• iheartia
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tsuriya@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-01
  • จำนวนเรื่อง : 53
  • จำนวนผู้ชม : 12875
  • จำนวนผู้โหวต : 105
  • ส่ง msg :
iheartia
บันทึกความทรงจำ...ทุกข์...สุข...สนุก...เศร้า...เหงา...เมา...เคล้าน้ำตา...สุราฮาเฮ...
Permalink : http://www.oknation.net/blog/iheartia
วันพฤหัสบดี ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2551
บันทึกครบรอบหนึ่งสัปดาห์...กับ "วันวาเลนไทน์" ของ "น้องเตี้ย"
Posted by iheartia , ผู้อ่าน : 221 , 13:41:20 น.  
พิมพ์หน้านี้


และแล้ว...วันที่ใครทั่วไปเรียกกันว่า "วันแห่งความรัก" ก็ได้ก้าวข้ามผ่านพ้นไปอีกหนึ่งปี
สำหรับตัวผมแล้ว "วันนี้" เมื่อสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านมานั้น ผมก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนปกติเช่นทุกวัน
ยังคงหายใจได้สม่ำเสมอ มีหิวข้าว หิวน้ำ และขับถ่ายเป็นระยะตามความเรียกร้องของร่างกาย
แต่...อวัยวะภายในที่เรียกกันว่า "หัวใจ" ของผมนั้นกลับมีความรู้สึกว่าถูกมือดีมา "เจาะรูรั่ว"
ทำให้ หัวใจของผม "ห่อ...เหี่ยว...แฟบสนิท" ไม่พองโต เต้น ตึ๊ก ตั๊ก คึกๆ คักๆ เหมือนเช่นทุกวัน

ในวันนี้ ก็เป็นอีกวันที่ผมยังคงต้องทำมาหากินตามปกติ เพราะเป็นเพียง "วันพิเศษในความรู้สึก"
ของคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ใช่วันที่ปฏิทินระบุให้เป็น "วันหยุดราชการ" ผมเหลียวมองไปรอบๆ ที่ทำงาน
ก็พบกับบรรยากาศ "สีชมพู" ที่ปกคลุมไปโดยรอบ มีเสียงหัวร่อต่อกระซิกของน้องๆ ที่คุยโทรศัพท์
ส่วนตัวของเธอ ที่คาดว่า "แฟน" ของเธอคงโทรมาออดอ้อน มีช่อดอกไม้ 2-3 ช่อ ที่เพื่อนร่วมงาน
ซื้อเตรียมไว้มอบให้กับ "คนรัก" หลังเลิกงาน และยังมีเสียง "ขีปนาวุธเพลงรักหวานเจี๊ยบ" แว่วลอย
มาตามลม ที่ยกพลกันมา "เชือด เฉือน บาด แล่" หัวใจดวงน้อยๆ ของผมให้เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งวัน
เมื่อเวลาเลิกงานมาถึง ผมยังคงนั่งทำงานต่อ ทั้งนี้เนื่องจาก "ไม่รู้" ว่าจะไปไหนดี ผมยังไม่กล้าพอ
ที่ผมจะไปพบไปเจอกับ "ความหวานของคู่รัก" ที่รายล้อมรอบตัว ทั่วบ้านทั่วเมือง ในทุกหนทุกแห่ง
"สักทุ่มครึ่ง เราค่อยกลับดีกว่า" ผมคิดในใจ พร้อมกับนั่งทำงานไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบไม่ร้อน
 
เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ผมจึงเลิกงาน และเริ่มพูดคุยกับตัวเองว่า ควรจะทำอะไรหลังจากเลิกงาน
"เอ...หรือว่าเราจะไปหาหนังดู กลับไปบ้านก็ไม่รู้จะทำอะไรนี่หว่า" ความคิดฝ่ายดีนำเสนอแนวคิด
"โอ๊ย น่าเบื่อ หาเหล้ากินดีกว่า เมาแล้วก็มีความสุข ความสนุกก็ตามมา" ความคิดฝ่ายเลวโต้แย้ง
"กินคนเดียวจะสนุกกะผีอะไรวะไอ้เตี้ย ไปดูหนังนั่นแหละดีแล้ว" ความคิดฝ่ายดีหาเหตุผลมาแย้ง 
ผมคุยกับตัวเองอยู่สักพัก ก็ตัดสินใจได้ว่าจะไปหาภาพยนตร์ดีๆ สักเรื่องดู เพื่อเป็นการทำลายความ
รู้สึกห่อเหี่ยวให้ลดน้อยลงไปบ้าง ทั้งๆ ที่ในใจอยากจะไปร่ำ "สุรา" แต่...ไม่อยากนั่งกินคนเดียวจริงๆ
เมื่อขึ้นรถเมล์ ผมก็ได้พบกับบรรดา "คู่รัก" หลายคู่โดยสารอยู่บนรถคันนั้น แต่ละคู่ก็จะมี "ช่อดอกไม้"
หรือไม่ก็ "ตุ๊กตา" ติดไม้ติดมือกันแทบจะทุกคู่ มีเสียงออดอ้อน ท่าทางกระหนุงกระหนิง ซึ่งผมมองไป
ก็รู้สึกตะหงิดๆ พิกล จึงเบนสายตาหนีจากภาพด้านหน้าออกไปยังนอกหน้าต่าง สักพัก...ความคิด
ในเรื่องราวของวันเก่าๆ ก็พากันแวะเวียนมาทักทายผมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่นิดเดียว

..........

..........

..........



"เอ่อ...ขอดู "ดอกกุหลาบคริสตัล" อันนี้หน่อยครับ" ผมเอ่ยปากกับพนักงานขายคริสตัลที่เฝ้าตู้โชว์
ภายในร้าน "ชวารอฟสกี้" ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่นาน ซึ่งตัวผมนับเป็นลูกค้ารายแรกเลยก็ว่าได้
"อันนี้ ใช่ไหมครับ" พนักงานขายถามพลางยก "ดอกกุหลาบคริสตัล" ออกมาให้ผมพิจารณาดู
"ขอบคุณครับ" ผมกล่าวกับพนักงาน พร้อมกับหยิบเจ้าดอกกุหลาบแก้ว ที่เจียระไนให้เป็นเหลี่ยม
เป็นมุม มีการหักเหของแสงที่ระยิบระยับวับไปวับมา "สวยจริงๆ แฮะ" ผมคิดในใจ
"ตกลงเอาอันนี้ครับ ห่อของขวัญให้ด้วยนะครับ" ผมตกลงเลือกเจ้าดอกกุหลาบแก้วดอกเล็กดอกนี้
เพื่อเป็น "ของขวัญ" ในวัน "วาเลนไทน์" เป็นครั้งที่สองระหว่างผมกับ "ตุ๊กตา" ทั้งนี้เนื่องจากผมรู้ดีว่า
"ตุ๊กตา" คนรักของผมชอบสะสม "คริสตัล" และความคิดส่วนตัวของผมนั้นคิดว่า "ช่อดอกไม้" ที่มอบ
ให้แก่กันในวันแห่งความรัก มีวัน "แห้งเหี่ยว" และสูญสลายไปตามกาลเวลา แต่ "ดอกกุหลาบแก้ว"
ของผมนั้น "สวยงาม มั่นคง และแข็งแกร่ง ชั่วนิจนิรันดร์" เหมือนกับ "ความรัก" ของผมที่มีให้กับเธอ

หลังจากห่อของขวัญเสร็จ ผมจ่ายเงินและเดินออกจากร้าน เพื่อไปยังร้านกาแฟที่เราสองคนนัด
กันไว้ โดยผมไม่ลืมที่จะเก็บเจ้า "กุหลาบแก้ว" ซ่อนไว้ในกระเป๋าสะพายเพื่อนำไป "เซอร์ไพรส์" เธอ
"ยังไม่ถึงเวลานัดนี่นา เรามาเช้าไปหน่อยแฮะ" ผมรำพึงรำพันกับตัวเองเบาๆ
ผมไปนั่งรอในร้านกาแฟได้สักพักใหญ่ ตุ๊กตาก็มาถึง เธอยิ้มให้ผม ซึ่งผมก็ยังคงรู้สึก "หลงใหล"
เมื่อเวลาที่ได้เห็นรอยยิ้มของเธอในทุกครั้งไป "รอนานมั๊ย ตัวเอง" เธอถามผมด้วยเสียงออดอ้อน
"ไม่นานหรอกค่ะ ตุ๊กตาทานอะไรมาหรือยังคะ" ผมตอบเธอ พร้อมกับตั้งคำถามกลับไป
"ตัวเอง เค้าอยากกิน ฟูจิ ไปกินฟูจิกันนะ นะ" ตุ๊กตากล่าวพร้อมกับทำท่าทางออดอ้อนกับผม
"ได้ค่ะ ว่าแต่ว่า ฟูจิ อยู่ชั้นไหนเหรอคะเนี่ย?" เมื่อตุ๊กตาได้ยินคำตอบของผม เธอหัวเราะเบาๆ
พร้อมกับจับมือผม ให้ลุกขึ้นมาจากโซฟาในร้านกาแฟ "เดี๋ยวเค้าพาตัวเองไปเอง" เธอกล่าว

