่องให้รัฐต้องสนับสนุน อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยตลอดเวลาง่าย ๆ คือต้องมีการเพิ่มงบให้กองทัพตลอดเวลาที่ร้องขอไป หมวด ๖ รัฐสภา ส่วนที่ ๒ สภาผู้แทนราษฎร มาตรา ๙๑ สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสี่ร้อยคน ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด และยังมิได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใด ๆ ทำให้การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใดมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรไม่ถึงสี่ร้อยคน แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมด ให้ถือว่าสมาชิกจำนวนนั้นประกอบเป็นสภาผู้แทนราษฎร และต้องมีการเลือกตั้งจนครบ จำนวนสี่ร้อยคนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ได้รับเลือกตั้งเข้ามานั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของสภาผู้แทนราษฎรที่เหลืออยู่ จะเห็นได้ว่ามีการลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนลงให้เล็กลง นั้นคือเป็นการลงอำนาจการเชื่อต่อระหว่าง สส กับ ประชาชนลง เพื่อไม่ให้ประชาชนใกล้ชิด สส มากขึ้นนั้นเอง มาตรา ๙๒ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๙๑ ให้ดำเนินการตามวิธีการดังต่อไปนี้ (๑) ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน สามร้อยยี่สิบคน โดยการนำจำนวนประชาชนทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งเฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามร้อยยี่สิบคน เพื่อเป็นฐานในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีในแต่ละจังหวัด แล้วให้แบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดโดยให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เขตเลือกตั้งละสามคน ในกรณีที่จังหวัดใดไม่อาจจัดให้เขตเลือกตั้งใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ครบจำนวนสามคน ให้แบ่งเขตเลือกตั้งตามวิธีการที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา นั้นหมายความได้ว่า มีการขยายาเขตเลือกตั้งออกไปละเพิ่มจำนวน สส ลงไปแต่พี่น้องประชาชนสามารถกากได้คนเดียวเช่นเดิมนั้นหมายความว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่ต่อไปนี้ การเมืองไทยจะมีรัฐบาลพรคเดียวจะเป็นรัฐบาลผสมอีกครั้ง ดังนั้นนโยบายต่างจะไม่มีทางเกินขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้เลย (๒) ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนจำนวนแปดสิบคน โดยให้แบ่งเป็นสี่เขตเลือกตั้ง โดยให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนประชาชนที่ใกล้เคียงกันและมีพื้นที่ติดต่อกัน ในแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนยี่สิบคนโดยใช้วิธีการคำนวณหาสัดส่วนจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากสัดส่วนคะแนนตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองจัดทำขึ้น บัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้จัดทำขึ้นจะมีสัดส่วนที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนเท่าใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา จะเห็นไดว่ามีการลดจำนวนอีกเช่นกัน ลักษณะจะคล้ายกันในแบบแบ่งเขต เป็นการตัดอำนาจประชาชนที่มีกับ สส โดยสินเชิง ส่วนที่ ๓ วุฒิสภา มาตรา ๑๐๖ วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนหนึ่งร้อยหกสิบคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งจากบุคคลที่ได้รับการสรรหา ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ และยังมิได้มีการสรรหาขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่มีเหตุการณ์ใด ๆ ทำให้มีสมาชิกวุฒิสภาไม่ครบจำนวนหนึ่งร้อยหกสิบคนภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๑๐๗ แต่มีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ให้ถือว่าวุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนดังกล่าว แต่ต้องมีการสรรหาให้ได้สมาชิกวุฒิสภาครบจำนวนหนึ่งร้อยหกสิบคนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับบัญชีรายชื่อจากคณะกรรมการการเลือกตั้งตามมาตรา ๑๐๗ ในกรณีนี้ ให้สมาชิกวุฒิสภาผู้ได้รับการสรรหาเข้ามานั้น อยู่ในตำแหน่งเพียงเท่าอายุของวุฒิสภาที่เหลืออยู่ จะเห็นได้ว่าเป็นการตัดอำนาจประชาชนโดยตรงไม่ให้มีสิธิเลือกตั้ง สว ดังนั้นจะเกิดการแต่งตั้งคนสนิทภาครัฐบาลมาเป็น สว ทันที คราวนี้การโกงระดับชาติจะเกิดขึ้นอีกครั้ง หมวด ๗ การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชน มาตรา ๑๖๐ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา ๒๖๕ ให้ถอดถอนบุคคลตามมาตรา ๒๖๑ ออกจากตำแหน่งได้ มีการลดจำนวนประชาชนลง นั้นหมายว่า ถ้าเกิดมีผู้ไม่พอใจ นายกรัฐมนตรี แบบเดียวที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ทำก็สามารถถอดนายกรัฐมนตรีได้เลย