พิมพ์หน้านี้
|
อาคารศิลปกรรมที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2548 จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จ ขณะนี้ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ใหม่ประจำสถาบันเกิดขึ้นแล้ว นักศึกษาในมหาวิทยาลัยและคนภายนอกหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบเรื่องนี้ แต่เชื่อได้ว่าทุกๆคนต้องเคยเห็นสิ่งที่ว่ากันจนชินชาสายตาแล้ว จนถือได้ว่าเราสามารถพบเห็นสัญลักษณ์ใหม่นั้นได้รอบๆมหาวิทยาลัย สิ่งนั้นก็คือ สิ่งก่อสร้าง ที่เรายังไม่เห็นวี่แววว่าจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ อาคารที่กำลังทำการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้มีถึง 4 แห่ง แต่ละแห่งเริ่มสร้างไม่พร้อมกัน เช่นเดียวกันก็ยังไม่มีอาคารใดที่แล้วเสร็จ 4 อาคารที่ว่า ได้แก่ 1. บริเวณอาคารครุศาสตร์แห่งใหม่ ที่สร้างบนพื้นที่เดิม กำหนดเสร็จเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมา 2. อาคารวิทยาบริการส่วนหน้าเดิม สร้างใหม่เป็นสำนักงานอธิการบดี เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2549 3 .อาคารศิลปกรรม ที่ก่อสร้างกันมาตั้งแต่ปี 2548 และเคยหยุดการก่อสร้างไปเกือบ 1 ปี 4. อาคารล่าสุดนี้เพิ่งจะทำการทุบทางขึ้นตึกบางส่วนทิ้งไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม พื้นที่ด้านหน้ามีแต่เศษดิน อิฐ ทราย วางกองอยู่ และเพิ่งจะมีนักศึกษาตกหลุมที่มีน้ำขังหน้าสำนักงานคณะ จนน.ศ.คนนั้นได้รับบาดเจ็บที่ต้นขา อาคารที่ว่านี้คือ อาคาร 56 คณะวิทยาการจัดการ เมื่อมีการก่อสร้างเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือผลกระทบที่เกิดจากการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงรบกวนเวลาเรียน เรื่องเสียงรบกวนตึกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดน่าจะเป็นตึก 34 ที่อยู่ใกล้กับเขตก่อสร้างสนง.อธิการบดีมากที่สุด และเป็นตึกที่มีเครื่องมือและห้องราคาแพงตั้งอยู่ เช่น ห้องวิทยุชุมชน ห้องตัดต่อ ห้องบันทึกเสียง ห้องสตูดิโอ ซึ่งห้องเหล่านี้ล้วนมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาสูงและง่ายต่อการกระทบกระเทือนทั้งสิ้น ห้องตัดต่อมีเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับตัดต่ออยู่หลายสิบเครื่อง เวลานักศึกษานั่งทำงานอยู่ก็มักจะมีตอกเสาเข็ม จนทำให้พื้นสั่น และด้วยความที่ตัวเครื่องมีความบอบบางอยู่แล้ว การที่พื้นสั่นแต่ละครั้งมันก็ทำให้ใจน.ศ.สั่นไม่เป็นจังหวะตามไปด้วยเช่นกัน เพราะกลัวงานในเครื่องจะค้างและทำงานต่อไปไม่ได้ ส่วนห้องที่ต้องใช้ความเงียบอย่างห้องวิทยุชุมชนและห้องอัดเสียง ก็มักจะมีเสียงดังรบกวนเร็ดรอดเข้ามาเวลาทำงาน ถึงแม้จะเป็นห้องกันเสียง ก็ยังทนต่อเสียงดังระยะเผาขนไม่ได้อยู่ดี ปัญหานี้อาจจะดูเป็นแค่ปัญหาระดับจุลภาค แต่ถ้าผลกระทบเกิดมากขึ้นก็อาจจะลุกลามเป็นปัญหาระดับมหาภาคได้ หรือต้องรอให้เกิดมากกว่านี้เสียก่อน การแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ง่ายเลย เพราะการก่อสร้างได้ดำเนินไปแล้ว จะให้หยุดก็คงเป็นไปไม่ได้ จะติดปัญหาในเรื่องของสัญญา การส่งมอบของ และการที่จะต้องก่อสร้างให้เสร็จตามกำหนดการรับมอบ เพราะการส่งมอบจะทำเป็นงวดๆ เช่น งวดนี้ต้องทุบให้เสร็จ งวดหน้าอาจจะต้องขึ้นโครงให้เสร็จ เป็นต้น การก่อสร้างก็จึงต้องดำเนินไปทั้งวันไม่เว่นตอนที่มีการเรียนการเสอน แต่สิ่งที่จะทำได้คือ การหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือที่ส่งเสียงดังรบกวน และเครื่องมือที่ใช้สำหรับตอกเสาเข็ม ในเวลาทำการของมหาวิทยาลัย ก็น่าจะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์การเรียนได้ในระดับหนึ่ง ผลกระทบใหญ่อีกข้อที่นักศึกษาส่วนใหญ่ได้รับก็คือ การที่ห้องเรียนมีไม่เพียงพอกับจำนวนนักศึกษามหาศาล และทางมหาวิทยาลัยแก้ปัญหานี้โดยการให้น.ศ.เรียนในสถานที่ที่ไม่ใช่ห้องเรียน เช่น น.ศ.นิเทศศาสตร์ปี 3 ถูกจัดตารางให้เรียนในร้านถ่ายรูปสุนันทาโฟโต้ เวลาเรียนก็ต้องนั่งกับพื้น เป็นการลำบากต่อการเรียนการสอนมาก วิธีนี่จึงเป็นการเพิ่มปัญหามากกว่าแก้ปัญหา ขณะนี้ยังมีน.ศ.อีกเป็นจำนวนมากที่ได้รับตารางเรียนและห้องเรียนที่ไม่เหมาะสมกับตนเอง ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าผู้บริหารคิดที่จะวางแผนเตรียมความพร้อมการหาสถานที่รองรับเอาไว้ก่อน ไม่ใช่คิดที่จะวางแผนเรื่องงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคิดแทนอาจารย์และน.ศ.ด้วยว่า ถ้าหากทุบอาคารแล้วจะมีพื้นที่รองรับสำหรับน.ศ.หรือไม่ ทุบพร้อมๆกันแล้วเราจะเอาห้องที่ไหนมาเรียน หรือเมื่อดำเนินการสร้างไปแล้วจะเสร็จทันตามกำหนดหรือไม่ ความสะดวกในการใช้สถานที่จะมีเพียงพอหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่ผู้บริหารระดับสูงจะต้องตระหนักและคิดเผื่อเอาไว้เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการทำงานการเรียนการสอนของอาจารย์และนักศึกษา อาจจะใช้วิธีการง่ายๆคือ ใช้ระบบการจัดการพื้นที่ให้สัมพันธ์กันระหว่างจำนวนนักศึกษาแต่ละชั้นปีกับจำนวนห้องเรียนที่มีอยู่ว่าพอดีกันหรือไม่ ถ้าไม่พอดีกันก็อาจจะเลื่อนหรือชะลอแผนการสร้างอาคารออกไปก่อน ให้อาคารกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่เสร็จสิ้นก่อน จึงค่อยทำตามแผนงาน ก็จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องห้องเรียนไม่พอ การบริหารแผนงานก็จะเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย การจัดการเรียนการสอนโดยคำนึงถึงผู้เรียนเป็นสำคัญ การสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษา น่าจะเป็นวิธีการที่ทำให้การบริหารสถาบันการศึกษาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี อะไรที่ยังไม่พร้อมหรือพิจารณาดูแล้วว่าจะก่อให้เกิดผลเสียมาก กว่าผลดีก็อย่าเพิ่งรีบเร่งดำเนินการ ถ้าทำตามนี้ปัญหามากมายที่กำลังเกิดขึ้นกับสถาบันก็คงไม่ถาโถมเข้ามาเหมือนโครงการก่อสร้างที่กำลังเป็นตัวปัญหาอยู่ตอนนี้เป็นแน่
อาคารศิลปวัฒนธรรม |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||