พิมพ์หน้านี้
|
.
บางครั้งคนเชื่อเพราะผู้พูดเป็นนายกรัฐมนตรี พื้นฐานการรับรู้และการเข้าใจของคนแตกต่างกัน พระพุทธเจ้าแบ่งไว้ได้ 4 ประเภท คนที่มีพื้นฐานการรับรู้ดีมีน้อย แต่ประเภทบัวใต้ตมจะมีมากที่สุด เป็นเช่นนี้แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว กาลิเลโอเมื่อ 400 ปี ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าของ 2 สิ่งตกถึงพื้นพร้อมกัน แต่ที่ตกไม่พร้อมกันเพราะมีอากาศที่มีตัวตนแต่มองไม่เห็นเป็นตัวต้านไว้ ไปขัดแย้งกับทฤษฎีที่อาริสโตเติลที่ว่าไว้เมื่อ 1600 ปีมาก่อน ทำให้คนแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย คนกลุ่มหนึ่งเข้าใจ ยอมรับการพิสูจน์ แต่กลุ่มที่มากกว่าไม่ยอมเข้าใจ ไม่ยอมรับ ไม่พอใจ หาว่าลบหลู่ศาสนา กดดันให้ฝ่ายศาสนจักรเอาตัวไปคุมขัง อาริสโตเติลไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับศาสนา แต่คนก็เอาไปเกี่ยวข้องกัน เพราะมันเป็นความเชื่อที่ต่อเนื่องกันมาถึง 1600 ปี ที่ฝ่ายศาสนาเอาทฤษฎีของอาริสโตเติลมาเป็นตำราสอน นี่ขนาดว่ากาลิเลโอพิสูจน์ให้เห็นง่ายๆด้วยตาเปล่า ยังไม่ยอมรับ แล้วที่สลับซับซ้อนทางเศรษฐกิจคนจะเข้าใจได้อย่างไร คนที่เข้ามาหาประโยชน์ ทำให้เกิดการแตกแยก ทำไม่ถูกต้อง แล้วก็ต่อสู่ทุกทางเพื่อไม่ให้ถูกจองจำ ทำให้เกิดความแตกแยกมากขึ้นตลอดเวลา นักการเมืองไม่เป็นผู้ใหญ่ และไม่รับผิดชอบ พูดเก่ง พูดน่าฟัง พูด 1 ชั่วโมงเต็มทุกสัปดาห์ พูดข้างเดียว คนที่ได้พูด ก็จะพูดแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง คนส่วนใหญ่รู้ไม่เท่าทัน ได้แต่เชื่ออย่างเดียว คนที่มีข้อมูลและรู้เท่าทัน ไม่เชื่อ ทำให้คนแตกแยกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเชื่อถึงขั้นหลงไหล อีกกลุ่มหนึ่งไม่เชื่อถึงขั้นชิงชัง การพิสูจน์ให้เห็นจริงด้วยตาในสมัยกาลิเลโอยังทำให้เกิดการแตกแยก ประเทศไทยทุกวันนี้ การพูดไม่จริง ทำให้เกิดการแตกแยก ความแตกแยกเกิดจากฝ่ายหนึ่งเชื่อในคำพูดของผู้นำ แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่เชื่อในคำพูดของผู้นำ จะไปกล่าวโทษ คนในระบบ ไม่ได้ ว่าไม่สมานฉันท์ การนำเสนอความจริงแล้วเกิดการแตกแยก เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ แต่การนำเสนอความเท็จแล้ว ทำให้คนในระบบแตกแยก เป็นเรื่องที่เลวร้าย ผู้ที่สมควรถูกตำหนิ จึงไม่ใช่ฝ่ายพันธมิตรหรือฝ่ายตรงข้ามพันธมิตร แต่เป็นผู้นำ ที่พูดเอาประโยชน์เข้าตัว ทำให้เกิดความแตกแยก มีความพยายามสร้างกระแสตำหนิคนปฏิวัติ แต่คนที่เป็นต้นเหตุปฏิวัติกลับแยกไม่ออก ระหว่างทักษิณกับฝ่ายพันธมิตร ใครกันแน่ที่เป็นต้นเหตุของการปฏิวัติ ฝ่ายยุติธรรมไม่ทำงาน หรือไม่ก็ทำแบบเช้าชามเย็นชาม มีประโยชน์ส่วนตนมาเกี่ยวข้อง ไม่สามารถให้ความถูกต้องเป็นธรรมแก่ระบบได้ เพิ่มความแตกแยกมากขึ้นไปอีก ปัญหาของประเทศแย่ลงทุกวัน รัฐบาลอาจไม่ทราบปัญหาที่แท้จริงก็ได้ ประเทศไทยขายสมบัติให้ต่างชาติและสิงคโปร์ตลอด 7-8 ปีที่ผ่านมา แล้วยังจะมีการขายทรัพย์สินให้เขาอย่างต่อเนื่องอีก ไม่ว่าไทยธนาคาร หรือธนาคารทหารไทย แล้วประเทศไทยจะมั่งคั่งเหมือนสิงคโปร์ได้อย่างไร ธนาคารหนี้ดีอย่างรัตนสิน ทุกวันนี้ก็ไม่มีชื่อนี้แล้ว ขายไปแล้ว ส่วนใหญ่ขายสินทรัพย์ในราคาส่วนลด 70-80 เปอร์เซนต์ของราคาที่เคยเป็น คนไทยไม่มีเงิน มีแต่ต่างชาติเท่านั้นที่ซื้อได้ ทำให้ทรัพย์สินตกเป็นของต่างชาติมากขึ้น ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารยูโอบี จํากัด (มหาชน) คือธนาคารขนาดใหญ่ที่ตั้งขึ้นจากการซื้อทรัพย์สินและหนี้สินจากกระทรวงการคลังล้วนๆ มาตั้งเป็นธนาคารสาขาประเทศไทย มีผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติ 100 เปอร์เซนต์ ช่วงท้ายรัฐบาลปี 2544 ก่อหนี้นอกงบประมาณมากเป็นพิเศษ กระทรวงการคลังต้องขายทรัพย์สินออกมาตลอดเวลา รวมทั้งการแปรูปรัฐวิสาหกิจ ขายปตท.ก็คล้ายขายเศษขยะ ได้เงินนิดเดียว นำมาเป็นค่าใช้จ่ายของประเทศ และจ่ายเป็นเงินเดือนข้าราชการ คำว่าโลก โกลบอลไลซ์ ถูกนำมาใช้บ่อย ส่วนใหญ่หมายถึงความเจริญก้าวหน้า แต่แท้จริงมันมีความหมายได้ทุกทาง คือทั้งเจริญและเสื่อม ตลาดหุ้น โลกโกลบอลไลซ์ และ การเปลี่ยนกระดาษเป็นเงิน คือสิ่งผิดปกติในระบบเศรษฐกิจโลก หัวขบวน ทุนนิยมอเมริกา กำลังเสื่อมทรุดทางเศรษฐกิจ เงินนไหลออกจากอเมริกาเหมือนเขื่อนแตก ก็เพราะโลกโกลบอลไลซ์ มีการออกเครื่องมือใหม่ทางการเงินหลายอย่าง อธิบายว่าเป็นการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุน ไม่ว่า ตราสารอนุพันธ์ และ ซีดีโอ ตลาดทุนโดยตัวมันเองก็อันตรายอยู่แล้ว เครื่องมือเหล่านี้ทำให้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมอันตรายมากขึ้น โลกโกลบอลไลซ์ แท้จริงกำลังเสื่อมลง สัญญาณที่แสดงว่าประเทศไทยจนลงมีมากขึ้น เอาโรงพยาบาลออกนอกระบบ เอาโรงเรียนและมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ มีข่าวออกมา ดัน ร.ร.สามเสนออกนอกระบบ ให้กู้เงินเรียนหนังสือ การเอาสถานศึกษาออกนอกระบบ เป็นผลมาจากงบประมาณขาดแคลน ประเทศจนลง ประเทศที่มั่งคั่งจริงจะให้คนเรียนฟรีจนจบมหาวิทยาลัย ขโมย โจร ปล้นจี้ ลักถอดน๊อตเสาไฟฟ้า ลักตัดสายไฟฟ้า ลักตัดมิเตอร์มาตรวัดน้ำประปา ลักฝาครอบท่อวางสายโทรศัพท์ ปล้นร้านทอง ปล้นธนาคาร ขายตัวตามสถานเริงรมย์ ขายตัวในสภาฯ ขอทาน ชุมนุม ระเบิด ลักพาตัว เดินขบวน จลาจล เป็นสัญญาณของความยากจน การที่จะแก้ปัญหาความยากจนได้ จะต้องทราบถึงสาเหตุของความยากจน อะไรที่ทำให้เกิดความยากจนหลัก อะไรที่ทำให้เกิดความยากจนรอง เรียงลำดับปัญหาที่ทำให้เกิดความยากจน จากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ 1) การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ การเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ กระทั่งต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ เทียบได้กับไฟไหม้บ้านหรือไหม้ประเทศ ทำให้เกิดความยากจนสูงสุด ไฟไหม้บ้านหรือไหม้ประเทศแม้ครั้งเดียว ก็นับว่าเลวร้ายมากแล้ว ช่วง 30 ปีที่ผ่านมาไฟไหม้ไหม้ประเทศไทยถึง 2 ครั้ง 2 ครา เข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟทั้ง 2 ครั้ง ต้องมีการการเปรียบเทียบ ต้องมีตัวเปรียบเทียบ จึงจะเห็นว่าค่าเงินบาทเสียหายเท่าใด โมเดลเปรียบเทียบค่าเงิน
เกิดวิกฤติครั้งแรก ค่าเงินบาทเสียหาย 23 เปอร์เซนต์ ทำให้ค่าเงินบาทเหลือค่า 77 ในขณะที่ประเทศที่ไม่เคยเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจเลย ค่าเงินเขายังมีค่า 100 เท่าเดิม นักกีฬาไทยไปแข่งเอเซี่ยนเกมส์ครั้งที่ 15 เมืองโดฮา ประเทศการ์ตา บอกว่าข้าวผัดจานละ 400 บาท หมวดเจี๊ยบ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต ตามหาคนที่สาระเบี่ยงเบน และบริหารประเทศล้มเหลวที่ลอนดอน เล่าว่า ตั๋วรถไฟสายด่วนที่อังกฤษ 15 ปอนด์ หรือประมาณ 1,000 พันกว่าบาท ตั๋วรถไฟใต้ดินธรรมดาราคา 4 5 ปอนด์ หรือประมาณ 300 กว่าบาท หากต้องต่อรถ 2-3 ต่อกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเหมือนในกรุงเทพ ค่าเดินทางในอังกฤษต่อเที่ยวต้องตกถึง 1,000 5,000 บาทได้ เดินทางไปกลับ ก็ต้องมีค่าเดินทางต่อวัน 2,000-10,000 บาทต่อเที่ยว เจ้าหน้าที่ทูตที่ประเทศเบลเยี่ยมเล่าให้ฟังว่า สปาเก็ตตี้ที่เบลเยี่ยมราคาจานละ 1,000 บาท ราคาบ้านผ่อนส่งเมื่อก่อนหลังละ 3-5 แสนบาท ทุกวันนี้หลังละ 3-5 ล้านบาท เมื่อก่อนใช้เวลา 10-15 ปีก็สามารถผ่อนบ้านหมด ทุกวันนี้ต้องใช้เวลา 20-30 ปีจึงจะผ่อนหมด นั่นแสดงว่าประเทศเดินหน้ายากจนลง นายกสมัครพูดไว้ในรายการ พูดจาประสาสมัคร บอกว่า ราคาปืนเมื่อก่อนกระบอกละ 6-7 พันบาท แต่ทุกวันนี้กระบอกละ 7-8 หมื่นบาท และบอกว่าเพราะการมีโควต้า ทำให้ราคาปืนสูงขึ้น ก็อาจจะมีส่วน แต่ที่มีส่วนอย่างสำคัญคือความเสียหายของค่าเงินบาท ที่ทำให้ราคาปืนสูงขึ้น สินค้านำเข้าแต่ละปีมากพอๆกับส่งออก หรือสูงกว่า ไม่ว่าน้ำมัน รถยนต์ เครื่องจักร เวชภัณฑ์ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ ปุ๋ย เคมี ยาปราบศัตรูพืช เนื่องจากเงินบาทเสียหาย ประเทศไทยต้องชำระ ค่าสินค้านำเข้าเป็นเงินบาทมากขึ้น 2-3 เท่าตัว หรือใช้เงินบาทมากขึ้น น้ำมันเป็นสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าสูงที่สุด เมื่อค่าเงินบาทเสียหาย ก็ต้องชำระค่าน้ำมันเป็นเงินบาทสูงขึ้นตามอัตราความเสียหายของค่าเงินบาท แสดงว่า ไม่ใช่ว่าค่าสินค้าและบริการของประเทศอื่นแพงกว่าประเทศไทย แต่เป็นเพราะค่าเงินบาทของประเทศไทยเสียหาย มีค่าน้อยลง ทำให้ต้องใช้เงินบาทเพื่อซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น ช่วง 30 ปีที่ทผ่านมาค่าเงินของประเทศอื่นเท่ากับ 100 แต่ค่าเงินของประเทศไทยเหลือเพียง 34 เท่านั้น 2) การขายทรัพย์สินของประเทศ ปรส.บสท. ขายสินทรัพย์ราคารวมกันประมาณ 2 ล้านล้านบาทในราคาส่วนลด 70-80 เปอร์เซนต์ ต่างชาติซื้อไปเป็นส่วนใหญ่ การแปลงสินทรัพย์หรือทรัพยากรของชาติ ทั้งที่เป็นสัมปทานและไม่ใช่สัมปทาน มาเป็นทรัพย์สินส่วนตน แล้วนำไปขายต่อให้ต่างชาติ ทำให้สมบัติของประเทศตกไปเป็นของต่างชาติ คือการขายชาติ ก็ทำให้ประเทศไทยจนลง การขายชินคอร์ปให้เทมาเส็กแห่งสิงคโปร์ ทำให้นายทุนกลายเป็นต่างชาติ นายทุนเท่านั้นที่มั่งคั่ง มั่งคั่งจากเงินปันผล คนไทยกลายเป็นเพียงลูกจ้างแต่อย่างเดียว มีรายได้จากค่าจ้างและโบนัส ไม่มีลูกจ้างที่ไหนจะมั่งคั่งเหนือนายทุน ความยากจนเกิดขึ้น เพราะนายทุนเป็นต่างชาติ ความมั่งคั่งเกิดขึ้นกับต่างชาติ เงินทุนทุกวันนี้ไม่มีสัญชาติ เกิดจากการเบี่ยงเบนของเศรษฐกิจโลกทุนนิยม เป็นสิ่งที่ผิดปกติ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว ภาคการซื้อขายกระดาษอย่าง วอร์เรน บับเฟตต์ ทำให้เขาเป็นคนที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ถือได้ว่าเป็นเจ้าของทุนที่ไม่มีสัญชาติ มั่งคั่งบนความเบี่ยงเบนและผิดปกติของโลกทุนนิยม คนอเมริกันมั่งคั่งเพียงไม่กี่คน แต่อเมริกันชนส่วนใหญ่จนลง เห็นได้จากการเกิดปัญหาซับไพร์ม และแบร์ สเทิร์น ภาคการผลิตจริงอย่าง บิลล์ เกตส์ มั่งคั่งน้อยกว่า วอร์เรน บับเฟตต์ แล้ว และความมั่งคั่งของ วอร์เรน บับเฟตต์ อาจจะดับเบิลหรือทริปเปิลได้ง่ายใน 2-3 ปี และตลอดไป แต่ความมั่งคั่งของบิลล์ เกตส์อาจจะชะลอตัวและถดถอยได้ กลางเดือนเมษายน 2551 อดีตนายกฯปี 2544 ออกข่าวไปปาฐกถากับผู้นำทางเศรษฐกิจโลกที่เมืองโดฮา ประเทศกาต้าร์ ว่าจะดึงเพื่อนเศรษฐีมาลงทุนกิจการเหล็กในไทย อดีตผู้นำไทยตามไม่ทัน อวิชชาของโลกโกลบอลไลซ์ปัจจุบัน ไม่มีมหาเศรษฐีใดคิดลงทุนภาคการผลิตจริง ไม่ว่าจะลงทุนในประเทศใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย คนที่มั่งคั่งจริงคือคนลงทุนในกระดาษ ดู วอร์เรน บับเฟตต์เป็นตัวอย่าง ไม่ว่าโลกจะเป็นอย่างไร ก็จะมั่งคั่งแต่อย่างเดียว โลกเติบโตก็มั่งคั่ง โลกถดถอยก็มั่งคั่ง ฟิวเจอร์สทำให้พวกเขามั่งคั่งได้ในช่วงที่โลกถดถอย แต่คนท้องถิ่นและท้องถิ่นทุกประเทศจะแร้นแค้นลง เศรษฐีเหล่านั้นคงกล่าวทำนองว่า ดอกเตอร์ซิเนตร้า โนบอร์ดี อาร์ เรียลเซ็คเตอร์ อินเวสเตอร์ นาว. บัท วี อาร์ อินไดเร็ค อินเวสเตอร์. ดู ยู ว้อนท์ ทู จอย อัส ? จึงได้มีข่าว อดีตนายกลงขันกับกลุ่มบรรดาเศรษฐีคนละ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ จะทำให้มีเงินลงทุนทั่วภูมิภาคเอเซียกว่า 1.5 แสนล้านบาท มีข่าวว่าเสียดายเงินถูกอายัด ไม่เช่นนั้นจะลงทุนได้มากกว่านี้อีก เชื่อว่ากองทุน 1.5 แสนล้านบาทนี้ เป็นกองทุนที่เล็กที่สุดของกลุ่มเศรษฐีตะวันออกกลาง เพื่อให้โอกาสคนที่มีทุนน้อยได้ร่วมลงทุนด้วย เรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่าโลกเดินหน้าเบี่ยงเบนมากขึ้น การลงทุนในกระดาษคือสิ่งที่เบี่ยงเบนและผิดปกติในโลกทุนนิยม เรื่องเช่นนี้จะไปตำหนิ วอร์เรน บับเฟตต์ คงยาก เหตุเพราะโลกโกบอลไลซ์เบี่ยงเบน จึงทำให้เกิดคนอย่าง วอร์เรน บับเฟตต์ ขึ้นมาได้ หากโลกโกบอลไลซ์ไม่เบี่ยงเบน ก็จะไม่มีคนแบบ วอร์เรน บับเฟตต์ เกิดขึ้น ข่าว 'เทมาเส็ก' สูบเงินกลับอื้อ! สั่ง AIS ปันผล-รับเละ 8 พันล้าน ทุกวันนี้ไม่เฉพาะกรณีแอดวานซ์อินโฟเซอร์วิสและชินคอร์ปเท่านั้นที่เป็นของต่างชาติ ก่อนหน้านี้ สถาบันการเงินและภาคการผลิตจริงก็ตกเป็นของต่างชาติเป็นส่วนใหญ่แล้วเช่นกัน ประมาณว่ากว่า 60 เปอร์เซนต์เงินปันผลของประเทศไทยโดยรวม จ่ายให้ต่างชาติ ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง คงจะต้องบังคับขับใส สมบัติของคนไทยคนใดก็ตาม เป็นสมบัติร่วมกันของคนไทยทุกคน เป็นสมบัติของชาติด้วย อุปมาอุปมัยดู หากมันตกเป็นของต่างชาติทั้งหมด ประเทศอาจจะเจริญด้วยวัตถุมากขึ้นได้ แต่แท้จริงคนไทยเป็นลูกจ้างทั้งหมด แล้วจะเรียกว่าคนไทยมั่งคั่งได้อย่างไร เขาก็คิดกอบโกยกำไรไปจากประเทศไทยแต่อย่างเดียว ชินนคอร์ป มาแปลก ใช้รายได้ในอนาคตมาจ่ายเงินปันผลเทมาเซกล่วงหน้า 526 บริษัทในตลาดหุ้นโกยกำไร 4.2 แสนล้าน ปันผลให้ต่างชาติกว่า 60 เปอร์เซนต์ หรือกว่า 2.52 แสนล้านบาท เหลือเป็นของคนไทย 1.68 แสนล้านบาท ไทยกลายเป็นทาสต่างชาติ คอยหาเงินปันผล ส่งเป็นส่วยต่างชาติทุกปี ตลอดไป ฐานะประเทศไทย ไม่ต่างอะไรกับเป็นประเทศเมืองขึ้นของต่างชาติ การขายทรัพย์สินให้ต่างชาติ คือการขายชาติ 3) การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ปตท.ขายหุ้นจองที่ราคา 35 บาท ขายได้ราคาต่ำมาก หลังจากเข้าตลาดได้ 6 ปี ราคาพุ่งไปที่ 440 บาท หุ้นจองปตท.น่าจะขายได้ที่ราคา 150-200 บาท ไม่ใช่ 35 บาท จะทำให้กระทรวงการคลังหรือรัฐได้เงินเพิ่มขึ้น 115-165 บาทต่อหุ้น ตอนนี้กระทรวงการคลัง ถือหุ้นปตท.อยู่ 1,467.75 ล้านหุ้น จากทั้งหมด 2 ,813.40 ล้านหุ้น คำนวณได้ว่าเงินที่ควรจะได้หายไปประมาณ 150,000-200,000 ล้านบาท เงินส่วนนี้สามารถนำไปช่วยทำเมกะโปรเจคท์ขนาดใหญ่ จะช่วยลดการกู้หนี้ยืมเงินมาทำเมกะโปรเจ็คท์ได้มากทีเดียว PTT Baht (update : Apr 27 2008)
ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น ปตท.ก็ประกาศขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊ม ช่วงเดียวกันค่าเงินบาทแข็งขึ้น ซึ่งมีผลให้ต้นทุนน้ำมันนำเข้าต่ำลง แต่ปตท.และกระทรวงการคลังไม่ได้เอามาลดราคาน้ำมัน น้ำมันเป็นต้นทุนหลักในทุกเรื่อง เป็นต้นทุนขั้นต้นของระบบ เช่นเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้า เป็นต้นทุนการผลิตสินค้า เป็นต้นทุนการขนส่ง เป็นต้นทุนการเดินทาง และเป็นต้นทุนความเป็นอยู่ ปรัชญาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น คือการทำกำไรเพื่อผู้ถือหุ้น เมื่อปตท.คิดเอากำไร จึงทำให้ต้นทุนทุกอย่างของประเทศไทยสูงขึ้น แล้วปตท.ก็เอากำไรที่ได้มาแจกโบนัสให้ผู้บริหาร และจ่ายเป็นเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นรายย่อยก็เป็นต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ รัฐวิสาหกิจในกลุ่มปตท.มีทั้งหมด 7 แห่ง ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ประกอบด้วยคณะกรรมการและผู้บริหารทั้งสิ้น 70 คน มีตำแหน่งรวมกัน 161 ตำแหน่ง มีพนักงานรัฐวิสาหกิจส่วนหนึ่ง ผู้ถือหุ้นรวมกันประมาณ 205,000 คน นั่นแสดงว่ามีคนได้ประโยชน์จากกลุ่มปตท. 7 แห่งไม่เกิน 300,000 คน จากคนไทยทั้งหมด 63 ล้านคน เฉพาะการจ่ายเงินปันผลของปตท.ในช่วงที่ผ่านมา ปี 2548 จ่ายปันผล 6.75 บาทต่อหุ้น ปี 2549 จ่ายปันผล 9.25 บาทต่อหุ้น ปี 2550 จ่ายปันผล 10.50 บาทต่อหุ้น บริษัทในกลุ่มปตท.มีกำไรทุกขั้นตอน ไม่ว่าส่วนของโรงกลั่น และปิโตรเคมี การสูงขึ้นของราคาน้ำมัน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ รัฐวิสาหกิจจะแปรรูปไม่ได้ เพราะทำให้ต้นทุนการผลิตของประเทศไทยสูงขึ้น และทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน แปรรูปรัฐวิสาหกิจ ทำให้ประเทศไทยจนลง
โบราณว่าไว้ สุรา (เหล้า เบียร์) นารี (อาบอบนวด สถานบันเทิง ดารา ละครน้ำเน่า) พาชี (สนามม้าและการพนันทั้งหลาย) กีฬา (พนันฟุตบอลล์ลีก แมนซิตี้) บัตร (สลากกินแบ่ง หวยเบอร์ใต้ดิน บนดิน) เป็นอบายมุขอบายมุขเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก ไฟไหม้บ้านก็ยังเหลือที่ดินไว้ อบายมุขหมดทั้งบ้านและที่ดิน พระพุทธเจ้าคิดละเอียดจริง เทศนาว่าเงินทองหรือเพชรนิลจินดาหาใช่สิ่งที่มีค่าแต่อย่างใด เม็ดข้าวคือสิ่งที่มีค่าสูง ลองเปรียบเทียบอาชีพของคน 2 กลุ่มดังนี้ กลุ่มที่ 1 เลี้ยงสัตว์ ทำไร่ ทำนา นาข้าว นาเกลือ กลุ่มที่ 2 สลากกินแบ่ง หวยเบอร์ สนามม้า บ่อนการพนัน อาบอบนวด สถานบันเทิง คนกลุ่มแรกจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยอาชีพของกลุ่มอื่น หรือคนกลุ่มที่ 2 แต่อาชีพของคนกลุ่มที่ 2 จะอยู่ไม่ได้ ถ้าในระบบไม่มีอาชีพของคนกลุ่มแรกอยู่ด้วย แสดงว่าอาชีพของกลุ่มที่ 2 เป็นอาชีพที่เบียดเบียนอาชีพกลุ่มที่ 1 เอกชนเจ้าของแหล่งอบายมุข รวย ด้วยการเบียดเบียนคนในระบบ เช่น เจ้าของบ่อนการพนัน เจ้าของโรงเหล้าโรงเบียร์ เจ้าของสนามม้า เจ้าของสนามมวย เจ้าของแหล่งบันเทิงเริงรมย์ เจ้าของอาบอบนวด ทางการมักอ้างว่าคนไทยชอบเล่นการพนัน สามารถนำเรื่องต่างๆมาพนันกันได้ แต่ที่ทางการไม่อ้างก็คือทางการยากจน ทางการต้องการค่าธรรมเนียมและภาษีจากบ่อน คนจะเข้ากาสิโนได้ต้องตีตั๋ว 1 แสนบาท แพงมาก ก็ต้องมีบ่อนที่ไม่แพงและนอกกฎหมายเหมือนเดิม เหมือนมีหวยใต้ดินคู่กับหวยบนดิน กาซิโนและเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพลกซ์ มีคนคิดจะหาเงินอยู่ 2 กลุ่ม คือ เอกชนนายทุน กับ ทางการ หากทางการจะเป็นเจ้าของแหล่งกาซิโนและเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กเอง ทางการก็จะรวยเอง แต่หากให้สัมปทานแก่ เอกชน เอกชนจะเป็นฝ่ายรวย ทางการก็จะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมและภาษีสรรพสามิตอย่างเดียว เรื่องอบายมุข จะให้ทางการเป็นเจ้าของหรือเอกชนเป็นเจ้าของ ก็เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะจะมาเบียดเบียนระบบ เอารัดเอาเปรียบระบบ ทำให้ระบบเสื่อม ทำให้ระบบจนลง ก่อให้เกิดการลักขโมย โจรผู้ร้าย ต้องมีงบประมาณด้านตำรวจอัยการและศาลมากขึ้น และศาล ทุกวันนี้ตำรวจในชุมชนอาริยะมีไว้ไล่วัวควายไปไปกินพืชผักชาวบ้านเท่านั้น ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีงบประมาณด้านตำรวจ อัยการและศาล ตลาดหุ้น ตลาดทุนถูกพัฒนาให้เป็นบ่อนการพนันมากขึ้น เช่นการเกิดขึ้นของตลาดตราสารอนุพันธ์ เช่นตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ดัชนีล่วงหน้า ตลาดออปชั่น ตลาดเหล่านี้ไม่มีตัวสินค้าจริงนำมาซื้อขาย แต่เป็นการสร้างตัวเลขขึ้นมาซื้อขาย คล้ายกับการใช้กงล้อสร้างตัวเลขสลากกินแบ่งและหวยเบอร์ เจ้าของบ่อนเท่านั้นที่รวย ทุกวันนี้กองทุนตลาดหุ้นมีเงินอยู่กว่าหมื่นล้านบาท ประเทศไทยอยู่ได้ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ ไม่ว่านักการเมือง เอกชน หรือรัฐ แต่สิ่งที่เป็นจริงหลายอย่างตรงกันข้ามกับการโฆษณาชวนเชื่อ การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยง นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน หรือ ตลาดหลักทรัพย์เป็นของคนไทยทุกคน ตลาดหลักทรัพย์เป็นแหล่งระดมทุนของชาติ ไม่เคยส่งรายได้เข้ากระทรวงการคลังหรือเข้ารัฐ แล้วโฆษณาว่าเป็นของคนไทยทุกคนได้อย่างไร การประกันความเสี่ยง ก็เป็นการประกันความเสี่ยงให้นักเก็งกำไร นักลงทุนต่างชาติ ชาวบ้าน ชาวนา ชาวไร่ ไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วย ยกตัวอย่างเช่นราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้าเป็นต้น ไม่มีเกษตรกรตัวจริงมาประกันความเสี่ยงในตลาดหุ้น มีแต่นักเก็งกำไรมาหาประโยชน์จากตลาดหุ้น เกษตรกรเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการเบี่ยงเบนและผันผวนของตลาดหุ้นด้วย การผันผวนของค่าเงิน คือการผันผวนของราคาสินค้าด้วย ตลาดหุ้นไทยตั้งมาเมื่อปี 2518 ในรัฐบาลหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมท ผ่านไปแล้ว 33 ปี ระดมทุนมา 33 ปีแล้ว ประเทศไทยยากจนลง จากที่ค่าเงินบาท 100 เหลือเพียง 34 เท่านั้น ตลาดหุ้นเป็นต้นเหตุของการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ค่าเงินบาทพังทลาย ทำให้สภาพคล่องมีปัญหา กระทั้งต้องเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว การพังทลายของตลาดหุ้นแนสแดกซ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2000 คือต้นเหตุการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐกระทั่งถึงทุกวันนี้ ทำให้เงินไหลออกจากอเมริกาเข้ามาท่วมประเทศต่างๆทั่วโลก กล่าวได้ว่าตลาดหุ้น คืออบายมุขอีกแห่งหนึ่ง คือต้นเหตุการพังทลายและเสื่อมลงของโลกทุนนิยม หัวขบวนโลกทุนนิยมอย่างอเมริกาเริ่มพังทลายในปี 2000 ประเทศสหรัฐอเมริกากำลังจะกลายเป็นสมาชิกประเทศยากจนใหม่ ตลาดหุ้นเป็นต้นเหตุให้โลกทุนนิยมยากจนลง 5) สื่อเสื่อม สิ่งตีพิมพ์ วิทยุ ทีวี คุณภาพต่ำ ปรุงแต่งผิดจริง มอมเมา เบี่ยงเบน รับใช้กลุ่มผลประโยชน์และกลุ่มอำนาจ หาประโยชน์และหาอำนาจ ข่าวน้ำเน่าเหมือนกัน ข่าวปิงปองแบบเดียวกัน ให้ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจที่ไม่ตรงจริง เบี่ยงเบน เมื่อก่อนนี้ความเชื่อของคนมาจากวัดและสถานศึกษา แต่ทุกวันนี้ความเชื่อของคนมาจากโทรทัศน์ วิทยุ และสิ่งตีพิมพ์ ซึ่งเป็นไปในทางโลกียะมากกว่าทางโลกุตระ สื่อไม่ได้อยู่ข้างคนส่วนใหญ่ของระบบ สื่อเป็นของหรืออยู่ข้างคนมีผลประโยชน์และมีอำนาจ หรือเป็นของหรืออยู่ข้างคนแสวงหาผลประโยชน์หรือแสวงหาอำนาจ สื่อจะให้ประโยชน์แก่กลุ่มผลประโยชน์และกลุ่มอำนาจ เอาประโยชน์ไปจากระบบหรือจากชาวบ้านหรือจากคนส่วนใหญ่ของระบบ ข่าวสารและการโฆษณาจากสื่อ เพื่อการฉกเงินจากกระเป๋าชาวบ้าน และให้ชาวบ้านเชื่อในสิ่งที่กลุ่มผลประโยชน์หรือกลุ่มอำนาจบอก คิดที่จะเอามากกว่าจะให้ ฟรีทีวีทั่วไป ขูดรีดทรัพยากรไปจากระบบผ่านค่าโฆษณา ชาวบ้านต้องซื้อสินค้าแพงขึ้น ทีวีสาธารณะ ขูดรีดทรัพยากรไปจากระบบผ่านภาษีสรรพสามิต ยิ่งทำให้อบายมุขคงอยู่ และหรือขยายตัวมากขึ้นไปอีก ศาสตร์แห่งการผลิตสื่อได้ไม่ยากเย็นแก่การเรียนรู้ ฝีมือจึงไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด ที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญคือ จิตสำนึกแห่งการนำเสนอ ว่ารายการเป็นกุศลหรืออกุศล สื่อทำให้สังคมเสื่อม ความเสื่อมทรุดของสังคม คือความยากจน
คำอธิบายของการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 4 เปอร์เซนต์ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ว่า เพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลปี 2544 ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 2 ครั้ง รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1 ครั้ง รัฐบาลสมัครมีเสียงเรียกร้องการขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีก ชาวบ้านทั่วไป อยู่ กิน ใช้ ของแพงเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ไม่มีใครมาเพิ่มรายได้ให้ ข้ออ้างกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดซ้ำกันทุกรัฐบาล ดูแล้วเป็นการขาดวินัยทางการเงินและการคลังด้วย เป็นการเพิ่มความขัดสนให้แก่ระบบ มากกว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศยากจนลง ฝนแล้งขาดน้ำ หรือฝนตกไม่ตรงตามฤดูกาล ราคาสินค้าสินค้าตกต่ำ การขาดที่ทำกิน เป็นสาเหตุของความยากจนได้ แต่ก็ไม่ใช่สาระหลักของความยากจนที่แท้จริงของประเทศไทย สรุป กลไกของความมั่งคั่งและความยากจนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่เพราะขาดความเข้าใจในสาระหลักของความยากจน จึงแก้ปัญหาความยากจนไม่ได้ หรือทำให้หลงทิศผิดทางในการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศ รัฐบาลใดเข้ามาก็ไม่ได้แตกต่างกัน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระตุ้นส่งออก กระตุ้นท่องเที่ยว ทุกวันนี้สมดุลของโลกเบี่ยงเบนมาก ทำให้ค่าเงินไม่มั่นคง ยิ่งกระตุ้นมากเท่าใด ยิ่งส่งออกมากเท่าใด (ไม่พอเพียง) ก็ยิ่งก่อปัญหามากเท่านั้น ความยากจนไม่ได้เกิดที่ระดับชาวบ้าน ไม่ได้เกิดที่ระดับรากฝอย แต่เกิดจากวิสัยทัศน์ปรัชญาคุณธรรมและจริยธรรมของระดับสูงและผู้บริหารประเทศ เช่น การเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การขายทรัพย์สินให้ต่างชาติ สื่อเสื่อม อบายมุข การขาดวินัยการเงินการคลัง ทำให้ระบบยากจนลงอย่างมีนัยสำคัญ แล้วส่งผลกระทบถึงรากแก้วและรากฝอย วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ มีแต่แก้ปัญหาปลายเหตุ และแก้ปัญหาแบบตามน้ำ มีผลให้ประเทศเกิดวิกฤติเศรษฐกิจกระทั่งเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ 2 ครั้งแล้ว วิกฤติเศรษฐกิจคือต้นเหตุใหญ่ที่สุดที่ทำให้ประเทศจนลง การขายสินทรัพย์ของประเทศให้ต่างชาติ และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ซ้ำเติมให้ประเทศยากจนลงอีก ความมั่งคั่ง ส่วนใหญ่เบี่ยงเบน เศรษฐกิจที่ดีต้องมีสมดุลจึงจะต้องมั่นคง ไม่ใช่มั่งคั่ง หลักการของพระพุทธเจ้า ไม่เคยสอนว่าทำอย่างไรจึงจะมีความสุข แต่เน้นจัดการจัดการเรื่องของความทุกข์ คืออริยสัจจ์ 4 ให้รู้จักทุกข์ รู้สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ รู้วิธีว่าจะกำจัดทุกข์อย่างไร และ 8 แนวทางปฏิบัติให้พ้นทุกข์ เมื่อพ้นทุกข์ ความสงบร่มเย็น หรือความสุขก็เกิดขึ้น แต่ประเทศไทยและโลกทุนนิยม มีแต่กระตุ้น คิดแต่ว่าทำอย่างไรจึงจะมั่งคั่ง ทำอย่างไรจึงจะรวย มีอบายมุขในรูปแบบต่างๆเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่ความเจริญหรือมั่งคั่ง เป็นความเสื่อมมากกว่า มีคนเพียงหยิบมือเดียวที่มั่งคั่ง แต่คนส่วนใหญ่ยากจนลง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคือต้องทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ยากจน ความจนคืออะไร ส่วนใหญ่ก็พอรู้กันอยู่ แต่บางคนไม่รู้ คนรวยไม่รู้จักพอก็คือคนจนคนหนึ่งเหมือนกัน บทความนี้นำเสนอให้เห็นถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความยากจน จะทำให้แก้ปัญหาความยากจนได้ถูกจุด และถูกทิศทาง จะทำให้แก้ปัญหาความยากจนได้ โดย ไม่ต้องพะวง ว่าทำอย่างไรจึงจะรวย หรือจะมั่งคั่ง เมื่อแก้ปัญหาความยากจนได้ ความอยู่ดี กินดี มีสุข ก็เกิดขึ้นเอง @ @ @@@ 27 เมษายน 2551 |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||