|

วันนี้เป็นวันที่ผมรู้สึก "คึกคัก" กว่าทุกวันที่ผ่านมา เนื่องจากในวันนี้นั้น ผมจะมีเรื่องราวให้ได้ลุ้นถึงสองเหตุการณ์ภายในวันเดียว ก็เลยอยากที่จะ เขียน "ตอนพิเศษ" ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในเหตุการณ์แรกนั่นก็คือการ "ลุ้น" จำนวน "ธนบัตร" ในซองสีแดง จากมือเจ้านาย ซึ่งถือเป็นโบนัสจากการทำงาน ในรอบปีที่ผ่านมาของผมเอง ว่ามีจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ และพึงพอใจหรือไม่ ถ้าถามความรู้สึกของตัวผม ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ผมก็คง "ยอมรับ และพอใจ" ในสิ่งที่เราได้รับ เนื่องจากเป็นการวัดจาก "การกระทำของตัวเราเองในปีที่ผ่านมา" นั่นเอง ว่า "ดี เลว" แค่ไหน ผมคงไม่ไปร้องเรียกประท้วง หรือรวมพลเพื่อนร่วมงาน ดุ ด่า ว่า หาเรื่อง "บริษัท" ถ้าหากตัวผมคิดที่จะ "อยู่ต่อ" ที่นั่น แต่ถ้าผมคิดที่จะ "ลาออก" ล่ะก็ ผมจะหาเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้ ทำการประท้วงให้มันแตกหักไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว และคงไม่มีทางที่จะตากหน้ากลับไปทำงานยัง "บริษัท" นั้นอีก แม้ว่าเจ้านายจะเสนออะไร ให้ก็ตาม เพราะผมคิดว่า "เพื่อนร่วมงาน" สำคัญกว่า "หน้าที่การงานจอมปลอม" นั่นเอง ในส่วนเรื่องที่ต้องให้ "ลุ้น" อีกหนึ่งเรื่อง นั่นก็คือ ในช่วงเย็นของวันนี้จะมีการถ่ายทอด สด "สงครามแข้ง" ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบยี่สิบทีมสุดท้าย นัดประเดิม สนามของ "ขุนพลแข้งจากลุ่มน้ำเจ้าพระยา" ของเรากับ "ขุนพลแข้งแห่งแดนอาทิตย์อุทัย" จริงอยู่ ถ้าเทียบในตัวเลขอันดับโลก และมองเป็นตรรกะแล้ว เราคงไม่มีทางที่จะชนะได้เลย แต่ "เสน่ห์" ของฟุตบอลนั่นคือ "ความแน่นอนคือสิ่งที่ไม่แน่นอนเสมอในสนามหญ้าสีเขียว" จะเห็นได้จากการล้มยักษ์ ช็อคโลก มาหลายต่อหลายเหตุการณ์ และจริงๆ แล้วเมื่อก่อนนั้น ขุนพลแดนซามูไรเจอกับเราทีไร ผมสงสารผู้รักษาประตูที่ต้องคอยก้มลงเก็บลูกฟุตบอล ลูกแล้ว ลูกเล่า ที่เราระดมยิงเข้าประตู จนผมอยากจะมอบ "นีโอติก้า บาล์ม" ให้กับผู้รักษา ประตูชาวอาทิตย์อุทัยสมัยนั้นเป็นที่ระลึก เอาไว้ ทาถู ทาถู เพื่อบรรเทาความปวดเมื่อยที่หลัง แต่ในปัจจุบัน ผมกลับสงสารนายทวารของเรา เวลาที่ต้องเจอกับทีมซามูไรทุกทีทุกครั้งไป 
นึกถึงเหตุการณ์ให้ร่วมลุ้นในช่วงเย็นของวันนี้ ผมกลับคิดย้อนไปไกลถึงในวัยเยาว์ที่มีกีฬา ในดวงใจ ของผม นั่นก็คือ เจ้าลูกกลมๆ ที่เรียกว่า "ฟุตบอล" นั่นแหละ ผมมีความสุขที่ได้ สัมผัสและเล่นกับมันร่วมกับบรรดาเพื่อนๆ สมัยในวัยเยาว์ จากการเล่นอยู่ทุกวี่วัน ก็ทำให้ มีการ "รวมตัว" ขึ้นมาเป็น "ทีม" เล็กๆ เริ่มทำการเดินสายแข่งขันไปทั่วละแวกใกล้เคียง ซึ่ง"ผลของการแข่งขัน" ไม่ใช่หัวใจหลักของ "ทีม" ผม สิ่งสำคัญในตอนนั้นก็คือความเป็น "น้ำหนึ่งใจเดียวกัน" ของทีมเสียมากกว่า เห็นได้จากผลงานในช่วงแรกๆ ที่เรารวมตัวกัน ผมสะกดคำว่า "ชนะ" ไม่ได้ยาวนานถึงสิบกว่านัด แค่ยิงประตูฝ่ายตรงข้ามได้ก็ดีใจกันสุดๆ จากการที่เราเล่นร่วมกันมายาวนาน เนื่องจากนักเตะภายในทีมอยู่ละแวกใกล้เคียงกัน ทำให้ ฝีมือของทีมผมเริ่มพัฒนามากขึ้น เริ่มสะกดคำว่า "ชนะ" เป็น ทีมเริ่มใหญ่ขึ้น มีผู้เล่นที่เก่ง มากขึ้น ซึ่งผมก็รู้สึกชื่นชม เพราะคิดว่าเราควรจะรู้ "ตำแหน่ง" ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา ผมไม่เคยคิดเป็น "ศูนย์หน้า" ที่เด่นดัง ใครๆ ต่างชื่นชม และชื่นชอบ เนื่องจากรู้ตัวเองดี และชื่นชอบกับการเล่น "แบ็คขวา" ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะที่สุดมากกว่า ผมไม่เคยรู้สึก "อิจฉา" ศูนย์หน้าของทีมที่มีใครๆ มารุมล้อมเวลาทีมได้รับชัยชนะ เนื่องจากผมมีความคิด ส่วนตัวว่า "ชัยชนะ" เป็นการร่วมแรงร่วมใจของ "ทีม" มิใช่จากใครคนใดคนหนึ่งนั่นเอง ในการแข่งขันนั้น ผมเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมายในสนามไม่ว่าจะเป็นการเล่น "สกปรก" หรือ "ยั่วยุปลุกปั่น" จากทีมฝ่าย "ตรงข้าม" เคยเกิดเหตุการณ์ ศูนย์หน้าที่เก่งของทีมผม เจอการยั่วยุ และทนไม่ไหว จนเกิดเรื่องเกิดราวในสนาม เพื่อนร่วมทีมที่ไม่เกี่ยวข้องกลับ เป็นฝ่าย "สวนกลับ" ฝ่ายตรงข้ามจนกรรมการต้องแจก "ใบแดง" ให้กับเขา ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ ต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายในสนาม และวันนั้น ทีมเราได้ทำการ "วอล์คเอาท์" ออกจากสนามกัน ทั้งทีม ซึ่งในแมทช์หน้าแน่นอนว่า ตัวผู้เล่นของเราต้องมีน้อยลงในการแข่งขันครั้งต่อไป บางครั้งในการแข่งขัน ผมเจอการเล่น "สกปรก" ต่างๆ มากมาย ผมเคยเห็นฝ่ายตรงข้าม ทำ "ฟาวส์" อย่างน่าเกลียดต่อ "เพื่อนร่วมทีม" ของผมอยู่เสมอ ผมเล่นแบ็คอยู่แล้วก็คอย หาโอกาส "ฟาวส์" หนักๆ ให้ฝ่ายตรงข้ามแหยงๆ และเป็นการ "เอาคืน" แทนเพื่อนร่วมทีม ในความคิดของผม ซึ่งผมบอกได้เลยว่าในการ "ฟาวส์" แต่ละครั้งของผม จะใช้ "สมอง" มากกว่า "อารมณ์" ในการ "เล่นงาน" คู่แข่ง จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ผมไม่เคยโดน "ใบเหลือง หรือ ใบแดง" คาดโทษจากกรรมการ ในการแข่งขันแม้แต่ครั้งเดียวเลยจริงๆ 
ในบางครั้งก็มีบ้างที่ผู้เล่นภายในทีมทะเลาะกัน เนื่องจากผลของการแข่งขันไม่เป็นอย่าง ที่คิดไว้ มีการโวยวาย ว่า ด่า ระหว่างเพื่อนร่วมทีม ว่าทำไม "ปล่อยให้" ฝ่ายตรงข้ามหลุด เข้ามา "ยิงประตู" กองหน้า โทษ กองกลาง กองกลาง ก็ โทษ แบ๊ค แบ๊ค ก็โทษ นายประตู ประตู ก็ โทษ กองหน้า แต่สำหรับผมนั้น ไม่ว่าจะว่ากล่าวกันในสนามอย่างไร เมื่อ "จบเกม" เราก็ยังคงเป็น "เพื่อนกัน" ผมคงไม่ถึงขนาดที่จะต้อง "ย้ายทีม" ไปอยู่กับ "ทีมตรงข้าม" ถึงแม้ว่าเกมนั้น ผมจะสะกดว่า "ชนะ" ไม่ได้ แต่ ผมรู้จักคำว่า "สปิริตภายในทีม" นั่นเอง เมื่อถึงวัยที่ต้องแขวนรองเท้า (เนื่องจากไม่เคยซักมานาน ต้องซักแขวนตากไว้บ้าง อิ อิ) ผมก็ยังคงคิดถึงเหตุการณ์สมัยเล่นในกีฬาที่รักได้อยู่เสมอ และคิดไปไกลว่า "เกมกีฬา" ก็มีส่วนคล้ายกับ "เกมแห่งชีวิต" ของเรา มีการแข่งขัน มีการร่วมแรงร่วมใจภายในทีม เพียงแต่ว่าเกมชีวิตนั้น เรามีเพื่อนร่วมทีมเข้ามามากหน้าหลายตา อยู่ที่ว่าเราจะตระเวนไป ร่วม "เกมแห่งชีวิต" นัดกระชับมิตรกับเหล่าผู้คนมากมายแค่ไหน การเล่นเกมแห่งชีวิตนั้น ไม่มี "กรรมการ" เหมือนการแข่งขันฟุตบอล มีการเล่นสกปรกต่างๆ มากมาย ทั้งซึ่งๆ หน้า และทางข้างหลัง ถ้าเราอยากจะมีเพื่อนร่วมเกมแห่งชีวิตมากๆ เราก็ควรที่จะ "แฟร์เพลย์" กรรมการไม่มี แต่ผมเชื่อว่าเพื่อนร่วมเกมก็จะเห็น และจะมาอยู่ในทีมของเรามากขึ้นเอง ซึ่งบางครั้งผมแอบคิดว่า "เกมแห่งชีวิต" ดูสกปรกและหลอกลวงมากกว่า "เกมฟุตบอล" มากมายหลายเท่า เนื่องจากเกมฟุตบอลนั้นไม่มีทางที่ "ผู้เล่น" รายไหนจะ "ย้ายทีมกลับไป กลับมา" ระหว่าง "ทีมคู่อริร่วมเมือง" ได้ แต่ในเกมแห่งชีวิตนั้น "ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เสมอ" 
เฮ้อ...พล่ามมาซะนาน จริงๆ แล้วผมอยากให้ทุกคนร่วมกัน "ส่งกำลังใจ" ให้กับขุนพล แข้งแห่งแดนสยามของเรา ช่วยกัน หักด่าน "ซามูไร" ในเย็นวันนี้ให้ได้ ถึงแม้จะไม่ได้รับ "ชัยชนะ" อย่างที่คาดหวัง ก็ขอให้เรา "ให้กำลังใจ" พวกเขาต่อไป เพราะว่าเป็นเพียง "นัดแรก" เท่านั้น และถ้าเราให้กำลังใจมากๆ ในบางที "คนบนฟ้า" อาจรับรู้และเห็นใจ บันดาลให้ "ฝัน" ที่จะไปบอลโลกของชาวไทยเราเป็นจริงขึ้นมาก็ได้ ใครจะไปรู้อนาคต ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ ผมก็ยังคงเชียร์ "ทีมชาติไทย" ต่อไป ผมรับประกันว่า "ไม่มีทาง" ที่ ผมจะเปลี่ยนใจไปโอนสัญชาติเป็น "ญี่ปุ่น" ถึงแม้ว่าน้อง "ฮิคารุ" จะมาออดอ้อนออเซาะ ผมมากแค่ไหนก็ตามที (เลือดรักชาติ รักเพื่อนพ้องมันแรงครับ) เอ่อ..."แล้ว...คุณมี "อุดมการณ์และความคิด" แบบเดียวกับผมบ้างไหมครับ 
ปัจฉิมลิขิต : ต้องขออภัยที่ไม่ได้เขียนตอน "อำลา แต่ไม่อาลัย" ซักที ผมมีเรื่อง "พิเศษ" จริงๆ จึงอยากมาเล่าให้ฟังกัน หวังว่าคงไม่ว่าผม "โลเล" นะจ๊ะ รักนะ จุ๊บ จุ๊บ อุ๊ย! ผิดตอน นั่นมันสำนวนพี่ "ดีเจปุ้มปุ้ย" เค้า ขออภัยคร๊าบ
|