พิมพ์หน้านี้
|
ตัวแทนนักศึกษาร่วมถก การเสวนา เรื่อง อนาคตชาติไทย ภายใต้รัฐธรรมนูญ กระทู้ที่ 1-18 และร่วมโหวตกระทู้พร้อมกันทั่วประเทศ นัดโหวตกระทู้พร้อมกันทั่วประเทศจาก 162 สถาบันอุดมศึกษา ผ่านทางwww.cf4club.net โดยมีนายวิชัย รูปขำดี ประธานคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ นายศักดิ์นรินทร์ เขื่อนอ้น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เยาวชน (สสรย.) นายวรินทร์ เทียมจรัส ผู้เชี่ยวด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ นายสุทธิรักษ์ อุฒมนตรี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาทั่วประเทศจำนวน 9 มหาวิทยาลัย ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในแต่ละประเด็นจำนวน 18 ประเด็น จัดขึ้น ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 3502 อาคาร 3 ชั้น 5 รัฐสภา นายวรินทร์ เทียมจรัส ผู้เชี่ยวด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงประเด็นที่ว่าควรลดจำนวน ส.ส. และ ส.ว. ลงหรือไม่ ว่า ส.ส.มีหน้าที่ออกกฎหมาย ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ที่ผ่านมานั้นไม่ใช่ เราพยายามทำให้สส.เป็นแม่บ้าน จำนวน ส.ส. ไม่จำเป็นต้องให้ถึง 400 ,500 จำนวนไม่สำคัญ จำนวนน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะถ้าในเขตเลือกตั้งใหญ่จะได้ซื้อเสียงลำมากขึ้น จำนวนของ ส.ว. จะเท่ากับ ส.ส. ก็ได้ เพราะถ้าเราแยกบทบาทของ ส.ส. และ ส.ว. แล้วจำนวนไม่ใช่เรื่องสำคัญ นายแบงค์ งามอรุณโชติ ตัวแทนนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นเดียวกันนี้ว่า จำนวนส.ส. ส.ว. มากเกินไปก็ไม่เกิดผลดี เพราะจะง่ายต่อการซื้อเสียง การซื้อเสียงมี 2 ระดับ คือ ในขั้นตอนการเลือกตั้ง และขั้นตอนของการสรรหามาแล้ว เขาจะดูว่าใครที่มีแนวโน้มที่จะได้ แล้วค่อยไปซื้อ เพื่อให้ได้เสียงข้างมากจะได้ง่ายขึ้น ซึ่งการซื้อมาด้วยหมวกคนละใบ เสื้อคนละชุดจะตรวจสอบได้ยากกว่านายบุญช่วย ทองเจริญพูลพร เลขานุการชมรมรักกันเตือนกัน กล่าวถึงประเด็นที่ ส.ส.ต้องจบปริญญาตรีหรือไม่ ว่า ไม่จำเป็นส.ส.จะต้องจบอะไรมา ในต่างหวัดก็มีปราชญ์ชาวบ้านที่ไม่ได้เรียนจบมา แต่มีความรู้ความสามารถเหมือนกัน โลกที่เจริญก้าวหน้าแล้ว เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับใบปริญญา ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ใบจบปริญญาตรี อยู่ที่ว่าสังคมใช้ส.ส.ถูกต้องหรือไม่ต่างหาก ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงประเด็น ส.ส.ควรสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ ว่า เห็นด้วยที่ส.ส.ควรจะสังกัดพรรค เพราะโอกาสที่นโยบายที่ใช้หาเสียงไปจะเป็นไปได้มากขึ้น ตนเห็นว่าไม่ควรจะบังคับให้สังกัดพรรค แต่สามารถที่จะสังกัดพรรคได้ เพราะว่าการบังคับให้สังกัดพรรคส.ส.จะขาดอิสระในการตัดสินใจ เพราะส.ส.เป็นตัวแทนของประชาชน ไม่ใช่พรรคการเมือง ตัวส.ส.ต้องไม่ถูกผูกกับอำนาจของพรรคหรือนโยบายพรรค ตัวแทนนักศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นว่า ถ้าเมื่อใดที่ส.ส.ต้องสังกัดพรรค จะเป็นเหมือนการสวมหมวก 2 ใบ ความเป็นอิสระจะลดลงไป ซึ่งมันจะไปโยงกับการกำหนดว่าต้องสังกัดพรรค 90 วัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาต้องการให้เกิดต้นทุนในการตัดสินใจโหวต ส.ส.ควรมีทางเลือกที่ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง เพราะคนที่มีต้นทุนทางสังคมสูง ไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคก็ได้ ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงประเด็นนายกรัฐมนตรีควรมาจากส.ส.หรือไม่ ว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนกำหนดว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจากส.ส. แต่ข้อนี้เป็นเหมือนจารีตประเพณี อาจจะไม่จำเป็นต้องบัญญัติไว้ถ้าคนยังมีสำนึกของจารีตอยู่ การให้คนนอกเข้ามาได้เป็นเหมือนการเปิดช่องไว้ในกรณีที่เกิดทางตัน ตนเห็นว่านายกรัฐมนตรีอาจจะมาการเลือกของประชาชน โดยไม่ต้องผ่านการเป็นส.ส. แต่อาจจะมาจากรัฐสภาก็ได้ นายศักดิ์นรินทร์ เขื่อนอ้น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เยาวชน (สสรย.) กล่าวว่า เราจะมาดูว่าในแต่ละประเด็นเพื่อนๆนักศึกษามีความเห็นอย่างไรบ้าง เราจะได้รวบรวมข้อมูล ในแต่ละกรรมาธิการอาจจะให้ความสำคัญกับนิสิตนักศึกษาน้อยเท่าที่สอบถามมาในสถาบันการศึกษาในต่างจังหวัดเขายังเข้าไม่ถึง ก็เลยเชิญตัวแทนนักศึกษาในกรุงเทพก่อน และอาจจะมีต่างจังหวัดบ้างที่จะเข้าร่วมประชุมในวันนี้ เราก็จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากสถาบันต่างๆเข้าไปโหวตในเว็บไซต์ เราตั้งโควตาเอาไว้สถาบันละ 20 ท่าน และก็จะส่งข้อมูลไปให้ท่านประทานของเรานำเสนอเข้าสู่ประธานสภาร่างฯ ต่อไป
|
| << | มีนาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |