| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
คิดถึงมัทนะพาธา
ความรักเหมือนโรคา...บันดาลตาให้มืดมน ไม่ยินและไม่ยล...........อุปสรรคใดใด ความรักเหมือนโคถึก.....กำลังคึกผิขังไว้ ก็โลดออกจากคอกไป........บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง ถึงหากจะผูกไว้..........ก็ดึงไปด้วยกำลัง ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง.........บ หวนคิดถึงเจ็บกาย
บทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธา พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2467 พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. 2424 - 2468) มัทนะพาธา เป็นบทละครพูดคำฉันท์ 5 องก์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น เมื่อ พ.ศ.2466 วรรณคดีสโมสรยกย่องว่า เป็นหนังสือแต่งดี เพราะละครพูดคำฉันท์เป็นของแปลกในกระบวนวรรณคดี แต่งได้ยาก และยังไม่เคยมีกวีคนใดแต่งมาก่อน อีกประการหนึ่ง คือ การปรุงชื่อตัวละคร และภูมิประเทศ ถูกต้องตามยุคแห่งภารตวรรษ อันเป็นตัวเรื่อง นับว่ารูปเรื่องปรุงดี เรื่องสำเร็จได้ด้วยพระปรีชาสามารถ และสุตาญาณ อันกว้างขวาง . บทละครคำฉันท์เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สมมุติว่าเป็นกำเนิดของต้นกุหลาบ แสดงให้เห็นถึงพิษร้ายจากความรัก ตามความหมายของชื่อเรื่อง กล่าวคือ สุเทษณ์เทพ ผู้ทรงฤทธิ์ หลงรักมัทนาเทพธิดา แต่มัทนาไม่รักตอบ สุเทษณ์โกรธ จึงสาปมัทนาให้ไปเป็นดอกไม้ในโลกมนุษย์ เมื่อถึงวันเพ็ญจึงจะกลายเป็นมนุษย์ ที่สาวและสวยได้หนึ่งวัน จนกว่าเมื่อใดได้สุขสมหวังในความรักจึงจะเป็นมนุษย์ตลอดไป . ต่อมา มัทนาพบรักกับชัยเสน แต่ความรักก็ไม่ราบรื่นเพราะมีอุปสรรคคือนางจันฑี มัทนาต้องถูกพรากไปจากชัยเสน และได้พบสุเทษณ์อีกครั้งหนึ่ง แต่มัทนาก็ยังไม่เปลี่ยนใจมารักสุเทษณ์ เรื่องจึงจบด้วยความสูญเสีย สุเทษณ์ไม่สมหวังในความรัก ชัยเสนสูญเสียคนรัก และมัทนาต้องเปลี่ยนสภาพมาเป็นเพียงดอกกุหลาบ .
สุเทษณ์ : รักจริงมีจริงฤก็ไฉน อรไทบ่แจ้งการ มัทนา : รักจริงมีจริงก็สุระชาญ ชยะโปรดสถานใด สุเทษณ์ : พี่รักและหวังวธุจะรัก และบทอดบทิ้งไป มัทนา : พระรักสมัคร ณ พระหทัย ฤจะทอดจะทิ้งเสีย? สุเทษณ์ : ความรักละเหี่ยอุระระทด เพราะมิอาจจะคลอเคลีย มัทนา : ความรักระทดอุระละเหี่ย ฤจะหายเพราะเคลียคลอ สุเทษณ์ : โอ้โ๋อ๋กระไรนะมะทะนา บมิตอบพะจีพอ? มัทนา : โอ้โอ๋กระไรอะมระง้อ มะทะนามิพอดี ............
. ไม้เรียกผะกากุพ-......... ชะกะสีอรุณแสง ปานแก้มแฉล้มแดง.........ดรุณี ณ ยามอาย ดอกใหญ่และเกสร.........สุวคนธะมากมาย อยู่ทน บ วางวาย.........มธุรสขจรไกล อีกทั้งสะพรั่งหนาม.........ดุจะเข็มประดับไว้ ผึ้งเขียวสิบินไขว่............บ่มิใคร่จะห่างเหิน (อินทรวิเชียรฉันท์)
มัทนา มาจากศัพท์ มทน แปลว่า ความลุ่มหลงหรือความรัก . อ้าอรุณแอร่มระเรื่อรุจี ประดุจมโนภิรมย์ระตี..... ณ แรกรัก แสงอะรุณวิโรจน์นะภาประจักษ์ แฉล้มเฉลาและโสภินัก..... นะฉันใด หญิงและชาย ณ ยามระตีอุทัย สว่าง ณ กลางกมลละไม..... ก็ฉันนั้น แสงอุษาสะกาวพะพราว ณ สรรค์ ก็เหมือนระตีวิสุทธิอัน..... สว่างจิต อ้าอนงคะเชิญดำเนิรสนิธ ณ ข้าตะนูประดุจสุมิตร..... มโนมาน ไปกระทั่ง ณ ฝั่งอุทกจีระธาร และเปล่งพจี ณ สัจจะการ..... ประกาศหมั้น ต่อพระพักตร์สุราภิรักษะอัน เสด็จสถิต ณ เขตอะรัณ -..... ยะนี่ไซร้ ว่าตะนูและน้องจะเคียงคระไล และครองตลอด ณ อายุขัย..... บ่คลาดคลา ฉากท้าวชัยเสนปฏิญาณรักกับมัทนา ในยามรุ่งอรุณ (อีทิสังฉันท์) .
. ขอฝากคนไทย.........อย่าลืมวรรณคดี
. ขอบคุณแหล่งข้อมูล . http://www.pompisamai.th.gs/web-p/ompisamai/rose1.htm http://www.rsu.ac.th/soc/corner05.html ภาพดอกกุหลาบ |