เมื่อถึงร้าน นับว่าเป็นโชคดีที่เราไม่ต้องรอคิว ทั้งนี้เนื่องจากยังคนยังไม่เยอะเท่าไหร่ในเวลานั้น
เมื่อเลือกที่นั่งได้ เราจึงไปนั่งเคียงคู่กันและสั่งอาหาร ซึ่ง "การนั่ง" ในร้านอาหารของเราสองคน
เราจะนั่ง "ข้างๆ" กันในทุกที่ เนื่องจากว่า "ตุ๊กตา" ชอบให้ผมนั่งใกล้ๆ เธอ ผมเคยเผลอไปนั่งฝั่ง
ตรงข้ามเธอครั้งหนึ่ง ผลปรากฏว่าตุ๊กตา "งอน" ผมไปเกือบอาทิตย์เลยทีเดียวกว่าจะง้อได้สำเร็จ
ซึ่งตุ๊กตาบอกกับผมว่า "ตัวเองไม่รักเค้าแล้วใช่มั๊ย ถึงไม่ยอมนั่งข้างๆ" หลังจากรับรู้เหตุผลของเธอ
ตั้งแต่นั้นมาผม "ไม่เคย" ที่จะนั่งไกลเธออีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ตลกมากสำหรับผม
ก็เพราะว่าสมัยก่อน ผมจะรู้สึก "หมั่นไส้" ที่มองเห็นคู่รักนั่งติดกันเวลาอยู่ในร้านอาหาร ผมยังเคย
เหน็บแนมการนั่งแบบนี้ให้เพื่อนฝูงฟังอยู่บ่อยๆ ว่า "ดูมันดิ ดูมันดิ...โอเวอร์ จริง จริ๊ง ไอ้คู่เนี้ย"

เมื่อทานอาหารเสร็จ ผมก็ได้หยิบกล่อง "กุหลาบแก้ว" ที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าสะพายมายื่นให้กับตุ๊กตา
พร้อมกับกล่าวว่า "ตุ๊กตาคะ สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ พี่รักตุ๊กตามากนะคะ"
เธอมองผมด้วยสายตาประหลาดใจ ในแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกดีใจอย่างเห็นได้ชัด เธอยิ้มให้
ก่อนที่จะเอ่ยคำพูดกับผมมาว่า "ตัวเอง ขอบคุณนะคะ อะไรเหรอ ตัวเอง?"
ผมยิ้มให้เธอ ก่อนที่จะพูดกับเธออีกครั้งว่า "ลองแกะดูสิคะ พี่ไม่รู้ว่าตุ๊กตาจะชอบหรือเปล่า?"
เธอแกะของขวัญและเปิดกล่องออกมาดู เมื่อเธอได้เห็น "ดอกกุหลาบแก้ว" ตุ๊กตาก็มีท่าทีดีใจ
อย่างที่ผมสังเกตได้ "สวยจังเลยตัวเอง เค้าชอบมากเลยแหละ ขอบคุณมากเลยนะคะ"
เมื่อผมได้ยินตุ๊กตากล่าวตอบ ผมมีความรู้สึกที่ดีใจอย่างที่บอกไม่ได้ว่า "มากมาย" ขนาดไหน
"เค้าก็มีของขวัญให้ตัวเองเหมือนกันนะ" ตุ๊กตากล่าวพลางหยิบกล่องของขวัญออกมาจากกระเป๋า
นำมายื่นให้กับผม "อุ๊ย อะไรหรือคะเนี่ย?" ผมรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ตุ๊กตามีของขวัญมาให้เช่นกัน
ซึ่งตัวผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมี "ผู้หญิง" คนหนึ่งมามอบ "ของขวัญวันแห่งความรัก" ให้กับผม
"ตัวเองก็แกะดูสิคะ" ตุ๊กตากล่าวตอบ พร้อมกับนั่งเท้าคางมองดูผมที่กำลังแกะห่อของขวัญของเธอ
เมื่อผมแกะของขวัญออกมา ข้างในเป็นกระเป๋าสตางค์หนังสีดำ ผมยิ้มให้เธอพร้อมกับกล่าวว่า
"ขอบคุณมากนะคะ" เธอยิ้มให้ผมพร้อมกับกล่าวขึ้นมาอีกครั้งว่า "ตัวเอง เปิดดูข้างในสิคะ"

ผมเลิกคิ้วด้วยความรู้สึกสงสัย ว่ามีอะไรข้างในกระเป๋าใบนั้น เมื่อผมเปิดข้างในดู ผมก็พบกับ
"รูปถ่าย" ของตุ๊กตาที่แนบไว้ข้างใน ผมรู้สึก "ดีใจมาก" ที่ได้เห็น เป็นเพราะว่า เราคบกันมาปีเศษ
ผมพยายามขอ "รูปถ่าย" ของตุ๊กตามาโดยตลอด แต่ตุ๊กตาก็ไม่ยอมให้ผม แต่...ในวันนี้ผมได้เป็น
เจ้าของ "รูปถ่าย" ผู้หญิงที่ผมรักแล้ว "ขอบคุณนะคะ พี่ขอบคุณมากจริงๆ" ผมยิ้มกว้างให้กับเธอ
"เค้าก็รักตัวเองนะ ดูแลรูปถ่ายของตุ๊กตาดีๆ นะตัวเอง" เธอเอ่ยกับผม พร้อมกับยิ้มให้
"พี่สัญญาค่ะ ว่าจะดูแลทั้งรูปถ่าย และจะรักเจ้าของรูปถ่ายคนเดียวตลอดไปค่ะ" ผมตอบกับเธอ
พร้อมๆ กับจับมือของเธอมากุมไว้พอหลวมๆ เพื่อเป็นการยืนยันว่า "คำพูด" นี้มาจากใจจริง
ซึ่งทุกวันนี้...กระเป๋าสตางค์ของผมก็ยังคงเป็นใบเดิม และยังคงมีรูปถ่ายของ "ตุ๊กตา" อยู่ข้างใน
เช่นเดิม เพียงแต่ว่า "เจ้าของรูปถ่าย" ไม่ได้อยู่เคียงข้างให้ผมได้ดูแลอย่างที่หวังไว้...เท่านั้นเอง

จริงอยู่ที่ว่า "วันแห่งความรัก" ไม่ได้เป็นประเพณีของชนชาติเรา และ "ความรัก" ของผมที่มีต่อตุ๊กตา
ก็ไม่เคยที่จะลดน้อยลงไปแม้แต่วันเดียว เพียงแต่ผมคิดว่าการที่เราทำสิ่งที่ "พิเศษ" มอบให้กับคนรัก
เพิ่มเติมอีกหนึ่งวันนั้น เป็นสิ่งที่สร้างเสริมและเพิ่มพูนความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันและกัน แล้วจะหาเหตุผล
ข้อไหนที่จะ "ละเลย" หรือ "ไม่ใส่ใจ" ในวันดีๆ อย่างนี้ไปได้ ซึ่งในช่วงหลังนี้ผมมีความรู้สึกว่า
ความเข้าใจของเด็กรุ่นใหม่ที่มีต่อวัน "วาเลนไทน์" นั้นบูดเบี้ยวและบิดเบือนอย่างไม่น่าที่จะเป็น
ผมไม่มีทางที่จะคิดว่าต้องมี "SEX กับคนรัก" ในวันนี้ให้ได้ แค่ผมได้กุมมือเธอระหว่างทางกลับบ้าน
แค่ให้เธอซบมาที่ไหล่ของผม แค่ได้พาเธอไปเที่ยว กินข้าวด้วยกัน และพาเธอไปส่งถึงบ้าน
ความรู้สึกเพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับผมในวันแห่งความรัก ซึ่งเด็กรุ่นใหม่คงไม่รู้ว่า
"คนเราสามารถมี SEX โดยปราศจากซึ่ง "ความรัก"ต่อกันได้
และคนเราก็สามารถที่จะมี "ความรัก" โดยปราศจากเรื่อง SEX มาเกี่ยวข้องได้เช่นเดียวกัน"

..........

..........

..........

..........

..........

