|
"...โอ๊ก อี๊ โอ๊ก โอ๊ก...โอ๊ก อี๊ โอ๊ก โอ๊ก..."อยู่...ก็...รก...โลก"..." เป็นเสียงของ "ไอ้โต้ง" ไก่ข้างบ้านผมที่ "ขัน" ทุกวันในเวลารุ่งเช้าของวันใหม่ ซึ่งเสียงขันสองครั้งแรกนั้นไม่สามารถทำให้ผมลุกขึ้นจากที่นอนได้ แต่เสียงขัน "เสียงสุดท้าย" ทำเอาผมต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ผมงัวเงียลุกขึ้นมาพลาง สะกิดหนุ่มใหญ่ร่างท้วมที่นอนส่งเสียงครืด คราดอยู่ข้างๆ ให้ตื่นขึ้นมาเนื่องจากว่า วันนี้เราทั้งสองคนต่างมี "ภารกิจ" ของการ "กีฬา" ที่ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ โดยได้ทำการตกลงกันไว้ตั้งแต่คืนวันก่อนว่า ใคร จะไปทำหน้าที่อะไร และที่ไหน 
"ตื่นได้แล้ว "พี่ปุ้มปุ้ย" เดี๋ยวก็ไป "อาร์ซีเอ"สายหรอก" ผมเริ่มวอร์มร่างกายโดย ใช้ "เท้า" เขี่ยไปมาที่ชายหนุ่มร่างใหญ่ แทนการปลุกโดยปกติ เพื่อให้ฟิตปั๋งตั้งแต่เช้า "อารายกัน เช้าแล้วเหรอเนี่ย อีกห้านาทีนะ ขออีกหน่อยนะเตี้ย" คุณอางึมงัมตอบกลับ "ไม่ต้องเลยคุณอา ไปอาบน้ำไป เดี๋ยวไปสายอดเจอ "สาวๆ" นะจะบอกให้" ผมพูดขู่ เพียงแค่คำพูดเมื่อครู่ทำเอา "อาปุ้มปุ้ย" ดีดตัวขึ้นจากที่นอนโดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะ วิ่งผลุบเข้าห้องน้ำ ชำระล้างร่างกาย แต่งตัวอย่างเร็วรี่ ชั่วเวลาไม่นานหลังจากนั้น คุณอาก็มายิ้มเผล่ต่อหน้าผม พร้อมกับกล่าวว่า "คุณอาไปก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวสาวๆ หมด" "เอาน้อง "ฉงน" ไปด้วยนะคุณอา น้องเค้าอยากไป อาร์ซีเอ" ผมกล่าวกับคุณอาอีกครั้ง "โอเชจ๊ะ ไม่มีปัญหาได้อยู่แล้วล่ะจ๊ะ "น้องฉงนและอาปุ้มปุ้ยลุยอาร์ซีเอ" เข้ากั๊น เข้ากัน" คุณอาพูดพลางเดินไปเปิดคอกของ "น้องฉงน" ที่ในตอนนี้กำลังหายใจฟืดๆ ฟาดๆ เนื่องจากคึก เอ๊ย! ตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวสถานที่อันน่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อคุณอาจูงฉงน มาร่ำลาผม ผมนึกถึงสิ่งที่จะทำขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งจึงกล่าวกับคุณอาปุ้มปุ้ยอีกครั้งว่า "คุณอาซื้อ "นาฬิกาปลุก" กะเครื่อง "ต้มยำ" กลับมาด้วยนะ ผมอยากกินต้มยำไก่บ้าน" คุณอาทำสีหน้างุนงง และถามผมอีกครั้งว่า "ในตู้เย็นไม่เห็นมี "ไก่" เลย เอาไก่ที่ไหนจ๊ะ" "มีแล้วกันน่ะคุณอา อย่าลืมซื้อมาแล้วกัน" ผมพูดตัดบท และไล่ให้คุณอาและน้องฉงน รีบไป ก่อนที่ผมจะเดินไปยังข้างบ้านทักทายกับ "น้องโต้ง" ว่าที่ "อาหารเย็น" วันนี้ 
เวลาได้ผ่านไปไวเหมือนโกหก เป็นเวลาบ่ายกว่าๆ แล้ว ผมจัดแจงจัดข้าวของรองเท้า เข้ากระเป๋า เพื่อเตรียมไปทำศึกแห่งศักดิ์ศรี "ดาร์บี้แมทช์" ณ "โกศลภัทรวิทย์สเตเดี้ยม" ผมกะเวลาไว้ว่าจะไปถึงสนามก่อนการแข่งประมาณ 15 นาที และนี่ก็ได้เวลาแล้ว ผมจึง ออกจากบ้าน ระหว่างเดินทางผมคิดต่างๆ นาๆ ว่าจะ "ชนะ" มั๊ย? "เสมอ" อีกหรือเปล่า? หรือจะ "แพ้" เลย? จะ "ล้ม" กี่ที? "กินน้ำ" กี่แก้วดีนะเรา? และความคิดสุดท้ายของผม นั่นก็คือ "แล้ววันนี้ คุณพี่ "ตะคริว" จะมาจับจองน่องขวาซ้ายเราเหมือนเดิมมั๊ยเนี่ย...? .......... .......... .......... เมื่อถึงสนามผมเห็น "โกโก้" ปีกพลูด่าง(เลื้อยสะบัด) มารอที่สนามก่อนแล้วพร้อมกับพี่ชาย โดยที่สมาชิกภายในทีมยังมาไม่ครบ ผมนั่งดู "ลิเวอร์พูลแฟนคลับ" ซ้อมทีมกันอยู่ แล้วรู้สึก ว่างานนี้ "เหนื่อย" อย่างแน่นอน เนื่องจากมีจำนวนผู้เล่นเยอะมาก และเล่นกันดูเป็นทีมเวิร์คดี "น่าจะซ้อมทีมกันบ่อยแฮะ" ผมคิดในใจระหว่างกินน้ำ เอ๊ย! เปลี่ยนชุดแต่งกายที่ข้างสนาม "ปล่อยให้เค้าซ้อมกันไปเรื่อยๆ จะได้หมดแรง เราจะได้พอสู้ได้นะเตี้ย" โกโก้ปีกพลูด่างกล่าว 
หลังจากนั้นไม่นาน "นักฟุตบอล" เราก็ทยอยกันมาเรื่อยๆ "กัปตันหมี มดงาน" กองกลาง ห้องเครื่องของทีม ได้มาพร้อมกับกองเชียร์สาวสวยกิตติมศักดิ์ "คุณยาใจ และคุณครูบี" และ "สะหลิบน๊อต" ผู้รักษาประตูที่ "ป้องกันลูก(เป็น)อันตราย ได้อย่างดี "จิงๆ" ก็ได้มา พร้อมกับพี่ชาลี "มิสสะเตอไนซ์กาย" ในใจของผม "พี่น้อย" กองหลังพลัง "บุปผา" ก็ตาม มาติดๆ พี่ "อันฮิตเบอร์ห้า" "ต่งต๊ง" ศูนย์หน้ามหาเสน่ห์ ก็มาถึงสนามพร้อมกับหนู "รินนี่" เทพีแห่งโชคประจำทีมอย่าง "ครูเจี๊ยบ" ก็พร้อมที่จะเขี่ยบอลเปิดสนาม "คุณสิงห์มือซ้าย" ก็ตั้งใจที่จะรัวชัตเตอร์อย่างไม่บันยะบันยัง เพื่อเก็บภาพการแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด แต่เอ...เหมือนกับขาดใครไปนะ ใช่แล้ว "เจ้ากระต่ายหมายเลขสิบสาม แอนด์เดอะแกงค์" เลยเวลาคิกออฟไปนานแล้วก็ยังไม่เห็นเลย พวกนักเตะก็วอร์มแล้ววอร์มอีก ผมก็ "กินน้ำ" แก้วแล้วแก้วเล่า "ลงเล่นเท่าทีมีไปก่อนนะ" กัปตันหมีกล่าวพร้อมกับยกถังน้ำดื่มไปซ่อนผม 
นับว่าเป็นโชคไม่ดีของทีม "โอเคยูไนเต็ด" เสียจริงๆ ที่ในตอนนี้รายชื่อ "นักเตะบาดเจ็บ" ของเรายาวเหมือนหางว่าว ไม่ว่าจะเป็นพี่ "ลูกเสือหมายเลขเก้า" ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณ อกข้างซ้ายจากเหตุการณ์เมื่อคืน "วันพุธ" ที่ผ่านมา แพทย์ประจำทีมลงความเห็นว่าต้อง "พักแข้ง" จนกว่า "นัดชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก" แข่งจบๆ กันไป ก็จะกลับมาลงสนามได้ใหม่ หรือ "คุณเก่ง" ที่ติดขัดกับ "เวิร์คเพอร์มิต" จาก "พี่ศุภาวรรณ" ทำให้ไม่สามารถลงเล่นได้ ไหนจะ "อาจารย์ศุภศรุต" ที่ยังคงเสียใจจากการ "พลาดจุดโทษ" ครั้งล่าสุด ยังไม่พร้อมที่ จะลงเล่นในช่วงเวลานี้ แต่โอเคยูไนเต็ดก็ยังมีโชคอยู่บ้างที่สามารถยืมตัว "มาสเตอร์สุธีร์" ได้ทันเวลาก่อน "คิกออฟ" ชนิด "เส้นยาแดงผ่าแปด" กันเลยทีเดียวเชียวแหละครับ ก่อนการแข่งขั้นก็มีการชักภาพเป็นที่ระลึกเหมือนเช่นเคย แต่ครั้งนี้เปลือกตาซ้ายผมกระตุก ขยุกขยิกมาสามสี่ครั้งติดๆ กัน "กระตุกตาซ้ายเขาว่าโชคดีนี่นา วันนี้เราชนะแน่" ผมคิดในใจ เมื่อชักภาพกันจนหนำใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การแข่งขันนัดดาร์บี้แมทช์ก็เริ่มขึ้น โดยมีเทพี แห่งโชค "ครูเจี๊ยบ" เขี่ยบอลเหมือนเดิม ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ ถ้าครูเจี๊ยบ "เขี่ยบอล" แล้วล่ะก็ เชื่อขนมกินได้เลยว่า "โอเคยูไนเต็ดไม่รู้จักคำว่า "แพ้" จริงๆ นะจะบอกให้" 
ต้นเกมก็เป็นอย่างที่ผมคาดไว้ไม่มีผิดเลยครับ "ลิเวอร์พูลแฟนคลับ" พากันบุกเอ๊า บุกเอา ทำเอากองหลังและกองกลางของเรา ปั่นป่วนกันอยู่พักใหญ่เลยทีเดียว แต่เมื่อเราจับทาง คู่ต่อสู้ได้ ทีมเราก็มีการสวนกลับบ้าง โกโก้เริ่มสำแดงฤทธิ์ "ปีกพลูด่าง" ทางด้านกราบขวา ของสนาม "ต่งต๊ง" ศูนย์หน้ามหาเสน่ห์เริ่มตื่นจากภวังค์ "สาวพริตตี้บีเอสซีโบว์" ก็ทำการ กระชากหลบกองหลัง สร้างความปั่นป่วนได้พอสมควร วันนี้ "พี่อันฮิตหมายเลขห้า" เล่นดี กว่านัดแรกมากเลยครับ ผมคิดว่าน่าจะปรับตัวเข้ากับทีมได้แล้ว ยืนกลางเข้าคู่ "กัปตันหมี" ได้ดีทีเดียว ส่วน "พี่น้อยพลังบุปผามาเชียร์" ยังคงเป็นกองหลังที่คู่ต่อสู้ "ผ่านได้ยาก" เหนียวแน่นมากๆ เลยแหละครับ สงกะสัย "แรงเชียร์จากข้างสนาม" จะมีส่วนด้วยนะเนี่ย ส่วนแนวรับทางด้านขวา "พี่ชาลี" ยังคอยช่วยประคองแนวรับให้ในเวลาที่ผมตีตั๋ว "วันเวย์" ขึ้นบุกแล้ว วิ่งกลับไม่ไหว จากที่เราลงเล่นด้วยกันมาหลายครั้ง ทำให้พอจะเข้าขากันมากขึ้น กว่าครั้งแรกๆ เกมที่มีทีท่าสูสีกันอยู่ จนในที่สุด..."ความผิดพลาด" ก็เกิดขึ้นจนได้ครับ

จังหวะนั้นเป็น "ความไม่มีมารยาทของลูกฟุตบอล" ที่บังอาจ "ข้ามหัว" ผมที่ถลำออก ไปไม่ดูตาม้าตาเรือ ตกจุ้มปุ๊กที่เท้ากองหน้าฝ่ายตรงข้ามพอดิบพอดี ผมคิดว่าถ้าลูกฟุตบอล มีมารยาทก็คงจะค่อยๆ อ้อมตัวผมไป ไม่ใช่ลอยข้ามหัวผู้หลักผู้ใหญ่อย่างผมไปอย่างนี้ ผลน่ะเหรอครับ "เสียประตู" น่ะสิครับ และใครผิดพลาดน่ะเหรอครับ ก็ไอ้ "เบอร์สอง" รับไปเต็มๆ น่ะสิครับ ข้อหาคุมกองหน้าไม่อยู่ และอ่านทางบอลไม่ดีให้ลอยข้ามหัวไปได้ ตอนนั้นผมจำได้ว่า "หัวใจหดเหลืออันกะติ๊ดเดียว" แต่เพื่อนร่วมทีมก็ยังคงให้กำลังใจกัน ผมเลยตั้งใจเล่นให้ดีที่สุด เพื่อแก้ตัวจากการผิดพลาดจนทำให้ทีมเราเสียประตูแรกในเกม (อ่านถึงตรงนี้คงเข้าใจกันแล้วนะครับว่า ทำไม...ผมถึงยืนได้ทั้งเกม ไม่ยอมเปลี่ยนตัว) 
หลังจากเสียประตู "สองหนุ่ม" กับหนึ่ง "วันเดอร์คิด" จากค่ายกระต่ายหมายเลขสิบสาม ก็มาถึงสนามและทำการลงวอร์มร่างกาย กัปตันหมีรีบทำการแก้เกมโดยการส่ง "สองหนุ่ม" อ๊อฟ ไอซ์ มาเต้น เอ๊ย! โป้ง ไอซ์ มาวาดลวดลายในสนาม ทำให้ทีมของเราแข่งแกร่งขึ้นมา อย่างผิดหูผิดตา และจากความทุ่มเทของ "กัปตันหมี" ที่ยอมเสียสละ "หน้าแข้ง" ให้คู่ต่อสู้ หวดแทนลูกบอลบริเวณกรอบเขตโทษในช่วงท้ายเกม ทำให้เราได้ "ลูกโทษ" น้องโป้งอาสา ยิง และก็ไม่พลาดครับ ทั้งแรงและทั้งได้ทิศทาง เราตีเสมอจนได้ และแล้วก็จบครึ่งแรก 
ระหว่างพักครึ่งผมไปเลียบๆ เคียงๆ ถามน้องโป้งกับน้องไอซ์ว่า "กระต่ายหมายเลข 13" หายไปไหน ผมก็ได้คำตอบว่า "เอเจ เค้าโกอินเตอร์ไปเซ็นสัญญาเงียบๆ ที่แมนซิตี้แล้วพี่" "อ้าว ทำไมพี่ไม่เห็นรู้เรื่อง หนังสือพิมพ์ก็ไม่เห็นลงข่าวเลยสักฉบับ" ผมถามต่ออย่างงงๆ "ก็เซ็นเงียบๆ ไงพี่ จะรู้หรือได้ยินได้ยังไง เงียบสุดๆ เลยแหละ ผมรู้มาว่าเอเจเซ็นสัญญา เป็น "ผู้เล่นสำรองของตัวสำรองของทีมสำรองของทีมสำรองอีกทีในลีกสำรองแมนซิตี้" เห็นบ่นๆ ว่า จะให้พี่หมีไปเซ็นสัญญายืมตัวกลับสโมสรโอเค เค้าว่ากันว่าถ้าใครมาเซ็นสัญญา ยืมตัวเอเจกลับ แมนซิตี้จะแถม "เอ็มสปอร์ต" ให้หนึ่งตู้คอนเทนเนอร์เลยนะพี่" โป้งกล่าว "อืมม์...เดี๋ยวพี่ไปแจ้งกัปตันหมี ให้ดึงเอ็มสปอร์ต เอ๊ย! เอเจกลับสโมสรดีกว่า" ผมตอบ 
เริ่มครึ่งหลัง ทีมโอเคยูไนเต็ด ก็ได้พบกับ "วันเดอร์คิด" คนใหม่ "น้องก๊อด" ที่มีฝีเท้า เกินอายุ ทำให้เกมรุกของเราวูบวาบขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเลยทีเดียว ไหนจะโกโก้ปีกพลูด่าง ลากเลื้อยทั้งซ้ายขวา ไหนจะน้องโป้ง ต่งต๊ง น้องก๊อต โดยมีพี่กัปตันคอยเป็นมดงานคุม พื้นที่กลางสนาม พี่ชาลีประคองด้านขวา ในส่วนของแผงหลังนั้น "มาสเตอร์สุธีร์" คอยคุม จังหวะ และบอกทิศทางการคุมตัวผู้เล่นให้กับผมและพี่ชาลี ทำให้เราเล่นกันง่าย และเข้าใจ กันมากขึ้น แต่ก็ยังไม่วายเสียอีกสองประตูจากประตูอันสุดสวยของ "เดิร์กเคาท์เท้าหนัก" เป็นลูกยิงที่สุดยอดจริงๆ ครับ ทั้งแรงและทิศทางสุดปัญญาที่ "สะหลิบน๊อตเหนียวหนึบ" จะป้องกันเอาไว้ได้ "น้องยิงอย่างนี้ ให้พี่ไปซักผ้าอ้อมลูกดีกว่า" สะหลิบน๊อตบ่มพึมพัม แต่ในที่สุดเราก็ชนะครับ 4 ต่อ 3 โดยกองหลังลิเวอร์พูลแฟนคลับสกัดเข้าประตูตัวเอง และมาสเตอร์สุธีร์ยิงตีเสมอ 3-3 และน้องก๊อตซัดประตูชัย 4-3 ท่ามกลางความสงกะสัย ของทีมลิเวอร์พูลว่าทำไม...ไม่ใช่จุดโทษ (ถือว่าเจ๊ากันครับ ครึ่งแรกเราก็น่าจะได้แต่ไม่ได้) 
สุดท้ายแล้ว "ชัยชนะ" ที่เรารอคอยที่จะหลุดพ้นจากการเป็นทีมที่ "เสมอต้นเสมอปลาย" ก็มาถึงจนได้ครับ เป็นชัยชนะครั้งแรกของทีม ถึงแม้ว่าจะมีข้อสงกะสัยของคู่ต่อสู่อยู่บ้าง ผมภูมิใจจริงๆ ครับที่ทีม "โอเคยูไนเต็ด" มี "ดี" ที่ไม่เหมือนทีมอื่นทั่วไป ทีมฟุตบอลทีมนี้ เป็นทีมที่มี "มิตรภาพที่ดีระหว่างผู้เล่นในทีม" ใครจะไปเชื่อครับว่า ทีมนี้ไม่เคยซ้อมทีมร่วม กันเลยในก่อนการแข่งขัน เราพร้อมที่จะลงเล่นโดยใช้ "มิตรภาพ" สื่อสารและเชื่อมเกมกัน เราไม่มีการว่ากล่าวกันเวลาผู้เล่นทำผิดพลาด มีแต่ให้กำลังใจกัน ทำให้เกมฟุตบอลของเรา ต่อกันติด และลงเล่นด้วยกันเหมือนกับรวมตัวกันมาอย่างยาวนาน และที่สำคัญทีมเรายังมี "ดี" อีกข้อหนึ่ง นั่นก็คือ "กองเชียร์ดีๆ" ที่พร้อมจะให้กำลังใจอยู่ข้างสนามทั้งๆ ที่บางคน ผมคิดว่า "ไม่รู้เรื่อง" เกี่ยวกับ "ฟุตบอล" เลยแม้แต่นิดเดียว ก็ยังมาร่วมให้กำลังใจกัน และยังทำหน้าที่เป็น "ช่างภาพข่าวกีฬาจำเป็น" คอยถ่ายรูปการแข่งขันสวยๆ ในทุกๆ ท่า ทุกๆ ทาง โดยเฉพาะรูปตอนผมล้มกลิ้งข้างสนามทำให้ผมอมยิ้มเวลาเห็นรูปทุกครั้งไป 
