• hs0pdo
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 56
  • จำนวนผู้ชม : 95519
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
hs0pdo
วันเสาร์ ที่ 24 เมษายน 2553
Posted by hs0pdo , ผู้อ่าน : 2745 , 00:00:27 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ได้อ่านข้อมูลนี้ ในเวลาที่เหมาะสม อยากให้เพื่อนๆได้ทราบบ้าง จึงขอคัดลอกมาเพื่อส่วนรวมได้อ่านโดยวิจารณญาน
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ...   คำต่อคำ อำมาตย์ ชื่อ  " ดร . สุเมธ  ตันติเวชกุล "  เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา บันทึกไว้ใน
แผ่นดิน ... ตามเส้นทางเสด็จฯทุกคำทุกบรรทัด  จากนี้ไปพสกนิกรไทยชาวไทยไม่อาจได้ อ่าน !!
   " ดร . สุเมธ "   เล่าเรื่องอาการพระ ประชวร
   " พระองค์ท่านพระชนมพรรษาตั้ง  80 พรรษากว่าแล้ว การที่ทรงพระประชวรก็เป็นเรื่อง
ธรรมดา อีกทั้งพระวรกายของพระองค์ท่านก็ผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก ทรงเสด็จฯเยี่ยมเยียน
พสกนิกรอย่างมากมาย ผมได้มีโอกาสตามเสด็จมาตั้งแต่ปีพ . . 2524 กว่าๆเป็นต้นมา เห็นว่า
พระองค์ท่านทรงงานเกินกว่าภาวะร่างกายมนุษย์จะพึงแบกรับได้ พระวรกายของพระองค์ท่านก็ต้อง สึกหรอเป็นธรรมดา "    " อย่างไรก็ตามในขณะที่พระองค์ท่านทรงมีพระวรกายแข็งแรง ทรงมองปัญหาวางแผนการแก้ ปัญหาไว้เรียบร้อยแล้ว ทรงตั้งองค์กรที่จะรับงานไปดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่นมูลนิธิ โครงการหลวง มูลนิธิชัยพัฒนา  และโครงการพระราชดำริ และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ "   ทำให้มีองค์กรที่สามารถทำให้งานเดินหน้าต่อไปได้  แม้ว่าระยะหลังพระองค์ท่านจะไม่ได้เสด็จ ออก แต่งานทั้งหลายก็ไม่ได้หยุดนิ่ง มีกระแสรับสั่งผ่านสมเด็จพระเทพฯ ที่ทรงเข้าเฝ้าฯ บ่อยมากๆ และทรงรับพระราชกระแสรับสั่งมา  ทำให้ในแง่งานไม่ได้หยุดลงเลย
(Embedded image moved to file: pic28692.jpg)
        " ทรงงานตลอดเวลา ... แม้ประทับอยู่โรงพยาบาล "
แม้ว่าในขณะนี้ พระองค์จะประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช สมเด็จพระเทพฯก็ยังทรง เข้าเฝ้าฯ  และกราบทูลฯถวายรายงาน บางงานพระองค์ท่านก็มีรับสั่งเพิ่มเติม ในฐานะ พระองค์ท่านทรงเป็นประธานกิตติมศักดิ์สถาบัน  ท่านก็รับสั่งให้ข้อมูลตลอดเวลา ใน โลกที่เทคโนโลยีสารสนเทศก้าวหน้า การสั่งราชการสมัยใหม่สั่งงานที่ไหนก็ได้  และรูปแบบ การถวายรายงานก็มีหลายช่องทาง  ไม่จำเป็นต้องเสด็จฯให้เหนื่อยยากเหมือนสมัยก่อน และงานทุกอย่างพระองค์ท่านทรงหลับตาก็เห็นหมด
      (Embedded image moved to file: pic21425.jpg)
  มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงโทรศัพท์สายตรงมาถึง ตอนนั้นก็ประมาณตีสองตีสาม ก็
เคยแสดงให้เห็นว่าท่านทรงงานตลอดเวลา  แต่ส่วนมากท่านจะทรงมีกระแสรับสั่งผ่าน สมเด็จพระเทพฯ
      (   (Embedded image moved to file: pic10555.jpg) ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ..  

