• aey_yea_yea
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aey_yea_yea@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-24
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 11292
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
พิราบน้อย
ตอนเด็กอยากเป็นผู้ใหญ่ แต่พอเวลาผ่านไปอยากกลับเป็นเด็กซะงั้น
Permalink : http://www.oknation.net/blog/iamaey
วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม 2550
เย็นย่ำก็ฟังละคร
Posted by aey_yea_yea , ผู้อ่าน : 93 , 14:48:28 น.  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อหลายเดือนก่อน ตอนช่วงหัวค่ำฉันรู้สึกเบื่อๆกับการฟังเพลงในเครื่องเล่นเอ็มพี 3 และเพลงที่เปิดกันตามหน้าปัดวิทยุ ซึ่งส่วนมากก็จะเล่นเพลงที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่าอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเคยแนะนำให้ไปลองฟังละครวิทยุ  ฉันจึงลองกดหาคลื่นดู ปรากฏว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่สถานีวิทยุกระจายเสียงเอฟเอ็ม 93.5 เมกกะเฮิร์ซ รีแล็กซิ่ง เอฟเอ็ม กำลังเข้าสู่ช่วงที่เป็นละครวิทยุอยู่พอดี

ละครวิทยุของคลื่น 93.5 จะเริ่มเปิดตั้งแต่เวลาประมาณ 1 ทุ่มครึ่งถึง 2 ทุ่ม ละครเรื่องที่ฉันเปิดฟังชื่อเรื่อง “ขุนทอง” ซึ่งเขาได้บอกว่าเป็นบทละครพื้นบ้าน น่าเสียดายที่เนื้อเรื่องดำเนินมาถึงตอนที่ 18 แล้ว เพราะเขาได้เริ่มออกอากาศตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม แต่ฉันก็สามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้ไม่ยาก เพราะก่อนที่ละครจะเริ่มทุกตอน จะมีเนื้อหาความเดิมตอนที่แล้วบรรยายให้ฟังก่อนทุกครั้ง และจะตามด้วยการท่องบทกลอนเป็นทำนองเสนาะ เพื่อเป็นการเปิดเรื่อง

เนื้อเรื่องคร่าวๆของ ขุนทอง ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ โจรขุนทอง ซึ่งเป็นโจรในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่มีนิสัยชอบปล้นค่ายทหารพม่า แล้วก็นำทรัพย์สมบัติที่ได้มาช่วยเหลือคนเดือนร้อน เหมือนกับโรบินฮูด  ขุนทองมีภรรยาถึง 2 คน แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้มีนิสัยที่ชอบตบตีกันเองเพื่อแย่งพระเอกเหมือนกับละครโทรทัศน์หลายๆเรื่องที่กำลังฉายอยู่ตามฟรีทีวี แต่ทั้ง 2 คนมีนิสัยที่ชอบช่วยเหลือกันและทำหน้าที่ภรรยาที่ดีของตนเองให้ดีที่สุด โดยไม่มีใครที่มีนิสัยแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เพราะด้วยนิสัยที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านและชอบปราบทหารพม่า โจรขุนทองจึงเป็นโจรฝีมือดีที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนในสมัยนั้น จนในตอนหลังขุนทองจึงตัดสินใจที่จะไปเป็นทหารอยู่ในวัง เพราะเหตุที่ไม่อยากเป็โจรทำบาปอีกต่อไป แต่ก็น่าเศร้าที่ขุนทองไม่ได้ทำความปรารถนาของตนเองให้เป็นจริง ขุนทองได้เสียชีวิตตอนที่ออกรบกับทหารพม่าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนมอบตัวกับทางการ

ในตอนแรกก็นึกสงสัยว่าแล้วฉันจะฟังละครวิทยุรู้เรื่องไหมนี่ เพราะยังไม่เคยฟังที่ไหนมาก่อน แต่เมื่อได้ฟังแล้วกลับชอบและเปลี่ยนความคิดในทันทีที่ได้ฟังเพียงครั้งแรก เพราะด้วยลีลาการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม มีการใช้เสียงประกอบและเสียงพากษ์ที่เหมาะสมกับตัวละคร คนฟังสามารถฟังเสียงแล้วรู้ถึงบุคลิกของตัวละครได้ทันที ว่าตัวละครตัวนี้มีบุคลิกแก่นหรือเรียบร้อย เช่น ภรรยาของขุนทองจะมีบุคลิกที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงกัน คือ ภรรยาคนแรกจะมีบุคลิกที่เรียบร้อย เพราะเป็นลูกของขุนนาง ส่วนอีกคนหนึ่งจะห้าวเพราะเคยเป็นสาวรับใช้มาก่อน การใช้ภาษาก็ยังหลงเหลือมีกลิ่นอายแบบละครยุคเก่าอยู่เสียงคนแสดงสามารถสื่อให้คนฟังเข้าใจถึงลักษณะท่าทางของตัวละครได้ดีมากทีเดียว

เรื่องขุนทองเป็นละครวิทยุเรื่องแรกที่โครงการฟื้นฟูละครวิทยุได้จัดทำขึ้นมา

เป็นบทประพันธ์และบทละครวิทยุ โดย "วรการ"   ของคณะ "มิตรประสานการละคร" โดย สำนักสื่อและเทคโนโลยีการศึกษา  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งมศว.ได้จัดโครงการฟื้นฟูละครวิทยุขึ้นมาเพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยหลาย ด้าน คือด้านการสืบสาน และสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและศิลปะ ด้านการจัดการความรู้เพื่อสังคม ด้านการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อสังคม และด้านการพัฒนาศักยภาพนิสิต

                ถ้าดิฉันเข้าใจไม่ผิดพลาดละครวิทยุของมศว.จะออกอากาศ 2 แห่งด้วยกัน คือ คลื่น 93.5 เมกกะเฮิร์ซ และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) เอฟเอ็ม 93.75 เมกกะเฮิร์ซ และในขณะนี้ได้ทำละครวิทยุเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง "คุณบิดรดุจอา-กาศกว้าง" ซึ่งต่อจากละครวิทยุเรื่อง ขุนทอง ออกอากาศทุกวันเวลา 19.30  - 20.00 น.    บทประพันธ์และบทละครวิทยุ โดย "วรการ" ของคณะ "มิตรประสานการละคร" อีกเช่นเดียวกัน

                ส่วนประวัติของละครวิทยุนั้น ดิฉันได้ไปค้นข้อมูลมาจากคอลัมน์รู้ไปโม้ด ของน้าชาติ ประชาชื่น ในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์มติชน จากบทสัมภาษณ์ของอดีตนางเอกละครวิทยุ จิรภา ปัญจศิลป์ จากคณะแก้วฟ้า ที่กรมประชาสัมพันธ์ ก็ได้ข้อมูลดังนี้ ละครวิทยุเริ่มมีมากว่า 50 ปีแล้ว ในสมัยที่ยังไม่มีโทรทัศน์ สำหรับละครวิทยุในสมัยนั้นต้องพากย์กันสดๆ เพราะยังไม่มีการบันทึกเทป ฉะนั้น ผู้พากย์ต้องมีความสามารถมากและต้องมีไหวพริบดีมากด้วย เพราะถ้าพากย์ผิดก็ต้องดำน้ำให้เข้ากับเนื้อเรื่อง  ส่วนดนตรีประกอบและดนตรีคั่นเวลาก็ตั้งวงเล่นกันสดๆ เหมือนกัน คณะละครวิทยุที่ดังๆ ในยุค    นั้นได้แก่ "จารุกนก" "วัฒนารมย์"
                ต่อมา ประมาณ 40 ปีที่แล้ว เมื่อมีวิทยาการอัดเสียงลงเทปแล้ว คือ "กันตนา" ของประดิษฐ์ กัลจาฤกษ์ และ "แก้วฟ้า" คณะของเสนีย์ บุษปะเกศ เป็นต้น ยุคนี้มีเทคนิคทำเสียงสะท้อนได้แล้ว แต่เสียงประกอบต้องทำเอง เช่น เสียงฝนก็ใช้เม็ดถั่วเขียวโปรยในถาด เสียงไฟไหม้ ใช้กระดาษทำเสียงก็อบแก็บๆ

                ละครวิทยุเป็นการแสดงอีกอย่างหนึ่งที่มีเสน่ห์ และเริ่มหาฟังได้ยากมากขึ้น อยากให้สังคมไทยช่วยอนุรักษ์และสนับสนุนสิ่งที่เป็นของดีของไทย อย่าให้ละครโทรทัศน์ที่นับวันชักจะน้ำเน่าขึ้นทุกที มากลืนวัฒนธรรมดีๆที่ยังหลงเหลือไว้ให้ติดตามเช่นในละครวิทยุเลย


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
ยุวดี วันที่ : 26/03/2007 เวลา : 16.53 น.
http://www.oknation.net/blog/yuwym

ตามมาฟังละครด้วยคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ท่าน้ำนนท์ วันที่ : 26/03/2007 เวลา : 14.54 น.
http://www.oknation.net/blog/sup

..สราภาพตรง ๆ เลยครับ ยังเข้าไม่ถึงครับ..สาธุ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31