ผมต้องขอบคุณ "กัปตันหมี" มากนะครับที่ให้โอกาสผมอยู่ "ทีมฟุตบอล" ที่มี "ดี" ทีมนี้ ทำให้ผมสนุกและมีความสุขกับ "กีฬา" โปรดอีกครั้งหนึ่ง ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วผมคิดที่จะ เลิกเล่นกีฬานี้เนื่องจาก วัย และสภาพร่างกายไม่อำนวย แต่ตอนนี้น่ะเหรอครับ ผมบอกได้ คำเดียวว่า จากการร่วมทีมไปแข่งมาสามครั้งแล้ว "ในตอนนี้ผม "ฟิต" สุดๆ เลยครับ" .......... .......... .......... .......... .......... เอ่อ...ที่ฟิตน่ะเสื้อทีมนะครับ ฟิตเปรี๊ยะเลย ไม่ใช่สภาพร่างกายนะครับ แหะ แหะ 
อุ๊ย! เกือบลืม ทีมนี้มี "ดี" ที่เครื่องดื่มเกลือแร่ และน้ำดื่มเย็นๆ อีกอย่างด้วยนะครับเนี่ย .......... .......... .......... ยังสงสัยกันใช่ไหมครับว่า ทำไม...ผมถึงบอกว่า "พี่ชาลี" คือ "มิสสะเตอไนซ์กาย" สำหรับผม ลองไปดูภาพการแข่งขันฟุตบอลของพี่ชาลีในทุกภาพนะครับ ไม่รู้ว่าจะมี ใคร "เห็น" เหมือนผมหรือไม่ เห็นกันหรือยังเอ่ย ถ้ายังไม่เห็น "เฉลย" ก็ได้ครับ 
พี่ชาลีเป็น "มิสสะเตอไนซ์กาย" ในใจผมก็เพราะว่า พี่ชาลีเป็นคนที่ "รักษากฎระเบียบ" ในทุกๆ เรื่อง แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ ที่เรามองผ่านกันครับ ผมมองเห็นแล้ว "ยอมรับ" เลยว่า "พี่ชาลี" เหมาะสมที่จะเป็น "ผู้ใหญ่บ้านโอเคเนชั่น" ที่คอยควบคุมในกฎระเบียบ ดูแลพวกเราให้อยู่กับร่องกับรอยในสังคมแห่งนี้ ที่นับวันจะมีผู้คนมากขึ้นน่ะสิครับ ผมดูตรงไหนน่ะเหรอครับ "สังเกต" ที่เสื้อฟุตบอลนะครับ กฎกติกาที่ถูกต้องของ ฟุตบอลนะครับ นักกีฬาที่ถูกกฎต้อง "ใส่เสื้อไว้ในกางเกงทุกครั้ง" ก่อนทำการแข่งขัน และทีมนี้มี "พี่ชาลี" คนเดียวครับที่ถูกกฎ ที่เหลือ เอ่อ...ไว้นอกกุงเกงกันหมดเลย แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พี่ชาลีเป็น "มิสสะเตอไนซ์กาย" ได้อย่างไร จริงมั๊ยครับ...พี่น้อง .......... .......... .......... 
ปัจฉิมลิขิต : ขอบพระคุณภาพสวยๆ จากเพื่อนๆ บล๊อกเกอร์ ทุกคนเลยนะครับ
|