| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||
พิมพ์หน้านี้
ตอนที่ ๑ปฐมบท...จากพระอาทิตย์ขึ้น...ถึง.ใบตอง...ลืมตัว ความที่เป็นคนชนบท อยู่กับดิน กับทุ่งท่าป่าเขามาแต่เล็กแต่น้อย ภารกิจของเด็กบ้านนอกอย่างเรา.....คือ ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้น วิ่งไล่เตะน้ำค้างยอดหญ้า ตาสอดส่ายหาขี้กระต่ายป่าเม็ดกลมๆ ... (ขอใช้ ขี้ นะ..เห็นว่าเหมาะกับกระต่ายแล้ว) ถ้าเจอ..... ก็ดีใจว่ามีกระต่ายมาบ้านเรา.....เท่านั้นเอง ไม่ได้หาเพื่ออะไรเลย.... จากนั้นก็เป็นงานเปิดเล้าไก่ ปล่อยไปหากินแบบอิสระเสรีสบายใจไทยแลนด์.... บางวันหาขี้กระต่ายเพลินไปหน่อย สายแล้วยังไม่เปิดเล้า
สมาชิกพรรคเล้าไก่รักประชาธิปไตย ก็จะพากันส่งเสียงประท้วงลั่นทุ่ง เพราะไม่มีประธานสั่งให้นั่งลง...อ่าๆๆ....
พอเจ้าของบ้านตีปีกพึ่บพั่บไปกันหมดแล้ว เราก็จะมุดเข้าเล้าไก่ หาเก็บไข่จนหมดเล้า.... เป็ด ไก่ และห่านของเราจะไข่ที่เดิมทุกวัน..... เป็นที่เป็นทาง ไม่ไข่ทิ้งๆ ขว้างๆ....
จากนั้นเราจะไปฉีกใบตองมาทำกรวย ใส่ดอกมะลิ จำปีจำปา ในทุ่งรอบๆ บ้านเราเอง (เรามีต้นกล้วยเป็นเพื่อนสนิทอันดับต้นๆ ของเรา) ดอกไม้หอมเหล่านี้ จะเริ่มบานส่งกลิ่นหอมตั้งแต่ช่วงค่ำ พอเช้า...เราก็จะเก็บมาบูชาพระ เก็บมาให้แม่ แบ่งให้ยาย ป้า น้าข้างบ้าน แจกเพื่อนอีกคนละดอก เหลือไว้ดมเล่นเองหนึ่งดอก พวกเราที่เอาดอกไม้มาดมเล่น ต้องการแค่คนละดอก ก็มีความสุขแล้ว....
เศษใบตองที่เหลือจากทำกรวยใส่ดอกไม้ ก็ม้วนเป็นกรวยเล็กๆ บีบปลายด้านแหลมนิดหน่อย แล้วใช้เป็นปี่น้อย เป่าดังปีบ...ปี๊บ....ปีบ...ปี๊บ... สนุกกันไปเป็นวันๆ แบบไม่ต้องเสียเงินซักบาท....
เราใช้ใบตองสำหรับทุกๆงาน เป็นภาชนะ เป็นกระทงใส่สารพัด ใช้แล้วทิ้ง ไม่กี่วันก็ย่อยสลายกลายเป็นดิน ที่ชอบสุดๆ ก็ตอนที่แม่เอามาห่อกะปิ แล้วเอาไปย่างไฟ... มันหอม....ข้ามคลองไปฟากขะโน้นเลยใช่มั้ยล่ะ...
มาวันนี้...เราใช้ชีวิตเป็นคนเมือง..... จะหาแม่บ้านควักกะปิมาห่อใบตองย่าง....ยากเต็มที วันที่นั่งคิดถึงใบตอง ก็เหมือนพระเจ้าเป็นใจ ทำให้มีโอกาสได้ร่วมงานแปลงสัญชาติใบตอง.....
....ประดิษฐ์บายศรี.... ได้เห็นความเลิศอลังการ....หาคนรุ่นใหม่ทำได้ยากนัก...... สุนทรภู่ครูกลอนเคยพาดพิงใบตองไว้ในรำพันพิลาป เหมือนบายศรีมีงานท่านถนอม เจิมแป้งหอมน้ำมันจันทน์ให้หรรษา พอเสร็จงานเขาเอาลงทิ้งคงคา ต้องลอยมาลอยไปเป็นใบตอง
ขอขอบคุณครูศิลป์ศาสตร์ตองทุกท่านด้วยตัวอักษร มา ณ ที่นี้
กราบขอบพระคุณ อาจารย์รัศมี บัณฑุกัมพล ครูบาน้อย สกลนคร อาจารย์ชูชาติ นาโพตอง คู่หู อาจารย์กิจจา สิงห์ยศ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา
ศิลป์ศาสตร์ตอง ผจงกราย...กรกรีด...รีดระเบียบ นวลตองเรียบ...เฉียบระเนน...เอนระสาย เป็นบายศรี...ระเมียรล้ำ...คำบรรยาย ละลานกลีบ...ลดาราย....พิไลเรือง กราบ อาจารย์...รัศมี...บัณฑุกัมพล ครูบาน้อย...นิเวศน์สกล..ชนลือเลื่อง กรุณย์ประเสริฐ...เลิศวิชา...ค่าควรเมือง สืบชาติไทย...รุ่งเรือง...วัฒนธรรม์ ราชนครินทร์...จงจินต์ก่อ...ลออศาสตร์ จึ่ง ชูชาติ...และ กิจจา...มาสร้างสรรค์ รวมพลัง...วิญญูชน...ผลอนันต์ สี่จบแปด...เมษาพลัน...วันรวมใจ โอ้บายศรี...กระทง ภา-...ชนะห่อ ล้วนเกิดก่อ...จากความเพียร...จำเนียรสมัย พิสุทธิ์ศิลป์...พิสิฐศักดิ์...ประชาไทย ศิลป์ศาสตร์ตอง...ผ่องอำไพ...ไปนิรันดร์ ........กลอนกานท์.........
ไม่อยากให้.... ใบตองลืมตัวมัวเมากับน้ำมันหอมกระแจะจันทน์ เมื่อได้รับบทบายศรี.... และ...ไม่อยากให้.....พวกเราลืมใบตอง ....นะ.... สวัสดีค่ะ
|