• ครส.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hrdth@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-30
  • จำนวนเรื่อง : 99
  • จำนวนผู้ชม : 29942
  • จำนวนผู้โหวต : 23
  • ส่ง msg :
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) Campaign Committee for Human Rights
สิทธิมนุษยชน คือจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพ Thai Coalition for the Protection of Human Rights Defenders.(HRD-TH)
Permalink : http://www.oknation.net/blog/humanrights
วันจันทร์ ที่ 30 กรกฎาคม 2550
พืชพันธุ์แห่งความเกลียดกลัว
Posted by ครส. , ผู้อ่าน : 274 , 22:04:40 น.  
พิมพ์หน้านี้


หลังจากที่มีการจับกุมแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ  หรือ นปก. และนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำแล้ว เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ณ เวลานี้ ภายใต้รัฐบาลของ พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์  ประเทศไทยได้มีนักโทษการเมือง  เกิดขึ้นแล้ว อย่างน้อย แปดคน  และมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจะมีการจับกุมแกนนำที่ นปก.ตั้งขึ้นมาใหม่  ทั้งๆที่ยังไม่มีเหตุการณ์และข้อเท็จจริงว่า แกนนำใหม่ทั้งเก้าคนนี้ได้กระทำความผิดกฏหมายใด

ที่ว่าเป็นนักโทษการเมืองก็เนื่องจากคนเหล่านี้คือ นปก.ได้เคลื่อนไหวชุมนุมโดยเหตุผลและมูลเหตุจูงใจในทางการเมือง คือต่อต้านการรัฐประหารของกลุ่มนายทหารที่ต่อมาเรียกกันว่า คณะมนตรีความั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และรัฐบาลที่แต่งตั้งโดยคมช. นอกจากนั้น ลักษณะของกิจกรรมที่ นปก.ทำก็เป็นกิจกรรมในทางการเมือง คือการชุมนุมทางการเมือง  และเหตุผลที่ คนเหล่านี้ถุกจับกุมก็เป็นเหตุผลในทางการเมือง คือ คมช.เกรงกว่าการชุมนุมคัดค้านของ นปก. จะสั่นคลอนสถานะของ คมช. และมีผลกระทบต่อการลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2550 กระทั่งเกรงว่าจะเป็นการแผ้วถางทางให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษินกลับมามีอำนาจ

ประเด็นที่สำคัญก็คือ สังคมไทยกำลังยอมรับ การจับกุม คุมขังผู้ที่มีความเห็นแตกต่างจากตน ทั้งๆไม่นานมานี้ คนกลุ่มนี้เพิ่งผ่านการต่อสู้กับระบอบทักษิน เพื่อให้ระบอบทักษิน ยอมรับนับถือสิทธิของตนในการชุมนุมและการแสดงความคิดเห็น

สาเหตุประการสำคัญที่ทำให้คนไทยกลุ่มนี้ ลืมไปแล้วว่า คนอื่นๆ ไม่ใช่ตนเท่านั้นก็มีสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะแสดงออกในทางการเมือง  รวมทั้งการชุมนุมทางการเมือง ก็คือ ความเกลียดและความกลัว นั่นเอง

ดูเหมือนว่าเมล็ดพืชแห่งความเกลียดชังได้ถูกหว่านลงบนผืนแผ่นดินนี้อย่างทั่วถึงอีกครั้ง  หลังจากที่ได้เคยงอกงามและเติบโตขึ้นในสังคมไทยในช่วงปี 2518-2519  จนนำไปสู่การสังหารหมู่บรรดานิสิตนักศึกษาประชาชนที่สนามหญ้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ในเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 โดยมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และถูกกวาดจับไปคุมขังหลายพันคน  แต่พืชพิษสายพันธุ์นี้ก็ได้ล้มตายไปในเวลาต่อมา หลังจากที่มันได้เกาะกินสังคมไทยจนแทบจะเกิดเป็นกลียุค

พืชพันธ์แห่งความเกลียดชังได้ถูกหว่านและงอกงามอีกครั้งหนึ่งในยุคของระบอบทักษิน   ด้วยบุคคลิกที่แข็งกร้าว การโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เร้าใจ อำนาจที่ล้นเหลือทั้งในทางการเงินและการเมือง และการควบคุมและแทรกแซงสื่ออย่างได้ผล  ทำให้ทักษินสามารถทำให้สังคมเชื่อว่าคนไม่เห็นด้วยกับทักษิณคือคนที่ไม่รักชาติ  ซึ่งไม่แตกต่างจากการโฆษณาชวนชื่อของประธานาธิบดี ยอร์ช ดับเบิลยู บุชของสหรัฐอเมริกาที่กล่าวว่า คนที่ไม่เข้าร่วมเป็นพันธมตรกับสหรัฐในการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ก็คือผู้ที่อยู่ข้างผู้ก่อการร้าย

วิธีการที่ผู้นำเหล่านี้มักจะใช้กัน และก็ใช้ได้ผลก็คือการสร้างความรู้สึกหวาดกลัว ความรู้สึกไม่มั่นคง ในหมู่ประชาชน  อดีตนายกทักษิน ใช้ความหวาดกลัวยาเสพย์ติด ในการรณรงค์ทำสงครามยาเสพย์ติด ทำให้มีคนถูกฆ่าตายกว่าสองพันห้าร้อยคน ในช่วงเวลาเพียงสองสามเดือน  ประธานาธิบดีบุชใช้ความหวาดกลัวการก่อการร้าย มาเป็นเหตุในการส่งกำลังทหารเข้าบุกประเทศอิรัก ทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งทหารอเมริกันที่ถูกเกณฑ์ไปรบ ฮิตเลอร์โฆษณาให้ชาวเยอรมันกลัวชาวยิว จนนำไปสู่การสังหารหมู่แบบล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวกว่าหกล้านคนในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เมื่อกลัวสิ่งใดแล้วก็มักจะเกลี่ยดสิ่งนั้น ท่านผู้นำเหล่านั้นจับจุดอ่อนของมนุษย์มาใช้ประโยชน์ทางการเมือง โดยสร้างความหวาดกลัว เพื่อให้ความหวาดกลัวนำไปสู่ความเกลียดชัง  และความเกลียดชังนี่แหละที่ทำให้เกิดความกลัวยิ่งๆขึ้นไปอีก คือทั้งกลัวทั้งเกลียด กระทั่งนำไปสู่ความรุนแรงเพื่อทำลายสิ่งที่ตนเกลียดและกลัว เพราะกลัวว่า หากไม่ทำลายมันเสียก่อน มันก็จะมาทำลายเรา

เมล็ดพืชแห่งความชิงชังที่ระบอบทักษินได้หว่านไว้ในผืนแผ่นดินนี้ แทนที่สังคมจะช่วยกันขุดรากถอนโคนพืชพันธ์พิษนี้ทิ้งไปเสีย แต่ดูเหมือนว่าสังคมกำลังช่วยกันรดน้ำพรวนดินให้มันเจริญงอกงามยิ่งขึ้น โดยได้สร้างความกลัวขึ้นมาใหม่ คือกลัวว่าทักษินจะกลับมามีอำนาจอีก  เมื่อทักษินกลับมามีอำนาจก็จะทำลายตน  ดังนั้นก็ต้องทำลายทักษินเสียก่อน รวมทั้งใครก็ตามที่ทักษินอาจใช้เป็นประโยชน์เพื่อให้ตนกลับคืนสู่อำนาจ

การที่ คมช. พยายามผลักดันกฎหมายการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรออกมา จนมีผู้กล่าวหาว่า เพื่อสืบทอดอำนาจของ คมช.เองนั้นก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความกลัวนนี้

การจัดการกับผู้ชุมนุมโดยการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมของ นปก. เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา และการจับกุมแกนนำ นปก.ทั้ง 9 คน  รวมทั้งข่าวที่ว่าจะจับแกนนำ นปค. ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ รวมทั้งการบังคับให้ผู้ที่จะไปร่วมชุมนุมกับ นปก. พิมพ์ลายนิ้วมือ  หรือการที่ไม่ให้ญาติพี่น้อง หรือภรรยาเยี่ยมงนายแพทย์เหวง โตจิราการ ก็เกิดจากความเกลียดความกลัวนี่เอง

ความเกลียดและความกลัวที่กำลังก่อตัวขึ้นในขณะนี้ กำลังนำไปสู่การกัดกร่อน หรือบั่นทอนฐานรากของสังคมการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่พวกเราได้เพียรพยามยามก่อสร้างมาเพื่อให้รากฐานเหล่านี้มั่นคงเข้มแข็งโดยตลอด

ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมของการประนีประนอมทางการเมือง เมื่อมีความขัดแย้งคนไทยมักจะหันหน้าเจรจากันทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อหาทางประนีประนอมและยุติความขัดแย้ง บัดนี้วัฒนธรรมทางการเมืองของสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีวัฒนธรรมทางการเมืองของการประนีประนอมอีกแล้ว  จะมีก็แต่วัฒนธรรมที่เมือขัดแย้งกันก็ต้องเข่นฆ่ากันให้ตายไปข้างหนึ่ง เหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศด้อยพัฒนาอื่นๆ

การปฏิบัติต่อนักโทษทางการเมือง ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการผุกร่อนของฐานรากทางการเมืองในขณะนี้ แต่ก่อนคนที่มีความเห็นแตกต่างกัน เป็นศัตรูทางการเมืองกัน เมื่อถูกจับกุมคุมขังด้วยข้อหาต่างๆ ก็ได้รับการปฏิบัติอย่างนักโทษหรือผู้ต้องขังทางการเมือง  ซึ่งแตกต่างจากนักโทษ หรือผู้ต้องขังในคดีอาญาโดยทั่วไป การปฏิบัติเช่นนี้ ทำกันเป็นประเพณีของกรมราชทัณฑ์ ตั้งแต่ยุคคอมมิวนิสต์ลาดยาวที่คุณทองใบ ทองเปาน์กับพวกเคยถูกคุมขังในข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เมื่อสี่สิบปีก่อน

ผู้เขียนจึงไม่สบายใจที่มีข่าวออกมาว่า อาจารย์ธิดา โตจิราการ ไม่ได้รับความสะดวกในการเยี่ยมนายแพทย์เหวง โตจิราการ สามี  โดยทางกรมราชทัณฑ์ อ้างว่าไม่มีระเบียบให้เยี่ยมวันหยุด

กรมราชทัณฑ์คงลืมไปแล้วว่า การได้รับการเยี่ยมเยียนจากญาติ และการได้พบกับทนายความเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขัง  ทั้งที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ในประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาความอาญา กฎหมายระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน และประเพณีปฏิบัติของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย

กรมราชทัณฑ์คงลืมวัฒนธรรมประเพณีการปฎิบัติต่อนักโทษการเมืองของกรมฯเอง ที่เป็นประเพณีที่ได้รับการยกย่องว่าเคารพสิทธิของนักโทษการเมืองเป็นอย่างดี

ที่ควรปฏิบัติก็คือเมื่อแกนนำ นปก. ถูกจับกุม และไม่ประสงค์จะประกันตัวออกมาสู้คดี ก็ควรถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่สถานที่อันสมควรอย่างนักโทษทางการเมือง ในที่เคยป็นที่คุมขังนักโทษการเมือง เช่นโรงเรียนพลตำรวจบางเขนเป็นต้น

ผู้เขียนจึงขอเรียกร้องให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวง และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ช่วยพิจารณาเรื่องนี้เป็นพิเศษ 

โดยอย่าลืมว่า ต่างประเทศและกลุ่มองค์การด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศกำลังจับจ้องอยู่  ว่าประเทศไทยจะปฏิบัติอย่างไรต่อนักโทษทางการเมืองกลุ่มนี้

ผู้เขียนหวังว่า ท่านเหล่านั้นซึ่งเป้นผู้ที่มีวุฒิภาวะสูง ผ่านการต่อสู้เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐและสิทิมนุษยชน จะตัดสินใจต่อกรณีนี้อย่างถูกต้องตามหลักสิทิมนุษยชน ไม่ตกอยู่ในวังวนของความเกลียดกลัวเช่นเดียวกับคนอื่นๆ


                         สมชาย หอมลออ
          เลขาธิการ มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
หมาเดือด วันที่ : 31/07/2007 เวลา : 09.01 น.
http://www.oknation.net/blog/oldhome

ของชอบน้องเพ็ญ อยากอยู่นาน เอิ๊กๆ เอิ๊กๆ ไม่มีที่ไว้พวกนี้ ก็เอามาไว้ที่บ้านหมาเดือดได้นะ จะล่อให้บานเลยพวกนี้ ..เอิ๊กๆ เอิ๊กๆ
ความคิดเห็นที่ 1
su วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 23.45 น.
http://www.oknation.net/blog/suwest


เย็นไว้น้อง.
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31