พิมพ์หน้านี้
|
6. "สวนป่าดงดิบ" (peacock manor) ใช้เวลาเดินทางจากตรวจคนเข้าเมืองประมาณ 30-40 นาที ซึ่งเป็นสถานที่แสดงการโชว์สวนสัตว์ นกยูง วัฒนธรรมชนเผ่า การบริหารจัดการคล้ายๆกับองค์การสวนสัตว์บ้านเรา โดยรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนทั้งพื้นที่และเงินทุน พื้นที่คล้ายวนอุทยาน มีพืชพรรณ ต้นไม้หลากหลาย ตกแต่งให้เสมือนอยู่ในป่าดงดิบยังงัยยังงั้น และภายในมีโรงแรมไว้รองรับสำหรับคณะที่ต้อง การค้างแรม แต่ราคาดูจะสูงหน่อย ประมาณ 5 พันบาทไทย การมาสวนป่าดงดิบสำหรับคนไทย คงไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องต้นไม้ ใบหญ้านัก แต่ต้องการมาดูความหลากหลายทางวัฒนธรรมชนเผ่าาเสีย มากกว่า ทันทีที่ล้อรถบัสหยุดนิ่ง...ชาวคณะเริ่มสาวเท้าลงจากพาหนะสายพันธุ์จีน บรรดาสาวน้อยๆและชายหนุ่มในชุดชนเผ่าหลากสีสัน ดูสะดุดตาไม่น้อย มายืนตั้งแถวสองฝั่งถนนรอต้อนรับอาคันตุกะ พร้อมกับมีเสียงร้องเพลง ชนเผ่าดังลั่น ทั่วป่าดงดิบไปตามทำนองของเครื่องดนตรี อย่างกลอง ฉาบ ฆ้อง แม้จะฟังไม่สำเหนียก แต่ดูครึกครื้นและอบอุ่นกับบรรยากาศการต้อนรับ ด้วยท่วงทำนองเสียงสองของหนุ่มสาวที่ร้องประสานกันอย่างลงตัว เสนาะหู สลับกับมีนางรำ 2 นาง หน้าตาแฉล้มแช่มช้อย ในชุดกระโปรงสีขาว และเสื้อเกาะอก ลวดลายนกยูงสัญลักษณ์ของสิบสองปันนา เปิดไหล่ดูน่าค้นหา ออกมาร่ายรำอย่างอ่อนช้อยกึ่งกลางแถว จนเพลินตา ชาวคณะไม่พลาดที่จะหยิบฉวย กล้องภาพนิ่ง กล้องวีดีโอบันทึก ทั้งเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือไปนำเสนอให้กับลูกค้าที่จะจัดทัวร์มาครั้งหน้า ผมกับ น้องเครางาม รีบคว้ากล้องมาเก็บภาพไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการยืนแอ๊คท่า ทำหน้าเหมือนจะหล่อนกับสาวๆไทลื้อ .. วัตถุประสงค์หลัก ไม่ใช่เก็บไว้ครั้งหนึ่งได้ มาแอ่วแล้ว แต่เอาไปเย้ยน้องๆ ให้อิจฉาตาร้อน (พวกโรคจิต-บ้ากาม) ธรรมเนียมของชาวชนเผ่า เมื่อพวกเรามาเยือน อันดับแรกจะนำที่สายห้อยคอ ด้านปลายลักษณะคล้ายหมอนสี่เหลี่ยมขนาดจิ๋ว ด้านมุมจะมีพู่ห้อย ระโยงระยาง สวมให้กับทุกคนเป็นการต้อนรับและเป็นของที่ระลึก และเมื่อพวกเราเดินทางผ่านขบวนสองฝั่ง บรรดาสาวๆ ที่ถือขันเงินภายในมีน้ำปรุงกลิ่น ด้วยน้ำอบให้หอมกรุ่น ใช้ใบไม้เล็กๆ พรมให้กับพวกเรา ขณะที่บางนางจะร่ายรำ ร้องเพลงไปตามจังหวะ ส่วนชายหนุ่ม ที่ไม่ได้บรรเลงเครื่องดนตรี ก็จะร่ายรำ และร้องประสานไปด้วย ธรรมเนียมอีกอย่างที่ดูเหมือนจะขาดเสียมิได้ อาคันตุคะทุกคนที่มาเยือน "สวนป่าดงดิบ" ต้องได้รับการปฎิบัติแทบทุกคน บรรดาหนุ่มสาวไทลื้อ จะต้อนรับด้วยเหล้าพื้นบ้าน หรือเหล้าขาวดีๆนี่เอง จะรินจากกระบอกไม้ไผ่ลำโตๆ ใส่ในจอกไม้ไผ่เล็กๆ ให้ลิ้มลอง การปฎิเสธดูเหมือนจะเป็นการตัดสัมพันธ์แรก แต่เมื่อน้ำสีขาว มากดีกรีไหลลงสู่ลำคอ ดูกระอักกระอ่วนสำหรับหลายคน โดยเฉพาะสาวๆ แต่ สำหรับผมและน้องเครางามแล้ว ยิ่งดื่ม ยิ่งมากด้วยไมตรี พวกเราตื่นตา ตื่นใจการบรรยากาศการต้อนรับไม่น้อย เพราะต่างนึกไม่ถึงว่าจะมีหนุ่มสาวไทลื้อหลายสิบชีวิต มาตั้งริ้วขบวนต้อนรับอย่างเอิกเกริก รอยยิ้ม เสื้อผ้า หน้าผม ตรึงใจไม่คลาย !!!. ก่อนที่พวกเราจะนั่งรถไฟฟ้าเพื่อไปชมการลิ้มลองอาหารและการแสดงชนเผ่า แอบถามไกด์สาวว่าจะมีการต้อนรับเยี่ยงนี้กับทุกคณะ กระนั้นหรือ "เปล่า! การแสดงหรือการต้อนรับจะมีเฉพาะคณะใหญ่ๆ หรือผู้นำระดับประเทศเท่านั้น" สาลี่ ไกด์สาวไทลื้อ บอก แสดงว่า พวกก็วีไอพีนี่หว่า... -------------------------- |
| R3A | ||
จุดเริ่มต้นก่อนเดินทางในเส้นทาง อาร์ 3เอ |
||
|
View All |
||