|
"...เมื่อมีพบ...ใยพลัดพราก ต้องจากกัน เพียงเพราะฉัน...ไม่ใส่ใจ ห่วงใย ดูแลเธอ..." ผมมักจะมีความคิดแบบนี้ในหัวสมองแทบจะทุกครั้ง ในเวลาที่ท้องฟ้ามืด...หมองหม่น แล้วร่วงหล่นลงมาเป็นสายน้ำ เวลาที่ผมนั่งมองสายฝนพรั่งพรายลงสู่พื้นดินครั้งใด ผมก็อดคิดถึงเธอไม่ได้เลยสักที...ถ้า...เพียงแค่...ผมดูแลเอาใจใส่เธอ...ห่วงใย และทะนุถนอมเธอให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เธอก็คงไม่จากผมไปในวันนี้..."น้องอั้ม" ของผม

ผมได้รู้จักกับ น้องอั้ม เมื่อประมาณปลายๆ เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา จากการแนะนำของแม่ ให้มารู้จักกับเธอ เมื่อแรกพบเธอ เธอดูดีมากทีเดียว ผิวขาว รูปร่างผอมเพรียว ตัวเล็ก กะทัดรัด และดูน่ารักสมตัว แต่ผมก็ไม่ค่อยใส่ใจในตัวเธอเท่าไรนัก เพราะ...ผมรักอิสระ ไม่อยากที่จะต้อง ไปไหนมาไหน โดยที่มีใครมาคอยติดตามผมไปตลอด ด้วยความคะยั้นคะยอ และเหตุผลต่างๆ นาๆ ของแม่ที่ว่า "...แม่อยากให้อั้มคอยดูแลลูก จะได้ไม่ต้องไม่สบายบ่อยๆ เสียงานเสียการหมด" แรกๆ ผมก็ไม่เชื่อ และดูออกจะรำคาญด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่ "คุณแม่ขอร้อง" แกมบังคับ ทำให้ผมต้องจำใจคบกับเธอ และพาเธอไปไหนมาไหนด้วยกัน...ในช่วงแรกๆ ที่ผมเดินคู่กับเธอ เวลาที่เราไปไหนมาไหน แทบจะทุกสายตาของคนรอบข้าง มองมาที่ผมและน้องอั้ม บางคนก็มอง แล้วแสดงท่าทางขำปนสมเพช...ก็ใช่น่ะสิ น้องอั้มเขาออกจะน่ารัก คิกขุ ส่วนผมน่ะเหรอ โจรป่าละเมาะดีๆ นี่เอง ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ไม่เหมาะสมกันเลยแม้แต่นิดเดียว แต่น้องอั้มก็คอยปลอบใจผม และบอกกับผมว่า "ไม่ต้องไปสนใจคนอื่นหรอก เพียงแค่เรามีกันและกันก็พอแล้ว" ทำให้ผมมีความมั่นใจ และเดินคู่กับเธอได้อย่างไม่อายใคร เราชอบเดินคู่กันเวลาที่ฝนตกอยู่เสมอๆ (โรแมนติ๊ก...โรแมนติก) ทำให้ตอนนี้ ผมมีความคิดใหม่ขึ้นมาในหัวใจว่า..."เอ่อ...ผมชักจะชอบน้องอั้มขึ้นมาแล้วล่ะครับ" 
และแล้วในที่สุด...ก็มาถึงวันที่เราต้องพลัดพรากกันจนได้ วันนั้น...ผมยังจำได้ไม่ลืมจนถึงทุกวันนี้... เมื่อสิ้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อนที่ทำงานของผมชวนผมไปสังสรรค์ เนื่องจากเป็นวันเงินเดือนออก ผมตอบตกลงและตัดสินใจว่าจะไม่พาน้องอั้มไปด้วย แต่เพื่อนๆ ก็คะยั้นคะยอให้ผมพาเค้าไปด้วย เนื่องจากเวลาเลิกน้องอั้มจะได้ช่วยดูแลผมตอนกลับบ้าน ผมขัดเพื่อนไม่ได้ ก็เลยพาไปด้วย "เฮ้อ...เพิ่งคบกันได้ไม่นานต้องพาน้องเค้าไปดูความเเสเพล สำมะเลเทเมา ของผมแล้วเหรอเนี่ย..." ผมรำพึงในใจเบาๆ เมื่อไปถึงร้าน บรรยากาศของร้าน เสียงเพลง และรสชาดของเมรัย ทำให้สิ่งต่างๆ ที่ผมเคยกังวล ก็ค่อยๆ หายไป ผมค่อยๆ ลืมนึกถึง น้องอั้ม ของผมทีละนิด...ทีละนิด จนในที่สุด ผมก็ลืมไปหมดเลยว่า...ผมได้พาน้องอั้มมาด้วย เมื่อร้านเลิก ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน บ้านใครบ้านมัน ทำให้ผมนึกถึง น้องอั้ม ของผม ขึ้นมาอีกครั้ง แต่...ตอนนี้ น้องอั้มของผมไม่อยู่เสียแล้ว เธอไปไหน?...เธอไปกับใคร?... ผมเที่ยวตามหาเธอทั่วร้าน ก็ไม่มีแม้เงา เป็นเพราะผมที่ลืมดูแลเธอ ไม่เอาใจใส่เธอ ทำให้เธอเสียใจหรือเปล่า? หรือว่า...ตอนนั้น มีใครก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเราสองคน และพาเธอจากผมไป เขาเป็นใครผมคงไม่รู้จัก แต่ที่ผมรู้ในตอนนี้เพียงอย่างเดียวว่า... "น้องอั้ม...จากผมไปแล้ว" 
ระหว่างทางกลับบ้าน สายฝนเจ้ากรรมก็กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา โอ้...ฟ้าช่างไม่ปราณีผมบ้างเลย เสียงของสายฝนที่โปรยปรายนั้น ช่างเหมือนเสียงร้องไห้ในหัวใจของผมในตอนนี้เสียเหลือเกิน เรื่องราวเก่าๆ...ภาพที่ผมกับน้องอั้มเดินเคียงคู่กันกลางสายฝน... ผุดขึ้นมาในหัวสมอง ฉายซ้ำไปซ้ำมา เหมือนกับตอกย้ำตัวเอง ให้รู้ว่า... ไม่คู่ควร...ไม่มีค่าพอที่จะเคียงคู่กับเธอ... และผมก็เดินตากฝนไปเรื่อยๆ เหมือนคนที่เพิ่งอกหักใหม่ๆ แบบในมิวสิควิดิโอ อย่างไงก็อย่างงั้นทีเดียวเชียว... เมื่อถึงบ้าน ผมก็เจอคุณแม่...แม่คนที่แนะนำ น้องอั้ม ให้รู้จักกับผม สีหน้าของแม่แปลกใจ ในท่าทางของผมแม่เอ่ยปากถามผมว่า "...ทำไมเปียกมะล่อก มะแล่ก อย่างนี้ล่ะลูก แล้ว อั้ม ไปไหนล่ะ..." เมื่อได้ยินคำถามของแม่เข้า เหมือนจะตอกย้ำให้ผมผิดมากขึ้น ผมพูดอะไรไม่ออก เหมือนมีอะไรมาจุกที่ลำคอก็เลยตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า "...อั้ม หายที่ร้านเหล้าครับแม่..." .......... .......... .......... .......... "แม่ว่าแล้ว...นี่มันคันที่สี่แล้วนะลูก ทำไม๊ ทำไม ไม่รู้จักรักษาข้าวของบ้างเล๊ย ไอ้ลูกคนนี้" เสียงแม่ผมบ่นลอยมาตามลม 
ปัจฉิมลิขิต : ผู้ใดพบเห็น น้อง อั้มเบ๊ลล่า (แปลว่าร่ม) คันเล็ก สีขาว ลายสตรอเบอรี่ กรุณาแจ้งกลับผมด้วยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง
.......... .......... .......... .......... ..........ตึ่ง..........โป๊ะ..........
(ขอขอบคุณ gettyimages สำหรับภาพประกอบเรื่อง)
|