• indexthai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : indexthai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 81
  • จำนวนผู้ชม : 9772
  • จำนวนผู้โหวต : 66
  • ส่ง msg :
ค น น อ ก ก ร ะ แ ส
หลบตอ เจอกำแพง หลบกำแพง เจอตอ เต็มไปด้วยตอและกำแพง ซ้ายก็ผลประโยชน์ ขวาก็ผลประโยชน์ บนก็ผลประโยชน์ ล่างก็ผลประโยชน์ เต็มไปด้วยผลประโยชน์ ก่ออบายมุขท่วมประเทศ ..หาทางออกยาก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/indexthai
วันพฤหัสบดี ที่ 24 เมษายน 2551
การเคลื่อนย้ายทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศ
Posted by indexthai , ผู้อ่าน : 129 , 11:40:21 น.   | หมวดหมู่ : บทความ 1  
พิมพ์หน้านี้


มีสัมภาณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับความเสียหายของค่าเงินเหรียญสหรัฐในหลายรูปแบบ
บางคนบอกว่าเป็นเพราะสงครามอิรัก
บางคนบอกว่าเพราะการขาดดุลการค้า และขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
แต่บอกไม่ได้ ทำไมจึงขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด

บทความนี้จะให้ข้อมูลและความเข้าใจบางอย่างที่คนทั่วไปไม่ทราบ
ทั้งนี้เพราะคนทั่วไปเกี่ยวข้องกับตลาดทุนและรู้เรื่องกลไกของตลาดทุนน้อย
โดยเฉพาะกลไกความสัมพันธ์ของตลาดทุน ต่อตลาดเงิน และตลาดเงินตรา
ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายทุนโลกด้วย
ส่งผลให้ทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศแต่ละประเทศเปลี่ยนแปลง อย่างมีนัยสำคัญ

ทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศเป็นเรื่องสลับซับซ้อน
ไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนที่เคยเป็นมา
มีเรื่องความเบี่ยงเบนและความผิดปกติเข้ามาเกี่ยวข้อง
เครื่องมือทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเองผิดปกติ
เครื่องมือทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาก็ผิดปกติ
พลอยทำให้เศรษฐกิจทั้งโลกผิดปกติไปด้วย

การเคลื่อนย้ายทุนโลกรุนแรงเท่าใด ความเสียหายก็จะเกิดกับโลกเท่านั้น
การเคลื่อนย้ายทุนโลกบ่อยครั้งเท่าใด ความเสียหายก็จะเกิดกับโลกบ่อยครั้งเท่านั้น

อ่าน “การพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ”
http://www.oknation.net/blog/indexthai/2008/04/16/entry-2

ตลาดหุ้นไทยเริ่มตกแรงในปี 2537 (1994)
SET Index ตกลง 88 เปอร์เซนต์
ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย
ทำให้สถาบันการเงินล้ม และภาคการผลิตจริงก็ลมตามมา
ทำให้ค่าเงินบาทเสียหาย ทำให้เงินไหลออกจากไทย
ต้องลอยค่าเงินบาทในกลางปี 2540


1) SET Index 1994 (/2537)
 

กลไกเช่นนี้เกิดที่ประเทศใด
ผลกระทบก็จะเป็นแบบเดียวกันทุกประการ
ต่างกันแต่ความรุนแรงเท่านั้น ว่ารุนแรงมากน้อยเท่าใด

ประเทศไทยกล่าวถึงสาเหตุการเกิดวิกฤติว่า
เพราะจอร์จ โซรอส โจมตีค่าเงินบาท
เพราะเอกชนไทยไม่มีธรรมาภิบาล
เป็นเหตุผลแบบผิวเผิน

จอร์จ โซรอส และ Hedge Fund ต่างๆ โจมตีค่าเงินบาทจริง
แต่เหตุใดเขาจึงมาโจมตี ? เหตุใดเขาจึงโจมตีได้ ? ทำไมสู้เขาไม่ได้ ?
ไม่ใช่อยู่ดีๆเขาจะมาโจมตีได้
เหตุเพราะมีความบกพร่อง เกิดจุดอ่อนหรือช่องโหว่ เขาจึงมาโจมตีได้

ทำให้ประเทศไทยเสียหายหนักที่สุดในโลก
สถาบันการเงินล้มลงกว่า 70 แห่ง
สินทรัพย์ของชาติ ตกไปเป็นของต่างชาติจำนวนมาก
ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่ได้ยืนอยู่บนขาตัวเองได้ อยู่ได้ด้วยทุนของต่างชาติ

หลังวิกฤติเศรษฐกิจไทย 6 ปี
เกิดการพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์

ตลาดหุ้นแนสแดกซ์เริ่มพังลงปี 2000 (2543)
NASDAQ Index ตกลง 78 เปอร์เซนต์
เช่นเดียวกับที่กล่าวมาข้างต้น ความเสียหายเริ่มต้นที่ตลาดหุ้น
ทำให้สภาพคล่องของระบบเสียหาย
เอกชนเสียหาย และล้มลงจำนวนมาก
ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐสียหาย ทำให้เงินไหลออกจากอเมริกา

2) NASDAQ Index 2000 (/2543)
 

World Trade Center (WTC)  ถูกถล่มปลายปี 2001 เกิดหลังการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐเกือบ 2 ปี สหรัฐไปถล่ม Iraq วันที่ 20 มีนาคม 2003 เกิดหลังการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ 3 ปี เหตุการณ์ทั้ง 2 นี้ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลาย

เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลายประเทศทั่วโลก
ไม่ว่าไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ อาร์เจนตินา และตุรกี รวมทั้งอเมริกา
ตลาดหุ้นพังทลายเป็นต้นเหตุให้ค่าเงินพังทลาย

เช่นกัน การพังทลายของตลาดแนสแดกซ์ เป็นสาเหตุให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐพังทลาย

3) USD : (EUR/USD) Update : March 23 2008
 
ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินยูโรตามชาร์ตตกลง 48%

4) USD : (SGD/USD) Update : March 23 2008
 
ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินสิงคโปร์ดอลลาร์ตามชาร์ตตกลง 27%

นับถึงทุกวันนี้ค่าเงินเหรียญสหรัฐตกต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 6-7 ปีแล้ว

ชาร์ต 3 & 4 แสดงให้เห็นถึงการเสียหายของค่าเงินเหรียญสหรัฐ ระยะเวลาของความเสียหาย และความรุนแรงของความเสียหาย

Link นี้ แสดงถึงทุนสำรองของประเทศต่างๆ "Reserves of foreign exchange and gold" พบว่าทุนสำรองฯ ของประเทศต่างๆเพิ่มขึ้น แต่ทุนสำรองฯ ของประเทศอเมริกามีน้อย มีน้อยกว่าประเทศมาเลย์เซียและไทยอีกต่างหาก แสดงถึงการที่เงินไหลออกจากอเมริกา
https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/rankorder/2188rank.html

ประเทศมาเลย์เซียอยู่ที่ลำดับที่ 11 ของโลก 1.05 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (มากกว่าไทย)
ประเทศไทยขึ้นมาอยู่ที่ลำดับที่ 12 ของโลก 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (มากกว่าอเมริกา)
สหรัฐอเมริกาตกมาอยู่ที่ลำดับที่ 21 ของโลก 6.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

5) WORLD81 Index
 

เมื่อเงินไหลเข้าประเทศต่างๆ ทำให้สินทรัพย์ ค่าเงิน และตลาดหุ้นของประเทศต่างๆสูงขึ้นทั่วหน้า

ชาร์ต 5 คือดัชนีค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นโลก 81 ประเทศ ที่ผู้เขียนพัฒนาขึ้นมาเอง
แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเงินที่ไหลเข้าประเทศต่างๆ  6-7 ปีที่ผ่านมา 
ตลาดหุ้นรวมโลกก็เพิ่มขึ้นในช่วง 6-7 ปีเช่นเดียวกัน
เพิ่มขึ้นถึง 468 เปอร์เซนต์

เฉพาะประเทศที่ผูกค่าเงินไว้กับค่าเงินเหรียญสหรัฐ
เมื่อค่าเงินเหรียญสหรัฐเสียหาย
เงินเหล่านั้นก็จะเสียหายตามไปด้วย
แต่แท้ที่จริงไม่เสียหาย (เสียหายเพราะการผูกค่าไว้กับเงินเหรียญสหรัฐ)
ส่งผลให้เงินเหล่านั้นอ่อนผิดจริง
เช่น YUAN ของจีน และ RINGGIT มาเลย์เซีย

6) USD (Yuan/USD) Update : March 21 2008
 
ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินหยวนของจีนตามชาร์ตตกลง 14.75%

7) USD (Ringgit/USD) Update : March 21 2008
 
ค่าเงินเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับเงินริงกิตของมาเลย์เซียตามชาร์ตตกลง 15.52%

Hedge Fund เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
เพราะค่าเงิน YUAN และ RINGGIT อ่อนผิดจริง
จึงต่างกรูกันเข้าไปเก็บ YUAN และ RINGGIT
น่าจะมีการเริ่มเก็บ YUAN และ RINGGIT ตั้งแต่ปี 2001 แล้ว
กระทั่งถึงกลางปี 2005 YUAN และ RINGGIT ไม่สามารถกดค่าเดิมไว้ได้
ถูกไล่ซื้อจนแข็งโด่งทะลุเพดานเดิมได้ (วงกลมในชาร์ต 6 และ 7)

หากจะเรียกว่าเป็นการโจมตี
Hedge Fund ใช้เวลาประมาณ 4 ปีในการโจมตี
และ ได้รับชัยชนะกลางปี 2005
พวกเขากำไรง่ายๆ เช่นนี้เอง
กำไรจากความผิดปกติในระบบเศรษฐกิจของโลก

คงจำได้ Hedge Fund เคยมีกำไรจากการพังทลายของบาทในปี 2540 มาแล้ว

8) ทุนสำรองทางการเงินระหว่างประเทศสุทธิของไทย (รวมฐานะ forward แล้ว) 

Year

Jan

Feb

Mar

Apr

May

Jun

Jul

Aug

Sep

Oct

Nov

Dec

1997

30,374

25,956

24,103

23,565

5,297

2,839

1,144

2,481

6,228

6,854

7,974

8,962

1998

9,315

9,843

11,943

13,908

14,091

14,586

15,444

16,530

17,580

20,077

21,305

22,964

1999

23,749

23,739

25,317

26,415

27,177

28,085

28,728

29,056

29,376

29,389

29,729

29,986

2000

29,412

29,290

29,537

29,540

29,673

30,002

29,873

30,166

30,175

30,168

30,226

30,526

2001

30,722

31,078

30,126

30,008

29,880

29,450

30,009

30,682

30,672

31,055

31,320

30,970

2002

31,920

32,246

32,028

32,949

34,337

35,912

37,338

37,695

36,832

36,779

37,513

38,439

2003

40,476

39,740

38,212

38,545

41,192

41,622

39,699

40,303

42,827

43,582

44,713

47,351

2004

49,269

50,253

50,224

49,280

48,620

48,701

48,281

48,357

48,828

49,653

52,690

54,432

2005

54,422

56,713

56,231

56,097

53,931

52,017

51,398

52,417

52,122

52,914

53,471

55,906

2006

59,151

58,963

59,330

62,356

63,094

62,947

63,861

65,171

65,578

67,593

73,024

73,926

2007

74,459

76,808

79,345

80,419

80,932

82,521

86,274

88,033

93,541

99,150

102,953

106,541

 Source: BOT

สรุป
การเปลี่ยนแปลงทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศของไทย

1) ตลาดหุ้นไทยพังทลาย ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศไทย
ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ จนแห้งเหือดเหมือนทุ่งลาหน้าแล้ง >>
กระทั่งต้องลอยค่าเงินบาทในวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 (1997)

2) หลังจากนั้นประมาณ 6 ปี หรือปี 2000 ตลาดหุ้นแนสแดกซ์พังทลายรุนแรง
ทำให้เงินไหลออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา ไปยังประเทศต่างๆ
รวมทั้งไหลมายังประเทศไทย ท่วมประเทศไทย <<

