• aey_yea_yea
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : aey_yea_yea@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-24
  • จำนวนเรื่อง : 46
  • จำนวนผู้ชม : 9720
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
พิราบน้อย
ตอนเด็กอยากเป็นผู้ใหญ่ แต่พอเวลาผ่านไปอยากกลับเป็นเด็กซะงั้น
Permalink : http://www.oknation.net/blog/iamaey
วันอังคาร ที่ 10 เมษายน 2550
invisible foot : ทฤษฎีตีนที่มองไม่เห็นของรสนา โตสิตระกูล
Posted by aey_yea_yea , ผู้อ่าน : 58 , 20:19:06 น.  
พิมพ์หน้านี้


 

                นางสาวรสนาโตสิตระกูล กรรมการสหพันธ์เพื่อผู้บริโภคกล่าวว่า โครงสร้างสังคมไทยในทุกวันนี้ขาดความเป็นธรรมคนส่วนหนึ่งรวยมากขึ้น และคนบางคนก็จนติดดินตอนนี้ตนอยากให้โครงข่ายโทรคมนาคมกลับมาเป็นของรัฐก่อน แล้วค่อยมาสู้กันอีกยกหนึ่งแม้แต่กทช.ที่เป็นองค์กรอิสระตนก็ยังไม่ไว้ใจว่าอิสระและมีธรรมาภิบาลตนไม่เคยเชื่อทฤษฎี  Invisiblehandคือมือที่มองไม่เห็น เชื่อแต่Invisible Footคือตีนที่มองไม่เห็นที่มาเหยียบเราทำอย่างไรที่เราจะไม่สร้างโครงสร้างที่จะเอาเปรียบและไม่สร้างการผูกขาดโดยรัฐ

นางสาวรสนา กล่าวต่อไปว่า ตนเห็นด้วยกับทั้งสองฝ่ายคือ ทั้งด.ร.สมเกียรติและ ด.ร.วุฒิพงษ์ ตอนนี้ประชาชนอยู่ในภาวะที่ลำบากใจประชาชนเจอปัญหาเทคนิคค่อนข้างมาก หลายอย่างหลุดออกจากความควบคุมของประชาชนเพราะมันก้าวไปเร็วมาก สิ่งที่มีความซับซ้อนถูกควบคุมโดยรัฐสิ่งเหล่านี้ทำให้เราอยู่ในภาวะตรงกลางประชาชนเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่แต่กลับถูกบีบให้แคบขึ้นและถูกทำให้เป็นผู้บริโภคเท่านั้น

เมื่อวันที่9 เมษายน 2550 ณ อาคารรัฐสภา 2 คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สภานิติบัญญัติ ร่วมกับคณะกรรมมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค และวิทยาลัยนวัตกรรมสังคมมหาวิทยาลัยรังสิต ได้จัดงานสัมมนาทางวิชาการ“เรื่องTelecom Poolกับทิศทางโทรคมนาคมไทย”โดยมีวิทยากรคือ ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดม ด.ร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ดร.วุฒิพงษ์เพรียบจริยวัฒน์ นางสาวรสนา โตสิตระกูล นายประพันธ์ คูณมี และมีนายสำราญ รอดเพชรเป็นผู้ดำเนินรายการ

ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์กรรมการและโฆษกทีโอทีกล่าวว่า เรื่องโครงข่ายโทรคมนาคมเปรียบเสมือนทางด่วนถ้าเรานำระบบโทรทัศน์เข้าไปวิ่งในสายไฟเบอร์ อ็อพติคก็จะทำให้มีช่องโทรทัศน์เป็นร้อยช่อง เทเลคอมพูลจะช่วยในการปฏิวัติการศึกษา,ปฏิรูปสื่อ,ปฏิรูปสาธารณะสุข และนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง มีผลมากกว่าการร่างรัฐธรรมนูญ2550 เสาหลักของประชาธิปไตยอาจไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ รัฐสภา หรือทำเนียบรัฐบาลแต่อยู่ที่วุฒิภาวะทางการเมืองของประชาชน

กรรมการและโฆษกทีโอทีกล่าวต่อไปว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบรรยากาศการลงทุน สิทธิในเทเลคอมพูลเป็นของรัฐบาลและประชาชนไทยอยู่แล้ว แต่เราไม่เคยแสดงความเป็นเจ้าของรูปแบบสัมปทานเป็นแบบBTO (Build TransferOperate)เป็นการเกลี่ยพื้นที่ให้เท่ากันเมื่อสอบถามผู้ลงทุนก็ปรากฏว่ามีผู้เห็นด้วย 6:1สิ่งที่ตนกังวลคือความผูกขาด ศึกษามานานว่าทำอย่างไรถึงจะไม่มีการผูกขาดผลคืออย่างไรก็มีการผูกขาด แต่ต้องตั้งคำถามว่าใครผูกขาดและผูกขาดเพื่อใคร

