|

ทุกๆ ครั้ง เมื่อผมได้รับซองขนาดกะทัดรัด ลวดลายกระจุ๋มกระจิ๋ม ที่มีตัวอักษรบนหน้าซองอ่านออกมาเป็นชื่อของผม โดยส่วนมากจะเป็นซองสีชมพู (สังสัยเป็นสีประจำงานนี้โดยเฉพาะ สีอื่นผิดกฎหมาย) ในซองจะมีการ์ด ข้อความในการ์ดเป็นการบอกกล่าวว่า...นายคนโน้น จะทำการเทคโอเวอร์นามสกุล ให้ นางสาว (จะสาวน้อยสาวมาก ต้องไปถามนายคนโน้นเอาเอง) คนนี้ และจะมีการระบุรายละเอียดเสร็จสรรพว่า...จะมีการประกาศอำลาอิสรภาพแห่งชีวิตโสดกันวันไหน ที่ไหน เวลาใด เมื่อทางเจ้าภาพเค้าเรียนเชิญมา (ด้วยความเคารพหรือไม่นั้น ต้องไปถามเจ้าภาพเค้า... ผมว่าส่วนใหญ่คงไม่เคารพหรอกครับ) ผมจะไม่ไปก็จะเป็นการเสียน้ำใจ มิตรภาพระหว่างผมกับผู้ที่เชื้อเชิญ... อาจจะเกิดอาการสั่นคลอนง่อนแง่นก็เป็นได้ (ว่าไปนั่น) จึงจำเป็นต้องไปร่วมเป็นสักขีพยานในการดูแลหัวใจซึ่งกันและกัน ระหว่างชายหญิง 1 คู่ (ขอย้ำ คู่เดียวเท่านั้น มากกว่านั้น...ตาย!) ในระบบสุริยะจักรวาลของเรา แทบจะทุกครั้งไป ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ผมไม่ชอบบรรยากาศในงานแบบนี้สักเท่าไหร่เลยจริงๆ ให้ดิ้นตาย

เมื่อไปถึงงาน ผมก็มักจะได้เจอะเจอ เพื่อนฝูงเก่าๆ เก๋าๆ แก่ๆ ได้พูดได้คุยกัน ส่วนจะออกรสชาติขนาดไหนนั้น ก็ตามแต่ดีกรีของเมรัย และเครื่องเคียงที่ทางเจ้าภาพเค้าจัดมาให้แหละครับ เรื่องพูดคุยส่วนใหญ่ ก็จะเป็นการถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และรำลึกความหลังครั้งยังวัยขบเผาะกัน ก็อย่างว่าแหละครับ "...จิบของขม นั่งชมสาว เล่าเรื่องความหลัง..." ของวัยแรกแย้ม(ฝา...?...) และก็แทบจะทุกครั้ง ผมก็จะเจอะเจอกับคำถามซ้ำๆ ว่า "มีครอบครัวเป็นของตัวเป็นตนหรือยัง" ซึ่งเป็นคำถามที่ผมอยากจะใช้ตัวช่วย จากคุณไตรภพ ให้เปลี่ยนคำถามใหม่ แต่บังเอิญว่าเจ้าภาพไม่ได้เชิญคุณไตรภพมา ผมก็จำเป็นต้องตอบ... คำตอบก็เหมือนเดิมแหละครับ "...ยังไม่มี (โว๊ย...)..." ผมก็จะได้รับคำชื่นชม (หรือปลอบใจกันแน่) ว่า "...ดีแล้ว อย่าไปมีเลย มง...เมีย เนี่ย ...นรกชัดๆ...โชคดีแล้วแหละ ที่ยังไม่มี" ไอ้ความที่เป็นคนช่างสงสัยของผม ก็ทำให้เก็บไปคิดว่า ผม "โชคดี" อย่างที่เขาพูดจริงๆ หรือ??? 
เขาบอกว่า ผมโชคดีที่...มี "เวลา" เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องไปพะวงหน้าพะวงหลัง หรือต้องไปคอยเอาอกเอาใจใคร แต่...ทำไม ผมมีความรู้สึกว่า "เวลา" ที่เดินไปในแต่ละวันของผม มันยาวนานกว่าชาวบ้านเขาเหลือเกิน นานจน...ผมคิดว่าวันๆ หนึ่งของผมมี 32 ชั่วโมง จนไม่รู้จะเอาเวลาไป "...ทำฮาทำเฮ้ว..." อะไร เขาบอกว่า ผมโชคดีที่...เวลาไปดูหนัง ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปรอใคร จะดูเมื่อไหร่ รอบไหน จะเลือกที่นั่งที่ไหนก็ได้ สบายๆ ตามใจตัวเอง แต่...ทำไม เวลาที่ผมดูหนังที่มีฉากรัก ฉากซึ้งๆ เมื่อไร ผมจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ที่หน้าอกข้างซ้ายแทบจะทุกครั้ง เขาบอกว่า ผมโชคดีที่...ไม่ต้องทนกับเสียงบ่นเรื่องไร้สาระ และไม่ต้องมีใครมาคอย เจ้ากี้เจ้าการ จ้ำจี้จำไช จู้จี้จุกจิก แต่...ทำไม ผมมีความรู้สึกว่า โลกของผม มันเงียบ...เสียจน...ผมเข้าใจได้แล้วว่า เสียงของ "เงียบเป็นเป่าสาก" มันเป็นอย่างไร เขาบอกว่า ผมโชคดีที่...ไม่ต้องคอยจดจำวันสำคัญในเทศกาลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวันครบรอบในโอกาสอะไรหลายๆ อย่าง ให้เปลืองเนื้อที่สมอง แต่...ทำไม ผมถึงรู้สึกว่า...สมองของผมไม่ค่อยถูกใช้งาน จนทุกวันนี้สมองประมวลผลระหว่าง หนึ่ง บวก สอง เป็น สี่ และชอบ "...กินขี้..." ตามพี่สายัณห์ ดอกสะเดา เข้าไปทุกทีแล้วล่ะครับ เขาบอกว่า ผมโชคดีที่...ไม่ต้องคอยรับโทรศัพท์ ที่มาคอยเช็คอยู่ตลอดเวลา ว่าอยู่ไหน กลับเมื่อไหร่ ทำอะไรอยู่ ซึ่งเขาว่ากันว่า...น่าเบื่อ แต่...ทำไม ผมชอบคิดว่า โทรศัพท์ของผม คงจะเสีย หรือว่าสัญญาณไม่ดี ถึงไม่เห็นมีสายเรียกเข้าในโทรศัพท์ของผมบ้างเลย
เขาบอกว่า ผมโชคดีที่...มีเวลาที่จะกิน จะดื่ม ที่ไหน ก็ได้ตามใจปากตัวเอง ไม่ต้องมีใครมาคอยตามให้กลับไปกินข้าวที่บ้าน แต่ทำไม...ผมมีความรู้สึกว่า พ่อครัว-แม่ครัว ของทุกร้านที่ผมไป ช่างทำกับข้าวได้ฝืดคอ และไม่เห็นจะอร่อยเลย แทบจะทุกครั้งเวลาที่ผมนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว ฯลฯ

ที่เขาบอกว่า...ผมโชคดี...เหมือนได้ขึ้นสวรรค์นั้น ผมว่า สวรรค์ของผมคงจะมีประชากรสวรรค์อยู่กันน้อย ถึงน้อยมากๆ หัวหน้าสวรรค์ของผม ก็คงจะเป็นท่าน "สร้อยเศร้า" นามสกุล "เหงาหงอย" กับผู้ช่วยอิมพอร์ต "Mister Lonely" คอยดูแลผมอยู่
ส่วนในนรก...ที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้น ก็คงจะมีท่านพยายม ที่มีชื่อว่า "ความรัก" และมีผู้ช่วย 2 คน ตำแหน่งสุวัน คือ ท่าน "ห่วงใย" กับ ตำแหน่งสุวาน ท่าน "เข้าใจ" คอยควบคุมดูแลความประพฤติของพวกเพื่อนๆ อยู่แน่ๆ เลย ถึงตอนนี้แล้ว พวกคุณคิดว่า ผมเป็นคนที่... โชคดี...อย่างที่เขาว่ากัน ไหมครับ?? 
(ปัจฉิมลิขิต : ขอบพระคุณภาพประกอบดีๆ จาก gettyone)
|