1) รัฐบาลชวลิต ทุนสำรองฯสุทธิปี 2540 ลดลงอย่างรวดเร็ว จากต้นปีที่ 30,374 ล้านเหรียญสหรัฐ ถึงเดือนกรกฎาคม 2540 (1997) หรือเดือนที่มีการลอยค่าเงินบาท เหลือเพียง 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ปีนี้เป็นปีที่ประเทศไทยเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ
ปลายปี 2540 (1997) ทุนสำรองเท่ากับ 8,962 ล้านเหรียญสหรัฐ

2) รัฐบาลชวน 2 มีการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟไปบางส่วน ประมาณ 5 เปอร์เซนต์
ปลายปี 2543 (2000) ช่วงท้ายรัฐบาลชวน ทุนสำรองสุทธิฯ เพิ่มมาเป็น 30,526 ล้านเหรียญสหรัฐ
 
3) รัฐบาลทักษิณ ปี 2546 (2003) เป็นปีที่ประเทศไทยใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมด
 ปลายปี 2549 (2006) ช่วงท้ายรัฐบาลทักษิณ ทุนสำรองฯเพิ่มมาเป็น 73,926 ล้านเหรียญสหรัฐ

4) รัฐบาลสุรยุทธ รัฐบาลที่มาจากคมช.
 ทุนสำรองฯ ช่วงท้ายรัฐบาล ปลายปี ปี 2550 (2007) เพิ่มเป็น 106,541 ล้านเหรียญสหรัฐ

ตลาดหุ้นพังในรัฐบาลชวน 1 ทำให้ปัญหาทางเศรษฐกิจก่อตัวขึ้นมาเรื่อย แล้วก็ผ่านมาถึงรัฐบาลบรรหาร มีคนพยายามยิงตัวตายที่ตลาดหุ้น ปัญหามาสิ้นสุดลงที่รัฐบาลชวลิต ด้วยการลอยค่าเงินบาท

การผูกค่าเงินไว้ตายตัวไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง
ประเทศไทยก็ได้รับความเสียหายจากการผูกค่าเงินมาแล้ว

หยวนของจีนและริงกิตของมาเลย์ก็ได้รับความเสียหายจากการผูกค่าเงินไว้เช่นกัน
ความเสียหายกำลังดำเนินอยู่

นั่นแสดงว่าช่วงตั้งแต่ปี 2535 ถึงทุกวันนี้ ช่วงนำเสนอบทความนี้คือต้นปี 2551
เป็นช่วงที่เกิดความผิดปกติทางการเงิน
ช่วงแรกเป็นช่วงการผิดปกติของประเทศไทยเอง ทำให้เงินไหลออกจากประเทศ

ช่วงหลังเป็นช่วงการผิดปกติของอเมริกา ทำให้เงินไหลเข้ามาท่วมประเทศไทย
จะเห็นว่าเงินเริ่มไหลเข้าตั้งแต่รัฐบาลชวน 2 แล้ว

ถึงรัฐบาลทักษิณเงินก็ยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้อย่างรวดเร็ว

ถึงรัฐบาลสุรยุทธ์เงินไหลเข้าประเทศมากกว่ารัฐบาลทักษิณเสียอีก

ดัชนีตลาดหุ้นเบี่ยงเบนสูง คือต้นเหตุความเสียหายของตลาดหุ้นไทย
หากองค์ประกอบและส่วนแวดล้อมไม่เหมาะเมื่อใด ก็จะถูกกระทำเมื่อนั้น
ส่งผลให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจมา 2 ครั้งแล้ว
และต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟมาทั้ง 2 ครั้ง

การที่ประเทศไทยสามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟปีหมด 2546
ไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาลใด
เป็นไปตามกลไกตลาดที่ผิดปกติ

@
@
@
@@@
24 เมษายน 2551

/truethaksin/reserve.doc


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
indexthai วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 19.08 น.
http://www.oknation.net/blog/indexthai


การพังของเงินเหรียญสหรัฐ
ทำให้เงินไหลออกจากสหรัฐ
>>>
ทำให้ราคาหุ้นประเทศต่างๆสูงขึ้น
ทำให้ราคาหุ้นโลกสูงขึ้น
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11