  ตัวอย่างคำแนะนำของในหลวง ตอนนั้นมีเรื่องการตั้งโครงการเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง
ของหน่วยงานอื่น พระองค์ท่านทรงเห็นว่าไม่ควรดำเนินการ แต่ได้ทรงอธิบายว่าทำไม พระองค์ไม่เห็นด้วย ผมก็แจ้งให้หน่วยงานนั้นยุติเสีย

          " ทรงงานอย่างละเอียด ... รอบคอบทุกพิกัด " ท่านมีพระกระแสรับสั่งงานได้เฉพาะเจาะจง  บางครั้งงานที่เราถวายรายงานก็ทรงทราบ รายละเอียดมากกว่าเราที่อยู่ในพื้นที่ มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์จะเสด็จฯ  ที่สาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว &n bsp;  เราไปนอนรออยู่ก่อนที่เวียงจันทน์ แล้วถวายรายงาน เรื่องพิกัด ท่านก็มีพระกระแสรับสั่งผ่านศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัย กลับมาตอนสี่ทุ่ม ทรงมีรับสั่งว่า  " พิกัดที่ส่งไป ผิดพลาดไปประมาณ  500  เมตร "  เราซึ่งอยู่ในพื้นที่ยังถวาย รายงานได้ไม่ครบ แต่พระองค์ท่านประทับอยู่ที่วังยังทราบได้ ทั้งๆที่คณะทำงานขนระบบ GPS  ไปกันเพียบ
  พอรุ่งขึ้น ... เข้าไปวัดใหม่ก็ปรากฏว่าผิดพลาดจริงๆ เมื่อพระองค์ท่านประทับลงจากรถ
ก็ทรงรับสั่งว่า  " เห็นมั้ย ... บอกผิด "  นี่เป็นตัวอย่างว่าท่านทรงงานละเอียดมาก งานทุก แห่งท่านต้องทรงไปทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง
         " ทรงพะวงกับงานโดยไม่คำนึงถึงพระวรกาย "
  การทรงงานทุกอย่าง ท่านคิดแต่เรื่องคนอื่นตลอดเวลา ทรงเกรงใจคน ไม่ต้องการ ให้คนอื่นลำบาก  บางคราวเสด็จออกโดยไม่แจ้งหมายกำหนดการล่วงหน้า ทรงทราบว่าจะมี คนมาคอยเฝ้าฯ จะลำบาก  พวกเราก็ต้องคอยเก็งเอาว่าท่านจะเสด็จฯไหน เมื่อเสด็จ ออกถึงได้รู้กันตอนนั้น บางครั้งก็เก็งถูก  บางครั้งก็ผิด แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมเสมอ มีรถ นำขบวนเตรียมไว้ทั้งซ้าย - ขวา ท่านเสด็จออกทางไหนก็พร้อม  มีโอเปอเรชั่นวางไว้เลย     (Embedded image moved to file: pic03434.jpg) 

  ครั้งที่แล้วที่เสด็จฯประทับโรงพยาบาลเพราะต้องผ่าตัด อีก  5 ชั่วโมงจะเสด็จฯ ถึงที่
โรงพยาบาลศิริราช ทรงมีรับสั่งให้ทีมงานติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อติดตามสถานการณ์ พายุที่จะเข้าฝั่ง พระองค์ท่านทรงพะวงกับงาน โดยไม่คิดถึงพระวรกาย  ไม่ใช่ว่าเมื่อทรง
พระประชวรแล้วจะหยุดทรงงาน ขณะนี้ก็มีหนังสือราชการ มีการลงพระปรมาภิไธย  มีพระ บรมราชโองการตลอดเวลา
      (Embedded image moved to file: pic16549.jpg)
         " ผมคิดว่าเป็นเพราะความเกรงใจคนอื่น การประทับที่โรงพยาบาลศิริราช  ขณะนี้ทราบว่า
พระอาการทั่วไปหายดีหมดแล้ว เหลือเฉพาะต้องประทับต่อเพื่อทำกายภาพบำบัด หากท่าน
เสด็จฯออกจากโรงพยาบาลก็เกรงใจทีมแพทย์ การประทับโรงพยาบาลต่อเพื่อจะทำให้ ทีมแพทย์มีความสะดวก ... นี่ผมเดาเอาเองนะ เพราะท่านทรงคิดถึงคนอื่นตลอดเวลา แม้ จะเสด็จฯ ไปหัวหิน  ก็ทรงรอให้ถึงวันเปิดเทอมเพราะจะได้มีคนน้อยๆ รถราไม่ติด ทุก เรื่องทรงคิดหมด "

