พิมพ์หน้านี้
|
คืนดีกันกับพระองค์ คือพระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกันกับพระองค์โดยพระคริสต์ มิได้ทรงถือโทษในการผิดของเขา และทรงมอบเรื่องการคืนดีกันนั้นให้เราประกาศ - ๒ คร. ๕:๑๙ คุณคงเคยผิดใจกับใครสักคน คุณอยากคืนดีกับเขา คุณไม่ทราบว่าจะเริ่มอย่างไร เวลาผ่านไป คุณกลับไปทบทวนว่าคุณทำผิดตรงไหน หรือเขาเป็นฝ่ายผิดและคุณเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะทำอะไร เวลาผ่านไปนานเพียงใด ความคิดจะเข้ามาย้ำเตือนอยู่เสมอถึงเรื่องที่เกิดขึ้น คุณได้แต่หวังว่าสักวันคงมีโอกาสอย่างน้อยได้ปรับความเข้าใจกัน ยกโทษให้กัน แต่ว่าใครจะเป็นฝ่ายเริ่ม คุณหรือเขา และหากวันนั้นมาถึง วันที่คุณได้เจอเขา คุณจะทำตัวอย่างไร พูดอะไร มันจะกลับมาสนิทกันเหมือนก่อนได้ไหม ทราบไหมครับความสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณสามารถมีได้คือความสัมพันธ์ที่คุณมีกับพระเจ้า พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะมีความสัมพันธ์กับคุณมากยิ่งกว่าบิดาคนใดบนโลกต้องการมีความสัมพันธ์กับบุตรของตนเอง เรื่องการคืนดีกัน พระองค์ไม่ทรงรอแบบมนุษย์ คือรอให้มนุษย์เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เข้ามาขอโทษ เข้ามาสำนึก เข้ามารับโทษอย่างสาสม แล้วจึงค่อยยกโทษและยอมคืนดีโดยมีเงื่อนไขว่า อย่าทำผิดอีกนะ ไม่งั้นเลิกคบ พระองค์ต่างหากที่ทรงเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ในขณะที่เรายังเป็นคนบาป เป็นศัตรูของพระองค์ พระองค์ทรงรักเรา และประทานสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเรา คือประทานพระเยซู พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมารับโทษแทนพวกเราทุกคน โดยการสิ้นพระชนม์และเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซู พระเจ้าทรงให้ทุกคนในโลกรวมถึงคุณคืนดีกันกับพระองค์ มิได้ทรงถือโทษในการผิดของคุณ พระองค์ไม่ได้รอให้ใครมาขอโทษและค่อยพิจารณาเป็นรายๆ ไปว่าจะยกโทษให้ดีหรือไม่แบบที่มนุษย์ทำ พระคัมภีร์ไม่เคยกล่าวถึงการทรมานตนเอง พิสูจน์ตนเอง สารภาพบาป รับการลงโทษอย่างสาสมจนกว่าจะรอด แต่กล่าวถึงการรับความรอด เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงกำหนดเราไว้สำหรับพระอาชญา แต่สำหรับให้เข้าสู่ (กรีก - รับ) ความรอด โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา (๑ ธส. ๕:๙) ทราบไหมครับว่าพระเยซูทรงรับโทษที่หนักที่สุดแทนมนุษย์ทุกคนแล้ว เพราะเหตุนี้ คนที่ทำบาปที่สุด เลวร้ายที่สุดในโลก คนที่สังคมลงโทษ แม้กระทั่งทุกคนในครอบครัวยังปฏิเสธ พระเจ้ามิได้ทรงถือโทษคนนั้นเลย พระองค์ทรงรักเขาเท่ากับที่ทรงรักพระบุตรของพระองค์เอง คนนั้นสามารถรับความรอด ชีวิตใหม่ ชีวิตที่บริสุทธิ์ที่สุด ชีวิตของพระเจ้าได้วันนี้เช่นกันกับคุณ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทราบความจริงนี้ นี่คือสาเหตุที่พระองค์ทรงมอบเรื่องการคืนดีกันนั้นให้เราประกาศ คุณเคยมีเพื่อนที่โกรธกันไหมครับ คุณทราบว่าฝ่ายหนึ่งไม่ถือโทษความผิดอีกฝ่ายแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่รู้ เขาบอกคุณและมอบเรื่องคืนดีให้คุณไปบอก แล้วในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็คืนดีกัน และกลายเป็นเพื่อนรักกัน งานแบบนี้ไม่ต้องอาศัยชั้นเชิง ความเก่งกาจ ความสามารถล้ำลึกส่วนตัว การศึกษาที่สูงส่ง ฝีปากเป็นเลิศ ใช่ไหมครับ ใครๆ ก็ทำได้ พระองค์มอบสิ่งง่ายๆ ที่ชาวบ้านที่อ่านหนังสือไม่ออกก็ทำได้ แต่แทนที่เราจะทำเรื่องง่ายและเชื่อว่าพระเจ้าจะทำส่วนที่ยาก คือทำงานในหัวใจของคนที่เรานำข่าวดีไปประกาศ เรากลับคิดว่ามันง่ายไป เราอาศัยความสามารถ ความชำนาญของเราทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก เราประเคนศัพท์ศาสนาที่แม้แต่คนมีการศึกษายังตามไม่ทัน เราพยายามทำให้คนอื่นประทับใจในความรู้ การศึกษาของเรา และยิ่งแย่ไปกว่านั้น แทนที่จะประกาศข่าวดี กลับประกาศข่าวที่ไม่ค่อยสู้ดีเท่าไรจนถึงข่าวร้าย แทนที่เราจะประกาศการสิ้นพระชนม์และการเป็นขึ้นจากความตายซึ่งเป็นเหตุให้พระเจ้าไม่ทรงถือโทษแต่ทรงให้คืนดี เรากลับไปบอกคนอื่นว่าพระเจ้าทรงถือโทษและพิโรธอย่างหนัก พระองค์จะตีสอนเธอด้วยเรื่องร้ายๆ ทุกอย่างจนกว่าเธอจะเรียนรู้บทเรียนบางอย่างอันล้ำลึกจากพระองค์ เช่นเดียวกับคนที่ชอบนำข่าวร้ายทั่วไปมาบอกคนอื่นในที่ทำงานเป็นเหตุให้ไม่มีใครอยากคบด้วย คนที่นำข่าวร้ายเรื่องพระเจ้าก็เช่นกัน และพอคนไม่คบแล้วก็มานั่งทนทุกข์และรำพึงในใจว่า ฉันกำลังทนทุกข์เพื่อพระเจ้า แต่เปล่าเลย เขาทนทุกข์เพราะไม่รับมอบเรื่องการคืนดีไปประกาศต่างหาก และเขาทนทุกข์เพราะเขาเองก็ยังไม่เข้าใจเรื่องการคืนดี นี่คือสาเหตุที่เปาโลขอร้องทูตทุกคนของพระเจ้าให้ คืนดีกันกับพระเจ้า (ข้อ ๒๐) ตัดสินใจวันนี้ที่จะเป็นทูตของพระองค์ คืนดีกันกับพระองค์เสียก่อน แล้วจึงค่อยนำเรื่องการคืนดีไปประกาศได้ จงบอกคนอื่นด้วยภาษาที่ง่าย ภาษาที่คนอ่านหนังสือไม่ออกเข้าใจ และเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงทำส่วนที่ยากที่สุด แล้วคุณจะมีความสุขกับการเป็นทูตของพระองค์ คุณจะยิ่งตระหนักว่าพระเจ้าไม่ทรงถือโทษคุณ และมีประสบการณ์กับชีวิตครบบริบูรณ์ที่พระเยซูได้เสด็จมาเพื่อประทานแด่คุณ คำกล่าวด้วยความเชื่อ: พระเจ้าทรงให้โลกนี้คืนดีกันกับพระองค์โดยพระคริสต์ มิได้ทรงถือโทษในการผิดของเขา และทรงมอบเรื่องการคืนดีกันนั้นให้ข้าพเจ้าประกาศ |