• hs3ekf
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs3ekf@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-23
  • จำนวนเรื่อง : 38
  • จำนวนผู้ชม : 10337
  • จำนวนผู้โหวต : 19
  • ส่ง msg :
ร.ต.สันติ ศรีมาตย์กุล
ข้าพเจ้า จะเชิดชูและรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า
Permalink : http://www.oknation.net/blog/hs3ekf
วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม 2550
++00++ สงครามในยุคเศรษฐกิจดิจิตัล ++00++
Posted by hs3ekf , ผู้อ่าน : 193 , 20:11:42 น.  
พิมพ์หน้านี้


สงครามในยุคเศรษฐกิจดิจิตัล
โดย พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์
เสนาธิการทหารบก

หมายเหตุ: บทความนี้คัดลอกจาก website ของกองทัพบก http://www.rta.mi.th/

โลกเราในปัจจุบันนี้เป็นยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) ซึ่งก็คือสังคมที่เต็มไปด้วยข้อมูล และข่าวสาร และเป็นยุคที่เป็นโลกของการติดต่อสื่อสารที่ไร้พรมแดน ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีความทันสมัยก้าวหน้า สามารถเชื่อมต่อโลกทั้งโลกได้โดยไม่มีอุปสรรคด้านเวลาและระยะทางอีกต่อไป

จากการที่โลกได้ถูกเชื่อมต่อด้วยอินเตอร์เน็ต ทำให้ผู้คนในโลกได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กันอย่างรวดเร็ว และทำให้องค์ความรู้ใหม่ๆของโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน จนทำให้มีผลกระทบต่อรูปแบบการดำรงชีวิตและแนวคิดของผู้คนในโลกอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
อิทธิพลของอินเตอร์เน็ตนั้นมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตของมนุษยชาติ ซึ่งเห็นได้จากอัตราการเติบโตของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ 6 เดือนและทะลุผ่าน 50 ล้านรายภายในเวลาเพียง 5 ปี เท่านั้น ขณะที่จำนวนเครื่องรับโทรทัศน์ 50 ล้านเครื่องแรกใช้ระยะเวลาถึง 13 ปี เครื่องคอมพิวเตอร์ PC ใช้เวลาถึง 16 ปี เครื่องรับวิทยุ 38 ปี และเครื่องโทรศัพท์บ้านนานถึง 74 ปี

เมื่อความสามารถในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตนั้นมีความง่ายขึ้น สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น จึงทำให้อินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ส่งผลให้เกิดแนวคิดและวิธีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีการร่วมมือกันอย่างกว้างขวาง ก่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆร่วมกัน โดยพวกเขาเหล่านั้นไม่เคยเห็นหน้ากันและไม่เคยอยู่ร่วมกันเลยด้วยซ้ำไป เกิดการทำงานเป็นกลุ่มในลักษณะชุมชนออนไลน์ ทำให้เกิดเศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) ซึ่งถือว่าเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ ยกตัวอย่างเช่น amazon.com ได้สร้างธุรกิจใหม่ขึ้น ในลักษณะไม่มีร้านอย่างเป็นตัวตน โดยมีร้านอยู่ในอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่สามารถสร้างรายได้จากการขายสินค้าได้เป็นพันล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี

ยูทูป (YouTube) หรือ www.youtube.com เป็นอีกบริษัทที่เป็นองค์กรแบบไม่มีตัวตน (Virtual organization) ที่กำเนิดขึ้นเพื่อให้คนชุมชนออนไลน์สามารถที่จะแบ่งปันประสบการณ์ร่วมกันโดยการแลกเปลี่ยนวีดิโอคลิปบนเว็บของ YouTube อย่างไม่มีขอบเขต จนทำให้มีผลกระทบต่อความมั่นคงของหลายๆประเทศ ถึงขั้นในหลายประเทศเริ่มหันมาให้ความสำคัญในการจำกัดการเข้าถึง YouTube เช่น กองทัพสหรัฐอเมริกา กำลังพิจารณาห้ามมิให้ทหารที่ปฏิบัติการในประเทศอิรักนำเอาวีดิโอคลิปที่เป็นภาพชีวิตประจำวันเพื่อให้ครอบครัวของตนรับชมผ่านเว็ปไซท์ YouTube เพราะกองทัพสหรัฐอเมริกาเกรงว่าความลับในการปฏิบัติการทางทหารจะรั่วไหล เป็นต้น

อีกบริษัทหนึ่งที่มีลักษณะเดียวกันกับ YouTube แต่เป็นการแลกเปลี่ยนรูปภาพบนเว็บคือ Flickr (www.flickr.com) โดยเว็ป Flickr ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก และ Flickr เชื่อว่าคนยุคต่อไปจะใช้เว็ปไซท์นี้เพื่อเก็บบันทึกภาพประวัติศาสตร์ของพวกเขาตั้งแต่เยาวัยจนตลอดชีวิต และขณะนี้ผู้คนบนชุมชนออนไลน์สามารถร่วมกันสร้างสารานุกรมออนไลน์ที่เรียกว่า Wikipedia (www.wikipedia.org) ซึ่งในปัจจุบันนี้ข้อมูลใน Wikipedia มีขนาดใหญ่กว่า Encyclopedia ด้วยซ้ำไป โดยจากสถิติเว็ปที่กล่าวถึงเหล่านี้มีผู้คนเข้าถึงนับพันล้านครั้งต่อวัน

การเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็วและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นนี้ นอกจากจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านระบบเศรษฐกิจและสังคมแล้ว ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในด้านความมั่นคงของชาติอีกด้วย จึงทำให้แนวคิดด้านยุทธศาสตร์และยุทธวิธีทางทหารและความมั่นคงของชาติแบบเดิมนั้น อาจจะไม่สามารถนำมาใช้ต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต เพราะรูปแบบการสงครามมีการเปลี่ยนแปลงไป เช่น การใช้อินเตอร์เน็ตโจมตีระบบสารสนเทศขององค์กรภาครัฐ จนไปถึงการใช้อินเตอร์เน็ตปล่อยข่าวโจมตีรัฐบาล จึงทำให้เกิดหลักการสงครามใหม่ที่เรียกว่า “การปฏิบัติการข่าวสาร” หรือ “Information Operations” ซึ่งถือได้ว่าเป็นหลักสงครามรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อของโลกที่ไม่มีพรมแดน นั่นเอง

ประเทศไทยในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตสูงถึง 12 ล้านคน โดยมีการคาดว่าจะเพิ่มเป็น 15 ล้านคน ภายใน 1 ปีข้างหน้า และยังเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในปัจจุบันกลุ่มประชาชนที่ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีพลังอำนาจและมีอิทธิพลในด้านแนวความคิดของสังคมและเป็นกลุ่มคนที่มีความรู้ เป็นกลุ่มที่ตอบรับกับข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของฝ่ายตรงข้าม โดยฝ่ายตรงข้ามพยายามแย่งมวลชนกลุ่มนี้จากรัฐบาล

จากการที่มีจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตสูงขึ้นนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือประชาชนในชาติสามารถพัฒนาความรู้ด้วยการค้นคว้าหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ซึ่งถือว่าเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่ในทางกลับกันก็มีความเสี่ยงที่ในอดีตไม่เคยเกิดขึ้น คือการใช้อินเตอร์เน็ตซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรสาธารณะเพื่อการทำลายล้าง เช่นการโพสท์วีดิโอคลิปลงบนเว็ปไซท์ YouTube เพื่อหมิ่นสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ แต่ก็ยากยิ่งในการควบคุม

ตัวอย่างที่น่าสนใจที่แสดงถึงอิทธิพลของข้อมูลข่าวสารและสื่อต่อประชาชนในประเทศไทยคือ การออกอากาศเพื่อโจมตีรัฐบาลผ่านระบบทีวีดาวเทียม โดยการส่งสัญญาณภาพและเสียงผ่านระบบสายใยแก้วนำแสงใต้น้ำ (Submarine fiber optic cable) ออกนอกประเทศและใช้สัญญาณดาวเทียมของต่างประเทศถ่ายทอดกลับมาที่ประเทศไทยเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดทางกฎหมาย และยังอนุญาตให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นในประเทศไทย นำสัญญาณไปถ่ายทอดต่อ และให้ประชาชนทั่วไปสามารถรับชมผ่านทางเว็บไซต์ได้ ซึ่งได้รับความสนใจต่อประชาชนเป็นอย่างมาก

แม้ว่ากรมประชาสัมพันธ์จะพยายามหยุดการกระทำในลักษณะดังกล่าวด้วยข้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมายควบคุมวิทยุโทรทัศน์ โดยการฟ้องต่อศาลปกครอง แต่ในที่สุดศาลปกครองก็ได้มีคำสั่งให้ความคุ้มครอง โดยให้เหตุผลว่า เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสาธารณะจากสื่อมวลชน ซึ่งถือว่าเป็นการต่อสู้ที่ใช้ความรู้ด้านสื่อและเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคมโดยปราศจากกำลังทางทหาร

