พิมพ์หน้านี้
|
ถ้าไม่ถึงตีสาม ก็น่าจะใกล้เต็มที ฝนฟ้าหยุดร้องไห้มาแล้วซักพัก ดาวดวงน้อยใหญ่ส่องแสงสวยขับไล่เงาเมฆดำมาแต่ไกล บางทีอาจจะพอมองเห็นเส้นรุ้งบ้างถ้าเป็นตอนกลางวัน แต่คิดคิดอีกทีแล้ว ด้วยอากาศที่ร้อนราวกับว่าดวงอาทิตย์อยู่ใกล้แค่รังสิต น้องรุ้งคงหนีกลับต่างจังหวัดแล้วล่ะ เฮ้อ ร้อนจังโลกจ๋า ฝนเม็ดเล็กเม็ดน้อยแห้งหายไปจากกระจกหน้ารถด้วยสายลมที่พัดผ่าน ผมเงยหน้ามองป้ายสีเขียวเข้มข้างหน้าที่ผ่านอยู่เป็นประจำ เคยนึกสงสัยเหมือนกันว่า มันจะมองเราตอบรึเปล่า มันจะเหงาบ้างรึเปล่า ...เจ้าเขียวเอ๋ย ... แล้วรถก็แล่นผ่านไป
คนเราก็แปลกนะครับ ชอบคิดนี่คิดนั่นสะระตะจะคิด มีสาระบ้าง(ก) ไร้สาระบ้าง(ข) สร้างสรรค์บ้าง(ค) ทำลายบ้าง(ง) และถูกทุกข้อ(จ) (อยากรู้จังตอบข้อไหนกัน) แต่ไม่ว่าจะคิดอะไร มันก็คงดีถ้าคิดกันแล้วก่อประโยชน์แก่สังคม สร้างความสุขต่อตนเอง ไม่ทำร้ายใคร อันที่จริง คุณเคยสังเกตไหมครับ ในเวลาแห่งความสุข มันมักจะมีรังสีดึงดูดจิตใจให้คนรอบข้างอยากเข้าใกล้ อยากพูดคุยด้วย หรือแค่หันหน้ามามองก็สบายใจ คล้ายๆกับถูกเวทมนตร์ลึกลับสะกด ไม่ต่างกับเวลาเราดูการแสดง หรือว่าดูเด็กๆเล่นสนุกกัน ยิ่งกับคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ การอยู่ใกล้กับคนที่ตัวรักอย่างลูกๆ เวลาจะทำกิจกรรมอะไรมันคงมีแต่ความสุข พาลูกไปเที่ยวเสียเงินเสียทองเท่าไหร่ก็ยังเพลิดเพลิน เพียงแต่เห็นลูกมีความสุข พ่อแม่ก็แสนจะเบิกบาน ลูกมีความสุขก็เท่ากับพ่อแม่มีความสุขเหมือนกัน กับคนหนุ่มสาวอย่างคุณอย่างผม(แต่ถ้าอ่านแล้วยิ้มแสดงว่าแก่แล้ว ฮ่าฮ่า) อยู่บ้าน อยู่คอนโด อยู่อพาร์ตเมนต์ แค่จะใช้เงินซัก 100-200 บาท คิดแล้วคิดอีก แต่พอไปเที่ยวหน่อย เมานิดๆรั่วหน่อยๆ เห็นหน้ามิตรสหายสนิทสนมพูดคุยถูกคอกันมานาน อยู่ด้วยกันทีไรให้มีความสุขร่ำไป แข่งกันใช้ทีละหลายตังหน้าตาเฉย ... มันสุขซะอย่าง เงินทองไม่มีความหมาย ... รถราบางตายังคงแล่นผ่านไปมา สองข้างทางรายล้อมไปด้วยบรรยากาศสุดท้ายแห่งการหลับใหล พลันให้นึกไปถึงภาพช้าๆจากภาพยนตร์นอกกระแสทุนต่ำ เป็นช่วงที่ตัวละครขับรถผ่านทุ่งหญ้าสองข้างทาง ภาพสั่นๆและไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ทุกอย่างช่างช้าราวกับว่าจะหยุดนิ่ง ปล่อยให้รถคันน้อยค่อยแทรกตัวผ่านไป มีเสียงเพลงแผ่วเบาช่วยเคล้าสร้างบรรยากาศ บ้านหลังเล็กที่สุดปลายทางยังคงรอคอยอยู่ ทุกอย่างสงบเงียบท่ามกลางหมู่มวลธรรมชาติ แต่ผิดกันตรงที่ว่า ข้างทางมันกลับกลายเป็นแสงสียามราตรี ที่ยั่วเย้าให้เข้าไปติดกับ อย่างกับอยู่บนโลกใบเดียวกันที่ทับซ้อนกัน
ผ่านวัน ผ่านเดือนกับเส้นทางเก่าๆมานาน ผมเคยถามตัวเองว่าทำไมยังไม่ไปไหน ไม่มีที่ไปรึ ไม่น่าจะใช่ เคยชินรึ ก็ไม่น่า มันคงคล้ายกับลำเรือที่ยังไม่ทอดสมอ แต่ก็ไม่ได้ขยับพัดพาตัวไปไหน
คิดอะไรอยู่นะเรา ... รถกระบะบรรทุกบรรดาคนงานเต็มท้ายแล่นแซงผ่านไปข้างหน้า ท่าทางของทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ราวกับว่าเป็นเวลาหลังเลิกงาน มันอาจจะเป็นคุณสมบัติสำคัญของความสุข คล้ายกับตัวยาระงับความเจ็บปวดที่ช่วยให้ทนทุกข์ทรมานได้มากกว่าปกติ ยิ่งกับอาชีพที่ต้องใช้กำลังเข้าแลกแล้ว ไม่รักจริงก็ยากจะอยู่ทำได้นาน พลันนึกคิดไปถึงพระพุทธเจ้า ช่วงที่ท่านทรงบำเพ็ญเพียรแสวงหาสัมโพธิญาณตามความสามารถของท่าน ท่านคงจะมีความสุขและสนุกเอามากๆ ในขณะที่พวกเราพากันอัศจรรย์กับความทรหดอดทนของท่านที่สุดยอดกว่ามนุษย์หลายเท่านัก
ป้ายสีเขียวข้ามผ่านไปอีกที ใกล้แล้วล่ะกับการพักผ่อน ผมปล่อยให้รถค่อยๆแล่นวนไปตามความโค้งของสะพาน จ้องมองภาพด้านข้าง กรุงเทพแค่ภาพทรงจำจางๆ ในห้วงความคิดช่างผ่านไปรวดเร็ว เสียงกองเอกสารด้านเบาะหลังหล่นกระจายเรียงรายตามแรงส่ง บทเรียนและประสบการณ์บอกผมว่าอย่าหันกลับไปมอง ด้วยแน่ใจว่าถ้ามองแล้วความกังวลอาจจะย้อนกลับมาทวงเวลาดีๆกลับไป
ไม่รู้สิคับ
แต่กับบางเวลา
ไม่นึกถึงหน้าที่คั่งค้างบ้างก็ดี |