พิมพ์หน้านี้
|
7 องค์กรทางพระพุทธศาสนาเข้ายื่นเรื่องบรรจุพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ผ่านนายพิเชียร วรอำนาจประเสริฐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ วิเชียรบอกถือเป็นโอกาสในการปฏิรูปศาสนา พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นก่อนนัดชุมนุมใหญ่ วันที่ 23 เมษายน 2550 ณ รัฐสภา กลุ่มองค์กรทางพระพุทธศาสนา 7 องค์กร ได้เข้ายื่นเรื่อง ต่อนายวิเชียร วรอำนาจประเสริฐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ กลุ่มองค์กรทางพระพุทธศาสนา 7 องค์กร ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย สำนักงานเจ้าคณะใหญ่อนัมนิกาย องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การมาเข้ายื่นเรื่องครั้งนี้เพื่อประสงค์ให้ระบุความจริงที่จะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงและมีเอกลักษณ์ เป็นสังคมที่ดีมีศีลธรรม จึงให้สสร.ระบุให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ความจำเป็นคือ ถ้ามีการระบุเอาไว้ก็จะทำให้การปฏิบัติจริงเกิดขึ้น เมื่อปฏิบัติแล้วก็จะเป็นประโยชน์โดยทั่วกัน พระธรรมโกศาจารย์ กล่าวต่อไปว่า จากการประชุมกันคณะกรรมาธิการสภานิติบัญญัติ ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมาธิการที่เป็นชาวพุทธ ชาวคริสต์ 8 ท่าน ชาวมุสลิม 1 ท่าน ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ แต่ถึงจะไม่มีการระบุประเด็นดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ ความจริงก็เป็นความจริง และในตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าถ้าไม่มีการบรรจุจะมีการนำม็อบเข้ามากดดันหรือจะล้มประชามติหรือไม่ สิ่งที่จะเกิดเป็นเรื่องของอนาคต อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในประเด็นความแตกแยกของสังคมไทยว่า เป็นเรื่องของดอกไม้หลากสี ความแตกต่างมิใช่แตกแยก ถึงจะมีความแตกต่างแต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข และไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่จะนำองค์ประกอบใดเข้ามา ตนมองความจริงว่าพุทธศาสนาเป็นประโยชน์ต่อมหาชน นายพิเชียร วรอำนาจประเสริฐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในประเด็นของการเปิดรับฟังความคิดเห็นว่า ตนเห็นด้วยกับการเปิดรับความคิดเห็นของทั้ง 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่เห็นด้วยและฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ก่อนที่จะมีการชุมนุมใหญ่ ถ้าหากว่าไม่มีใครจัดขึ้น ตนก็จะจัดขึ้นเอง อาจจะเป็นที่รัฐสภา ม.ธรรมศาสตร์หรือจุฬาก็ได้ เป็นการเปิดเวทีกลางให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้เข้ามาพูดคุยกัน เป็นการเดินทางสายกลางในการดำเนินการ และเมื่อมีการพูดกันด้วยเหตุผลกันเป็นอย่างดีแล้ว ก็ถือว่าเป็นโอกาสในการปฏิรูปศาสนาในทุกๆด้าน ให้เจริญก้าวหน้า ยั่งยืนสืบไป นายพิเชียร กล่าวต่อไปว่า ตอนนี้มีหลายๆปัจจัยที่ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมลง เช่น การทำให้พุทธศาสนาเป็นพุทธพาณิชย์ เป็นการทำให้แก่นของพุทธศาสนาเบี่ยงเบน รวมไปถึงโลกียะที่เข้าไปในพุทธศาสนา ตนเห็นว่าน่าจะมีการบรรจุวิชาศีลธรรมเข้าไปในหลักสูตรการศึกษา ให้เด็กรุ่นหลังได้รู้ในหลักศาสนา และไม่ว่าการบรรจุพุทธศาสนาจะประสบผลสำเร็จหรือก็คุ้มค่าแล้วที่จะมีการปฏิรูปศาสนาให้ดีขึ้น นายพิเชียร วรอำนาจประเสริฐ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นสสร.ก็จะพยายามรวบรวมรายชื่อเพื่อรับรองการแปรญัตติให้ครบ 10 ท่าน ซึ่งน่าจะได้ครบ เพราะตนเห็นว่าการบรรจุพุทธศาสนาให้เป็นศาสนาประจำชาติไม่มีสิ่งใดเป็นปัญหา และไม่ก่อให้เกิดสิ่งที่ไม่ดีงาม และอยากให้คุยกันด้วยเหตุผลมากกว่าจะเกณฑ์คนเข้ากดดัน เพราะตนไม่เห็นด้วยกับการเกณฑ์คนหรือจัดม็อบเข้ามา และเป็นการทำโดยที่ไม่มีนักการเมืองหนุนหลัง ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ |
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||