สงครามรูปแบบใหม่ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยและก่อให้เกิดความสับสนแก่ประชาชนมาแล้ว เช่น การส่งข้อความสั้นหรือ SMS เพื่อสร้างข่าวสารบิดเบือนความจริง, การจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ การสร้างเว็ปไซท์ต่อต้านรัฐบาลเพื่อลดความน่าเชื่อถือของประชาชน และการโพสท์ข้อความบนเว็บบอร์ดเพื่อโจมตีรัฐบาล เป็นต้น เหตุการณ์ที่ยกตัวอย่างล้วนแล้วแต่ยากในการควบคุม จึงเป็นการตอกย้ำภัยคุกคามที่เกิดจากการที่รัฐบาลขาดความสามารถในการจัดการระบบสารสนเทศและระบบสื่อสารของชาติ

จากที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความสามารถในการจัดการและควบคุมระบบสารสนเทศและระบบสื่อสาร เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในสงครามรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เพราะถ้าขาดการจัดการที่ดีและไม่สามารถควบคุมได้แล้ว ย่อมจะส่งผลให้ความมั่นคงของชาติมีความเปราะบาง และทำให้ รัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ใดๆได้ในที่สุด
การสร้างอำนาจการต่อรอง (Bargaining Power) ด้านสารสนเทศและการสื่อสาร จึงเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกที่สำคัญของประเทศเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลนี้ กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง จะต้องมีแนวคิดในการจัดการและควบคุมการใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของกองทัพ กองทัพจะต้องมีความสามารถในการวางแผนด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์สู่ประชาชนโดยอาศัยสื่อที่หลากหลายที่จะส่งมอบสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพสู่ประชาชน โดยสารสนเทศที่ส่งมอบให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายนั้น อาจจะมีการปรับแต่งโดยใช้การปฏิบัติการจิตวิทยา การประชาสัมพันธ์ การต่อต้านโฆษณาชวนเชื่อ รวมถึงการรักษาความปลอดภัยของสารสนเทศก่อนที่จะนำเสนอสู่สาธารณชน

การเปลี่ยนแปลงของโลกเราในขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงด้วยอัตราเร่ง จนทำให้ประชาชนของบางประเทศที่มีความรู้ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการต่อต้านกับการหลั่งไหลของคลื่นที่ถาโถมเข้ามาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านการเชื่อมต่อของโลกที่ทำให้เกิดโลกาภิวัฒน์ (Globalization) โดยพวกเขาเชื่อว่าการต่อต้านของเขาจะสามารถต้านทานระเบียบโลกใหม่ได้ โดยพวกเขาลืมคิดไปว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกเป็นเรื่องปกติที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วตลอดเวลา เพียงแต่จะปรับตัวอย่างไร ? ...... และอยู่กับมันอย่างไร ?
ดังนั้นคนในชาติต้องถูกปลูกฝังให้เข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ต้องรู้ว่าสิ่งใดที่ควรเชื่อ หรือไม่ควรเชื่อ และต้องรู้ว่าสิ่งใดที่ไม่สามารถต้านทานได้ แต่อาจสามารถชนะได้ด้วยความรู้และปัญญา (Knowledge and Wisdom)

เอกสารอ้างอิง
http://www.nectec.or.th
http://www.itnews.com.au
http://www.youtube.com
http://www.flickr.com
http://www.wikipedia.org

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
รังเกลียดคนชื่อทักษิณ.ชินวัตร วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/kaweekai

ขอบคุณมากๆที่นำสิ่งดีๆมาสู่สังคมไทยคนใส่หน้ากากเข้าหากัน 555+
ความคิดเห็นที่ 2
คนว่างงาน วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 20.21 น.
http://www.oknation.net/blog/Cantona

แวะมาทักทายครับ
ความคิดเห็นที่ 1
รังเกลียดคนชื่อทักษิณ.ชินวัตร วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 20.18 น.
http://www.oknation.net/blog/kaweekai

ด้านมืดของศาสนา เขียนโดย กวีไกร เชิญเข้าไปอ่านและเกิดความไม่เห็นด้วยได้ที่ www.oknation.net/blog/kaweekai
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



ท่านชอบทานก๋วยเตี๋ยวเส้นอะไรมากที่สุด
เส้นเล็ก
15 คน
เส้นใหญ่
3 คน
เส้นหมี่
5 คน
เส้นบะหมี่
4 คน
วุ้นเส้น
0 คน

  โหวต 27 คน