   ฝนตกแดดออก ทรงเสด็จออก ไม่เคยยกเลิกหมายกำหนดการ มีอยู่ปีหนึ่งน้ำท่วม ท่านเสด็จออกโดนแมลงกัดจนมีแผลที่พระบาท ท่านก็ยังมีรับสั่งงานต่างๆ  ต่องานทุกอย่าง ท่านต้องทอดพระเนตร ทุกงานพระองค์จะทรงห่วงตลอด
      (Embedded image moved to file: pic07441.jpg) " พระอารมณ์ขันและคำเตือน

          " งานผมก็เคยถวายรายงานแล้วไม่ถูกพระทัย เพราะเราพลาด เราก็รู้ว่าเราต้องทำ ใหม่  มนุษย์คนไหนไม่พลาดเลยตลอดชีวิต คนนั้นบ้าแล้ว บางคนทำผิดเท่าไร ไม่เคยเห็น ความผิดของตัวเอง  คนแบบนี้พระพุทธเจ้าสอนว่า เป็นพวกบัวใต้น้ำ พระองค์ท่านทรงดุเพื่อ ไม่ให้เราผิด พลาดอีก "
      (Embedded image moved to file: pic09512.jpg)

   พระองค์ท่านเคยตรัสถามว่าจะอยู่ถึง 120 ปีด้วยกันมั้ย เราก็ตอบว่า ตอนนั้นข้า พระพุทธเจ้าก็คง 108 ปี ... ทรงมีอารมณ์ขัน นอกจากนี้ทรงมีการเตือนพวกเราตลอด เวลา ว่าอย่าให้ตัวเองอ้วนเกินไป ให้มีวินัยในการประพฤติตัว ปีที่แล้วเราอายุ  69 ปี ก็ขอพร ท่านตรัสว่า  " ให้กินน้อยๆ "
  " ทรงเตือนว่า เป็นนักพัฒนาต้องแข็งแรง & nbsp; เพราะต้องออกเยี่ยมเยียนประชาชน อย่าตามใจปาก พออิ่มก็หยุดได้แล้ว "
      (Embedded image moved to file: pic30145.jpg)
        " ความทุกข์ ... ของพ่อ "
          " เรื่องความทุกข์ ท่านไม่ทุกข์ แต่ก็ธรรมดาถ้าลูกๆทะเลาะกัน พ่อ - แม่ก็ทุกข์ ... ไม่ ว่าจะใส่เสื้อสีอะไรก็ลูกท่านทั้งนั้น ตามวิสัยพ่อ - แม่รู้สึก  Hurt  ทั้งนั้น ถ้าลูกตีกัน ฉันใดก็ฉันนั้น พระองค์ท่านก็ทรงห่วง "  จะเห็นว่าเมื่อมีวิกฤติเป็นระยะๆ ท่านก็ทรงเตือนให้ รักษาบ้านรักษาเมืองประเทศชาติเกิดอะไรก็ไปกันหมด ประเทศไม่สงบก็เดือดร้ อนกันหมด ทรงเตือนให้มีสติ เอาสติกลับมา ทะเลาะกันก็เดือดร้อนกันทั้งคู่   " พระประมุขแห่งแผ่นดินเห็นอย่างนี้ก็คงกลุ้มพระทัย แต่เราก็ไม่เคยทูลถาม  แต่ก็ สังเกตเห็น "
  หลายฝ่ายจะให้ท่านทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ ทำไม่ได้หรอก พูดอย่างนั้นเป็นการพูดกัน ตามอำเภอใจ  แต่พระองค์ทรงมีทศพิธราชธรรมอยู่ข้อหนึ่งคือ อวิโรธนะ คือทำผิดไม่ได้ ต้องดูความเหมาะสม ถูกกฎหมายหรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า อย่างไร ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์  บางทีก็ไม่รู้เรื่อง

 
  ตอนหนึ่งมีนักข่าวต่างชาติมาสัมภาษณ์ท่านเรื่องพฤษภาทมิฬ ท่านรับสั่งว่า  ตอนนั้นนายก รัฐมนตรีก็มี รัฐบาลก็อยู่ จะให้ท่านออกมาได้อย่างไร  ถ้าท่านออกมาก็จะถูกหาว่าเข้าข้าง รัฐบาลได้  เมื่อทั้ง  2 ฝ่ายควบคุมกันไม่ได้แล้วมีคนตาย  ท่านก็ออกมา ท่านจะทรง ทำอะไร ไม่ทำอะไร เป็นเรื่องที่ยากมาก ท่านมีกรอบ มีคนมาวิพากษ์วิจารณ์ท่าน พระองค์ท่านก็นิ่งเงียบ อดทน ไม่เหมือนเรา ใครด่าเราก็ด่าตอบ แต่ท่านทรงทำอย่าง นั้นได้ที่ไหน
      (Embedded image moved to file: pic18060.jpg)
        " ในหลวงเป็นนักบุญที่มีชีวิต "
  เรื่องที่วิจารณ์เปรียบเทียบกันว่า สถาบันของไทยไม่เหมือนกับสถาบันพระมหากษัตริย์
ประเทศอื่น ก็ใช่ ของเขาก็ของเขา ไม่เหมือนของเรา เปรียบเทียบกันไม่ได้ ผมก็เคย พูดไปว่าไม่เหมือนกันระหว่างเมืองไทยกับประเทศอื่น  ก็มีคนหาว่าผมเล่านิทานโกหก สถาบันของเราถวายคำว่ามหาราช ท่านก็ยังไม่รับ  พระองค์ท่านเป็นนักบุญที่มีชีวิต ตลอด 63 ปี ท่านทรงงานตลอด  ท่านทรงทำอะไรไม่ดีต่อแผ่นดินบ้าง พระองค์ท่านเหมือนพระ  ท่านทำเพื่อทำ ท่านเคยตรัสว่า  " ฉันใช้ระบบสังฆทาน &nb sp; ทำไปโดยไม่เจาะจงว่าเพื่อ ใคร "  หาอย่างนี้ไม่ได้แล้ว  เด็กรุ่นใหม่เขาอาจจะไม่เคยสัมผัส ทั้งๆที่สื่อก็ออกมามากมาย แต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป 

เพราะไปศึกษาในโลกตะวันตก ก็มีค่านิยมอีกแบบ ที่สุดก็ถูกครอบงำโดยตะวันตก  จนลืมราก
เหง้าตัวเอง เด็กรุ่นใหม่ก็คิดเรื่องเงินตัวเดียว ทำงานก็เพื่อเงิน ต้องรวย คุณธรรมช่าง หัวมัน  ทัศนคติเด็กที่คิดเรื่องคอรัปชั่น บอกว่าขอให้สะดวกสบายมีการบริการ ไม่แยกแยะ เรื่องดีเรื่องไม่ดี  ...

       " เมื่อถูกอ้าง ... จะให้ทำอย่างไร "
  เรื่องที่ถูก  " อ้าง "  คนใกล้ไม่ได้อ้าง คนอ้างไม่ได้ใกล้นั้น  " ดร . สุเมธ "  ต้องถอน หายใจหลายครั้ง กว่าจะเริ่มตอบอย่างมีคำถาม จะให้ทำอย่างไร ... แต่เราก็ไม่เคย  ถ้าพระองค์ไม่เรียกก็ไม่เข้าเฝ้าฯ เรียกหาก็ เข้าเฝ้าฯ เรื่องอ้าง เรื่องข่าวลือ  มันมีมาตั้งแต่สมัยไหนแล้ว สมัยรัชกาลที่  5  ก็มีเรื่อง หยุมหยิม เรื่องมูลฝอย  ผมเคยอ่านหนังสือสมัยรัชกาลที่  5  ทรงมีรับสั่งว่า
  " เลิกนินทากันซะทีเถอะ "  ขอให้พอทีเถอะ ข่าวโกหกคนโง่ก็เป็นเหยื่อ คนฉลาดฉุกคิดได้ก็
รอดไป  เป็นเรื่องมนุษย์ บ้านเมืองวุ่นวาย เหมือนเชื้อโรค ย่อมมีอยู่รอบตัวเรา  สำคัญว่า
มีคนเชื่อหรือเปล่า ... ทำไมถึงเชื่อกันง่าย
  
  เมื่อสถาบันถูกกระทบกระเทียบจากฝ่ายต่างๆ  " ข้าแผ่นดิน "  ที่ตามรอยเส้นทาง เสด็จฯ ยังคงก้มหน้าก้มตา เดินตามทางแห่ง  " พ่อ "  ของแผ่นดิน  ก็ต้องทำหน้าที่ไปสอนไปอบรม  ไปพูด คนตีกันก็ห่วง พอห้ามตีกันก็โดนด่ากลับมา  ผมไม่เข้าใจคนในสังคมนี้ เราบอกให้สงบ  เลิกทะเลาะกัน ก็ด่าเราอีก
     " ดร . สุเมธ - คนกลาง  อำมาตย์  100  เปอร์เซ็นต์ "  ผมเป็นอำมาตย์  100%   ในชีวิตไม่เคยทำอะไรนอกจากเป็นข้าราชการ อำมาตย์ก็คือ ข้าราชการมียศมีศักดิ์ ใช่ ... แล้วไง แล้วตอนบ้านเมืองจนมุม  ก็มีแต่พวกอำมาตย์กู้ ชาติ ถ้าผมตายก็ตาย ไม่รู้จะเตือนอย่างไร จำนวนคนอวิชชามันเยอะ ถ้าเขาฟังก็ฟัง  เขาด่าเราก็ไม่ด่าตอบ  ทำตามบทบาทหน้าที่ ทำได้เท่านี้ แล้วก็ทำไม่เคยหยุด  เสาร์ - อาทิตย์ก็ทำงาน

  ถ้าจะให้เตือน มีอย่างเดียวคือ ไม่ต้องห่วงใคร ถ้ามีสติ ห่วงตัวเองเท่านั้นแหละ ถ้ามีสติ  จะรู้ตัวว่าตัวเองยืนอยู่ตรงไหน หรืออยากจะเป็นคนอพยพ อยากอยู่ที่โน่นที่นี่ ก็ เชิญ ผมอยากอยู่ที่นี่  อยากให้ลูกหลานอยู่ที่นี่ ใครจะสร้างรัฐใหม่ ไปอยู่รัฐใหม่ เราไม่ ไป เราจะอยู่รัฐเก่านี่แหละ
  
