• ภูทะเล
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-12
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 8462
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
ล้านนา
เรื่องเล่าจากเมืองเหนือ เหตุการณ์สำคัญต่างๆที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/huahin
วันอาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม 2551
ล่องเรือน้ำโขงแอ่วสิบสองปันนา- สัมผัสวิถีชีวิตไทลื้อ(4)
Posted by ภูทะเล , ผู้อ่าน : 222 , 11:47:24 น.  
พิมพ์หน้านี้


4.
      เช้าวันที่สอง....เสียงเครื่องยนต์ของเรือยังคำรามลั่นคุ้งน้ำโขง ผมและน้องเครางามยังนอนซุกผ้าห่มอุ่นๆ บนเตียงนุ่มๆ ที่โยกไหวไปตามหัวเรือที่แหวกคลื่นน้ำโขง จนไม่รู้ว่าเรือออกแล่นตั้งแต่เมื่อไหร่ โปรแกรมนั่งจิบกาแฟ ดูพระอาทิตย์ขึ้นเป็นต้องพับไปปริยาย
     แต่ไม่ได้ทำให้เราตีอกชกลม จะเป็นจะตายให้ได้ เพราะความเสียดาย การได้นั่งรับลม ชมดาว แม้ไม่ดาษดื่น บนดาดฟ้าเรือในช่วงค่ำคืน กับเพื่อนใหม่ ๆ ดูจะคุ้มค่ากว่าแหกขี้ตา มานั่งดูแสงแรกของวันใหม่เพียงลำพัง ดูหดหู่พิลึกกระมัง
         แต่ถึงมีคนมาปลุก ความตั้งใจคงต้องล้มเหลว เพราะขนาดเสียงเจ้าหน้าที่เรือมาสั่นระฆั ส่งสัญญานอาหารเช้าอยู่นานสองนาน ยังไม่สามารถปลุก"ผีสองตัว" ออกจากผ้าห่มได้เลย 
         แต่กระนั้นกว่าที่เราจะเสด็จออกจากผ้าห่มมาได้ก็เวลาล่วงเลยไปเกือบ 10 โมงเช้า อาหารมื้อเช้าจึงต้องยกยอดให้ที่มื้อเที่ยง  กาแฟดำ ใส่น้ำตาล 1 ช้อน  ดูเหมือนจะเป็นเครื่องดื่มชนิดเดียวที่จะเพิ่มความกระปี้กระเปร่าให้กับร่างกายที่ทำสงครามกับน้ำเมามาตลอดคืน ยิ่งได้นั่งรับลมเย็นที่ปะหน้าเป็นระยะๆ ยิ่งนำมาด้วยความสดชื่น
          เรือเจ้าชายแม่น้ำโขง ยังแหวกสายน้ำต่อไป  มีสวนยางพารา พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของจีนและสวนกล้วย เป็นฉากสองฝั่งโขงได้จดจำ จนเวลาล่วงเลยเที่ยงวัน เรือได้จอดมาเทียบท่าที่ท่าเรือกวนเหล่ย หลังจากแล่นมาประมาณ 260 กิโลเมตร ซึ่งมีเรือสินค้าจีนจำนวนมากจอดเรียงรายอยู่ก่อนแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่จีนทำการตรวจเอกสารการเข้าเมือง
          การเข้าเมืองจีนในช่วงปักกิ่งเกมส์ ทางการจีนจะเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะเป็นโรคขี้กลัวขึ้นสมอง การรื้อค้นข้าวของ การซักถามถี่ยิบ กลายเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นแนะนำอย่าได้หงุดหงิด ถือว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฎิบัติตามรัฐบาลกลาง ยิ่งการขอวีซ่าเข้าประเทศยุ่งมาก 
          "เราอยากได้เอกสารการจองห้องพักของโรงแรมในจีนที่มีการระบุชื่อ และใบอนุญาตประกอบการเดินเรือน้ำโขงของเรือเจ้าชายน้ำโขง" "อาหมวย"หน้าตาจิ้มลิ้ม เจ้าหน้าที่กงสุลจีน เอ่ยอย่างมีไมตรี
        "อีกแล้ว"ผมบ่นในลำคอด้วยความหงุดหงิด เมื่อครั้งเดินทางไปขอวีซ่าที่กงสุลจีน ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งแรก แต่เจออุปสรรคด้านเอกสารจนทำให้หัวเสียต้องบ่ายหน้ากลับ ทั้งที่เมื่อสงกรานต์ไม่ยุ่งยากเช่นนี้
          "เวลาฝรั่งแบ็คแพคเข้าเมืองไทยเรา ไม่เห็นต้องยุ่งยากขนาดนี้เลย เพราะโอลิมปิกแท้ๆ" ผมบ่นเป็นหมีกินผึ้งกับน้องเครางาม ก่อนจะบ่นต่อไปที่ปลายสายและรบกวนให้ช่วยขอใบอนุญาตการเดินเรือไปที่จีนและแฟกซ์มาให้ในวันรุ่งขึ้น ในที่สุดก็ผ่านไปอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด พร้อมเสียค่าวีซ่าแบบธรรมดา 1 พันบาทต่อฉบับ 

       ระหว่างรอเจ้าหน้าที่จีนตรวจเอกสารการเข้าเมือง สังเกตุบริเวณท่าเรือกวนเหล่ย เสมือนโรงละครเล็กๆ ฉากหนึ่งดูวุ่นวาย ขณะที่บนฝั่ง กรรมกรจีนต่างขมักเขม่นขนหอมหัวใหญ่จากรถบรรทุกสิบล้อลำเลียงลงเรือเพื่อส่งมาขายยังเมืองไทย ซึ่งหอมหัวใหญ่ นี่แหละ! ต้นตอของความเดือดร้อนทั่วหัวระแหงของเกษตรกรไทย กระทั่งก่อหวอดปิดถนนประท้วง เพราะราคาดิ่งเหวเหลือเพียง กิโลกรัมละ 3 บาท สวนทางกับต้นทุนการผลิตที่อยู่ที่กิโลกรัมละ 4- 5 บาท

       อันเป็นอานิสงส์การลงนามเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือเอฟทีเอไทย-จีน ทำให้แต่ละปี แต่ละปีทะลักเข้าไทยมหาศาล จนบางครอบครัวต้องสิ้นเนื้อปะดาตัว ทิ้งไร่ ทิ้งแผ่นดินเกิดบ่ายหน้าไปหากินในเมืองหลวงแทน จนทุกวันนี้ปัญหาก็ยังไม่ได้การแก้ไขให้ลุล่วง


       อีกฉากหนึ่ง คนเรือที่อยู่บนเรือดูนิ่งสงบ บ้างนั่งเหม่อยลอยดูท้องน้ำ และเรือที่แล่นผ่านไปมาอย่างสบายอุรา บ้างนั่งสูบซิกกาแลตตามแคมเรือ ว่ากันว่าคนจีนสูบบุหรี่กันจัดมาก ชนิดม้วนต่อม้วน ไม่รู้ด้วยบุหรี่จีนจืด เมื่อเทียบกับของไทยหรือไม่ แต่เท่าที่สังเกตุคนจีนบนเรือส่วนใกญ่ มีคราบบุหรี่สีดำในช่องปาก
     "ทุกคนๆ ขึ้นมารวมตัวที่บริเวณลานดาดฟ้าของเรือ" มิลค์ ไกด์สาวมาดเท่ ตะโกนเรียกรวมพลเพื่อให้ตำรวจจีนที่ดูสะดุดตา เพราะใส่รองเท้าสีเขียวลายพราง เหมือนรองเท้าเดินป่า ตรวจพาสปอร์ต 


     ที่น่าตื่นเต้นและได้รับความสนใจ เห็นจะเป็นเจ้าหน้าที่จีนรายหนึ่ง และพอจะคาดเดาได้ว่าไม่ใช่ตำรวจจีนแน่นอน เพราะไม่ได้แต่งเครื่องแบบ และน่าจะมาจากหน่วยงานด้านสาธารณเดินถืออุปกรณ์เล็กๆ คล้ายๆเครื่องยิงบาร์โค้ดในห้างสรรพสินค้า เวลาใช้จะใช้ยิงมาที่บริเวณดวงตาของทุกคน และจะมีไฟแดงแสดง ให้รู้ว่าได้ตรวจแล้ว ตอนแรกพวกเราก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร  เมื่อเจ้าหน้าที่ยิงมาที่ตา แต่ละคนเหมือนนัดกันมา ต่างฉีกยิ้ม เหมือนแอ๊คท่าให้ถ่ายรูป
       ก่อนจะได้รับการอธิบายนภายหลังว่า เจ้าหน้าที่จะใช้เครื่องดังกล่าวยิงที่มาตาของแต่ละคน เพื่อตรวจไข้ก่อนเข้าประเทศ และจะออกหนังสือรับรองให้เพื่อไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้ง เมื่อฝั่งแผ่นดินจีน
      เมื่อผ่านการพิธีการตรวจทุกขั้นตอนแล้วเสร็จ พวกเราต้องใช้ชีวิตบนเรืออีกร่วม 4-5 ชั่วโมง กว่าเรือที่จะมาเทียบท่าที่ท่าเรือเชียงรุ้ง ในเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ก่อนที่ด่านตม.จะปิดทำการ 6 โมงเย็น  เบ็ดเสร็จระยะทางจากเชียงแสน-เชียงรุ้ง 344 กิโลเมตร


     กว่าจะเสร็จขั้นตอนพิธีการเข้าเมือง ใช้เวลาอีกร่วมชั่วโมง  เพราะต้องเสียเวลาตั้งแต่อยู่บนเรือ ตำรวจจีนจะมาปฎิบัติการค้นกระเป๋าของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค -แผ่นวีซีดี เกรงมีสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาเล็ดรอดเข้าเมือง
     "สิ่งของที่พวกคุณกำลังค้นหา และระแวงกันอยู่ ส่วนใหญ่ก็มาจากบ้านคุณทั้งนั้นแหละ" ผมรำพึงรำพัน แกมประชดประชัน
-------------------------


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
มะอึก วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 19.51 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

วันนี้มีแววตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย.....
ไม่มากนักครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31