
พิมพ์หน้านี้
|
นักวิชาการ เป็นชนชั้นพิเศษในสังคมไทยเป็นชนชั้นที่มีความรู้มากกว่านายทุนหรือชนชั้นปกครองแต่มีบทบาทและเศรษฐานะด้อยกว่า ในกระบวนการมวลชนก็เช่นกันมีนักวิชาการคอยทำหน้าที่เป็นผู้นำทางร่วมอยู่เสมอ นักวิชาการบางคนก็มีความสามารถพอที่จะหรืออยากที่จะเป็นแกนนำด้วย นักวิชาการเหล่านี้นั้นในเวลาปรกติก็มักจะมีงานวิชาการที่มีจุดยืนของตัวเองชัดเจน แต่เมื่อเลือกมายืนในมวลชนแล้วงานวิชาการของตนเองก็จะรับใช้เป้าหมายร่วมของมวลชนที่เคลื่อนไหว ถ้าอยากรักษาความเป็นกลางก็อาจจะแหย่ขาข้างหนึ่งไว้ข้างในแถวส่วนตัวยังอยู่ข้างนอก หรือไม่ก็เดินวนไปวนมาอยู่ข้าง การเคลื่อนไหวของมวลชนจำนวนมาก นักวิชาการก็มักจะมีปริมาณมากตามไปด้วย แนวคิดก็ยิ่งหลากหลาย การปรับแนวคิดเข้าหากันก็ทำให้สูญเสียตัวตนของนักวิชาการได้โดยง่าย อันนี้ขึ้นความสามารถในการรักษาสมดุลทางความคิดของนักวิชาการแต่ละท่าน ... แต่มันก็ยังเหตุผลอื่นแฝงอยู่ด้วย เช่นอยากดัง อยากรวย นักวิชาก็เหมือนคนทั่วไป ที่บ้างคนก็รู้ว่าบุหรี่ไม่ดีแต่จะสูบอ่ะทำไมเหรอ อย่าไปตีขลุมว่ามีความรู้ดีและจะทำดีได้ตามที่รู้เสมอไป ในการเคลื่อนไหวครั้งปัจจุบันนั้น จะเห็นว่านักวิชาการได้แตกออกเป็นสองกลุ่มคิดใหญ่ๆ โดยการแตกกันนี้อยู่ที่ประเด็นเรื่องแนวคิดต่อบทบาทของสถาบันสูงสุดและสถาบันการเมือง ซึ่งถ้าพิจารณาจะพบว่ามีกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งที่มีอุดมการณ์ซ้ายสุดขั้วอยู่ซึ่งกลุ่มนี้กระโจนเข้าหา ฝั่งชคม.มานานมากแล้วและดำรงอยู่กับแกนนำของชคม.มาตั้งแต่ต้น ด้วยความสัมพันธ์แบบหลอกใช้ซึ่งกันและกัน เมื่อจำเป็นต้องเข้าปะทะกันทางความคิด นักวิชาการฝ่ายขวาหรือกลางเอียงขวาก็เลือกข้างชัดเจนว่าอยู่กับพธม.(าร) และอาจจะต้องปรับแนวคิดเป็นขวาจัดขึ้นเพื่อแสงยานุภาพทางความคิด แต่นั้นก็ทำให้นักวิชาการสายเอียงซ้ายหน่อยๆเทข้างไปอยู่กับชคม. ซึ่งมันเป็นเรื่องแปลกประหลาดยิ่งนักเมื่อผมได้เห็นครั้งแรกปรมจารย์นักวิชาการที่เกลียดทุนเข้าไส้อย่างกลุ่มมหาวิทยาลัยรอบดึกสงัด กับออกมาปกป้องทุนด้วยตรรกะงี่เง่าหลายครั้ง ตอนหลังมาคิดดูแล้วก็เข้าใจได้ว่าฝั่งพธม.(าร)นั้นเพิ่มความขวาเข้าไปมากเกินจนไปนั้นเอง แต่กระนั้นก็ยังมีนักวิชาการที่รักษาสมดุลได้หลายคน...แต่เพราะรักษาสมดุลมากแสนยานุภาพทางความคิดที่มีต่อมวลชนและการเข้าปะทะก็ต่ำลงบทบาทก็ลดลง เหลือแต่พวกชิดข้างทางความคิดเท่านั้นที่มีบทบาท ทำให้คนส่วนใหญ่ตีขลุมทั้งนักวิชาการและมวลชนไปตามภาพที่เห็น ส่วนตัวผมเชื่อว่าเป็นแค่เรื่องเฉพาะการณ์เท่านั้น อย่าไปยึดติดกับภาพนักวิชาการกลุ่มต่างๆและการเลือกข้างในตอนนี้ ผมเชื่อว่าท้ายที่สุดกลุ่มซ้ายจัดซึ่งมีขนาดเล็กมากๆและไม่ได้รับการสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่ นักวิชาการที่แค่หัวเอียงซ้ายก็จะละทิ้งพวกเขาไว้ให้ต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามเพียงลำพัง ส่วนมวลชนนั้นไม่ต้องพูดถึง คือมั่วไปหมดมี ฝั่งพธม.(าร)ก็ประกอบด้วยหลักๆคือ 1.แฟนปชป. 2.แฟน ASTV+Mgr 3.พลพรรคของแกนนำ 4.ลูกศิษย์ของอาจารย์ต่างๆ 5.คนทั่วไปที่ไม่ชอบแม้ว ส่วน ชคม. ก็ไม่ต่างกันมากจะต่างกันก็ตรงที่กำลังสำคัญที่มีบทบาทมากแม้จะมีปริมาณไม่มากก็คือขบวนการซ้ายจัด ดังนั้นการโจมตีพธม.(าร)ด้วยการกล่าวหาถึงความเลวปชป.จึงเป็นเรื่องน่ารำคาญใจอย่างมากสำหรับพธม.(าร)ส่วนใหญ่ และในทางกลับกันการกล่าวหาว่าชคม.ทั้งหมดเป็นพวกซ้ายก็เป็นเรื่องที่ชคม.ส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการกล่าวหาที่ใส่ร้ายป้ายสี การตีขลุมแก้ได้ไม่อยากโดยการตั้งสติวิเคราะห์โครงสร้างให้ชัด อย่าด่ามั่วไปหมด แยกเอาตัวที่เป็นปัญหาออกมาแล้วจัดการมันไปที่ละจุดก็แค่นั้นเอง... |