พิมพ์หน้านี้
|
วงสัมมนาครั้งนี้ สามารถสรุปข้อเสนอจากวิทยากรที่เข้าร่วมได้ว่า ไม่มีกฎหมายใด และไม่มีใครที่สามารถร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาธิปไตยไทยปราศจากการรัฐประหารได้ ถึงจะมีการเขียนป้องกันไวแล้วก็ยังมีการฉีกรัฐธรรมนูญให้เห็นอยู่เรื่อยๆ การร่างรัฐธรรมนูญต้องอยู่ในหลักการที่ว่าประชาธิปไตยเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ใช่ทางออกของประชาธิปไตย ทางที่ดีต้องนำรัฐธรรมนูญปี 2540 มาปรับแก้ ในมาตราที่เห็นว่าเป็นปัญหา เพราะการทำอะไรด้วยการนับหนึ่งใหม่มันยากอยู่แล้ว เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2550 เวลา 13.00 น. มีการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง ร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ประชาธิปไตยไทยจึงไม่มีรัฐประหาร ซึ่งจัดขึ้นโดยวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า โดยมีผู้ร่วมอภิปรายคือ รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ดร.โภคิณ พลกุล อดีตประธานรัฐสภา ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคชาติไทย โดยมีรศ.พรชัย เทพปัญญา ผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ถ้าอยากให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ตนขอเสนอว่าประการแรก คือ ไม่ต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือถ้าจะให้เป็นของราชอาณาจักรไทยจะต้องมีการยอมรับก่อน ปัญหาชองรัฐธรรมนูญปี 2540 คือ มีการออกแบบให้ฝ่ายบริหารเข้มแข็งมากเกินไป จึงทำให้รัฐธรรมนูญปี 2540ไม่เป็นประชาธิปไตย ตนอยากให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาจากปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะที่มาของสสร.ไม่ชอบธรรม แก้ได้โดยปรับรัฐธรรมนูญปี 2540 เพียงเล็กน้อย คือ ปรับปรุงให้อำนาจอธิปไตย 3 อำนาจคานอำนาจกันได้อย่างแท้จริง อดีตสมาชิกวุฒิสภา เสนอเรื่องที่ควรดำเนินการต่อไปว่า การร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยการยึดหลักประชาธิปไตยแบบรัฐสภา สมาชิกวุฒิสภาชุดก่อนที่ถูกกล่าวหาว่า ถูกควบคุมโดยฝ่ายบริหาร ตนยืนยันได้ว่ามีการล็อบบี้กันนั้นถือเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ควรจะต้องปรับปรุงคือ คณะกรรมการสรรหาควรตัดฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเมืองออกไป ให้มีการปรับปรุงแก้ไขที่มาและการสรรหากรรมการในองค์กร และให้ปรับปรุงแก้ไขการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ควรมีการแก้ไขมาตรา 214 ให้มีการออกเสียงประชามติว่าการปฏิวัติรัฐประหารใดๆ ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดร.วิบูลย์ กล่าวว่า ตนต้องการสร้างกติกาโดยประชามติ 3 ข้อ คือ สร้างประเพณี ที่ผ่านมาไม่มีการปฏิเสธรัฐประหาร ถ้าเราคิดว่ามันเป็นประเพณีมันก็จะเดินไปไม่ได้ ต่อมาคือ ต้องสร้าง rule of law การเขียนรัฐธรรมนูญไปแล้วให้เขาฉีกทิ้งก็ไม่มีความหมาย และข้อสุดท้ายคือ ทำอย่างไรประชาชนจึงจะเข้มแข็ง คนไทยทุกคนต้องปฏิเสธการรัฐประหาร ประชาธิปไตยก็คล้ายๆศาสนา คือ คุณต้องเชื่อในสิ่งนั้น ถ้าคนไทยปฏิเสธการรัฐประหาร ทหารก็จะไม่กล้าปฏิวัติ คำตอบนี้อยู่ที่ประชาชน ดร.โภคิณ พลกุล อดีตประธานรัฐสภา กล่าวว่า ไม่มีกฎหมายใดห้ามรัฐประหารได้ เพราะกฎหมายเป็นเพียงแค่กระดาษ ต้องผ่านคนมาใช้มัน กฎหมายจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการของคน ที่บอกว่าเขียนกฎหมายแล้วจะป้องกันการกระทำของคนได้หมดมันเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่จะป้องกันไม่ให้ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญให้อยู่ได้ยาวตามปกติคือ สังคมต้องมีหลักคิด และวิถีชีวิตที่เข้าใจสิ่งเหล่านี้อย่างแท้จริง รัฐธรรมนูญทุกฉบับเขียนว่าให้การยึดอำนาจนั้นชอบด้วยกฎหมาย
อดีตประธานรัฐสภา กล่าวต่อไปว่า วันนี้แต่ละฝ่ายอยากให้ร่างอย่างที่ตนเองต้องการ ที่ว่าประชาธิปไตยเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน มันยังใช้ได้อยู่ ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่ไม่บอกว่าเป็นของประชาชน แต่ถามว่าโดยประชาชนหรือไม่ ข้อนี้ตอบยาก และเพื่อประชาชนมันเป็นสิ่งที่ใครๆก็พูดได้ แต่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมมากกว่าการไปเลือกตั้ง ประชาชนอาจเข้าใจผิดหรือถูกหลอกก็เป็นไปได้ เสียงส่วนใหญ่ก็อาจผิดได้เช่นกัน ประชาธิปไตยต้องเชื่อประชาชน ดร.โภคิณ กล่าวว่า ข้าราชการ นักธุรกิจ สื่อมวลชน นักวิชาการ นักกิจกรรมเคลื่อนไหว มีส่วนที่ช่วยชี้นำประชาชน สังคม ถ้าเราไปคิดว่าประชาชนถูกหลอกก็จะไม่พ้นรัฐประหาร เราต้องเชื่อมั่นในประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ยากกว่าการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะต่างฝ่ายต่างมีความต้องการของตนเอง เราต้องเชื่อในสิ่งที่รัฐทำ พรรคการเมืองต้องเชื่อในประชาชน วันนี้ไม่เลือกไม่เป็นไร วันหน้าก็ต้องเลือก โดยที่ไม่ต้องซื้อเสียง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หัวใจหลักไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่ทำอย่างไรจึงจะไม่มีรัฐประหาร เมื่อรัฐประหารไปแล้วสิ่งที่ต้องบอกให้ประชาชนทราบคือ ต้องมีคำตอบว่าเมื่อไหร่ถึงจะออกไป ผู้ก่อรัฐประหารต้องยอมรับว่าตัวเองมีเวลาจำกัด ถ้าวันนี้อยากให้มีรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืนตลอดไปนั้น คำตอบคือประชาธิปไตย ถึงจะเขียนว่าห้ามรัฐประหารก็ไม่มีประโยชน์ การเขียนเอาไว้อย่างนั้นยิ่งเป็นการเร่งให้มีการฉีกรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ฉีกคนทำรัฐประหารก็ตาย ผมเห็นว่าประชาธิปไตยถูกละเมิดมาก่อนวันที่ 19 กันยาแล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าว หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อไปว่า ถ้าประชาธิปไตยเราพัฒนาไปถึงจุดหนึ่งแล้วเกิดการรัฐประหาร ศาลจะตัดสินว่ามันผิดก็ได้ หากประชาชนลุกฮือขึ้นมา ศาลอาจเปลี่ยนบรรทัดฐานนี้ได้ ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆแล้ว ตนเห็นว่าถ้ามีรัฐประหารเกิดขึ้นครั้งหนึ่งแล้ว การรัฐประหารครั้งต่อไปก็อาจเกิดขึ้นได้อีก สูตรสำเร็จของรัฐธรรมนูญไม่มี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า เมื่อมีการรัฐประหารครั้งใดก็จะมีการล้มอยู่ 2 อำนาจ คือ นิติบัญญัติและบริหาร ตนอยากเสนอแนวคิดนอกกรอบว่า หนึ่งถ้ามีการรัฐประหารครั้งใด ให้มีสภาประชาชนเกิดขึ้น ที่จริงตนไม่อยากให้มีรัฐธรรมนูญ เพราะมีทีไรก็ฉีกทิ้งทุกครั้ง สองที่บอกว่าอำนาจมีอยู่ 3 อำนาจ ตนเสนอว่าอยากให้มี 4 อำนาจ คือ มีคณะบริหารเข้ามาเป็นอำนาจที่สี่ เพื่อมาพิจารณาความชอบธรรมว่าปฏิวัติครั้งนี้ดีหรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวต่อไปว่า อีกหนึ่งทางเลือกคือ ให้ตั้งศาลรัฐประหาร โจทย์คือคนที่ปฏิวัติ จำเลยคือคนที่ถูกปฏิวัติ คณะลูกขุนคือ ประชาชน ข้อต่อมาคือ ให้ทำประชามติ ว่าเห็นด้วยกับการปฏิวัติหรือไม่ ข้อห้า ให้บุคคลที่สามารถทำการปฏิวัติได้คือ แม่ทัพ 3 เหล่าทัพ ให้มาเซ็นสัตยาบรรณร่วมกันว่าจะไม่ปฏิวัติ และสุดท้ายคือ ไม่ต้องมีรัฐธรรมนูญ เหมือนกับประเทศอังกฤษ วิธีการที่ผมเสนอไปคือ อำนาจสำรอง เขาบอกว่าการจับสลากเป็นสิ่งที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ก็ให้ตั้งหวยรัฐธรรมนูญเลย ใครถูกหวยให้เป็นเลย ให้อยู่ในสภา โดยให้จับสลาก ใครจับได้ก็ได้เป็น นายชูวิทย์ กล่าว นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ตอบคำถามโดยรวมของผู้ที่เข้าฟังการสัมมนาว่า การที่จะทำให้รัฐธรรมนูญไม่ถูกฉีกและไม่เกิดรัฐประหารนั้น ทำอย่างไรประชาชนจึงจะเข้มแข็ง แต่จะให้ประชาชนนั้นเข้มแข็งเป็นสิ่งที่ยาก โดยการสัมมนาในครั้งนี้นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นในหัวข้อนี้มากนัก เพียงแต่ร่วมฟังข้อเสนอ และตอบคำถามผู้ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นในครั้งนี้เท่านั้น |
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |