พิมพ์หน้านี้
|
กาแฟพันธุ์ที่ทางบ.นำมาให้ชาวเขาปลูกนั้น เป็นกาแฟพันธุ์อาราบิก้า เหมาะสำหรับการปลูกที่ภาคเหนือ อากาศเย็นกำลังดี ไม่หนาวและไม่ร้อนเกินไป กาแฟสามารถอยู่ได้ แต่การอยู่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดูแลอะไรเลย เพราะกาแฟต้องอาศัยร่มไม้ของต้นไม้อื่นที่ปลูกแซมด้วย พืชอื่นจะทำให้ต้นกาแฟอุ่นและป้องกันความชื่นระเหย พี่หล้า ซึ่งเป็นนักวิชาการประจำโครงการ บอกกับเราว่า ถ้ากาแฟโดนแดดตรงๆแล้วใบจะเหลือง และอาจจะมีผลต่อรสชาติของกาแฟ หนาวเกินไปจนเกิดแม่คะนิ้ง (หรือที่พี่หล้าเรียกว่าฟอสซึ่งเป็นศัพท์ทางวิชาการ) ก็อันตราย เพราะกาแฟที่เขาใช้เวลาปลูกกว่า 3 ปีก็จะตายลงไปในพริบตา และไม่ใช่กาแฟเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่กลัวฟอส พืชอื่นก็กลัวเหมือนกัน ฟอสจะทำให้พืชตายหมด แปลกที่คนกรุงเทพชอบและอยากมาดูแม่คะนิ้งที่เชียงใหม่ แต่หารู้ไม่ว่าที่จริงแล้วเจ้าแม่คะนิ้งนี่แหละตัวอันตรายของชาวเกษตรกรภาคเหนือเลย
นายวีระเดช สมบูรณ์เวชชการ ประธานบริหารบริษัท โกลเด้น ครีม จำกัด และบริษัท วีพีพี โปรเกรสซีฟ จำกัด บอกว่า กาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์คาติมอร์F7 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน โดยได้จัดสรรพื้นที่ของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และเกษตรอำเภอ ให้แก่ชาวเขาเผ่ากระเหรี่ยงประมาณ 300 ครอบครัว ครอบครัวละ 5 ไร่ รวมทั้งหมด 4,500 ไร่ ซึ่งทางบริษัทฯ จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนเรื่องต้นกล้า ความรู้คำแนะนำต่างๆ พร้อมทั้งยังเสนอทางเลือกให้กับชาวเขาในช่วงที่ผลผลิตกาแฟยังไม่สามารถจำหน่ายได้ ผลผลิตของเมล็ดกาแฟหลังจากเริ่มปลูกจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี ถึงจะได้เต็มที่จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ส่งผลให้ในช่วงที่ผลผลิตยังไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับชาวเขาได้ ทางบริษัทฯ จึงได้นำพันธุ์ของผลสตรอเบอรี่ และผักพื้นบ้านต่างๆ มาให้ชาวเขามีรายได้ตลอดปี โดยต้องการให้เป็นแรงจูงใจให้กับชาวเขาในการลงมาปลูกกาแฟ เพื่อป้อนผลผลิตที่มีคุณภาพให้กับร้านกาแฟดีโอโร่ ภายใต้โครงการ From Farm to Cup
นอกจากจะมีการส่งเสิรมให้ชาวบ้านปลูกกาแฟแล้ว ทางบริษัทยังมีการให้ทางนักเรียนโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวเขาเผ่าต่างๆและชาวพื้นเมือง ได้มีความรู้ในการปลูกกาแฟอีกต่างหาก โดยทุกวันจันทร์ของต้นเดือนจะมีคาบวิชาชื่อเก๋ๆว่า วิชากาแฟ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกกาแฟ และนักเรียนแต่ละคนจะมีต้นกาแฟในความรับผิดชอบของตนเองดูแลกันตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนเลย แต่ถ้าเรียนจบออกไปแล้วก็จะทำการส่งมอบให้รุ่นน้องเป็นคนดูแลต่อ วิธีการนี้จะช่วยให้นักเรียนได้นำวิชาความรู้ที่ได้จากการปลูกกาแฟที่โรงเรียนไปถ่ายทอดให้พ่อแม่ได้นำไปปลูกอีกต่างหาก แต่ก็ยังไม่ถือว่าทุกครอบครัวจะเริ่มปลูกกาแฟกันแล้ว เพราะจากการสอบถามเด็กนักเรียน ทำให้ได้รู้ว่าบางครอบครัวยังมีการทำไร่เลื่อนลอยกันอยู่เลย แต่ก็คงอีกไม่นานที่โครงการนี้จะสำฤทธิ์ผลอย่างเต็มที่ เพราะตอนนี้เด็กยังเล็กๆอายุน้อยอยู่ แต่เมื่อเขาโตขึ้นถ้าหากไม่ได้ไปเรียนต่อในตัวเมืองแล้ว ก็ต้องกลับไปทำไร่ปลูกกาแฟกันอย่างแน่นอน เพราะโครงการนี้ก็ถือได้ว่ามันซึมซับอยู่ในสายเลือดของเด็กนักเรียนอมก๋อยวิทยาคมแล้ว โดยเฉพาะตอนนี้ที่กาแฟดีโอโร่มีโครงการต้นกาแฟของหนู โดยการทำกาแฟรุ่นลิมิเต็ด อิดีชั่น ออกมาจำหน่ายเพื่อนำเงินที่ได้ไปสร้างห้องน้ำในฝันให้กับโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคมด้วย เห็นเส้นทางสายกาแฟที่คดเคี้ยวอย่างนี้แล้ว ก็อดภูมิใจในทุกแก้วกาแฟไม่ได้ ที่ต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อและความตั้งใจและทุกแก้วกาแฟนั้นถูกแฝงด้วยวิถีชีวิตของชาวไร่กาแฟเพื่อบ่มเพาะเมล็ดกาแฟกลิ่นหอมกรุ่นไว้เติมพลังให้กับทุกเช้าวันใหม่ของเราทุกคน
|
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||