พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อเช้าหยิบสมุดจดบันทึกการเรียนนอกสถานที่ เมื่อครั้งยังอบรมมัคคุเทศก์อยู่มาอ่านเล่น แล้วก็จำไม่ได้ ว่าจดหน้าหลังลงไปด้วย เปิดกลับมาอ่านอีกที...ภาพในวันนั้นก็ปรากฎขึ้นมาในใจ ภาพแห่งความทรงจำ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ครั้งแรกกับการออกทริปครั้งแรก กับเพื่อนใหม่อีก 79 คน อา 20/11/48 ทริปแรกของการศึกษานอกสถานที่(อบรมมัคคุเทศก์) ต้องไปถึงศิลปากร 7โมงเช้า แต่เรา กะเวลาผิดไป (เยอะเลยแหละ) 6โมงครึ่ง เพิ่งถึงป้านรถเมล์หน้าปากซอย 555 ออกมาไม่ทันรถเมล์ด้วย เลยต้องอาศัย Taxi เลย 75 บาท จากบ้านถึงอนุสาวรีย์(ชัยสมรภูมิ) ไปถึงแยกตรงพระราชวัง สวยมากเลย. แสงแดดยาม 7 โมงเช้า สาดส่องมาที่หลังคาของวัดพระแก้ว ด้วยมุม 35 องศา จากทางฝั่งกระทรวงกลาโหม เป็นภาพที่หาดูไม่ค่อยง่ายนักเลยนะเนี้ย โอ้ว.... มาถึงซักพักก็ขึ้นรถ เปนรถทัวร์ของซาฟารีเวิลด์คันใหญ่มากๆ... บนรถจะมี กรรมการประจำรถ, มีมัคคุเทศก์ต้นแบบมาพูดคุย ตอนช่วงเดินทาง น่ารักดีนะ สถานที่แรกที่ไปคือ พระราชวังบางปะอิน ก็ได้ความรู้อะไรเยอะแยะ พอได้เห็นของจริงในสถานที่จริง กับผู้รู้จริง(อ.หม่อม) ก็เข้าใจอะไรขึ้นเยอะเลย ทั้งพระที่นั่งไอยสวรรค์ วโรภาสพิมาน ภูมิเสถียร วิหารเวหาศจำรูญ(เทียนเม้งเต้ย) พระบรมราชานุสรณ์ ฯลฯ ใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 2-3 ชั่วโมงเลย ตอนลงจากรถก็มีลมหนาวพัดมาวูบๆ เหมือนจะ มาต้อนรับพวกเราเลย จากนั้น ก็ไปวัดใหญ่ชัยมงลเป้นเจดีย์ แบบปาละ ซึ่งตามตำนาน เล่ามาว่า สมเด็จพระนเรศวรฯ เปนผู้สร้างไว้ เฮ้อ...."นเรศวร" ได้ยินคำนี้ แล้วนึกถึง รล.นเรศวรเลย แล้วก็พาลไปนึกถึง ใครบางคนที่อยู่บนเรือ...เฮ้อ...คิด(ถึง)มากไปได้ จากนั้นก็ไปlunch ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ เปน Buffet อิ่มจัง ตอนบ่ายๆ เลยชักเริ่มง่วง อิ่ม แน่นท้องมาก (กินไปนิดเดียวเองนะ) บ่าย 2 เราก็เดินทางไปวัดมงคลบพิตร-->วัดพระศรีสรรเพชร-->พระราชวังโบราณ ที่แทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย เปนความหดหู่ใจของ อ.หม่อม เขาหล่ะ ไม่รู้ซินะ สำหรับเรา เราคิดว่า เรากลับมาดูอดีต เพื่อที่จะมาปรับปรุงปัจจุบันไม่ให้เปนเหมือนอดีต มาดูเพื่อให้เห็นร่องรอยที่เราสูญเสีย เพื่อให้เปนพลังผลักดันให้วันนี้ในปัจุบันดีขึ้น ถ้ายิ่งดู ยิ่งหดหู่ เราก็จะไม่ได้อะไรกลับไปเลย นอกจากความเศร้าเสียดาย จะทำไงได้ ก็โดนเผาไปแล้วนี่นา ถ้ารวบรวมไอ้ความหดหู่ได้แล้วทำให้โบราณสถานมันกลับมาเหมือนเดิมได้เนี้ย เราจะเข้าร่วมเปนพลังหดหู่นั้นด้วย.. เสร็จจากที่นี่ก็ไปวัดหน้าพระเมรุต่อ เปนวัดเดียวที่ไม่โดนเผาทำลายไปในสมัยนั้น เพราะพม่าใช้วันนี้เปนฐานทัพในการตีกรุงศรี จึงทำให้วัดนี้ ยังคงอยู่พร้อมพระพุทธรูปทรงเครื่องปางทรมานพระยามหาชมภู ที่หล่อด้วยสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ข้างวิหารใหญ่ มีวิหารน้อย เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนั่ง ที่ได้รับอิทธิพลจากจีน คือวางมือ2ข้างไว้บนหัวเข่า ขาปล่อยห้อยลงมาตรงๆ อันนี้เข้าไปดูไม่ทัน อดเลย.... วัดสุดท้ายที่ไปคือวัดไชยวัฒนาราม วัดนี้พระพุทธรูปถูกตัดพระเศียร เกิดจากการทำลายของคนไทยด้วยกันเอง ตัดเศียรพระไปขาย อันนี้ยังน่าหดหู่มากกว่าโดนศัตรูทำลายอีก แต่ก็นะ เขาคงมีเหตุผลของเขา ที่วัดนี้มีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ส่วนพระปรางค์ของวัดนี้ เปนต้นแบบให้กับพระปรางค์ในวัดอรุณฯ ในกทม. วัดนี้ อ.หม่อมบอกว่า ถ้าจะพานักท่องเที่ยวมาให้พามาเปนที่สุดท้าย อากาศตอนเย็นๆ ร่มรื่นมาก เหมาะแก่การพักผ่อน เขาเรียกพระอาทิตย์อัสดง ช่วงหัวค่ำ เขาจะมี Light&Sound ด้วย แล้วก็กลับ กทม. 1730 ถึงศิลปากร ประมาณทุ่มหนึ่งได้ เหนื่อยมากๆ...แต่ก็สนุกมาก.. 22-11-05 |
| 3rd time to Indo | ||
ครั้งที่ 3 แล้วครับท่าน กับการมาเที่ยว แบบว่าไม่ได้มาเที่ยว แต่ก็โอนะ ได้ไปที่ๆไม่เคยไป ค่อยเก็บไปทีละที่ แต่ไม่รู้จะได้กลับมาอีกมั้ยซิเนี้ย |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |