|

และแล้ว...วันที่ใครทั่วไปเรียกกันว่า "วันแห่งความรัก" ก็ได้ก้าวข้ามผ่านพ้นไปอีกหนึ่งปี สำหรับตัวผมแล้ว "วันนี้" เมื่อสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านมานั้น ผมก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนปกติเช่นทุกวัน ยังคงหายใจได้สม่ำเสมอ มีหิวข้าว หิวน้ำ และขับถ่ายเป็นระยะตามความเรียกร้องของร่างกาย แต่...อวัยวะภายในที่เรียกกันว่า "หัวใจ" ของผมนั้นกลับมีความรู้สึกว่าถูกมือดีมา "เจาะรูรั่ว" ทำให้ หัวใจของผม "ห่อ...เหี่ยว...แฟบสนิท" ไม่พองโต เต้น ตึ๊ก ตั๊ก คึกๆ คักๆ เหมือนเช่นทุกวัน ในวันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ผมยังคงต้องทำมาหากินตามปกติ เพราะเป็นเพียง "วันพิเศษในความรู้สึก" ของคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่วันที่ปฏิทินระบุให้เป็น "วันหยุดราชการ" ผมเหลียวมองไปรอบๆ ที่ทำงาน ก็พบกับบรรยากาศ "สีชมพู" ที่ปกคลุมไปโดยรอบ มีเสียงหัวร่อต่อกระซิกของน้องๆ ที่คุยโทรศัพท์ ส่วนตัวของเธอ ที่คาดว่า "แฟน" ของเธอคงโทรมาออดอ้อน มีช่อดอกไม้ 2-3 ช่อ ที่เพื่อนร่วมงาน ซื้อเตรียมไว้มอบให้กับ "คนรัก" หลังเลิกงาน และยังมีเสียง "ขีปนาวุธเพลงรักหวานเจี๊ยบ" แว่วลอย มาตามลม ที่ยกพลกันมา "เชือด เฉือน บาด แล่" หัวใจดวงน้อยๆ ของผมให้เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งวัน เมื่อเวลาเลิกงานมาถึง ผมยังคงนั่งทำงานต่อ ทั้งนี้เนื่องจาก "ไม่รู้" ว่าจะไปไหนดี ผมยังไม่กล้าพอ ที่ผมจะไปพบไปเจอกับ "ความหวานของคู่รัก" ที่รายล้อมรอบตัว ทั่วบ้านทั่วเมือง ในทุกหนทุกแห่ง "สักทุ่มครึ่ง เราค่อยกลับดีกว่า" ผมคิดในใจ พร้อมกับนั่งทำงานไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบไม่ร้อน เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ผมจึงเลิกงาน และเริ่มพูดคุยกับตัวเองว่า ควรจะทำอะไรหลังจากเลิกงาน "เอ...หรือว่าเราจะไปหาหนังดู กลับไปบ้านก็ไม่รู้จะทำอะไรนี่หว่า" ความคิดฝ่ายดีนำเสนอแนวคิด "โอ๊ย น่าเบื่อ หาเหล้ากินดีกว่า เมาแล้วก็มีความสุข ความสนุกก็ตามมา" ความคิดฝ่ายเลวโต้แย้ง "กินคนเดียวจะสนุกกะผีอะไรวะไอ้เตี้ย ไปดูหนังนั่นแหละดีแล้ว" ความคิดฝ่ายดีหาเหตุผลมาแย้ง ผมคุยกับตัวเองอยู่สักพัก ก็ตัดสินใจได้ว่าจะไปหาภาพยนตร์ดีๆ สักเรื่องดู เพื่อเป็นการทำลายความ รู้สึกห่อเหี่ยวให้ลดน้อยลงไปบ้าง ทั้งๆ ที่ในใจอยากจะไปร่ำ "สุรา" แต่...ไม่อยากนั่งกินคนเดียวจริงๆ เมื่อขึ้นรถเมล์ ผมก็ได้พบกับบรรดา "คู่รัก" หลายคู่โดยสารอยู่บนรถคันนั้น แต่ละคู่ก็จะมี "ช่อดอกไม้" หรือไม่ก็ "ตุ๊กตา" ติดไม้ติดมือกันแทบจะทุกคู่ มีเสียงออดอ้อน ท่าทางกระหนุงกระหนิง ซึ่งผมมองไป ก็รู้สึกตะหงิดๆ พิกล จึงเบนสายตาหนีจากภาพด้านหน้าออกไปยังนอกหน้าต่าง สักพัก...ความคิด ในเรื่องราวของวันเก่าๆ ก็พากันแวะเวียนมาทักทายผมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่นิดเดียว .......... .......... .......... 
"เอ่อ...ขอดู "ดอกกุหลาบคริสตัล" อันนี้หน่อยครับ" ผมเอ่ยปากกับพนักงานขายคริสตัลที่เฝ้าตู้โชว์ ภายในร้าน "ชวารอฟสกี้" ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่นาน ซึ่งตัวผมนับเป็นลูกค้ารายแรกเลยก็ว่าได้ "อันนี้ ใช่ไหมครับ" พนักงานขายถามพลางยก "ดอกกุหลาบคริสตัล" ออกมาให้ผมพิจารณาดู "ขอบคุณครับ" ผมกล่าวกับพนักงาน พร้อมกับหยิบเจ้าดอกกุหลาบแก้ว ที่เจียระไนให้เป็นเหลี่ยม เป็นมุม มีการหักเหของแสงที่ระยิบระยับวับไปวับมา "สวยจริงๆ แฮะ" ผมคิดในใจ "ตกลงเอาอันนี้ครับ ห่อของขวัญให้ด้วยนะครับ" ผมตกลงเลือกเจ้าดอกกุหลาบแก้วดอกเล็กดอกนี้ เพื่อเป็น "ของขวัญ" ในวัน "วาเลนไทน์" เป็นครั้งที่สองระหว่างผมกับ "ตุ๊กตา" ทั้งนี้เนื่องจากผมรู้ดีว่า "ตุ๊กตา" คนรักของผมชอบสะสม "คริสตัล" และความคิดส่วนตัวของผมนั้นคิดว่า "ช่อดอกไม้" ที่มอบ ให้แก่กันในวันแห่งความรัก มีวัน "แห้งเหี่ยว" และสูญสลายไปตามกาลเวลา แต่ "ดอกกุหลาบแก้ว" ของผมนั้น "สวยงาม มั่นคง และแข็งแกร่ง ชั่วนิจนิรันดร์" เหมือนกับ "ความรัก" ของผมที่มีให้กับเธอ
หลังจากห่อของขวัญเสร็จ ผมจ่ายเงินและเดินออกจากร้าน เพื่อไปยังร้านกาแฟที่เราสองคนนัด กันไว้ โดยผมไม่ลืมที่จะเก็บเจ้า "กุหลาบแก้ว" ซ่อนไว้ในกระเป๋าสะพายเพื่อนำไป "เซอร์ไพรส์" เธอ "ยังไม่ถึงเวลานัดนี่นา เรามาเช้าไปหน่อยแฮะ" ผมรำพึงรำพันกับตัวเองเบาๆ ผมไปนั่งรอในร้านกาแฟได้สักพักใหญ่ ตุ๊กตาก็มาถึง เธอยิ้มให้ผม ซึ่งผมก็ยังคงรู้สึก "หลงใหล" เมื่อเวลาที่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอในทุกครั้งไป "รอนานมั๊ย ตัวเอง" เธอถามผมด้วยเสียงออดอ้อน "ไม่นานหรอกค่ะ ตุ๊กตาทานอะไรมาหรือยังคะ" ผมตอบเธอ พร้อมกับตั้งคำถามกลับไป "ตัวเอง เค้าอยากกิน ฟูจิ ไปกินฟูจิกันนะ นะ" ตุ๊กตากล่าวพร้อมกับทำท่าทางออดอ้อนกับผม "ได้ค่ะ ว่าแต่ว่า ฟูจิ อยู่ชั้นไหนเหรอคะเนี่ย?" เมื่อตุ๊กตาได้ยินคำตอบของผม เธอหัวเราะเบาๆ พร้อมกับจับมือผม ให้ลุกขึ้นมาจากโซฟาในร้านกาแฟ "เดี๋ยวเค้าพาตัวเองไปเอง" เธอกล่าว เมื่อถึงร้าน นับว่าเป็นโชคดีที่เราไม่ต้องรอคิว ทั้งนี้เนื่องจากยังคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ในเวลานั้น เมื่อเลือกที่นั่งได้ เราจึงไปนั่งเคียงคู่กันและสั่งอาหาร ซึ่ง "การนั่ง" ในร้านอาหารของเราสองคน เราจะนั่ง "ข้างๆ" กันในทุกที่ เนื่องจากว่า "ตุ๊กตา" ชอบให้ผมนั่งใกล้ๆ เธอ ผมเคยเผลอไปนั่งฝั่ง ตรงข้ามเธอครั้งหนึ่ง ผลปรากฏว่าตุ๊กตา "งอน" ผมไปเกือบอาทิตย์เลยทีเดียวกว่าจะง้อได้สำเร็จ ซึ่งตุ๊กตาบอกกับผมว่า "ตัวเองไม่รักเค้าแล้วใช่มั๊ย ถึงไม่ยอมนั่งข้างๆ" หลังจากรับรู้เหตุผลของเธอ ตั้งแต่นั้นมาผม "ไม่เคย" ที่จะนั่งไกลเธออีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ตลกมากสำหรับผม ก็เพราะว่าสมัยก่อน ผมจะรู้สึก "หมั่นไส้" ที่มองเห็นคู่รักนั่งติดกันเวลาอยู่ในร้านอาหาร ผมยังเคย เหน็บแนมการนั่งแบบนี้ให้เพื่อนฝูงฟังอยู่บ่อยๆ ว่า "ดูมันดิ ดูมันดิ...โอเวอร์ จริง จริ๊ง ไอ้คู่เนี้ย" 
เมื่อทานอาหารเสร็จ ผมก็ได้หยิบกล่อง "กุหลาบแก้ว" ที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าสะพายมายื่นให้กับตุ๊กตา พร้อมกับกล่าวว่า "ตุ๊กตาคะ สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ พี่รักตุ๊กตามากนะคะ" เธอมองผมด้วยสายตาประหลาดใจ ในแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกดีใจอย่างเห็นได้ชัด เธอยิ้มให้ ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดกับผมมาว่า "ตัวเอง ขอบคุณนะคะ อะไรเหรอ ตัวเอง?" ผมยิ้มให้เธอ ก่อนที่จะพูดกับเธออีกครั้งว่า "ลองแกะดูสิคะ พี่ไม่รู้ว่าตุ๊กตาจะชอบหรือเปล่า?" เธอแกะของขวัญและเปิดกล่องออกมาดู เมื่อเธอได้เห็น "ดอกกุหลาบแก้ว" ตุ๊กตาก็มีท่าทีดีใจ อย่างที่ผมสังเกตได้ "สวยจังเลยตัวเอง เค้าชอบมากเลยแหละ ขอบคุณมากเลยนะคะ" เมื่อผมได้ยินตุ๊กตากล่าวตอบ ผมมีความรู้สึกที่ดีใจอย่างที่บอกไม่ได้ว่า "มากมาย" ขนาดไหน "เค้าก็มีของขวัญให้ตัวเองเหมือนกันนะ" ตุ๊กตากล่าวพลางหยิบกล่องของขวัญออกมาจากกระเป๋า นำมายื่นให้กับผม "อุ๊ย อะไรหรือคะเนี่ย?" ผมรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ตุ๊กตามีของขวัญมาให้เช่นกัน ซึ่งตัวผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมี "ผู้หญิง" คนหนึ่งมามอบ "ของขวัญวันแห่งความรัก" ให้กับผม "ตัวเองก็แกะดูสิคะ" ตุ๊กตากล่าวตอบ พร้อมกับนั่งเท้าคางมองดูผมที่กำลังแกะห่อของขวัญของเธอ เมื่อผมแกะของขวัญออกมา ข้างในเป็นกระเป๋าสตางค์หนังสีดำ ผมยิ้มให้เธอพร้อมกับกล่าวว่า "ขอบคุณมากนะคะ" เธอยิ้มให้ผมพร้อมกับกล่าวขึ้นมาอีกครั้งว่า "ตัวเอง เปิดดูข้างในสิคะ" ผมเลิกคิ้วด้วยความรู้สึกสงสัย ว่ามีอะไรข้างในกระเป๋าใบนั้น เมื่อผมเปิดข้างในดู ผมก็พบกับ "รูปถ่าย" ของตุ๊กตาที่แนบไว้ข้างใน ผมรู้สึก "ดีใจมาก" ที่ได้เห็น เป็นเพราะว่า เราคบกันมาปีเศษ ผมพยายามขอ "รูปถ่าย" ของตุ๊กตามาโดยตลอด แต่ตุ๊กตาก็ไม่ยอมให้ผม แต่...ในวันนี้ผมได้เป็น เจ้าของ "รูปถ่าย" ผู้หญิงที่ผมรักแล้ว "ขอบคุณนะคะ พี่ขอบคุณมากจริงๆ" ผมยิ้มกว้างให้กับเธอ "เค้าก็รักตัวเองนะ ดูแลรูปถ่ายของตุ๊กตาดีๆ นะตัวเอง" เธอเอ่ยกับผม พร้อมกับยิ้มให้ "พี่สัญญาค่ะ ว่าจะดูแลทั้งรูปถ่าย และจะรักเจ้าของรูปถ่ายคนเดียวตลอดไปค่ะ" ผมตอบกับเธอ พร้อมๆ กับจับมือของเธอมากุมไว้พอหลวมๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่า "คำพูด" นี้มาจากใจจริง ซึ่งทุกวันนี้...กระเป๋าสตางค์ของผมก็ยังคงเป็นใบเดิม และยังคงมีรูปถ่ายของ "ตุ๊กตา" อยู่ข้างใน เช่นเดิม เพียงแต่ว่า "เจ้าของรูปถ่าย" ไม่ได้อยู่เคียงข้างให้ผมได้ดูแลอย่างที่หวังไว้...เท่านั้นเอง 
จริงอยู่ที่ว่า "วันแห่งความรัก" ไม่ได้เป็นประเพณีของชนชาติเรา และ "ความรัก" ของผมที่มีต่อตุ๊กตา ก็ไม่เคยที่จะลดน้อยลงไปแม้แต่วันเดียว เพียงแต่ผมคิดว่าการที่เราทำสิ่งที่ "พิเศษ" มอบให้กับคนรัก เพิ่มเติมอีกหนึ่งวันนั้น เป็นสิ่งที่สร้างเสริมและเพิ่มพูนความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันและกัน แล้วจะหาเหตุผล ข้อไหนที่จะ "ละเลย" หรือ "ไม่ใส่ใจ" ในวันดีๆ อย่างนี้ไปได้ ซึ่งในช่วงหลังนี้ผมมีความรู้สึกว่า ความเข้าใจของเด็กรุ่นใหม่ที่มีต่อวัน "วาเลนไทน์" นั้นบูดเบี้ยวและบิดเบือนอย่างไม่น่าที่จะเป็น ผมไม่มีทางที่จะคิดว่าต้องมี "SEX กับคนรัก" ในวันนี้ให้ได้ แค่ผมได้กุมมือเธอระหว่างทางกลับบ้าน แค่ให้เธอซบมาที่ไหล่ของผม แค่ได้พาเธอไปเที่ยว กินข้าวด้วยกัน และพาเธอไปส่งถึงบ้าน ความรู้สึกเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผมในวันแห่งความรัก ซึ่งเด็กรุ่นใหม่คงไม่รู้ว่า "คนเราสามารถมี SEX โดยปราศจากซึ่ง "ความรัก"ต่อกันได้ และคนเราก็สามารถที่จะมี "ความรัก" โดยปราศจากเรื่อง SEX มาเกี่ยวข้องได้เช่นเดียวกัน" .......... .......... .......... .......... ..........
"ป้ายหน้า เซ็นทรัล ครับ" เสียงกระเป๋ารถเมล์ที่ดังขึ้น ทำให้ผมตื่นจากภวังค์ความคิดในครั้งเก่า ผมลงจากรถ ข้ามสะพานลอยไปยังห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้ามและเดินทางไปยังโรงภาพยนตร์ ระหว่างทางก็ได้พบกับหนุ่มสาวหลากหลายคู่จับมือกันกระหนุงกระหนิง ดูแล้วก็น่าอิจฉาทีเดียวเชียว ผมเลยจำต้องเดินก้มหน้าก้มตาไปตลอดทาง โดยไม่ใส่ใจกับผู้คนรอบๆ ข้าง ไปจนถึงโรงภาพยนตร์ "ดูเรื่อง P.S. I LOVE YOU ดีกว่า" ผมคิดในใจ พร้อมกับมองไปยังสถานที่ขายตั๋วหนัง ซึ่งวันธรรมดา เวลาประมาณนี้คนจะค่อนข้างบางตา แต่วันนี้คนกลับมากมายเสียจนแถวต่อยาวเหยียด และเป็นที่ สังเกตได้ว่า โดยส่วนใหญ่มากันเป็น "คู่" แทบจะทุกราย "เอ...มาผิดงานเปล่าวะเรา" ผมรำพึงเบาๆ ผมตัดสินใจไปยืนต่อคิว ระหว่างที่ยืนรอนั้น สายตาก็มองเห็นชื่อของหนังที่เป็นภาษาไทย ซึ่งแปลว่า "ป.ล. ผมจะรักคุณตลอดไป" ผมคิดบ้าๆ บอๆ ไปตามเรื่องอีกครั้งว่า คนแปลชื่อหนังน่าจะ "สอบตก" วิชาภาษาอังกฤษในสมัยเด็กอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่คำว่า I LOVE YOU จะแปลได้ยาวเฟื้อยขนาดนี้ ผมกลับไปคิดเล่นๆ ว่า ถ้าเรื่องนี้เปลี่ยนให้พระเอกเป็น อาร์โนลด์ คงเป็นเรื่อง "ป.ล.คนเหล็กรักคุณ" น้าบรูช วิลลิช ก็เป็น "ป.ล.คนอึดรักคุณ" ถ้าเกิดเป็นพระเอกเป็นคนเอเชียล่ะก็ อาเฉินหลงก็คงเป็น "ป.ล.ผมฟัดคุณ" พี่โจวชิงฉือ ก็คงจะเป็น "ป.ล. คนเล็กรักคุณ" ระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรเล่นๆ อยู่นั้น บรรดาเจ้าความหลังครั้งเก่าก็พากันเข้ามายึดครองความคิดของผมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมจำได้ว่า "วาเลนไทน์" ครั้งแรกของผมกับ"ตุ๊กตา" เราก็พากันไปดูภาพยนตร์ด้วยกัน ซึ่งในวันนั้นเราดูเรื่อง "WHAT WOMAN WANT" ซึ่งผมคิดไปว่านั่นน่ะสิ "ผู้หญิงต้องการอะไร" เพราะตั้งแต่วันนั้นจนถึงในทุกวันนี้ ผมก็ยังไม่รู้จริงๆ เลยว่า "อะไร...คือสิ่งที่ผู้หญิงต้องการ" ผมสลัดความคิดเรื่องเก่าๆ ภายในหัวพร้อมๆ กับเดินออกจากคิวซื้อตั๋ว เนื่องจากรู้สึก "ทนตัวเองไม่ได้" ที่จะต้องนั่งดูคนเดียวในวันเดียวกับที่ครั้งก่อนผมเคยดูกับ "คนรักสองคน" นั่นเอง 
ผมพาตัวเองมาเดินเล่นภายในซุปเปอร์มาเก็ตคั่นเวลาไปเรื่อยๆ เดินไปเดินมาก็เกิดความคิดขึ้นมา ในหัวว่า "เติมความหวานให้กับชีวิต รับวาเลนไทน์ซักหน่อยดีกว่าเรา" ผมคิดในใจอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ ทั้งความคิดฝ่ายดีและเลว ต่างก็มีความเห็นตรงกัน ผมเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์สินค้าที่ต้องการ สอดส่ายสายตาไปสักพักก็พบกับ "เป้าหมาย" ที่จะมาเติม "ความหวาน" ให้กับผมในวันนี้ ผมจัดแจง นำเป้าหมายไปยังล็อคจ่ายเงิน รอคิวอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ดีหน่อยที่กลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้าของผมฉายเดี่ยว ไม่มาเป็นคู่ให้ผมเจ็บจี๊ดที่หัวใจอีก เมื่อผมจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็นั่งมอเตอร์ไซด์กลับบ้านโดยทันที เมื่อถึงบ้าน เปิดประตูเข้าไปก็พบว่าคนในบ้านต่างก็ขึ้นนอนกันหมดแล้ว ผมถอนหายใจออกมาอย่าง เหนื่อยหน่าย และดิ่งตรงไปยังตู้เย็นเปิดดูว่ามีน้ำแข็งอยู่หรือไม่ โชคดีที่ยังพอมีอยู่ ผมจึงนำออกมา พร้อมกับนำช้อนติดมือมาด้วย แล้วผมก็หยิบเป้าหมายมาเติม "ความหวาน" ให้กับชีวิตประจำวันนี้ สำหรับผม ออกมาทำการ "เปิด" พร้อมกับเทน้ำแข็งลงไป ผมเริ่มใช้ช้อนตัก "ความหวาน" ใส่ปาก ความรู้สึกของผมตอนนี้ "ทั้งหวาน ทั้งมัน" จนเกินคำบรรยาย จนต้องตักคำที่สองตามไปแทบจะทันที ซึ่งระหว่างที่ผมกำลังเติมความหวานให้กับตัวเองอยู่นั้น คุณแม่ของผมก็เดินลงมาเข้าห้องน้ำพอดี และคุณแม่ก็ได้เอ่ยปากถามผมออกมาว่า "ทำไมกลับดึกจังวันนี้จ๊ะคุณลูก แล้วกินอะไรอยู่น่ะ?" ผมได้ยินดังนั้นก็เอ่ยตอบอือๆ ออๆ ทั้งนี้ก็เพราะความหวาน มัน ยังคงเต็มล้นอยู่ภายในปากว่า .......... .......... .......... .......... .......... "...กิน "แห้ว" ใน "น้ำเชื่อม" อยู่แม่ กินด้วยกันมั๊ยก๊าบ..." 
คำคมวันนี้ (ให้สองข้อเลย) "ข้อแตกต่าง" ระหว่าง "ฮาร์ดดิสก์" กับ "หัวใจ" นั่นก็คือ "ฮารด์ดิสก์" ลบข้อมูลทั้งหมดได้ แต่..."หัวใจ" จะลบข้อมูลยังไง "ไม่มีทางหมด" "ข้อดี" ของ "คนไม่มีคู่" ในวันวาเลนไทน์ นั่นก็คือ ไม่ถูก "หนามกุหลาบ" ตำมือให้เจ็บปวดรวดร้าว และไม่อ้วน(จากช็อคโกแลต) นะตัวเอง ปัจฉิมลิขิต : ขอบพระคุณ ภาพ-เสียง จากอินเตอร์เนท ขอบคุณคร๊าบ
|