"ป้ายหน้า เซ็นทรัล ครับ" เสียงกระเป๋ารถเมล์ที่ดังขึ้น ทำให้ผมตื่นจากภวังค์ความคิดในครั้งเก่า
ผมลงจากรถ ข้ามสะพานลอยไปยังห้างสรรพสินค้าฝั่งตรงข้ามและเดินทางไปยังโรงภาพยนตร์
ระหว่างทางก็ได้พบกับหนุ่มสาวหลากหลายคู่จับมือกันกระหนุงกระหนิง ดูแล้วก็น่าอิจฉาทีเดียวเชียว
ผมเลยจำต้องเดินก้มหน้าก้มตาไปตลอดทาง โดยไม่ใส่ใจกับผู้คนรอบๆ ข้าง ไปจนถึงโรงภาพยนตร์
"ดูเรื่อง P.S. I LOVE YOU ดีกว่า" ผมคิดในใจ พร้อมกับมองไปยังสถานที่ขายตั๋วหนัง ซึ่งวันธรรมดา
เวลาประมาณนี้คนจะค่อนข้างบางตา แต่วันนี้คนกลับมากมายเสียจนแถวต่อยาวเหยียด และเป็นที่
สังเกตได้ว่า โดยส่วนใหญ่มากันเป็น "คู่" แทบจะทุกราย "เอ...มาผิดงานเปล่าวะเรา" ผมรำพึงเบาๆ

ผมตัดสินใจไปยืนต่อคิว ระหว่างที่ยืนรอนั้น สายตาก็มองเห็นชื่อของหนังที่เป็นภาษาไทย ซึ่งแปลว่า
"ป.ล. ผมจะรักคุณตลอดไป" ผมคิดบ้าๆ บอๆ ไปตามเรื่องอีกครั้งว่า คนแปลชื่อหนังน่าจะ "สอบตก"
วิชาภาษาอังกฤษในสมัยเด็กอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่คำว่า I LOVE YOU จะแปลได้ยาวเฟื้อยขนาดนี้
ผมกลับไปคิดเล่นๆ ว่า ถ้าเรื่องนี้เปลี่ยนให้พระเอกเป็น อาร์โนลด์ คงเป็นเรื่อง "ป.ล.คนเหล็กรักคุณ"
น้าบรูช วิลลิช ก็เป็น "ป.ล.คนอึดรักคุณ" ถ้าเกิดเป็นพระเอกเป็นคนเอเชียล่ะก็ อาเฉินหลงก็คงเป็น
"ป.ล.ผมฟัดคุณ" พี่โจวชิงฉือ ก็คงจะเป็น "ป.ล. คนเล็กรักคุณ" ระหว่างที่ผมกำลังคิดอะไรเล่นๆ อยู่นั้น
บรรดาเจ้าความหลังครั้งเก่าก็พากันเข้ามายึดครองความคิดของผมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมจำได้ว่า
"วาเลนไทน์" ครั้งแรกของผมกับ"ตุ๊กตา" เราก็พากันไปดูภาพยนตร์ด้วยกัน ซึ่งในวันนั้นเราดูเรื่อง
"WHAT WOMAN WANT" ซึ่งผมคิดไปว่านั่นน่ะสิ "ผู้หญิงต้องการอะไร"
เพราะตั้งแต่วันนั้นจนถึงในทุกวันนี้ ผมก็ยังไม่รู้จริงๆ เลยว่า "อะไร...คือสิ่งที่ผู้หญิงต้องการ"
ผมสลัดความคิดเรื่องเก่าๆ ภายในหัวพร้อมๆ กับเดินออกจากคิวซื้อตั๋ว เนื่องจากรู้สึก
"ทนตัวเองไม่ได้" ที่จะต้องนั่งดูคนเดียวในวันเดียวกับที่ครั้งก่อนผมเคยดูกับ "คนรักสองคน" นั่นเอง

ผมพาตัวเองมาเดินเล่นภายในซุปเปอร์มาเก็ตคั่นเวลาไปเรื่อยๆ เดินไปเดินมาก็เกิดความคิดขึ้นมา
ในหัวว่า "เติมความหวานให้กับชีวิต รับวาเลนไทน์ซักหน่อยดีกว่าเรา" ผมคิดในใจอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้
ทั้งความคิดฝ่ายดีและเลว ต่างก็มีความเห็นตรงกัน ผมเดินตรงดิ่งไปยังเคาน์เตอร์สินค้าที่ต้องการ
สอดส่ายสายตาไปสักพักก็พบกับ "เป้าหมาย" ที่จะมาเติม "ความหวาน" ให้กับผมในวันนี้ ผมจัดแจง
นำเป้าหมายไปยังล็อคจ่ายเงิน รอคิวอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ดีหน่อยที่กลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้าของผมฉายเดี่ยว
ไม่มาเป็นคู่ให้ผมเจ็บจี๊ดที่หัวใจอีก เมื่อผมจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วก็นั่งมอเตอร์ไซด์กลับบ้านโดยทันที

เมื่อถึงบ้าน เปิดประตูเข้าไปก็พบว่าคนในบ้านต่างก็ขึ้นนอนกันหมดแล้ว ผมถอนหายใจออกมาอย่าง
เหนื่อยหน่าย และดิ่งตรงไปยังตู้เย็นเปิดดูว่ามีน้ำแข็งอยู่หรือไม่ โชคดีที่ยังพอมีอยู่ ผมจึงนำออกมา
พร้อมกับนำช้อนติดมือมาด้วย แล้วผมก็หยิบเป้าหมายมาเติม "ความหวาน" ให้กับชีวิตประจำวันนี้
สำหรับผม ออกมาทำการ "เปิด" พร้อมกับเทน้ำแข็งลงไป ผมเริ่มใช้ช้อนตัก "ความหวาน" ใส่ปาก
ความรู้สึกของผมตอนนี้ "ทั้งหวาน ทั้งมัน" จนเกินคำบรรยาย จนต้องตักคำที่สองตามไปแทบจะทันที
ซึ่งระหว่างที่ผมกำลังเติมความหวานให้กับตัวเองอยู่นั้น คุณแม่ของผมก็เดินลงมาเข้าห้องน้ำพอดี
และคุณแม่ก็ได้เอ่ยปากถามผมออกมาว่า "ทำไมกลับดึกจังวันนี้จ๊ะคุณลูก แล้วกินอะไรอยู่น่ะ?"
ผมได้ยินดังนั้นก็เอ่ยตอบอือๆ ออๆ ทั้งนี้ก็เพราะความหวาน มัน ยังคงเต็มล้นอยู่ภายในปากว่า

..........

..........

..........

..........

..........

"...กิน "แห้ว" ใน "น้ำเชื่อม" อยู่แม่ กินด้วยกันมั๊ยก๊าบ..."

คำคมวันนี้ (ให้สองข้อเลย)

"ข้อแตกต่าง" ระหว่าง "ฮาร์ดดิสก์" กับ "หัวใจ" นั่นก็คือ
"ฮารด์ดิสก์" ลบข้อมูลทั้งหมดได้ แต่..."หัวใจ" จะลบข้อมูลยังไง "ไม่มีทางหมด"

"ข้อดี" ของ "คนไม่มีคู่" ในวันวาเลนไทน์ นั่นก็คือ
ไม่ถูก "หนามกุหลาบ" ตำมือให้เจ็บปวดรวดร้าว และไม่อ้วน(จากช็อคโกแลต) นะตัวเอง

ปัจฉิมลิขิต : ขอบพระคุณ ภาพ-เสียง จากอินเตอร์เนท ขอบคุณคร๊าบ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 21.11 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

โอ้..ฟามรัก ฟามรัก....
ความคิดเห็นที่ 26
จันทร์จ้า วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 19.48 น.
http://www.oknation.net/blog/suthaneeya

สรุปแล้ว ได้ดูหนังเรือง ปล ผมจะรักคุณตลอดไปมั้ย

หากยังไม่ได้ดู ไปดูด้วยกันนะคะ



อ้าว ไม่ไปเหรอคะ

ว๊า น่าเสียดายจัง


งั้น ขอตัวไปกินแห้วในน้ำเชื่อมด้วยคนนะคะ


เห็นมั้ยคะ ยังไงก็มีคนกินแห้วเป็นเพื่อนคุณแล้ว
ความคิดเห็นที่ 25
ฅนผ่านทาง วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 16.02 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
มุ ม ม อ ง เ ป ลี่ ย น :: ชี วิ ต ก็ เ ป ลี่ ย น ต า ม

หยุดกินแห้วก่อน
แล้วขออนุญาตส่ง Tag น้ำตาลูกรักบ้านพรุชิง
http://www.oknation.net/blog/konphantang/2008/03/04/entry-1

ช่วยกันกระจายความรู้สึกนะครับ
ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 24
apooh วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 13.38 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
“They say that TIME changes things, but YOU actually have to change them yourself” : Andy Warhol

อ่าแฮ่ม เคลียร์ลำคอ
ความคิดเห็นที่ 23
Yamalee วันที่ : 02/03/2008 เวลา : 11.55 น.
http://www.oknation.net/blog/MusicAndMovie

ชอบคำคมมากๆ

^^
ความคิดเห็นที่ 22
apooh วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 18.51 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
“They say that TIME changes things, but YOU actually have to change them yourself” : Andy Warhol

โย่
หายเศร้าหรือยังค๊าบ ??

ความคิดเห็นที่ 21
undertaker วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/undertaker
ผู้กล้าอยู่หน้า...ผู้ชรารั้งหลัง.... 

.
นั่งฝั่งตรงข้าม เธอ ...งอน
ลองนั่งตักอรชร เธอจะงอนไหม?
.
.
ไม่เวอร์ ไม่เวอร์
ลองดูจิ
ให้คู่อื่นเค้า...ตาร้อนบ้าง
.
.

.
undertaker_ed@hotmail.com
แอด ไว้นะ
ความคิดเห็นที่ 20
หมีปิศาจ วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 16.52 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

กลับมาอ่านแล้วนะตัวเอง
กำลังซึ้งๆ อยู่เลย
ทำไมต้องทำให้ปล่อยก๊ากด้วย

คำคมที่หนึ่ง ชอบมากเลย

อย่างนี้ต้องก่อหวอดให้นะคร้าบ
ความคิดเห็นที่ 19
เสี่ยวป้อ วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 16.00 น.
http://www.oknation.net/blog/seaugpor
  "เสวนา กับ เสี่ยวป้อ มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางอันหลังมากกว่า 555"


เอาเหล้ามาฝาก กินให้หายลืมเศร้าเลยนะพี่
เหล้ายี่ห้อนี่ เด็กสมัยนี้มันชอบกินกันมาเลยฝากเอามาให้พี่ลองหน่อยนะ
ความคิดเห็นที่ 18
ปุณณดา วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 22.09 น.
http://www.oknation.net/blog/poonnada

คม บาดลึก อีกแล้วอาปุ้มปุ้ย แล้วเมื่อไหร่จะลบหมดล่ะ
เวลามันเร็วนะ เดี๋ยวจะชราก่อง..
เศร้าซึ้ง อึมครึมบอกไม่ถูก
คนดีมีเยอะ เขาอาจอยู่ข้างบ้านก็ได้นะ
เปิดตากว้างๆเข้าไว้ ขอให้อาปุ้มปุ้ยเจอสาวน่ารักๆสักทีนะ..

ความคิดเห็นที่ 17
เคิร์ก วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/kherk

อืม โดนใจครับ
ความคิดเห็นที่ 16
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 08.07 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

ใช่แล้วครับ ผมมีวิธี ที่ไม่ให้ หนามกุหลาบ บาดนิ้ว ก็ รักเธอคนเดียว เท่านั้นนน ครับ คริคริ

ขอบคุณ และ สวัสดีครับ
ความคิดเห็นที่ 15
เจเจค่ะ วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 22.45 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
__จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย__ 

คุงพรี่เคอะ

หนูมะอยากกร๊ากตอนท้ายเยยอ่ะ








ความคิดเห็นที่ 14
paedophile วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 16.14 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น

เวลามีความรัก

ก็ดี

ที่มีคนให้คิดถึง

เลิกรักเมื่อไหร่

ก็ดี

ที่ไม่ต้องมานั่งคิดถึงใครทุกวัน
ความคิดเห็นที่ 13
kamolnum วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 10.02 น.
http://www.oknation.net/blog/kamolnum

จบได้สวย จบได้สวย

อ่านตอนแรกๆแล้วมันเศร้าจังเลยว่ะเตี้ย
ขอเป็นกำลังใจอีกแรงนะ
(((สาวขแมร์แถบนี้ก็น่ารักน่าหยอกอยู่เหมือนกัน สนใจไม๊ตะเอง)))
ความคิดเห็นที่ 12
apooh วันที่ : 23/02/2008 เวลา : 16.22 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
“They say that TIME changes things, but YOU actually have to change them yourself” : Andy Warhol

เอิ่ม พี่อันโตนิโอ เห็นกระจับแล้วอยากกิน รับผิดชอบด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
AJ.p วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 22.23 น.
http://www.oknation.net/blog/TheTaleOfFourTribes
ข้าจะเป็น...ผู้นำบล็อกดอง!! กอบกู้เศรษฐกิจของประเทศชาติให้ด้าย!!!!!  *http://www.oknation.net/blog/BlackorWhite*

555+ เป็นเรื่องเป็นราวยาวเชียว แต่ตบท้ายอย่างฮา

โชคดีที่ผมกินแห้วไม่เป็น...อิอิ
ความคิดเห็นที่ 10
หมีปิศาจ วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 20.29 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ยาวอ่ะ คุณดีเจ
ฝากไว้ก่อน
ไปเยี่ยมคนอื่นก่อน
กลับจากสระแก้วจะมาอ่านใหม่
และมาทวงซีดี เฉินกว้านซี ด้วย

ความคิดเห็นที่ 9
ต้นฝ้าย วันที่ : 22/02/2008 เวลา : 10.59 น.
http://www.oknation.net/blog/123shoot
แล้วทุกอย่างก็จะผ่านเราไปไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ทำไมเราจึงไม่เก็บแต่ความสุขไว้ในความทรงจำ ตามไปดูความสุขของผมกัน..


ว่างๆ... พี่หากระจับมากินคู่กับแห้วก็ได้ครับ... ของมันกินด้วยกันแล้วอร่อยดี... ผมเคยลองแล้ว...
ความคิดเห็นที่ 8
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 20.59 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

เขียนได้ดีครับ

อ่านรวดเดียวจบ โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม

ว่าแต่อย่ากิน "แห้ว" บ่อยนักนะ ถึงจะอยู่ในน้ำเชื่อมก็เหอะ อิอิ
ความคิดเห็นที่ 7
apooh วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/bedtaled
“They say that TIME changes things, but YOU actually have to change them yourself” : Andy Warhol

อะโห ท่าน ตตต.
ต้องรอให้ความรู้สึกของวันนั้นจางเป็นอาทิตย์เลยเหรอ ถึงได้กล้าเขียนถึง

เฮ้อ ..
ความจริงคือ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์
(แต่เจ๊อยากมีทุกข์ อ่ะ )

วันนั้นควรดู Chharlie Wilson's war มากกว่า หนุกนะ

ปล.ถ้าคำเม้นท์ช่วงต้นก่อให้เกิดอาการอักเสบ
ต้องขออาภัย
ความคิดเห็นที่ 6
mookie วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 16.28 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
มนุษย์…ยืดสุดตัว ก็ไปไม่ถึงไหน  ก้มต่ำสุดก็ไป ไม่ได้ไกล.. แล้วใยยังไขว่คว้า หาในสิ่งเกินตัว...

"ข้อดี" ของ "คนไม่มีคู่" ในวันวาเลนไทน์ นั่นก็คือ
ไม่ถูก "หนามกุหลาบ" ตำมือให้เจ็บปวดรวดร้าว และไม่อ้วน(จากช็อคโกแลต) นะตัวเอง"

**********************************

ฮืม ดีจริง ๆ เป็นข้อดีที่ควรจะรักษาไว้ให้นาน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ


ความคิดเห็นที่ 5
slipknot วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 16.06 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

...โหวตๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 4
คนเลวที่แสนดี วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 15.58 น.
http://www.oknation.net/blog/natentertain
รับรู้ไว้ในใจแต่สิ่งดีงาม

คุณแห้วเค้าเปลี่ยนชื่อแล้วนะน้าเตี้ยจ๋า
ความคิดเห็นที่ 3
ฅนผ่านทาง วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 14.39 น.
http://www.oknation.net/blog/konphantang
มุ ม ม อ ง เ ป ลี่ ย น :: ชี วิ ต ก็ เ ป ลี่ ย น ต า ม

หลับบนรถเมล์อีกแย้วเหยอ
ระวังจะเลยป้ายนา


ความคิดเห็นที่ 2
iheartia วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 14.32 น.
http://www.oknation.net/blog/iheartia
...Live is Beautiful...Enjoy Your Life Now!...

อีโมนี้ มอบให้ความเห็นที่หนึ่ง นะจ๊ะ จุ๊บ จุ๊บ


ความคิดเห็นที่ 1
Kati วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 14.11 น.
http://www.oknation.net/blog/Kati1789

สวัสดีครับ ท่านเสือเตี้ย

ความบาดร้าวและเจ็บปวดใจ
ล้วนเป็นพลังอันสำคัญยิ่งนะท่าน

ขอให้ก้าวผ่านคืนวัน
ด้วยดวงใจอันปวดร้าว

ขอบคุณมาก ท่าน สำหรับเรื่องราวบาดลึก

ปล.ผมชอบกินแห้วต้มน้ำตาลอย่างยิ่ง
ถือเป็นการแก้เคล็ดในชีวิต นะ ท่าน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29