พิมพ์หน้านี้
|
รับกำลังและฤทธิ์เดชในพระคริสต์ สุดท้ายนี้ขอท่านจงมีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระองค์ - อฟ. ๖:๑๐ บางคนเข้าใจผิดว่าการเป็นคริสเตียนที่ดีจะต้องอ่อนแอ ความจริงคือคริสเตียนอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ คริสเตียนอ่อนโยนแต่เข้มแข็ง เปาโลเปรียบชีวิตคริสเตียนกับทหารที่มีชัยเหนือสงครามฝ่ายวิญญาณ สงครามนี้ไม่ได้อยู่บนท้องฟ้า แต่อยู่ระหว่างหูทั้งสองข้างของคุณ คืออยู่ในความคิดของคุณ (๒ คร. ๑๐:๓) แม้มารจะถูกปลดเขี้ยวเล็บและคุณมีชัยเหนือมันแล้วก็ตาม (คส. ๒:๑๕) แต่มันจะพยายามหาช่องทางกัดกินคุณต่อไปผ่านทางความคิดที่ขัดแย้งกับพระวจนะ คุณไม่สามารถต่อต้านมันได้ด้วยกำลังและฤทธิ์เดชของคุณเอง นี่คือสาเหตุที่เปาโลกำชับให้เรา มีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้าและในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระองค์ เราทำได้โดย สวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า (ข้อ ๑๑) พระเจ้าประทานยุทธภัณฑ์เพื่อช่วยให้คุณ ต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ ต่อต้านวิญญาณชั่วได้ทุกระดับไม่ว่าจะเล็กสุดหรือใหญ่สุด (ข้อ ๑๒) เพียงแต่คุณต้องสวมให้ครบทั้งชุด แล้วกำลังในพระคริสต์และฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระเจ้าจะเป็นของคุณ ยุทธภัณฑ์แรกที่คุณจะสวมคือเข็มขัด สำหรับนักรบโบราณ เข็มขัดไม่ได้มีไว้กันกางเกงหลุดแต่มีไว้เพื่อเหน็บอาวุธทั้งดาบและดาบสั้นสองคม การสวมเข็มขัดจึงเป็นการพกอาวุธครบมือ และยังช่วยลดภาระของบ่าในการแบกชุดโลหะ เข็มขัดนั้นคือความจริง (ข้อ ๑๔) พระวจนะของพระเจ้าคือความจริง (ยน. ๑๗:๑๗) อาวุธของคุณจึงอยู่ในพระวจนะ และความจริงจากพระวจนะจะช่วยให้คุณหายเหนื่อยจากภาระหนักในชีวิตที่คุณต้องแบก อุบายประการแรกของมารคือการโจมตีพระวจนะ เมื่อคุณสงสัยพระวจนะ คุณกำลังถูกมารปลดอาวุธ จงสวมพระวจนะเป็นเข็มขัดเพื่อที่คุณจะมีอาวุธอื่นๆ ที่จะต่อต้านกับศัตรูได้ ยุทธภัณฑ์ชิ้นที่สองคือ ทับทรวงเครื่องป้องกันอก (ข้อ ๑๔) ทับทรวงไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้ดูกล้ามใหญ่ใจโตแต่มีไว้เพื่อป้องกันอาวุธของศัตรู อุบายประการที่สองของมารคือการโจมตีคุณเรื่องความชอบธรรมทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอาศัยความบกพร่องในอดีตเป็นเครื่องมือ ถึงเวลาแล้วที่จะเอาความชอบธรรมของพระเจ้าที่ประทานแด่คุณแล้วซึ่งไม่มีวันเพิ่มหรือลดลงมาสวมเป็นเครื่องป้องกันอกตลอดเวลา ถึงเวลาแล้วที่จะขอบคุณพระเจ้าที่ทรงทำให้คุณเป็นความชอบธรรมแท้ของพระองค์ ยุทธภัณฑ์ชิ้นที่สามคือ รองเท้า (ข้อ ๑๕) รองเท้าไม่ได้มีไว้ปกปิดเล็บขบแต่มีไว้เพื่อลดความเจ็บปวดจากการเสียดสีกับพื้นหินอันขรุขระและแหลมคม รองเท้านั้นคือ ข่าวประเสริฐแห่งสันติสุข อุบายประการที่สามของมารคือหลอกให้คุณเชื่อข่าวเลวแทนข่าวประเสริฐว่าชีวิตคริสเตียนคือชีวิตที่ต้องทนทุกข์ แน่นอนว่าเราต้องทนทุกข์ แต่เป็นการทนทุกข์จากการถูกข่มเหงเพราะเราเลือกไม่ตามน้ำแต่ดำเนินในทางของพระเจ้า ไม่ใช่การทนทุกข์กับโรคภัยไข้เจ็บและความขัดสน มันจะแอบโรยตะปูไว้บนเส้นทางของคุณแล้วโยนความผิดว่าเป็นการลองใจของพระเจ้า จงสวมข่าวประเสริฐโดยบอกข่าวดีกับตัวเองเสมอว่าพระเจ้าทรงมีทางออกให้กับทุกปัญหา แล้วคุณจะพร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมีสันติสุข ยุทธภัณฑ์ชิ้นที่สี่คือ โล่ (ข้อ ๑๖) โล่ไม่ได้มีไว้เพื่อตั้งโชว์บนหิ้งแต่มีไว้เพื่อปกป้องตนเองจากลูกศรเพลิงของศัตรู ลูกศรเพลิงคือคำโกหกของมารที่มันคอยเล็งเพื่อยิงใส่หัวใจของคุณ เคยรู้สึกทุกข์จนร้อนใจไหมครับ คุณถูกลูกศรเพลิงของมันปักอกเข้าให้แล้ว อย่าทิ้งโล่ไว้บนหิ้งโชว์ ความเชื่อคือโล่ที่จะปกป้องหัวใจของคุณจากความทุกข์ร้อนใจทุกประการ ยุทธภัณฑ์ชิ้นที่ห้าคือ หมวก (ข้อ ๑๗) หมวกเหล็กไม่ได้มีไว้ปิดบังศีรษะที่ล้านแต่มีไว้เพื่อปกป้องการโจมตี ความรอดคือหมวกเหล็ก หากคุณสงสัยว่าคุณรอดจริงหรือไม่ คุณกำลังถอดหมวกเปิดศีรษะให้ตั้งตระหง่านเป็นเป้าซ้อมมือของมาร ความรอดเป็นของคุณตั้งแต่วินาทีที่คุณเชื่อ (รม. ๑๐:๙-๑๐) จงสวมความรอดโดยขอบพระคุณพระเจ้าเสมอสำหรับความรอดที่คุณได้รับ ยุทธภัณฑ์ชิ้นที่หกคือ ดาบ (ข้อ ๑๗) จากยุทธภัณฑ์ทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนมีไว้ต่อต้านเว้นแต่ชิ้นนี้มีไว้รุก คุณไม่ใช้โล่ไว้เคาะกะโหลกมารแต่คุณใช้ดาบไว้คอยทิ่มแทงมัน พระวจนะของพระเจ้าคือดาบฝ่ายวิญญาณของคุณ เป็นอาวุธที่มันกลัวที่สุด พระเยซูทรงใช้พระวจนะเอาชนะการทดลองของมารและ ...มารจึงละพระองค์ไป... (มธ. ๔:๑๑) เมื่อคุณกล่าวพระวจนะของพระเจ้า คุณจะเป็นฝ่ายอยู่และมันจะเป็นฝ่ายไป พระเจ้าได้ทรงเตรียมยุทธภัณฑ์ไว้ให้คุณแล้ว จงสวมทั้งชุดเพื่อที่คุณจะมีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้าและในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระองค์ คุณจะต่อต้านยุทธอุบายของมารและสมุนทุกตัวของมันได้ในวันอันชั่วร้าย และเมื่อเสร็จแล้วคุณจะอยู่อย่างมั่นคงต่อไป คำกล่าวตามโดยความเชื่อ: ข้าพเจ้าสวมยุทธภัณฑ์ทั้งชุดของพระเจ้า ข้าพเจ้าสวมความจริงเป็นเข็มขัด ข้าพเจ้าสวมความชอบธรรมเป็นทับทรวงเครื่องป้องกันอก ข้าพเจ้าสวมข่าวดีแห่งสันติสุขเป็นรองเท้า ข้าพเจ้าถือความเชื่อเป็นโล่ ข้าพเจ้าสวมความรอดเป็นหมวกเหล็ก ข้าพเจ้าถือพระวจนะเป็นดาบ ข้าพเจ้ามีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระองค์ ข้าพเจ้าสามารถต่อต้านยุทธอุบายของพญามารได้ในวันอันชั่วร้าย และเมื่อเสร็จแล้วข้าพเจ้าจะอยู่อย่างมั่นคงได้ ในพระนามของพระเยซู |