นั้นอาจจะทำให้การทำงานของรัฐบาลไม่ต่อเนื่อง หมวด ๘ การเงิน การคลัง และงบประมาณ คงความในหมวดนี้ไว้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ปี 2540 หมวด ๙ คณะรัฐมนตรี มาตรา ๑๖๗ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรี อื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคนประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลัก ความรับผิดชอบร่วมกัน นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๑๖๘ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระหรือเกินกว่าแปดปีมิได้ สุดแต่ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งกรณีใดจะยาวกว่ากัน จะเห็นได้ว่าเป็นการปิดกันเสรีภาพทางการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองโดยตรง นั้นหมายความว่า นายกรัฐมนตรีที่ดี ๆ และมีความสามารถที่ประชาชนไว้ใจและมาตามระบอบประชาธิปไตย ไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งได้นาน หมวด ๑๐ ศาล คงความในหมวดนี้ไว้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ปี 2540 หมวด ๑๑ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ คงความในหมวดนี้ไว้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ปี 2540 หมวด ๑๒ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ส่วนที่ ๓ การถอดถอนจากตำแหน่ง มาตรา ๒๖๑ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการ สูงสุด ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง วุฒิสภามีอำนาจถอดถอนผู้นั้นออกจากตำแหน่งได้ จะเห็นได้ว่า จากความตามมาตราที่ผ่านมาให้มีการแต่งตั้ง วุฒิสภานั้น ในมาตรานี้ให้อำนาจ สว มีสิทธิที่จะถอดถอนได้ จะเห็นได้ว่า มีเครื่องบ่งชี้ได้ว่าสามารถมีการต่อรองผลประโยนช์กันได้อย่างชัดเจนในประเด็นนี้ หมวด ๑๓ จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ คงความในหมวดนี้ไว้เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ปี 2540 หมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา ๒๗๕ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหาร ท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ ประชาชน หรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปีคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นจะเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น และจะมีผลประโยชน์ขัดกันกับการดำรงตำแหน่งตามที่กฎหมายบัญญัติมิได้ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น หรือในกรณีที่สมาชิกสภาท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง ทั้งคณะตามมาตรา ๒๗๖ และต้องมีการแต่งตั้งคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว มิให้นำบทบัญญัติวรรคสอง วรรคสาม และวรรคหก มาใช้บังคับ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณีที่มีการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ อาจจัดโครงสร้าง การบริหารรูปแบบอื่นที่แตกต่างจากบทบัญญัตินี้ได้ จะเห็นได้ว่ามีความตั้งใจดีที่จะให้มีการเลือกตั้งในระบบท้องถิ่น แต่กระบวนการไม่มาซึ่งความชอบธรรม โดยในขั้นตอนการลงคะแนน ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเขียนไว้ว่าทางลับด้วยซึ่งส่อไปทางที่ไม่ชอบในการสรรหาโดยตรง หมวด ๑๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๙ บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทำ ที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทำนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ กรรมเป็นเครื่องส่อเจตนาในการทำ การออกมาตรานี้เป็นการบ่งชี้ได้ว่า การทำใดในการรัฐประหารถือว่าชอบด้วยกฎหมาย หมายความง่าย ๆ ว่า คณะมนตรีความมั่นคงไม่มีความผิดใด ๆ เลย ส่วนต่อแห่งความสงสัย นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส.ระบบแบ่งเขต และจะไม่มีการเลือกตั้งซ่อมในเขตที่ผู้แทนมาเป็นนายกฯ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรี จะคัดเลือกจาก สส.แบ่งเขตเช่นกัน และอาจไม่ต้องพ้นจากตำแหน่ง นั้นสรุปได้ว่าเป็นการแยกอำนาจประชาชนกับ สส ในระบบเขตเลือกตั้งโดยเด็ดขาดเพราะว่า สส ระบบเขต ไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบ พื้นที่ก็ได้ถ้าเป็น รัฐมนตรี และนี้คือบทสรุปที่ กลุ่มเสรีไทไซเบอร์เห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญ ไร้ซึ่งความชอบธรรม และส่วนที่ต่างจากรัฐธรรมนูญปี40ในบางมาตรานั้น มีแต่ข้อเสียทั้งสิ้น ดังนั้นเหมือนในหลาย ๆ หมวดยังคงไว้ตามรัฐธรรมนูญปี2540 เราก็ควรกลับไปใช้ เพราะ รัฐธรรมนูญปี2540 ได้ทำให้ประชาชนเป็นใหญ่เหนือนักการเมือง แต่รัฐธรรมฉบับนี้ กำลังนำนักการเมืองมีอำนาจเหนือประชาชน คณะกรรมการติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ กลุ่มเสรีไทไซเบอร์
|