ดร.สิทธิชัย โภไคยอุดมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวว่าระบบโทรคมนาคมของไทยถ้าจะให้ดีต้องพัฒนาไปเรื่อย พัฒนาจากระบบเดิมที่มีอยู่อย่าทำอะไรรุนแรง ถ้าเรารุนแรงเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะไม่ล้าหลังวิธีการปฏิวัติตนคิดว่าอันตราย ตอนนี้ระบบโทรศัพท์มือถือของไทยก้าวหน้ากว่าชาติอื่นเกิดการลงทุนมากในระบบ สิ่งที่ตนตั้งใจทำให้เสร็จตอนเป็นรัฐมนตรีคือการดูระบบสัญญาสัมปทานต่างๆว่ามีเรื่องต้องแก้ไขหรือไม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศกล่าวต่อไปว่า จะปล่อยให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายดำเนินต่อไปไม่ได้ แต่ก็ต้องอาศัยการตีความของกฤษฎีกาถ้าต้องแก้ไขก็ต้องแก้อย่างเป็นธรรม และต้องเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายรัฐและเอกชนการต่ออายุสัมปทานมีหลักการคือ วันที่หมดอายุสัมปทานสัญญาโครงข่ายและลูกค้าจะเป็นของรัฐทั้งหมด และคิดรายได้ในมูลค่าการต่อสัญญาสัมปทานถ้าเราทำอะไรรุนแรง จะกระทบกระเทือน และจะกินเวลานานกว่าจะรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ได้ต้องทำด้วยความร่วมมือและเต็มใจของทุกฝ่าย ต้องมีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม

ด.ร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ผู้อำนวยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือTDRI ได้มองเทเลคอท พูลออกเป็นสี่เรื่องคือ การลงทุน หัวใจของโทรคมนาคมคือการลงทุนตนมองว่าการลงทุนน้อยเกินไปนั้นน่าเป็นห่วงกว่าการลงทุนมากไป เรื่องของความมั่นคงการลงทุนมากแล้วมีส่วนเกินทำให้เกิดความมั่นคงมากกว่าถ้าโครงข่ายถูกปิดจะมีปัญหาความมั่นคง ข้อต่อมาคือ การให้บริการสาธารณะประชาชนอยากได้บริการทางโทรคมนาคมไม่ได้หมายความว่ารัฐวิสาหกิจต้องแบกรับไว้เพียงผู้เดียว และข้อสุดท้ายคือการแข่งขัน ถ้าเกิดมีการทำโครงข่ายและเปิดช่องให้แบ็ค โบนเข้าถึงได้จะทำให้เกิดการปฏิรูป

 ผู้อำนวยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวต่อไปว่าการรวมองค์กรของรัฐทั้งCATและTOTน่าเป็นห่วงที่สุดคือการผูกขาดแบบรายเดียว เหมือนในยุคก่อนถ้าจะรวมต้องถามว่ารวมเพื่ออะไร แต่การรวมก็มีข้อดีคือ การเชื่อมต้อโครงข่ายถ้ารวมแบบโฮลดิ้ง ประสิทธิภาพก็จะไม่เพิ่มขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งคือเป็นห่วงเรื่องบรรษัทภิบาลเรื่องความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจเป็นด้านของความโปร่งใส ภายใต้ความเป็นเจ้าของแบบรัฐวิสาหกิจจะไม่มีใครเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ทางเลือกที่เป็นไปได้อีกแบบคือการที่รัฐไม่เอาเข้าตลาดหลักทรัพย์

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 26/06/2007 เวลา : 09.44 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

มันผูกขาดตั้งแต่กำหนดว่าทุกอย่างเป็นของรัฐ ไม่ว่าเขาจะลงทุนซื้ออุปกรณ์ เสาสัญญาณอะไรมาติดตั้งด้วยเงินของเขาก็ตกเป็นของรัฐ เขาได้แต่"เช่าใช้"โดยจ่ายค่าสัมปทาน
ในต่างประเทศ เฉพาะสัมปทานเท่านั้นที่เป็นของรัฐ เอกชนจะเอาอุปกรณ์ของเขาไปขายเมทื่อไรก็เป็นสิทธิ์
จะมาหวังธรรมาภิบาลกับบ.รัฐ? ชาติหน้าอาจจะได้เห็น ก็ไม่มีประสิทธิภาพ เพิ่มพนักงานเรื่อยๆ จะพอได้ไง ถ้าไม่ใช่เอกชนแข่งขันโทรทั่วไทยนาทีละบาท มีหรือทอท.จะลดค่าโทรทางไกล
ผู้บริโภคก็เหมือนกัน อย่าไปหวังว่าเขาจะใช้ประโยชน์ด้านการศึกษา พอสบายหน่อย ก็เอาแต่เล่นเกมส์กับโทรฟรีวันละ22ชั่วโมง ประเทืองปัญญากันล่ะสิ
ทุกคนก็ยอมรับว่า"เป็นสมบัติของชาติ" แต่มีคนเข้าไปตักตวงผูดขาดชั่วลูกชั่วหลาน ดูสุวรรณภูมิเป็นตัวอย่าง ทั้งรถลิมูซีน ที่จอดรถ การเช่าพื้นที่มีค่าใต้โต๊ะค่าบีบคอ ฯลฯ ไม่เห็นมีใครสอบสวนเอาผิดเลย
ทั่นนักวิชาเกินพูดเรื่อยเปื่อยได้ทุกเรื่อง รวมไปถึงการกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ที่รู้กันตั้งแต่ต้นว่า จะต้องโดนเบี้ยวบ้าง เป็นธรรมดาของคนไม่มี โดยเฉพาะเศรษฐกิจห่วยแตก บัณฑิตจบมาไม่มีงานทำ จะเอาเงินที่ไหนกินยังไม่มีเล้ย
ความคิดเห็นที่ 2
Darth_Prin วันที่ : 10/04/2007 เวลา : 21.49 น.
http://www.oknation.net/blog/whatsoevermization
Fear not the dark side, for it was long infested within us..................  ::::::::::::::::::::::::::::]|==='==='===|[::::::::::::::::::::::::::::

ในความคิดเห็นผมเรื่องสภาพการผูกขาดโดยรัฐหรือจะผูกขาดโดยองค์กรใดๆก็แล้วแต่ (เช่นการผูกขาดของระบบปฏิบัติการของ Microsoft เป็นต้น) ล้วนเป็นปัญหาทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ในมุมมองมหภาคแล้ว เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจ หรือบริการบางชนิด เป็นบริการที่มีลักษณะเป็นการผูกขาด เช่นโดยขนาดของการลงทุน หรือการที่ธุรกิจเกี่ยวพันกับความมั่นคงของประเทศ ดังนั้น เราอาจต้องยอมรับการเข้ามาผูกขาดของภาครัฐโดยยอมว่า อย่างน้อยถ้าเป็นภาครัฐก็ยังคงจะทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

แต่ทั้งนี้ในธุรกิจการโทรคมนาคม ซึ่งประชาธิปไตยของไทยยังมีความอ่อนแอ ซึ่งสะท้อนจากที่ภาครัฐยังมีการบิดเบือน และบังคับใช้สื่อเข้าข้างรัฐ (มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างตามรัฐบาล) การที่ภาครัฐจะเข้ามาควบคุมรวบยอดจึงต้องยอมรับว่าทำให้มีความหนักใจในความลำเอียงของรัฐ แต่จะให้ภาคเอกชนเข้ามาดุลด้วยการเป็นผู้ถือหุ้น ก็มีตัวอย่างจากรัฐบาลทักษิณมาแล้ว ผมว่าบางทีประเด็นตีนที่มองไม่เห็น มันอาจเป็นเพียงภาพที่สะท้อนออกมาจากความอ่อนแอทางสังคม ความจริง ถ้าสังคมมีความเข้มแข็ง ประชาธิปไตยซึมลึกถึงรากฝอย ต่อให้ใช้วิธีให้ภาคเอกชนมาเป็นผู้ถือหุ้นก็คงไม่เกิดเหตุการณ์ที่นายทุนมาผูกขาดธุรกิจได้ ผมคิดเช่นนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1
yongchan วันที่ : 10/04/2007 เวลา : 20.30 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

ขออนุญาตแนะนำว่า น่าจะเอาเรื่องไป paste ใส่ notepad แล้วเอามาลงใหม่ จะดีกว่าค่ะ ฟ้อนท์จะเป็นแบบเดียวกันหมด คนอ่านก็อ่านได้ง่ายค่ะ

แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30