พิมพ์หน้านี้
|
พลโท นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด กล่าวในการสัมมนาเรื่อง ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเพื่อสันติภาพของคณะทำงานนานาชาติในอาเจะห์ ว่า เรื่องในอาเจะห์ประสบผลสำเร็จมากที่สุดในการเจรจาสันติภาพ ถือว่าเป็นต้นแบบในงานสันติภาพที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย แต่ทางอียูอาจจะยังไม่ได้แจ้งถึงผลสำเร็จมากนัก ถ้ามีความขัดแย้งเกิดขึ้น เราต้องทำความเข้าใจว่าเราขัดแย้งกับใคร ในประเทศเพื่อนบ้านของเรา อินโดนีเซียเป็นเหมือนคนใกล้ชิดกันแต่ไม่ค่อยได้พูดกัน คนไทยจะมองว่าอยู่ไกลกัน จากแผนที่จะเห็นได้ว่าเกาะสุมาตราใกล้กับไทยมากจนถือว่าเป็นเพื่อนบ้านกันได้ อาเจะห์มีพลเมืองประมาณ 3 ล้านคน ชาวอาเจะห์มีความเชื่อว่าตนมีชาติพันธุ์ที่ไม่ใช่ชาวอินโดนีเซีย เขามีรากเหง้าของเขาเอง ชาวอินโดจะเรียกตนเองว่าชาวชวา ทำให้เกิดความเชื่อว่าไม่ใช่ชนเผ่าเดียวกัน จึงเกิดการต่อสู้เรียกร้องเอกราชของชาวอาเจะห์จากอินโดนีเซีย ต่อสู้กันมา 30 ปี ชาวอาเจะห์ก็เหมือนกับชาวภาคใต้ของไทยคือ เคร่งครัดในเรื่องศาสนา ส่วนเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ เช่น พืชผักผลไม้ยังต้องมีการพัฒนาอีกมาก แก๊สธรรมชาติเป็นทรัพยากรที่มีค่าของเขา ตรงส่วนผืนดินที่เป็นหัวจระเข้เป็นแหล่งที่มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล รายได้ที่เกิดจากแก๊สเหล่านี้จะเป็นของรัฐบาลกลาง แต่ในข้อตกลงสันติภาพจะเปลี่ยนกติกาใหม่ คือ เงินที่ได้มาจากแก๊สธรรมชาติ ถ้าได้มา 100 บาท จะแบ่งให้ที่อาเจะห์ 70 บาท เป็นเรื่องที่ไม่แยกจากกันในเรื่องผลประโยชน์ ที่ผ่านมามีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ตำรวจจึงต้องมีเกราะคุ้มกันตัวเอง เป็นเรื่องที่สำคัญของอินโดนีเซียที่จะให้ความปลอดภัยกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ไม่ว่าเจ้าหน้าที่จะไปทำงานที่ไหนก็จะต้องมีเกราะหุ้ม และรถตำรวจก็จะมีที่ฉีดน้ำติดอยู่ เพื่อสลายการชุมนุม การต่อสู้ที่นั่นรุนแรงมาก ภารกิจ AMM : การควบคุมให้ฝ่ายรัฐบาลและกบฏ GAM ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง 1.ให้กบฏอาเจะห์ GAM มอบอาวุธเดือนละ 210 กระบอก ในพื้นที่ต่างๆ เริ่มตั้งแต่ 15 ก.ย.-15 ธ.ค. (รวม 4 เดือน) รวม 840 กระบอก เป็นสารัตถะในตัว 2.ให้กองทัพอินโดนีเซีย (TNI) ถอนทหารออกจากอาเจะห์เดือนละ 6,000 คน รวม 24,000 คน และตำรวจประมาณ 12,000 คน ออกจากอาเจะห์เสร็จสิ้นภายใน 15 ธันวาคม 2548 (มีทหารได้ไม่เกิน14,000 คน และตำรวจ 9,100 คน) 3. ควบคุมตรวจยอดการปล่อยนักโทษการเมืองและกบฏออกจากคุก จำนวน 1,436 คน กลับสู่สังคม 4. ตรวจสอบมิให้มีการแกแค้นบรรดาอดีตกบฏ GAM ผู้ได้รับการปลดปล่อยและนิรโทษกรรม 5.ควบคุมการจ่ายเงินจากรัฐบาลสำหรับการตั้งต้นชีวิตใหม่ Reintegration ให้อดีตกบฏ GAM 3,000 คน คนละประมาณ 24,000 บาท พลโท นิพัทธ์ บอกว่า เมื่อเขาได้รับเงินไปแล้ว เขาก็จะเอาไปแบ่งให้กับคนอื่นๆด้วย เพื่อเป็นการจัดการรายได้ 6.เตรียมการจัดสรรที่ดินให้อดีตกบฏ 3,000 คน คนละ 2 เอเคอร์ 7.เตรียมการเลือกตั้งตำแหน่งผู้ว่าการนครอาเจะห์ และคณะผู้บริหาร 8.เตรียมการปฏิบัติให้อาเจะห์เป็นการปกครองพิเศษ special antonomyในปี ค.ศ.2009 สำหรับเครื่องแต่งกายของทีมงาน ทางอียูเป็นผู้กำหนดคือ เสื้อเป็นเสื้อโปโลสีขาว กางเกงสีทราย เพื่อไม่ให้เหมือนกับทหาร สำหรับการทำงาน จะมีการแบ่งคนลงไปใน 11 พื้นที่ เป็นการกระจายงานกัน และส่งทีมไปอยู่กับอำเภอต่างๆ (เปรียบได้กับ กอ.สสส.ในไทย) และมีทีม 4 ทีมทำหน้าที่ไปเอาอาวุธมาทำลาย ทุกๆอย่างจะอยู่ในสายตาของพวกเรา สามารถรับเรื่องต่างๆทั้งที่เป็นธรรมและไม่เป็นธรรมได้อย่างครบถ้วน ต้องมีการเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ได้มีการพบปะกับกลุ่มคนเพื่อไปบอกกับเขาว่า สันติภาพกำลังจะมาถึง และท่านมีส่วนช่วยได้อย่างไร วันหนึ่งๆไปประมาณ 6-7 ที่ ไปขอความร่วมมือจากทางโรงเรียนและสมาคมต่างๆ อันนี้เป็นความฉลาดของทางอียูที่มีความคิดว่า ถ้าทีมงานทั้งหมดเป็นฝรั่งแท้มาทำงานก็อาจจะล้มเหลวได้ จึงได้ตั้งคนเอเชียมาร่วมงานด้วย แต่ก่อนอื่นเขาจะต้องไว้ใจเราด้วย เขาถึงจะให้เราร่วมงานด้วย ในการทำงานด้านสันติภาพมีการมอบหมายให้รัฐมนตรีมาดูแล 1 คน การทำงานจึงเป็นเอกภาพ ทั้ง 3 ฝ่ายจะมีการเจรจากันทุกวันอังคาร มีฝ่าย GAM ฝ่ายรัฐมนตรี และฝ่ายทีมงานของพลโทนิพัทธ์ เรื่องที่จะเจรจากันทางพลโท นิพัทธ์ เป็นผู้พิจารณา เทคนิคในการเจรจาคือ เรื่องใดที่คาดว่าจะตกลงกันไม่ได้จะไม่นำขึ้นพูด จะมีการต่อรองกันตลอดเวลา ต่อรองกันในตอนกลางคืนก่อนที่เข้าประชุม จะประนีประนอมกันก่อนที่จะนำขึ้นโต๊ะประชุม อะไรที่ตกลงกันก่อนได้ พลโท นิพัทธ์ จะทำ พลโท นิพัทธ์ จะเป็นผู้กำหนดว่าจะทำอะไรก่อน-หลัง และจะเดินทางไปเจรจาที่ในที่มั่นของกลุ่ม GAM เวลาสื่อสารกันจะทำโดยการส่งข้อความหากัน เพราะสำเนียงพูดไม่เหมือนกัน และจะคุยกันไม่รู้เรื่อง เวลาไปก็จะมีการพบแกนำฝ่ายกบฏ หัวหน้ากบฏ GAM มีคนบอกว่าการทำอย่างนี้มันอันตรายเกินไป พลโท นิพัทธ์ก็ตอบไปว่า ถ้าไม่ทำอย่างนี้ มันวัดใจกันไม่ได้ ก่อนที่จะนัดพบกันเพื่อส่งมอบปืนให้ ก็จะมีการส่งข้อความมาเพื่อบอกว่า จะมามอบปืนให้ตอนไหน ที่ไหน เพราะเขาไม่อยากให้เรารู้ว่าเขาออกมาจากส่วนไหนของป่า เมื่อทำการรับมอบเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะทำการลงทะเบียนปืน เพื่อนับจำนวน และทำการทำลายโดยตัดเป็น 3 ท่อน บางครั้งก็พบว่าเป็นปืนของทหารอินโด ซึ่งไม่มีสิทธิขอคืน เมื่อฝ่าย GAM เอาปืนมาให้ก็จะมีการถอนทหารออก หลายคนอาจสังเกตเห็นว่า คนเหล่านี้มีการไปมาหาสู่กับชาวสวีเดน เหตุผลก็เพราะที่ประเทศสวีเดนมีกฎหมายพิเศษที่จะดูแลคนที่มีปัญหาด้านการเมือง ที่ไม่สามารถเข้าประเทศของตนเองได้ การทำงานสันติภาพในอาเจะห์ มีคนที่เดินทางไปสวีเดนเยอะ จึงทำให้สวีเดนบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือมากที่สุด ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการทำงาน คือ 1. ตัวผู้นำของอินโดนีเซีย ประธานาธิบดี ที่เคยเข้าไปทำงานในอาเจะห์ เป็นคนที่ตั้งหลักไว้ว่า จะทำให้อินโดนีเซียสมานฉันท์ เพราะมีหลายเผ่าพันธุ์ที่หลากหลายอยากตั้งประเทศของตนเองทั้งนั้น 2.ฝ่าย GAM มีเอกภาพ กลุ่ม GAM ที่กระจายตัวอยู่ เขาฟังผู้นำ 3.จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ เหตุการณ์ สึนามิ ที่ทำให้คนตายประมาณ 2 แสนคน ทำให้ทั้ง 2ฝ่ายพร้อมที่จะคุยกัน เป็นตัวแบบที่อเมริกามาศึกษาว่าสามารถนำไปใช้ที่แบกแดดได้ไหม ทางฟิลิปปินส์ก็เช่นเดียวกัน 4. EU มีความคิดที่ต่างออกไปจาก UN เมื่อเข้ามาทำงาน ซึ่งปัจจุบันไม่มีใครอยากให้ UN เข้ามาทำงานในประเทศตน
กระบวนการทางสันติภาพที่อาเจะห์เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุด และการที่บอกว่า เราไม่ใช่พวกเดียวกัน เป็นคนละเผ่าพันธุ์นั้นก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่าง อันที่จริงแล้ว เราไม่ได้ยุติความขัดแย้ง แต่เราไปไปเปลี่ยนแปลงการต่อสู้ให้เป็น ทางการเมืองเท่านั้นเอง พลโท นิพัทธ์ กล่าว
|
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |