พิมพ์หน้านี้
|
หัวหน้างานบริการและเผยแพร่วิชาการ เทศบาลนครสมุทรปราการยืนยัน งบประมาณที่ได้จากการจัดเก็บค่าจอดรถนำไปพัฒนาโครงการต่างๆที่ทำให้จังหวัดพัฒนาได้จริง สามารถตรวจสอบได้จากรายงานกิจกรรมประจำทุกปี จากที่ทางเทศบาลนครสมุทรปราการได้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการจอดรถกับผู้คนที่นำรถเข้ามาจอดในพื้นที่ของทางเทศบาลมาเป็นเวลานานแล้ว โดยที่มีการเลือกจัดเก็บเฉพาะเขตเทศบาลเท่านั้น จากข้อเท็จจริงดังกล่าวก็สามารถตั้งข้อสังเกตุได้ว่างบประมาณในส่วนนี้ ก็คงต้องมีการนำไปพัฒนาจังหวัดสมุทรปราการส่วนหนึ่งด้วย เมื่อได้ถามถึงเรื่องงบประมาณที่นำไปพัฒนาจังหวัดสมุทรปราการ ทางนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ ก็ได้ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ โดยอ้างว่าเรื่องงบประมาณเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และเมื่อไปเข้าพบนางพรทิพย์ ธาปนียากร ผู้อำนวยการกองคลัง ก็ได้อ้างว่า ตนไม่สามารถให้สัมภาษณ์ได้ ถ้าทางนายกเทศมนตรีไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูล ต้องรอให้นายกเทศมนตรีอนุญาตก่อนตนถึงจะสามารถให้ข้อมูลในส่วนนี้ได้ ทางด้านนายธรรมศักดิ์ ดีสุคนธ์ นักวิชาการประชาสัมพันธ์ 6 ว หัวหน้างานบริการและเผยแพร่วิชาการ เทศบาลนครสมุทรปราการระบุว่า รายได้จากการเก็บค่าจอดรถปี 2548 จัดสรรแล้วมี 4 ล้านบาท จะอยู่ในรายได้ที่มิใช่ภาษีอากร หมวดค่าธรรมเนียม ค่าปรับและใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการจัดระเบียบจอดยานยนต์ ซึ่งประมาณการไว้เท่ากับปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยประมาณการใกล้เคียงกับรายรับจริงของปีงบประมาณที่ผ่านมา รายรับก็จะนำไปรวมกับงบประมาณกองคลัง นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า งบประมาณที่ได้มาจากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการจอดรถก็จะนำไปพัฒนาจังหวัดในด้านต่างๆ งบประมาณของจังหวัดปี 2548 รวมเป็นเงินจำนวน 182,911,910 บาท ซึ่งยอดรวมนี้ ก็จะนำมาแยกเป็นหมวดหมู่รายรับอีก ซึ่งเวลานำงบไปพัฒนาก็จะไม่แยกเป็นหมวดหมู่ จะใช้งบประมาณรวม จึงไม่สามารถระบุได้ว่าเงินส่วนไหนนำไปพัฒนาอะไร แต่ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ เพราะทางเทศบาลจะทำเป็นหนังสือรายงานโครงการทุกปีอยู่แล้ว นายธรรมศักดิ์ ได้ให้เหตุผลที่ต้องจัดเก็บค่าจอดรถว่า การจัดเก็บนี้อยู่ในระเบียบที่ทางเทศบาลกำหนด เพื่อบังคับใช้ ในเมื่อมีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของทางเทศบาลแล้ว ก็ต้องมีการเก็บค่าธรรมเนียม เป็นเรื่องที่ทางเทศบาลนครสมุทรปราการกำหนดเป็นเทศบัญญัติเอาไว้ชัดเจน นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า โครงการต่างๆในสมุทรปราการที่นำงบประมาณมาพัฒนา ก็จะมีแยกเป็นด้านต่างๆ 5 ด้าน โครงการพิเศษ 4 โครงการ โครงการเมืองน่าอยู่ และโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อการท่องเที่ยว นายธรรมศักดิ์ กล่าวว่า โครงการที่เห็นเป็นรูปร่างว่ามีการคืบหน้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือ อาหารปลอดภัย จะเห็นได้ว่าร้านแผงลอยมีป้ายนี้ทุกร้าน การติดตั้งไฟฟ้าให้แสงสว่าง ปรับปรุงป้อมปีกกาที่เป็นแหล่งสันทนาการ สถานที่สันทนาการ และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ของเยาวชน ศาลาพักรอรถเมล์ใหม่ ซ่อมแซมประตูน้ำและออกแบบเขื่อน-ปรับภูมิทัศน์ ซึ่งการซ่อมแซมและปรับปรุงนี้ก็ทำให้สามารถลดปัญหาเรื่องน้ำท่วมได้ระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะยังเห็นว่าเมื่อฝนตกหรือน้ำขึ้น น้ำก็ยังท่วมตัวเมืองอยู่ นมโรงเรียน และคอมพิวเตอร์โรงเรียน นายธรรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการสังเกตุโครงการที่ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงาน คือ พัฒนาเรือนจำกลางไว้ออกกำลังกาย หลังจากที่ได้มีการย้ายเรือนจำออกไปประมาณ 4-5 ปี แล้ว ก็มีการปล่อยให้เป็นพื้นที่รกร้าง ทางเทศบาลนครสมุทรปราการก็ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ แต่มาถึงปัจจุบันสภาพก็ไม่ต่างจากตอนที่มีการย้ายเรือนจำออกไปใหม่ๆ พื้นที่ก็ยังว่างเปล่า ไม่มีการปลูกต้นไม้หรือพัฒนาให้เป็นพื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย ซึ่งพื้นที่นี้มีโครงการที่จะพัฒนาตั้งแต่ปี 2546 ตามรายงานกิจการเทศบาลนครสมุทรปราการ ปี 2548 มีโครงการที่ได้ใช้งบประมาณของจังหวัด ดังนี้ 1.อาหารปลอดภัย 2.การติดตั้งไฟฟ้าให้แสงสว่าง 3.พัฒนาเรือนจำกลางไว้ออกกำลังกาย 4.ปรับปรุงป้อมปีกกา 5.ศาลาพักรอรถเมล์ใหม่ 6.ซ่อมแซมประตูน้ำ 7.พัฒนาตลาดหัวเกาะ 8.ขุดลอกคูคลอง 9.ออกแบบเขื่อน-ปรับภูมิทัศน์ 10.ออกแบบการกำจัดขยะ 11.โครงการจีไอเอส (ระบบไอทีสู่เมืองทันสมัย) 12.นมโรงเรียน 13.คอมพิวเตอร์โรงเรียน ตามรายงานกิจการเทศบาลนครสมุทรปราการ ปี 2542-2546 ได้ระบุถึงโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของจังหวัดที่ได้มีการดำเนินงานเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2542-2546 ไว้ว่ามีทั้งสิ้น 18 โครงการ เช่น การปรับปรุงสนามเด็กเล่นหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ปรับปรุงเกาะกลางถนน และสวนหย่อมกลางถนนสายต่างๆ โครงการจ้างเหมาเอกชนเก็บขยะและกวาดขยะ ตามรายงานฉบับเดิม ระบุถึงโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน มีทั้งหมด 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการอบรมฝึกวิชาชีพประชาชนในชุมชน 2.โครงการอบรมเด็กและชุมชน 3.โครงการอบรมวิชาชีพกลุ่มผู้นำสตรีโครงการพัฒนาสังคม เพื่อยกระดับชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชน จำนวน 28 โครงการ ซึ่งทั้งหมดได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเป็นเงิน 1 ล้านบาท นางสาว น.ส.เสาวลักษณ์ กล่าวถึงอัตราการเก็บค่าจอดรถว่า ทางเทศบาลจะแบ่งรถออกเป็น 4 ประเภท แต่ละประเภทมีเกณฑ์ไม่เท่ากัน คิดราคาต่อชั่วโมง คือ รถ 2 ล้อ 2 บาทต่อชั่วโมง , รถ 4 ล้อ 5 บาทต่อชั่วโมง , รถ 6 ล้อ 10 บาทต่อชั่วโมง และ รถ 10 ล้อ 30 บาทต่อชั่วโมง รถที่เก็บจะเก็บทั้งรถส่วนบุคคลและรถสองแถว แต่รถสองแถวจะไม่ค่อยเข้ามาจอด เพราะเขาจะไปจอดกันที่วิน มากกว่า น.ส.เสาวลักษณ์ กล่าวต่อไปว่า เกณฑ์ในการแบ่งพื้นที่และสับเปลี่ยนเวรคือ 15 วันจะมีการสับเปลี่ยนครั้งหนึ่ง แต่ละพื้นที่เกณฑ์เงินที่ต้องเก็บก็จะไม่เท่ากัน เช่น พื้นที่รอบๆหน้าตลาดราชาจะต้องเก็บให้ได้วันละ 1,200 บาท ซึ่งเก็บกัน 2 คน แล้วแต่จะแบ่งพื้นที่กันเอง ส่วนพื้นที่อื่นๆก็เก็บประมาณ 300-500 บาทต่อคน เพราะรถจะน้อยกว่า น.ส.ธัญพร โสภณรัตนโภคิณ ผู้ที่มาใช้บริการจอดรถเป็นประจำ กล่าวว่า ตนรู้สึกพอใจกับอัตราการเก็บค่าจอดรถ คือ ชั่วโมงละ 5 บาท ถือว่าเป็นอัตราที่ไม่มากเกินไป กำลังดี แต่ถ้ามากกว่านี้ก็คงไม่ไหวเหมือนกัน เพราะตนนำรถมาจอดบ่อย เมื่อทางเทศบาลมีการเก็บเงินในส่วนนี้ไปก็ควรจะมีการนำเงินไปพัฒนาจังหวัดในด้านต่างๆด้วย ก็จะถือเป็นการดี น.ส.ประภาภรณ์ มอญสุข แม่ค้าผลไม้ในตลาดปากน้ำ กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า ถ้าทางเทศบาลมีการเก็บค่าจอดรถก็จะเป็นการดี เพราะจะได้มีการนำเงินในส่วนนี้มาพัฒนาจังหวัด แต่ถ้าหากว่าพนักงานเก็บค่าจอดรถของทางเทศบาล นำเงินที่เก็บได้เข้ากระเป๋าตัวเอง ตนก็รู้สึกไม่พอใจเหมือนกันที่ทุจริตแบบนี้
|
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |