|
(ความเดิมจากตอนที่แล้ว :ไปหาอ่านกันตามอัธยาศัยนะครับที่ http://www.oknation.net/blog/iheartia/2007/10/05/entry-1/comment#read) หลังจากที่ชายหนุ่มได้พาซากของเขา ขึ้นรถกลับสู่เคหะสถานของตัวเอง และได้รับ "ผลกรรมจากความเมา" ในระหว่างการทำงานประจำวันที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเลิกงาน เขากลับบ้านเร็วกว่าทุกวัน เนื่องจากสภาพร่างกายบอบช้ำจากสมรภูมิสุรามาราธอน แล้วกินข้าว-กินปลา อาบน้ำ และเตรียมเข้านอน โดยที่ก่อนเข้านอนนั้น เขามิลืมที่จะจัดการซัด "พาราเซตามอล" 2 เม็ด เพื่อไปก่อการรัฐประหารกับ "เจ้าปีศาจสีอำพัน" ที่ยังคงยึดอำนาจ ปกครองพื้นที่แทบจะทุกส่วนในร่างกายของเขา ไม่ยอมลงจากอำนาจเสียที โดยที่ไม่มองน้อง "วีต้า" ที่สงบนิ่งอยู่ในขวดรอการเปิดเพื่อกรอกเข้าปาก ข้างๆ กระปุกยาเลยแม้แต่น้อย... "แค่แฮงค์ยังแย่ขาดนี้ ถ้าขี้แตกตอนแฮงค์แล้วจะแย่ขนาดไหน(วะ!)" เขาคิดในใจ ก่อนนอนเขายังคงนึกถึง "หุ่น" เอ๊ย เหตุการณ์อันน่าพิศวงงงงวยใจที่ผ่านมาเมื่อเช้ามืดนั้น เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ตอนที่กำลังนั่งเกาหัวแกรกๆ อยู่ว่า "กู...เมาแล้วเพี้ยนหรือเปล่าวะเนี่ย" แล้วจัดแจงดับไฟ เพื่อจะนอนพักผ่อนเอาแรง ไว้ไปทำมาหากินในวันรุ่งขึ้น หลับไปได้สักพัก ก็เกิดเสียงลมพัดวูบๆ วาบๆ เหมือนเหตุการณ์เมื่อตอนเช้ามืด เพียงแต่ว่า... ตอนนี้มันเกิดในห้องนอนของเขา ลมพัดแรง แรงมาก...และค่อยๆ สงบลงพร้อมกับมีเสียง หวาน ใส ชวนสยิวกิ๊วขึ้นมาในความมืดว่า "จ๊ะเอ๋ พี่เตี้ยสุดหล่อ ทายสิคะ ครายเอ่ย" ชายหนุ่มได้ยินเสียงแล้วนึกถึงยาสีฟันตรา "ดอกบัวคู่" ที่ห่อในผ้าสีแดง ขึ้นมาในบัดดล 
เขารีบเปิดไฟที่หัวเตียง เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆ น้องแตงโม เอ๊ย น้อง"มินตา" ผ้าแดงนั่นเอง "วุ๊ย...มาหาถึงห้องนอนเลยวุ๊ย" เขาคิดในใจ(ทำไมมันชอบคิดในใจก็ไม่รู้) เพียงแต่ว่าครั้งนี้ เขากลับเห็นเงาตะคุ่มๆ แอบอยู่ด้านหลังมินตา จากการคาดคะเนด้วยสายตา เขาก็พอที่จะรู้ว่า เป็นเงาของผู้ชาย ใช่อย่างที่คาดไว้จริงๆ ชายร่างสูงใหญ่ แต่งกายแปลกๆ เสื้อผ้าสีเขียวอมฟ้า มีเกล็ดตามร่างกายคล้ายๆ งู ผมบนศีรษะมีทองเป็นเลื่อมๆ หน้าตาก็งั้นๆ ดูบ้านๆ รวมๆ ก็พอดูได้ "หล่อน้อยกว่าเราหน่อยนึง" ชายหนุ่มคิดในใจเป็นครั้งที่สาม แล้วตอบกลับไปว่า "น้องมินตาใช่ไหมจ๊ะ มาได้ไงเนี่ย พาใครมาด้วยเหรอ" "โอ๊ย พี่เตี้ยอ่ะ ถามทีเป็นชุดเลยนะคะ มินตาเองแหละค่ะ" นั่นเป็นคำตอบที่หนึ่ง "ก็บอกแล้วไงคะว่า มินตามีอิทธิฤทธิ์ จิ๊บๆ แค่บ้านพี่เตี้ยเนี่ย หลับตาท่องคาถานิดนึง ก็รู้แล้วว่าอยู่ไหน เอ หรือว่าจะให้มินตาเข้าไปค้นหาในหัวใจพี่ดีน๊อ" มินตาทำท่าน่ารักเอียงคอตอบ คำถามที่สอง เล่นทำเอาหัวใจชายหนุ่มเต้นรัวราวกับเสียงกลองวง megadeath เลยทีเดียว "แล้วเนี่ย พี่ "พงศ์พญา" ผัว เอ๊ย คู่รักของหนูเองแหละค่ะ เนี่ย หนูพาเค้ามาคุยกับพี่ต่อ เรื่องที่เราคุยค้างไว้เมื่อเช้าไงคะ" มินตาตอบ พร้อมกับเสียงหัวใจของชายหนุ่มที่เปลี่ยนจังหวะ จาก megadeath เป็นเสียงคล้ายเพลง "พญาโศก" ที่ใช้ในงานศพ...ยังไงก็ยังงั้น โดยทันที "อ๋อ สวัสดีครับ คุณพงศ์พญา เชิญนั่งครับ เชิญ เชิญ " ชายหนุ่มทักทาย พร้อมกันกับจัดที่จัดทาง ให้ผู้มาเยือนได้นั่งตามอัธยาศัย "สวัสดีครับ คุณเตี้ย ขอบคุณครับ" พงศ์พญาตอบกลับ "ห้องรกไปหน่อยนะครับ ห้องคนโฉด เอ๊ย โสดก็อย่างนี้แหละครับ" ชายหนุ่มพูดเสียงอ้อมแอ้ม "ไม่หน่อยแหละครับ รกโคตรๆ เลยทีเดียว ขออภัยนะครับที่พูดตรงๆ ชาวนาคาเรารักษาศีลห้า ไม่ชอบพูดจา โป้ปดมดเท็จ เข้าใจผมใช่ไหมครับ" พงศ์พญาตอบ "อืมม์...ไอ้หน้าบ้านๆ เนี่ยตรงดีวุ๊ย" เขาก็ยังคิดในใจเหมือนเดิม 
"แล้วที่มาเนี่ยจะคุยเรื่องอะไรเหรอครับเนี่ย" ชายหนุ่มถาม "เรื่องภาพเขียน "ภิกษุสันดานกา" เนี่ยแหละครับ บังเอิญผมได้ดูข่าวเรื่องนี้ที่ "เนชั่นทีวี" ที่เมืองนาคา เห็นว่าทางเมืองมนุษย์มิใคร่จะเห็นรูปนี้อยู่ในบ้านเมือง ทางผมก็เลยอยากจะ นำรูปนี้กลับไป เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดของน้องมินตา เพื่อไว้เคียงคู่กับรูป "โอบมหานที" ของน้องเค้าน่ะครับ" ชายหนุ่มตอบ "อ๋อ ทานน้ำทานท่าก่อนดีไหมครับ เอ หรือจะเอาเบียร์เย็นๆ สักแก้วไหมเอ่ย" ชายหนุ่มถาม "มินตา ขอสอง" เสียงใสๆ ของมินตาดังขึ้น สำเนียงคล้ายๆ โฆษณาเครื่องดื่มเด็กยังไงยังงั้น "ได้ก็ดี ฟรีก็เบิ้ล เอ้ย พงศ์พญาไม่ทานของมึนเมาครับ แต่เพื่อเป็นการไม่เสียน้ำใจของท่าน พงศ์พญาจะ "จิบพออาเจียน" เอ๊ย จิบพอเป็นพิธีก็ได้ครับ" พงศ์พญาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียง ที่ดูยังไงก็เหมือนกับว่า ปากที่กำลังพูด กับหัวใจ จะเลี้ยวโค้งแยกกันไปคนละทาง เมื่อชายหนุ่มจัดแจงนำเครื่องดื่มที่สร้างสัมพันธไมตรีระหว่างชาวมนุษย์กับชาว กาษา-นาคา แบบเย็นเจี๊ยบๆ มาเสิร์ฟถึงในห้องนอน และจิบ จุ๊บ จิ๊บ กันพอเป็นพิธีแล้ว บทสนทนาต่างๆ จึงเริ่มขึ้น "เนี่ย...พงศ์พญาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทำไมมนุษย์คิดอะไรไม่เข้าท่าเช่นนี้ ภาพเขียนที่ออกมาเนี่ย เขาต้องการสื่อให้เห็นว่าการกระทำในรูปแบบนี้ "สมณเพศ" ที่ดีไม่ควรกระทำ ให้ดูไว้ "เตือนตัว เตือนสติ" ไม่ให้ทำแบบในภาพ แต่นี่อะไร มาโทษโน่น โทษนี่ ว่าดูถูก ว่าลบหลู่ เอาง่ายๆ นะพี่เตี้ย เห็นในรูปซองบุหรี่มั๊ย" พงศ์พญาพูดพร้อมกับชี้มือไปที่รูปภาพหน้าซองบุหรี่ที่วางไว้ข้างตัวเขา "เห็นครับ แล้วทำไมเหรอครับคุณน้อง" ชายหนุ่มถามกลับ พลางคิดในใจว่า "กูเป็นพี่เป็นน้องกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ถ้าน้องมินตาก็ว่าไปอย่าง" พร้อมกับหันเหสายตาไปทาง สาวชุดแดงที่กำลังกระดกน้ำสีเหลืองมีฟองเข้าปาก อย่างสายตาที่หื่นเล็กน้อยถึงปานกลาง 
"เนี่ย...เขาติดรูปให้ดูเตือนใจว่า สูบบุหรี่แล้ว ตายเร็ว แก่เร็ว เนี่ยเห็นไหมรูปนี้ ฟันด๊ำ ดำ น่าขยะแขยงจะตายไป แล้วทำไมบรรดา "ชมรมสิงห์อมควัน" ไม่ออกมาประท้วงล่ะครับพี่ ว่าไปลบหลู่ช่องปาก ตับไตไส้พุงพวกเขา ยังไปหาว่าเค้าจะแก่เร็วอีกต่างหาก ไหนพี่เตี้ย ลองยิงฟันสิครับ ดำเหมือนในรูปไหม" ชายหนุ่มทำตามอย่าง "ว่าก็นอน สอนก็ง่าย" "เออ ไม่ดำโว๊ย โกหก นี่หว่า" ชายหนุ่มก็ยังคิดในใจ "สูบบุหรี่แย้ว...ฟันดี ม่ายมีดำ อย่างนี้ต้องประท้วง ประท้วง" น้องมินตาเริ่มส่งเสียงอ้อๆ แอ้ๆ "เนี่ยเค้าเรียกว่าอยู่ที่การตีความครับพี่เตี้ย ที่บอกว่าปกป้องพระพุทธศาสนานั่นน่ะ พงศ์พญาว่า ปกป้องพวกพ้องตัวเองเสียมากกว่า พุทธศาสนาบอกว่าให้ "ปล่อยวาง" ก็ดันไปปล่อยวาง หลักธรรมคำสอนของศาสนากันซะ แล้วไปยึดติดอะไรบ้าๆ บอๆ พระสงฆ์องคเจ้าสมัยนี้นี่ก็แปลก ในวัดนะครับพี่มี "พระประธาน" องค์เบ้อเร่อเบ้อร่า อยู่แล้วก็ยังจะไปหาวัตถุมงคลอะไรที่ไหน มาไว้กับตัวอีก ยิ่งสมัยนี้วัตถุมงคลรุ่นใหม่รู้สึกว่าไม่ใช่รูปตัวแทนของพระพุทธเจ้าแล้วใช่ไหมครับ พี้เตี้ย เค้าเรียกอะไรน้า...ที่มันกลมๆ ใหญ่ๆ รุ่นโคตร โคตรอะไรทำนองเนี้ยนะครับพี่" "เอ่อ...เรื่องนี้ข้ามไปดีกว่าน้อง พี่เตี้ยขอ แค่เนี้ยก็แย่แล้ว" ชายหนุ่มขอร้องด้วยสายตาวิงวอนสุดๆ "ก็ได้ ก็ได้ พี่เตี้ยขอ น้องจัดให้ ยังไม่หมดครับ ผมดูข่าวนะครับพี่เตี้ย พอมี "จิ้งเหลือง" ที่ความชั่ว ของมันโผล่ขึ้นมาให้มนุษย์จับได้นะครับพี่ บทลงโทษของมันเหรอครับ "สึก" แล้วก็จบๆ กันไป มีอย่างที่ไหน เอาง่ายๆ เครื่องยนต์ ข้าวของเครื่องใช้ที่มันไม่มีชีวิตนะครับ พอมัน "สึก"หรอ ต้องทำอะไรครับพี่...ก็ต้องซ่อมแซมส่วนที่ "สึก"หรอ ใช่ไหมครับ แต่พวก "จิ้งเหลือง" พวกนี้ "สึก" แต่ไม่เสือก "ซ่อมแซม" สันดานของมัน สักพักก็โกนหัว เกาะผ้าเหลืองทำมาหากินกันใหม่ ทำไม๊ ทำไม กรม กร๊วก กรม กอง ของมนุษย์เนี่ยคิดมาตรการแก้ไขกันไม่ได้สักทีครับพี่" พงศ์พญาเริ่มพูดพร่ำแบบไม่ทำเพลงแรงขึ้นเรื่อยๆ จนชายหนุ่มก็อดคิดในใจไม่ได้อีกว่า "แก้วที่หนึ่ง...ก็ซึ้ง..ถึงพระธรรม ท่าจะจริงแฮะ" "ช่าย ช่าย ช่าย สึก ไม่เสือก ซ่อม ถูกต้มแย้วคร๊าบบบบ" มินตาเริ่มส่งเสียงเป็นลูกคู่ ที่ดูยังไงก็น่ารัก 
"ยังม่ายหมด เอิ๊ก ขออีกแก้วได้ไหมครับ" พงศ์พญาพูดพลางเลื่อนแก้วเปล่ามาตรงหน้าชายหนุ่ม "ได้ ได้ ครับคุณน้อง" ชายหนุ่มรีบกุลีกุจอรินให้โดยให้มีฟองน้อยที่สุด (เดี๋ยวขม! เกจิเบียร์บอกมา) "ขอบเตียง เอ๊ย ขอบคุณครับพี่เตี้ย เรามาว่ากันต่อ พี่ว่า "พระสงฆ์" เนี่ยเป็นอาชีพมั๊ยครับ นั่น นั่น นั่น ไม่ต้องตอบ ม่ายช่ายหรอก พระสงฆ์ทำหน้าที่เผยแพร่สืบทอดพระพุทธศาสนาครับ แล้วทำไมสมัยนี้ พระในเมืองมนุษย์ของพี่มีสตางด์กันมากมายเหลือเกิน มีการฝากธนาคารด้วยนะ มีรถราเสียด้วย อย่าบอกว่า "พระต้องใช้สตางค์" ผมม่ายเชื่อ คงไม่มีใครใส่บาตรแล้วคิดค่ากับข้าวกับพระสงฆ์ ใช่ไหมครับ หรือว่ามีวัดไหนคิดค่าเช่ากุฏิกับพระกันบ้าง ม่ายมี แล้วพระจะเก็บสตางค์กันไปทำไม ทำไมไม่มีสถาบันการเงินไปเปิดบัญชี ชื่อของวัดทั่วประเทศไปเลย ทุกบาททุกสตางค์เข้าวัดหมด ค่าใช้จ่ายภายในวัด หักบัญชีธนาคารวัดอย่างเดียว พระไม่ต้องจ่าย กินฟรี อยู่ฟรี นอนฟรี พระไม่ต้องมีสตางค์ ไม่ต้องใช้ปัจจัย ถ้าจะทำบุญ ก็ทำบุญผ่านเข้าบัญชีชื่อวัด ดูสิว่างานนี้ จะมี "จิ้งเหลือง" โผล่มาอีกมั๊ย" พงศ์พญาพูดด้วยน้ำเสียงเริ่มจะอ้อแอ้ แต่หากคิดตามคำพูด ของเขาแล้ว ถ้าทำได้จริง ก็น่าจะเป็นผลดีต่อพระพุทธศาสนาของเราเหมือนกัน "ด้วยเหตุนั้น นั่นเอง ผมถึงมาเพื่อจะนำภาพ "ภิกษุสันดานกา" กลับเมืองนาคา เอาไว้ไปเตือนใจ เหล่าสงฆ์ของเมืองผม มิให้หลงมัวเมา ลาภ ยศ สรรเสริญ อย่างที่พวกมนุษย์ยังหลงงมงายกันอยู่" พงศ์พญากล่าวจบ พร้อมกับหันมองไปตามทิศทางของสายตาที่ส่อพิรุธของชายหนุ่มคู่สนทนา ก็เห็นเป็นภาพต้นขาขาวๆ ของมินตาที่หวอหลุดเนื่องจากเมาพับหลับแล้วนอนไม่เรียบร้อยอยู่ข้างๆ วง "แหม หูไว ตาไวจริงๆ นะครับพี่เตี้ย" พงศ์พญาพูดลอยๆ พร้อมกับจัดระเบียบเสื้อผ้ามินตาให้เข้าที่ "แหะ แหะ แหะ พี่แยกสัมผัสเก่งครับ ตาดู แต่หูก็ฟังนะครับคุณน้อง" ชายหนุ่มกล่าวอ้อมแอ้ม 
"แต่ว่า สองวันนี้วันหยุดราชการครับคุณน้อง พี่ว่าน้องต้องมาใหม่วันจันทร์แล้วแหละ" ชายหนุ่มกล่าว แบบอ้อมๆ เนื่องจากแอลกอฮอล์ที่สะสมไว้เมื่อวานเริ่มดันขึ้นมา และร่างกายเริ่มจะต้องการพักผ่อน "เหรอครับพี่ ว้า แย่จัง แต่ไม่เป็นไรครับ วันจันทร์หน้าผมมาใหม่ แวะมากินเบียร์ เอ๊ย คุยกับพี่เตี้ยอีก ไม่แน่นะครับ วันจันทร์พงศ์พญาอาจควงมาสองเลย พา "วาดจันทร์" มาให้รู้จักกับพี่เตี้ยอีกคน" พงศ์พญาตอบกลับ โดยที่สังเกตพฤติกรรมของคู่สนทนาก็พอจะรู้ว่าไม่ควรจะรบกวนไปมากกว่านี้ "ได้ครับ ได้ ยินดีต้อนรับเสมอ" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร "จะไม่ให้เป็นมิตรได้ยังไง มินตา ก็ น้องแตงโม วาดจันทร์ ก็ น้องนุ่น วุ๊ย ขวานุ่น...ซ้ายแตงโม แค่คิดก็มีความสุขแล้ววุ้ย" ชายหนุ่มคิดในใจไปไกลเกินกว่าที่จะบรรยายเรื่องในจินตนาการของเขา 
"มินตา ตื่นได้แล้ว กลับเมืองนาคากัน" เสียงพงศ์พญาปลุกสาวน้อยในชุดแดงที่นอนหลับใหลอยู่ข้างๆ "ยางม่ายมาว อาวอีกขวด" เสียงสาวชุดแดงพูดจาอ้อๆ แอ้ๆออกมา ก่อนที่จะลุกขึ้นมาขยับร่างกาย เพื่อขับไล่ความมึนเมา และความปวดเมื่อยของร่างกาย เพื่อให้สามารถเดินทางกลับไปยังบ้านเมืองของเธอ "ล้อเล่ง...ล้อเล่ง นะคะพี่เตี้ย พอแล้วแหละค่ะ เดี๋ยวบินไม่ไหว" "แล้ววันจันทร์มินตามาหาใหม่นะคะ พี่เตี้ย จุ๊บ จุ๊บ" ครั้งนี้มินตามิได้จุ๊บ จุ๊บ กับอากาศเหมือนคราวที่แล้ว แต่กลับเป็นแก้มเหี่ยวๆ ของชายหนุ่มที่กำลังอ้าปากค้างในการกระทำของเธอ "แล้วพงศ์พญามาใหม่นะครับพี่ บ๊าย บาย" เป็นเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินของชายชุดเขียวอมฟ้า ที่เกาะเกี่ยวอยู่ด้านหลังของสาวสวยในชุดสีแดง ขณะกำลังโบยบิน และค่อยๆ หายลับไปกับขอบฟ้า ชายหนุ่มยืนมองจนลับตาอยู่ที่หน้าต่างในห้องนอนเขา ก่อนที่จะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ที่บริเวณหน้าต่างนั่น เขาพ่นควันสีเทาออกไปในอากาศ พร้อมกับมองไปบนท้องฟ้าที่มืดมิดนั้น และอยู่ดีๆ เขาก็ทิ้งบุหรี่ และตะโกนด้วยเสียงอันดังออกไปยังท้องฟ้าที่มืดมิดนั้นว่า...
"...กู...อยากเป็น...พงศ์พญา...จังโว๊ยยยย..." (ปัจฉิมลิขิต : ขอบพระคุณ ภาพ-เสียง จากโลกไร้พรมแดน(internet) อีกแล้วครับท่าน)
|