
พิมพ์หน้านี้
|
จริงๆจะว่าไปแล้วการแบ่งด้วยกลุ่มด้วยอุดมการณ์หรือแนวความคิดทางการเมืองครั้งเก่าก่อนก็เป็นเรื่องตีขลุมเอาเองเช่นกัน เพราะนักศึกษาในมธ.ทุกคนก็คงมีแนวคิดไม่เหมือนกันหมด กระทิงแดงก็น่าไม่คิดตรงกับลูกเสือชาวบ้านไปเสียทุกเรื่อง ... ดังนั้นการตีความเรื่องอดุมการณ์ของกลุ่มที่รวมตัวกันในระยะสั้นๆเพื่อจุดหมายระยะสั้นร่วมกัน มาจับตีขลุมว่าร่วมอุดมการณ์กันดูจะเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล และบางครั้งก็เลยเถิดไปได้ไกลจนน่ากลัว ในทางปฏิบัติการเคลื่อนไหวมวลชนจำนวนมหาศาลโดยอาศัยอำนาจทางความคิดที่ไม่มีอำนาจทางกายภาพรองรับและอำนาจทุนรองรับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือจุดร่วมทางความคิดของมวลชนในคราวนี้ทั้ง พธม. และ ชคม. ต่างก็มีจุดศูนย์รวมอยู่ที่นายแม้วซิตี้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมีความคิดเชิงลบอีกฝ่ายหนึ่งมีความคิดเชิงบวก แล้วทำไมอดุมการณ์ทางการเมืองถึงถูกเอามาใช่ตีขลุมได้เล่า ? คำตอบก็คือเวลาเรามองไปที่มวลชนนั้น น้อยคนนักที่จะตระหนักถึงมวลชน เหมือนกับการตักน้ำรดตัวน้อยคนนักที่จะตระหนักถึงน้ำแต่ละหยดแต่ละโมเลกุล เราตะหนักรู้ได้แค่น้ำในขันใส่น้ำเท่านั้น เวลามองไปที่มวลชนเราก็มองไปเห็นแค่ผู้นำกลุ่มมวลชน ผู้นำมวลชนมีบุคลิกลักษณะเช่นไรมวลชนก็ถูกเห็นเช่นนั้น ผู้นำมวลชนมีอุดมการณ์ทางเมืองอย่างไรมวลชนก็ถูกตีความไปด้วย ... แต่ในบริบทที่อดุมการณ์ทางการเมืองถูกนำมาใช้ทำลายหรือส่งเสริมภาพลักษณ์ของบุคคล กลุ่มบุคคลที่ทำหน้าที่นำในการเคลื่อนไหวของทั้งสองกลุ่มก็จะปรับอุดมการณ์ทางการเมืองเข้าหากัน โดยมุ่งเน้นไปยังจุดที่เหมือนกันและทำเป็นแกล้งลืมจุดต่างของแต่ละคนที่ร่วมอยู่ฝ่ายเดียวกันไปเสีย ดังนั้นการจึงเป็นเรื่องแปลกแต่จริงโดยไม่ประหลาดใจได้ว่า ทำไมคนที่มีอุดมการณ์(หรือเคยมีอุดมการณ์)ต่างกันจึงมารบเคียงบ่าเคียงไหล่กันได้ และนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างไรเลย แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่อาจจะไม่เข้าใจในประเด็นนี้หรืออาจจะใช้แค่ผัสสะสัมผัส จึงทำให้เกิดการตีขลุมขึ้นอยู่เสมอ เห็นได้จากข้อความในเว็บบอร์ดและความเห็นในรายการวิทยุอย่างต่อเนื่อง |