  คนที่เรียกร้องคนกลางมาแก้ปัญหา เราก็สุดปัญญาจะอธิบาย คนกลางก็มีแล้ว มีหมดทุก
อย่าง  มีเครื่องมือครบ แต่ก็ไม่อยากจะซ่อมกัน ปล่อยให้เครื่องมือเสีย  เพราะฉะนั้น  สื่อเองแหละที่ต้องทบทวนตัวเอง มีหน้าที่พร้อมมูล คนกลางพูดไปเถอะ  ไม่มีมรรคผลหรอก คนกลางออกมา  คนฟังก็อาจจะมี คนไม่ฟังก็อาจจะมี ถ้าสื่อจับมือกัน กระหน่ำคนที่ทำผิด พักเดียวก็อยู่  ตอนนี้สื่อไม่มีเอกภาพ แต่ถ้าลองพร้อมใจกันหยุดทำมาหากิน สักพัก แล้วเห็นใครบ้าๆ บอๆ ก็กระหน่ำให้อยู่ ... ขุดโคตรมาเลย รับรองทุกอย่างจะเข้า ที่โดยเร็วที่สุด ดังนั้นสื่อนั่นแหละคนกลาง  ผมคาดหวังในพลังของสื่อมาก  ต้องนำมาใช้ในทาง  positive  ที่ผมพูดนี้พูดโดยบริสุทธิ์ ใจ  ผมเสนอว่าลองหยุดสัก  6  เดือน  เป็นสื่อกู้ชาติ
         " พระเจ้าอยู่หัวท่านทำร้ายใคร ... ไม่มี  ท่านทรงอยู่เฉยๆ "
  ประชาธิปไตยเขาสอนหรือ ว่าให้อยู่เฉยๆ เวลาเห็นคนโกง การมาตามประชาธิปไตย
เพราะฉะนั้นให้เขากินกันอย่างนั้นหรือ แล้วมาบ่นกันทำไม ... น่าเศร้า   " โดนโจมตีว่าเป็นอำมาตย์  แล้วจะให้ผมทำอย่างไร ผมก็เป็นผม ผมเป็นอำมาตย์ ผม จะเจียระไนให้ดูว่า อำมาตย์คนนี้ทำอะไรบ้าง  เป็นคนทำงานพัฒนาชนบท เคยออกรบ โดด ร่มกลางป่า ก็อำมาตย์ทำทั้งนั้น ตอนนี้เป็นอดีตอำมาตย์ที่เกษียณ  แต่ยังกินเงินเดือนอำมาตย์ อยู่  รับเงินเดือนทุกเดือน ใครมาด่าเราก็ปลง เราไปช่วยเขาแท้ๆ "
  ในช่วงสองสามปีมานี้อำมาตย์โดนวิพากษ์วิจารณ์มากเป็นพิเศษ แต่   " ดร . สุเมธ "  บอก ว่า  " ผมอยู่ตรงกลางจริงๆ แดงก็ด่า เหลืองก็ด่า ทั้งๆที่อยู่ตรงกลางที่สุดแล้ว ผมก็ ทำงานไป จะเอาอะไรไปตอบโต้ ใครเดือดร้อนก็ไปช่วย อย่าพะวงว่าจะโดนด่า พระพุทธ เจ้ายังถูกนินทา โดนทำร้ายด้วย แล้วเราจะเหลืออะไร "   " คนที่พูดคำว่าจงรักภักดี คำที่ดีที่สุดคือสติ เหนือสิ่งอื่นใด ทุกวันนี้สติหดหาย ขาด ถ้ามีสติ มีศีล มีปัญญาฉลาดรอบคอบ  ก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เพราะฉะนั้น คน ในสังคมต้องมีสติ อย่าขาดสติ  จะให้เราเข้าใจที่สุด "
         คำต่อคำของอำมาตย์ ๑๐๐ %  จบสมบูรณ์ ๓ ครับ หัวข้อสำคัญของวันนี้ อ่าน ทบทวนกันให้ดี ผมจะไม่หยิบตรงไหนมาสรุป  เพราะถึงเวลาที่ทุกคนต้อง  " สรุป - ด้วยใจ " ตัวเองกันแล้ว .  
         ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ..  






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chailasalle วันที่ : 24/04/2010 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ปิติที่เกิดในยุคของพระองค์ท่าน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เป้สนาม วันที่ : 24/04/2010 เวลา : 00.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakusaevil

เปลี่ยนฟ้อนนิดนึงนะครับ ลายตามากเลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hs0pdo วันที่ : 24/04/2010 เวลา : 00.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hs0pdo

อยากให้สื่อครับ อ่านกันมากๆ จะได้คนเป็นกลางมา ทำงาน เพราะชาติต้องการครับ ท่านที่เป็นสื่อแจกกันอ่านยิ่งดีอาจพอช่วยกันได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน