พิมพ์หน้านี้
|
ถ้าฉันไม่สบายอยู่ที่ไหนสักแห่งที่คุณไม่เคยไป คุณจะทำยังไง ผมจะเดินทางด้วยวิธีที่เร็วที่สุด ไปหาคุณให้เร็วที่สุด
มันอาจฟังดูเหมือนบทสนทนาโรแมนติคยามที่ความรักนั้นเบ่งบานสว่างไสวจนหลอมรวมหัวใจทั้งสองให้เป็นดวงเดียว ฉันนึกถึงบทสนทนาดังกล่าวในวันที่นอนป่วยไข้อยู่ที่เมืองมรดกโลกของผืนดินลาว หลวงพระบาง ผืนความฝันที่ฉันไม่ต้องการเพื่อนร่วมทาง ทันที่เสร็จจากงานเก็บข้อมูลที่หนองคาย ฉันก็รีบทำเรื่องข้ามฝั่งแต่เช้าเพื่อขึ้นรถปรับอากาศเที่ยวเจ็ดโมงเช้าเข้าเวียงจันทร์ ก่อนต่อรถเมล์แดงหวานเย็นเข้าสู่หลวงพระบาง ไม่มีการแวะพักทั้งเวียงจันทร์และวังเวียง ไม่มีบทสนทนาใดกับหัวใจตัวเองระหว่างทาง มีเพียงความนึกอยากให้หนทางสั้นกว่านี้ เวลาเกือบ ๑๒ ชั่วโมงบนรถโดยสารจากเวียงจันทร์ไปหลวงพระบางช่างเนิ่นนานกว่าทุกที ฉันหยิบเครื่องเล่นเอ็มพีสามตัวจิ๋วออกจากกระเป๋ากล้อง ให้เสียงเพลงช่วยขับกล่อมใจตนให้นิ่งและปล่อยวาง ทิวทัศน์ด้านนอกเป็นภูสูงสลับซับซ้อน ที่บางช่วงตอนวิ่งลงสู่หุบเขา ก่อนจะวกไต่ขึ้นภูต่อไปลูกแล้ว...ลูกเล่า คงเพราะความงามของธรรมชาตินี่กระมังที่ทำให้ใจสงบลงอย่างประหลาด ขณะที่รถยังคงรักษาความเชื่องช้า ทว่าความคิดฉันลอยไปไกลให้รู้สึกว่าตนนั้นช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่เล็กกระจ่อยร่อยเมื่อเทียบกับภูสูงที่โอบล้อมอยู่นี้ ถนนที่ทอดยาวเบื้องหน้า ทำให้ฉันนึกทึ่งในความสามารถของมนุษย์ ความสามารถในการเชื่อมโยงผู้คนจากต่างถิ่นที่อยู่ มาร่วมชะตากรรมเดียวกันบนรถโดยสารคันนี้ แนวหินปูนสองฝั่งถนนที่สวยแปลกตาดั่งภาพวาดอันงดงามนั้นบอกให้รู้ว่ากำลังเข้าสู่เขตวังเวียง ทันทีที่รถจอดที่ท่ารถของเมือง ฝรั่งสิบกว่าคนทยอยลงจากรถ ปังจินแอ เกาหลีสาวที่นั่งข้างฉัน ถามอีกครั้งก่อนลงว่า...ไม่พักที่นี่ด้วยกันสักคืนหรือ ฉันยิ้มส่ายหน้าปฎิเสธ แม้จะเสียดายอยู่บ้างที่อดดูแสงสุดท้ายริมสายน้ำซอง ทำยังไงได้...หัวใจฉันมันไปถึงหลวงพระบางตั้งนานแล้วนี่นา รถวิ่งเลียบลำน้ำซองอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะพาฉันสู่จุดหมายปลายทางที่รออยู่ ไชโยเกสเฮ้าส์ ฉันบอกชื่อที่พักในค่ำคืนนี้กับอ้ายคนขับสามล้อ ห้องพักเล็กๆ ริมสายน้ำคาน วางสัมภาระทั้งหมดลงแล้วรีบเข้าไปอาบน้ำสระผมเรียกหาความสดชื่นให้ร่างกายก่อนลงไปหาอะไรอุ่นท้องสำหรับมือเย็นที่ค่อนข้างดึกไปนิดในค่ำคืนแรก ณ เมืองมรดกโลกแห่งนี้
เช้าวันหนึ่งในฤดูหนาว...ยามแสงแรกแย้มจับขอบฟ้า สายหมอกลอยอ้อยอิ่งเรี่ยผิวน้ำ...อวัศยา...แปลว่าสายหมอก ใครบางคนบอกฉันเช่นนี้ ยามเราชื่นชมความงามของทะเลหมอกนั้นที่ดอยเสมอดาวด้วยกัน ฉันยืมชื่อนี้มาให้กับนางเอกในตัวอักษรของฉัน และวันนี้ฉันพาเธอมาขัดเกลาความรักมั่นคงที่มีต่อ...พิรัล...ชายหนุ่มที่เป็นดั่งแผ่นฟ้า เธอหนักแน่นแต่จำยอมลอยตัวอยู่ต่ำ ผืนน้ำกับแผ่นฟ้าแม้อยู่ร่วมกัน ทว่าก็ดูห่างเหินในความรู้สึกฉัน บางสิ่งบางอย่างอาจอยู่ร่วม แต่ไม่อาจเคียงข้าง รอเวลาอีกสักหน่อยเถิด...อวัศยา...แสงตะวันจะอาบไล้ให้ไออุ่น เธอก็จะได้ลอยตัวขึ้นสูง แล้วเลือนหาย กลายเป็นหนึ่งเดียวกับแผ่นฟ้ากว้างใหญ่ แม้นเพียงอยู่ร่วม ไม่อาจเคียงข้าง แต่ท้ายสุด รักของเธอและพิรัลนั้นจะเป็นหนึ่งเดียว ระหว่างตื่นมานั่งงัวเงียคุยกับสายหมอกริมน้ำคานฉันจารถ้อยคำนั้นลงโปสการ์ดใบแรก โปสการ์ดจากเมืองไทยที่เดินทางไกลมาเมืองลาวก่อนกลับไปส่งความคิดถึงให้คนปลายทาง ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จฉันสวมแจ๊กเก็ตแล้วสะพายกระเป๋ากล้องออกจากที่พัก หวังไปทันบันทึกภาพพระสงฆ์นับร้อยออกบิณฑบาตร ระหว่างทางผู้คนมากหน้าหลายตาร้องทัก สะบายดี รอยยิ้มและคำทักทายที่มีความหมายว่า สวัสดี นั้นทำให้หัวใจฉันอุ่นในวันที่อากาศหนาวเหน็บ ยิ่งเดินช้าฉันยิ่งพบว่าความอบอุ่นนั้น...มันกระจัดกระจายอยู่มากมายบนถนนทุกสายของคนเมืองหลวง นาฬิกาจากร้านค้าบอกเวลาเจ็ดโมงนิดๆ หนก่อนที่มานั้นเพียงหกโมงเช้าขบวนพระสงฆ์ก็ออกบิณฑบาตรแล้ว ฉันตัดสินใจกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังถนนบ้านเจ๊ก สามเณรกลุ่มใหญ่เดินแถวเรียงหนึ่งมาแต่ไกล แม่หญิงลาวกับเด็กหญิงตัวน้อยเดินตรงมาเซ้าซี้ให้ช่วยซื้อข้าวเหนียวห่อใบตอง มันเป็นข้าวเหนียวดำราคาถูกที่คนลาวไม่นิยมนำมาใส่บาตร แต่มือเล็กๆ ของเด็กหญิงที่เกาะชายเสื้อแจ๊กเก็ตและสายตาคู่นั้นทำให้ฉันใจอ่อน แม้ฉันจะรู้สึกไม่ดีที่ไม่สามารถหาข้าวเหนียวขาวมาใส่บาตรได้เหมือนที่ชาวบ้านใส่กัน แต่ฉันก็ตั้งใจและเต็มใจหยิบเงิน ๘,๐๐๐ กีบ แลกกับข้าวเหนียวสามห่อนั่น ฉันหวังในใจ...จะหาข้าวเหนียวขาวมาใส่ให้ได้ในวันพรุ่งนี้ หลังใส่บาตร ฉันยืนคว้างกลางเมือง นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ พากันกลับที่พัก ฉันไม่เหนื่อยยังไม่อยากพักและไม่อยากเดินย้อนกลับไปทางที่เพิ่งเดินผ่านมา หากหลงทางให้แหงนหน้ามองยอดพูสีไว้ คำเตือนตั้งแต่ครั้งที่ฉันมาเยือนหลวงพระบางครั้งแรกเพิ่งถูกนำมาใช้ในวันนี้ แม้จะไม่หลงทางก็เถอะ
คงเช้าเกินไป กอปรกับอากาศเย็นจัด จึงมีฉันคนเดียวเดินบนถนนที่ปูด้วยอิฐมีขอบสีขาวทอดยาวขึ้นยอดพูสี ลุงแก่ๆ คนหนึ่งกวาดเศษใบไม้ตามรายทาง จำปาทิ้งใบลงเกือบหมดเพื่อรับมือกับฤดูหนาว กิ่งก้านที่ยื่นไปบนฟ้านั้น คล้ายคนที่กำลังยื่นมือคว้าอะไรไม่ได้สักอย่าง จู่ๆ ฉันก็นึกถึงความฝันระหว่างเก็บข้อมูลช่วยเพื่อนรุ่นพี่อยู่ที่ภาคอีสาน...ในฝัน ฉันเห็นตัวเองเดินร้องไห้ขึ้นพูสี ฉันจำรายละเอียดอะไรไม่ได้นัก รู้แต่ว่าเศร้าเหลือเกิน เจ็บปวดกับเรื่องราวบางอย่างจนบอกไม่ถูก ฉันเลยเลือกที่จะให้น้ำตาที่ไหลบรรเทาความปวดร้าวนั้น ฉันฝันซ้ำกันสี่ห้าครั้ง เล่าให้เพื่อนรุ่นพี่ฟัง เขาบอกให้ฉันลองมาหาคำตอบด้วยตนเอง เมื่องานที่ทำด้วยกันได้เวลาพัก ฉันจึงตรงดิ่งมาเมืองนี้ แต่ตอนนี้ฉันยังนึกอะไรไม่ออก... หลวงพระบางคงยังไม่ตื่นดี ด้วยหมอกยังคงห่มคลุมเมืองทั้งเมืองไว้ ด้านหน้าฉันเป็นแม่น้ำโขงหรือที่คนเมืองหลวงเรียกน้ำของถูกหมอกบดบังจนไม่เห็นอะไร นอกจากพระธาตุสีทองที่ตั้งตระหง่านเหนือไอหมอก ภาพที่เห็นนั้นงามเหมือนกับมันไม่ได้ตั้งอยู่บนโลกที่วุ่นวายใบนี้ ฉันนั่งเขียนบันทึกอยู่พักใหญ่ เวลาผ่านไป ไอหมอกคลี่คลายตนเอง ที่ฝั่งเมืองแมนแสงกล้าของอาทิตย์จับมือเริงระบำกับสายน้ำของ เป็นภาพที่งดงามจับใจฉัน ในแสงแดดสายที่อาบไล้อาคารเก่าย่านบ้านเจ๊ก ฉันเดินผ่านร้านอาหารหลายร้านจนมาสะดุดตาที่ Café des Arts หน้าร้านนั้นยกพื้นเป็นระเบียงเล็กๆ วางโต๊ะเก้าอี้น่ารัก แต่งร้านด้วยสีครีม น้ำตาล และเขียวเข้ม เพดานใช้สาดไม่ไผ่ประดับดูแปลกตา ตามฝาผนังแขวนรูปสีน้ำ และภาพสเก็ตซ์อีกหลายภาพ มันทำให้ฉันอดใจไม่ไหวแวะดื่มกาแฟฝรั่งคาปูชิโน่ ก่อนที่จะไปหาอาหารพื้นบ้านกินแถวตลาด กาแฟรสเข้มอ่อนลงด้วยฟองนมสีขาวละมุนลิ้น ดูอ่อนโยนเหมาะกับอากาศเช้าที่เย็นสบาย ย่านบ้านเจ๊กที่ฉันนั่งละเลียดกาแฟอยู่นี้เป็นย่านเก่าของคนลาวเชื้อสายจีนเวียดนามในหลวงพระบาง เป็นย่านการค้าที่สำคัญมาตั้งแต่อดีต สองฝั่งอาคารสองชั้นนั้นมุงหลังคาด้วยกระเบื้อง ชวนให้คิดถึงย่านเสาชิงช้าบ้านเรานัก ด้วยหน้าตาของตัวอาคารที่ไม่ต่างกัน ถนนที่ทอดตัวผ่านยังคงเป็นถนนสายเล็กๆ ที่มีรถราวิ่งไปมามากพอดู ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเป็นชาวต่างเชาติเสียส่วนใหญ่ ฝรั่งคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน เขาเป็นลูกค้าคนที่สองต่อจากฉัน ท่าทางเขามีความสุขกับการหยิบโปสการ์ดที่เขียนไว้มาติดแสตมป์ เขาคงเดินทางมาคนเดียวเหมือนฉัน คงมีเรื่องมากมายอยากบอกเล่าให้คนไกลได้รับรู้ เราต่างเดินทางตามลำพัง แต่ทุกขณะที่เรามองเห็น ได้ยิน สัมผัส กับทุกเรื่องราว และทุกภาพที่งดงามเราก็คิดถึงคนที่ผูกพันด้วย แม้ข้างกายจะไม่มีใครอยู่ด้วยตรงนี้ แต่ทุกที่ที่ไป มีใครบางคนอยู่ในใจเสมอ...คุณอยู่กับฉันในทุกหนแห่งที่ฉันเดินทางไปถึง ฉันนึกถึงตอนหนึ่งจากหนัง Forest Gump คืนที่เจนนี่กลับมา แล้วฟอเรสต์เล่าเรื่องราวที่เขาออกวิ่งไปทั่วอเมริกา เขาพยายามบอกเล่าถึงทุกภาพที่งดงามเหมือนสวรรค์บนโลกใบนี้ เจนนี่บอกกับฟอเรสต์ว่า...น่าเสียดายที่เธอไม่ได้อยู่ตรงนั้นกับเขา...ประโยคที่ฟอเรสต์พูดทำให้ฉันถึงกับน้ำตาซึม คุณอยู่ตรงนั้นกับผม อยู่ตรงนั้นตลอดเวลา ในหนังเจนนี่เป็นนกที่โบยบินออกไปตามสัญชาตญาณและแรงขับเคลื่อนจากความฝันที่กระจัดกระจาย เธอทิ้งขนนกอย่างฟอเรสต์ไว้กับรวงรัง ทุกครั้งที่เธอบาดเจ็บกับชีวิตและการเดินทาง เธอจะกลับมาหาเขา ฟอเรสต์ กัมป์ รังอันอบอุ่นให้นกอย่างเจนนี่กลับมาพักพิงได้เสมอ วันหนึ่งเธอจากไปไม่มีวันกลับ ทิ้งลูกนกตัวน้อย จูเนียร์ ให้ฟอเรสต์ดูแล เช้าวันนั้นฟอเรสต์เดินออกมาส่งลูกชายขึ้นรถไปโรงเรียนหน้าบ้าน ขนนกที่เคยปรากฎตัวในต้นเรื่องปรากฎอีกครั้ง ชีวิตของผู้ชายชื่อ ฟอเรสต์ กัมป์ ยังคงดำเนินต่อไป เรื่องเล่าของนก และขนนกในหนัง บอกกับฉันว่า...สวรรค์ที่แท้จริงและความรักที่ยิ่งใหญ่นั้นอยู่ที่บ้าน วันนี้คนไร้บ้านอย่างฉันจึงเดียวดายนัก หากฉันมีประตูวิเศษของโดราเอม่อน ฉันจะเปิดมันออกไปรับคนที่ฉันรักมานั่งอยู่ตรงนี้กับฉัน เอสเพรสโซ่รสเข้มสักสองช๊อตเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ จิบกาแฟหอมๆ ที่นี่สักพักก่อนนะคะที่รัก แล้วฉันจะพาคุณขึ้นไปกราบพระธาตุพูสี แวะกินเฝอข้างถนน แล้วเกี่ยวก้อยเดินดูน้ำคานยามสายด้วยกัน
ฉันหยิบโปสการ์ดออกจากกระเป๋ากล้อง จดความคิดถึงขณะนั่งดื่มกาแฟที่ระเบียงร้านย่านบ้านเจ๊ก คิดถึงคำสั่งลาสุดท้าย ...ไม่มีผมแล้วคุณต้องดูแลตัวเองดีดี อย่าทำให้ผมต้องมีห่วง ฉันรู้...ฉันรู้ดีว่าชีวิตฉันไม่ใช่ของฉันคนเดียว ฉันยังต้องมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นๆ ที่รักฉัน ฉันเป็นของพวกเขา เท่าๆ กับที่พวกเขาเป็นของฉัน ในโลกใบนี้ไม่มีชีวิตใดเกิดขึ้นมาลอยๆ เราต่างเดินทางมาโลกนี้ตามลำพัง แต่ระหว่างเรากับผู้คนมากมายก็ถูกโยงใยเข้าหากันด้วยสายใยที่มองไม่เห็น ฉันไม่ได้เกิดมาเป็นของคุณ คุณไม่ได้เลือกเกิดมาเป็นของฉัน แต่เราถูกสร้างให้เกิดมาเป็นของกันและกัน เป็นพ่อ-แม่-พี่-น้อง-เพื่อน หรือกระทั่ง...คนรัก... และเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว มันก็จะเป็นเช่นนั้นตลอดไป!!! ฉันใช้เวลาตลอดบ่ายเดินชมวัด...เริ่มจาก...วัดวิชุนไปตามถนนพูสีเลียบน้ำคานไปจนถึงวัดปากคาน แล้ววกเข้าถนนสักกรินทร์ ผ่านวัดไหนแวะทุกวัด แวะชื่นชมความงามเรียบง่ายของศิลปะนายช่างลาว สิมหรือพระอุโบสถวัดเชียงทองที่ดูกี่ครั้งก็ยังงดงามจับตา แม้นไม่อลังการงานสร้างยิ่งใหญ่เหมือนบ้านเรา แต่ลวดลายปูนปั้นไม้แกะสลักตลอดจนวัสดุที่ใช้ประดับประดา บ่งบอกถึงพื้นเพทางจิตใจของคนลาวที่ทั้งงดงามและเรียบง่าย ฉันเดินเข้าวัดนั้นออกวัดนี้อยู่ราว ๔ ชั่วโมง รวมแล้วได้เกือบ ๒๐ วัด บางวัดกำแพงติดกันเดินได้สบายมาก แวะนั่งดื่มน้ำหมากไม้ หรือ ผลไม้ปั่น ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตัวร้านดัดแปลงจากบ้านไม้หลังเก่าที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ น้ำหมากนัดหรือสัปปะรดปั่น เรียกเรี่ยวแรงให้กลับคืน ขณะที่อากาศเริ่มเย็นลง ฉันเปลี่ยนเส้นทางไปเดินเลียบน้ำของ ฉันจดใส่สมุดบันทึกเล่มเล็กว่า...วันนี้ฉันเดินได้สมกับเป็น นัก-เดิน-ทาง ฉันกลับขึ้นยอดพูสีอีกครั้งในขณะที่แสงสุดท้ายกำลังเลือนหาย ที่ทิวเขาไกลสุดสายตา ฉันยิ้มให้กับผู้คนมากมายที่ขึ้นมาที่นี่เพื่อร่วมเป็นประจักษ์พยานความงาม ขณะอาทิตยาเอ่ยคำลาน้ำแม่ของ ส่วนซีกฝั่งตะวันออกน้ำคานก็กำลังทักทายดวงจันทราที่ฉายแสงนวลตาท่ามกลางความมืดที่โรยตัว จำปาดอกหนึ่งคว้างหล่นตามแรงลม ฉันเก็บมันขึ้นมาเหน็บผมที่มุ่นมวยไว้ พลางสัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในเย็นวันสุดท้ายก่อนจากลา ระหว่างเดินลงจากพระธาตุพูสี ฉันเจอพี่สาวคนไทยสามคนที่เจอเมื่อบ่ายระหว่างเดินชมวัด พี่สาวชวนไปนั่งชมน้ำคานตามประสาวสาวที่มีชื่อจองคานไว้รอมร่อ (ฮา) ซัย หนุ่มลาวที่เฝ้าร้านเสนอเครื่องดื่มที่ไม่ควรพลาด...เหล้าขาวสูตรดั้งเดิมจากบ้านสร้างไห่ ที่หมักจากข้าวเหนียว ฉันกลั้นใจยกจอกแรกร้อนวาบไปทั่วคอ คิดถึงเหมาไถที่เคยลิ้มลองยามเยือนต้าลี่ ที่มีคนส่งให้ดื่มแก้หนาว จอกเดียวอุ่นทันใจ เหล้าข้าวเหนียวนี่ก็รสชาติบาดคอและให้ความอบอุ่นได้ไม่แพ้กัน หลังจากฝรั่งที่เข้ามาก่อนหน้าเราออกจากร้าน ซัยกับสมชายเดินมานั่งคุยกับพวกเราเหล่าสี่สาว ความเป็นกันเองของทั้งสอง สร้างความคุ้นเคยได้ในเวลาอันรวดเร็ว ซัยเล่าให้ฟังว่า...มีคนชวนเขาไปทำงานเป็นบริกรที่เชียงใหม่ เพราะเขาพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่เขาไม่แน่ใจว่าควรไปไหม ฉันเล่าให้เขาฟังคร่าวๆ ว่าสภาพที่เขาต้องไปเจอคืออะไร...เงินเดือนสองสามพันบาทนั้นแม้จะเป็นจำนวนมหาศาลเมื่อเทียบกับเงินกีบ แต่ค่าใช้จ่ายในเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่หักแล้วคงเหลือไม่เท่าไหร่ อาชีพบริกรนั้นก็ใช่ว่าจะมั่นคง เขาพูดประโยคที่ฟังดูซื่อๆ ประโยคหนึ่งว่า...ถ้าไปก็เพราะอยากได้เงิน มีน้องอีกตั้งหกคน... ความคิดของซัยก็ไม่ต่างกับผู้คนมากมายที่เดินทางเข้ากรุงมุ่งหางานทำ ในจำนวนคนมากมายเหล่านี้มีเท่าไหร่ที่...กลับไม่ได้ไปไม่ถึงอยู่ในเมืองแปลกหน้า ๓-๔ เดือนมานี้ ฉันมีโอกาสได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม จากการพูดคุยกับชาวบ้านหลายจังหวัด ฉันได้คำตอบหนึ่งเกี่ยวกับสภาพของหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ชนบท ที่ผ่านมาเมืองได้ดูดทุกสิ่งทุกอย่างไปจากพวกเขา ทรัพยากรความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของท้องถิ่น การพึ่งพาตนเอง และที่สำคัญที่สุด ลูกหลานของพวกเชา...ยิ่งเรียนสูงยิ่งออกจากบ้านไปแล้วไม่กลับ คนที่เรียนอ่อนตกค้างในหมู่บ้าน ไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาให้กับคนอื่นได้ ขณะเดียวกันเมืองก็ยัดเยียดของเสียหลายอย่างให้กับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นกระแสวัตถุนิยม บริโภคนิยม ยาเสพติด ความขัดแย้งจากการเมืองท้องถิ่น ฯลฯ เปล่า...ไม่มีอะไร...ฉันคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาเฉยๆ ระหว่างนั่งคุยกับหนุ่มลาวสองคนนี้ สามทุ่มเศษ...กลับถึงห้องพัก อาบน้ำสระผมแล้วหลับไหลด้วยฤทธิ์เหล้าขาวจากร้านซัย
ฉันไม่แน่ใจนักว่าตื่นขึ้นมากี่โมง รู้เพียงสว่างแล้ว ด้วยขณะนั้นปวดหัวเหลือที่จะทาน อีกทั้งคอยังแห้งผากอย่างเหลือร้าย เปิดกระเป๋าเป้หยิบพาราสองเม็ด พร้อมดื่มน้ำเปล่าจากขวดที่ซื้อมาตั้งแต่ก่อนออกจากหนองคาย แล้วหลับยาวตื่นขึ้นมาอีกทีบ่ายโมงกว่า อาการปวดหัวนอกจากยังไม่หาย ยังแถมพ่วงด้วยอาการปวดเนื้อปวดตัว และความรู้สึกขมคอยามเฝอร้อนๆ ถูกลำเลียงสู่ร่างกาย ฉันไม่แน่ใจนักว่ายามนี้อาการปวดหัวนั้นเกิดจากความร้อนของร่างกายที่ขึ้นสูง หรือปวดจากความคิดที่ลังเล ใจหนึ่งฉันอยากโทรศัพท์ไปหาเจ้าของคำตอบต้นเรื่อง แต่ฉันก็ไม่อยากรบกวนเขา เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันอีกต่อไปแล้ว หากอีกใจ...กระหวัดนึกย้อนถึงคำพูดของเขาที่เคยว่ากัน ทำอวดเก่ง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วยังจะมาหยิ่งไม่เข้าท่า!!! สุดท้ายฉันตัดสินใจโทรบอกเพื่อนรุ่นพี่ที่เพิ่งแยกจากกันมา เขาร้อนใจ...เขาไม่อาจมาได้ด้วยพรุ่งนี้เช้าต้องไปพรีเซนต์งาน ฉันเข้าใจ และไม่คาดหวังว่าเขาจะมา พี่ขอเบอร์ติดต่อที่เกสต์เฮ้าส์ไว้ ไม่กี่นาทีถัดมาคนที่โทรหาฉันกลับเป็นใครอีกคน ดูแลตัวเองก่อนนะครับ เครื่องบินไปหลวงพระบางวันนี้ไม่มีแล้ว พรุ่งนี้ผมจะขึ้นเที่ยวแรกเก้าโมงครึ่ง คงไปถึงประมาณเที่ยงน่ะครับ แล้วผมจะรีบไปดูแลหัวใจผมด้วยตัวผมเอง!!! ฉันนึกถึงประโยคหนึ่งจากหนังสือ ใจคนและหนทาง ของภัทรพงศ์ คงวิจิตร หรือพี่แรก...คนเขียนสารคดีที่หยุดการเดินทางและหัวใจไว้ที่เมืองนี้ ที่ว่า... รสชาติการรอคอยบนหนทางกลับบ้านหรือที่ที่เรารักเป็นความเงียบเหงาเกินทน ชายหนุ่มหน้าคมผมยาวคนนั้นกำลังรู้สึกเช่นไรกันนะกับการรอคอยที่จะมาถึงฉันในวันพรุ่งนี้ เขาจะรู้สึกอย่างที่พี่แรกรู้สึกไหมว่าการรอคอยนั้นช่างยาวนานและทรมานสิ้นดี!!! |
| ชิงช้าช่างคิดถึง๑ | ||
โปสการ์ดทำมือส่งไปชิงช้าความคิดถึง... |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |