พิมพ์หน้านี้
|
ต้นเหตุความเสื่อม ต้นเหตุความแตกแยก ต้นเหตุการปฏิวัติ เกิดจากคนเดียว เมื่อก่อนนี้ประเทศไทยมีเงินคงคลังประมาณสี่แสนล้านบาท แต่ทุกวันนี้บวกๆลบๆมาโดยตลอด เมื่อเงินคงคลังติดลบหรือขาดมือก็ใช้วิธีขายหุ้นหรือขายสินทรัพย์ในพอร์ตของกระทรวงการคลัง แปรรูปรัฐวิสาหกิจ กู้เงินจากธนาคารออมสิน จากธนาคารกรุงไทย และกู้เงินจากระบบโดยการออกพันธบัตรกระทรวงการคลัง ออกหวยบนดิน หาภาษีและค่าธรรมเนียมจากเหล้าเบียร์ เอาโรงเรียนและมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เอาโรงพยาบาลออกจากระบบ ให้นักเรียนนักศึกษากู้เงินมาเรียน กำลังจะหารายได้จากการออกบัตรประชาชนอีก เป็นสิ่งบอกเหตุว่าประเทศไทยจนลง
10 ปีที่ผ่านมา นอกจากเงินคงคลังไม่มีแล้ว ยังมีหนี้สาธารณะกองโตเกิดขึ้นกว่า 3.5 ล้านล้านบาท สินทรัพย์ที่กระทรวงการคลังขายออกมา ขายราคาถูกๆ คนไทยก็ไม่มีเงินซื้อ ต่างชาติมีเงิน จึงซื้อไปในราคาถูกๆ ซื้อจนมาตั้งเป็นธนาคารได้ถึง 2 ธนาคาร คือธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ (ไทย) จำกัด (มหาชน) และธนาคารยูโอบี จํากัด (มหาชน) ต่างชาติกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไป 99 เปอร์เซนต์ รัฐบาลปี 2544 บอกว่าอีก 4 ปี งบประมาณจะไม่ขาดดุล บอกว่าอีก 4 ปีประเทศจะเจริญ ไม่ได้เป็นจริงทั้ง 2 อย่าง ถ้ารักษาเสถียรภาพค่าเงินและเศรษฐกิจได้ ค่าเงินบาทไม่ผันผวน เงินเฟ้อก็ไม่สูงขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีประชานิยม แปรรูปปตท.เข้าตลาดหุ้นของรัฐบาลปี 2544 นำผลประโยชน์ไปแบ่งปันกันระหว่างกลุ่มกว้างขวางเป็นประวัติการณ์ กระทรวงการคลังได้เพียงเศษเงิน แต่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผู้คนเดือดร้อนทั่วประเทศ ประเทศฝรั่งเศสเกิดจลาจลบ่อยครั้ง แทบทุกปี หรือตลอดปี ทรัพยากรถูกนายทุนดูดไป ทำให้ระบบจนลง โลกทุนนิยม นายทุนรวย แต่ระบบจนลง คนขาดความเชื่อมั่นในการดำรงชีพ คนยุโรปไม่ได้มีความสุข มาร์ติน วีลเลอร์ คนอังกฤษ หนีความไม่มั่นใจในการดำรงชีวิตจากประเทศอังกฤษ มาเป็นเกษตรกรที่จังหวัดขอนแก่น เล่าว่า คนอยู่บ้านนอกคือคนมั่งคั่ง ..ต้องเข้าใจว่าคนอังกฤษอยู่บ้านนอกไม่ได้ เพราะชนบทมีพื้นที่นิดเดียว พวกขุนนางยึดหมด คนยากจน จึงอยู่ชนบทไม่ได้ ต้องไปอยู่ในเมืองที่สกปรก แออัด คนอังกฤษที่ยังรวยไม่ถึงขั้น เช่นพ่อของผม มีเงินเยอะ แต่ก็ยังรวยไม่ถึงขั้น เพราะยังอยู่ในเมือง วัดจากคนที่อยู่กลางเมืองใหญ่ๆ จะเป็นคนจนที่สุด ที่อยู่ชานเมือง จะเป็นพวกครู ข้าราชการ อะไรแบบนั้น เป็นผู้จัดการ ก็ยังอยู่ในเมือง ส่วนคนที่จะได้อยู่บ้านนอก จะต้องเป็นคนรวยถึงขั้นจริงๆ เป็นพวกขุนนางใหญ่โต มันเป็นเรื่องแปลก ผมมาอยู่ที่ขอนแก่น เห็นแต่ละคนมีที่ดินเยอะมาก ชาวบ้านธรรมดา คนเดียวมีถึง 50 ไร่ 200 กว่าไร่ก็มี พ่อแม่ผมมีแค่ ครึ่งไร่เท่านั้นเอง แต่อยู่บ้านนอกที่นี่ โอ้โฮ..มีเยอะมาก สะอาดด้วย อากาศก็ดี ตอนแรกได้กลิ่น ผมก็ว่ากลิ่นอะไร อ๋อ มันกลิ่นธรรมชาติ ผมไม่เคยดมมาก่อน โอ้สุดยอดเลยบ้านนอก คนอื่นว่าฝรั่งมันบ้า เพราะเขาไม่คิดว่า ทำไมฝรั่งอยากไปอยู่บ้านนอก เขาคิดว่าฝรั่งมีแต่คนรวย ฝรั่งไม่มีคนยากจน เขาไม่รู้จริงๆ ว่าฝรั่งส่วนมากลำบาก บ้านก็ไม่มี ที่ดินก็ไม่มี เป็นขี้ข้าเขาหมด ลูกก็ไม่มีอนาคต นี่คือโลกาภิวัฒน์ที่อดีตนายกคนหนึ่งของประเทศไทยพูดถึงเป็นประจำ พูดให้รู้สึกว่าประเทศไทยต้องทันสมัยทันโลก โดยไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงแห่งการพัฒนาการของระบบทุนนิยม เขากล่าวบ่อยครั้ง เมื่อโลกเป็นทุนนิยม ประเทศไทยจะเป็นอื่นไปไม่ได้ ก็ต้องเป็นทุนนิยม เป็นเรื่องที่ไม่จริง (อ่านบุญนิโยมิคส์ ศักดิโนมิคส์ ทักษิโณมิกซ์) ทุนนิยมคือต้องมีทุนเป็นของตนเอง หรือเป็นเจ้าของทุน ทุนนิยมประเทศไทย เป็นทุนนิยมผกผัน ผิดแบบไปจากทุนนิยมหลัก ประเทศไทยขายทุนให้ต่างชาติแทบหมด แล้วประเทศไทยจะเป็นทุนนิยมได้อย่างไร ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศนายทุน ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศลูกจ้างของนายทุนต่างชาติ หลังจาก ปรส. บสท. ขายทรัพย์ก้อนโตของชาติแล้ว ก็ยังมีหน่วยงานอื่น รวมทั้งเอกชน ก็ยังขายสินทรัพย์ให้ต่างชาติเช่นกัน การแปรรูปรัฐวิสาหกิจนำพาไปสู่การขายสินทรัพย์ให้ต่างชาติ http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/23/entry-4 ปลายเดือนพฤษภาคม 2551 มีข่าว "ธปท.ยันขาย ไทยธนาคาร เมินนิวบริดจ์" ประเทศไทยได้ยินข่าวพวกนี้ แม้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ดูเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ความผิดปกติ ทำให้เกิดความเสียหายตลอดเวลา ประเทศไทยผิดปกติจากทั้งปัจจัยภายในประเทศและปัจจัยนอกประเทศ ประเทศอื่นมีความผิดปกติจากปัจจัยภายนอกอย่างเดียว แต่ปัจจัยภายในปกติ ก็จะเสียหายน้อย ไทยธนาคารลงทุนใน CDO (Collateralized debt obligation) ที่อเมริกากว่า 260 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัญหาซับไพร์มของอเมริกา ก็อาจจะทำให้เกิด Capital loss ได้ ผีซ้ำด้ามพลอย แล้วก็ประกาศขายไทยธนาคาร อบายมุขหวยบนดินถูกนำมาหาความนิยม ให้เด็กไทยไปเรียนต่างประเทศ เอาเงินบาปมาทำบุญ คิดกันอย่างไร การศึกษาเจริญเท่าใด อบายมุขก็ต้องมากเท่านั้น สมดุลแล้วได้อะไร หัวหน้ารัฐบาล ที่เป็นโฆษกรัฐบาลไปในตัว ย้ำพูดบ่อย ว่าการมาของรัฐบาลเขา ทำให้เกิดความเชื่อมั่น ทำให้ตลาดหุ้นสูงขึ้น ทำให้ราคายางสูงขึ้น สามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมดก่อนกำหนด สร้างสนามบินสุวรรณภูมิใหญ่ที่สุดในโลก เรื่องไม่จริง เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดจากฝีมือการบริหารประเทศ เกิดจากการผิดปกติของโลกทุนนิยม ที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ สนามบินประเทศซาอุดิอาระเบียเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก คนส่วนหนึ่งหลงเชื่อจนหลงไหล คนส่วนหนึ่งไม่เชื่อ อะไรที่ตะวันตกเป็นหรือตะวันตกทำใช่ว่าดี อังกฤษเปิดเสรีให้ต่างชาติซื้อสินทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ในประเทศตน ซึ่งเป็นธุรกรรมของนายทุนที่เป็นคนส่วนน้อยประเทศ คนรวยของประเทศต่างๆก็เข้าไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอังกฤษ แล้วก็ขายต่อทำกำไรกันเป็นทอดๆ ราคาอสังหาริมทรัพย์มีแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ คนท้องถิ่นไม่มีปัญญาซื้อ เดือดร้อน ศักดินาไทยมักง่ายไม่แพ้กัน ชอบที่จะขายอสังหาริมทรัพย์ให้ต่างชาติเช่นกัน หากไม่ขายก็ให้เช่าระยะยาว 99 ปีเป็นต้น เป็นวิสัยทัศน์เบี่ยงเบนที่มีต่อเนื่องมานาน การขายที่พักตากอากาศที่เกาะสมุย 200 ล้านบาทของคนไทยให้เดวิด เบคแฮม ก็ออกมาในรูปแบบเดียวกัน http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/22/entry-4 อดีตผู้นำไทยก็มีวิสัยทัศน์ไม่แตกต่างจากศักดินา แม้วอุ้มแขก ทำนาในไทย อย่าว่าแต่ซื้อที่ดินทุ่งกุลาร้องไห้ 2 แสนไร่ แขกใช้เพียงขนหน้าแข้ง ก็ซื้อประเทศไทยได้ทั้งประเทศ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ไม่เห็นด้วยกับการที่ประเทศไทยขายที่ดินให้ชาวไต้หวัน มาปลูกกล้วยไม้ ข่าวขายที่ดิน ขายชาติของตนเองเช่นนี้ มีอยู่ตลอดเวลา หวั่นต่างชาติฮุบ "ที่ดินเกษตร"รุมค้านรัฐเปิดต่างชาติถือหุ้นเกิน 49% ฟังข่าวดูดี รุมค้าน แต่สินทรัพย์ของประเทศไทยตกเป็นของต่างชาติมากขึ้น เรื่องเช่นนี้ ตำหนินักการเมืองฝ่ายเดียวไม่ถูกต้อง ข้าราชการระดับสูง (ศักดินา) พ่อค้านายทุน และ สื่อมวลชน มีส่วนสำคัญของการเสียกรุงครั้งที่ 3 เมื่อกระแสข่าวแขกมาทำนาในไทยเป็นลบ เขาต้องไหว้วานให้อดีตนายกบรรหาร ศิลปอาชา และนายกสมัคร สุนทรเวช ออกมาปฏิเสธข่าว การกระทำที่ไม่ตรงกับคำพูดเป็นประจำ คือมุสา ไม่จริงแล้วสบถสาบานออกรายการโทรทัศน์ คนทั่วไปไม่เชื่อคนทั้งคู่ ไม่รู้จะทำอะไรได้ ก็ได้แต่ฟังอย่างเดียว นั่งดูเขาตัดสมบัติประเทศไทยขายให้ต่างชาติตลอดเวลา นักการเมืองเป็นเพื่อนกันทั้งหมด นายกสมัครเป็นคนที่มีความคิดทั้งบวกและลบอยู่ในเรื่องเดียวกัน แทบทุกเรื่อง ต่อว่าคณะปฏิวัติไทยว่าเป็นเผด็จการ ขณะเดียวกันก็ยกย่องเผด็จการพม่าเลิศลอย ต่อว่าสาดเสียพ่อแม่ไม่ดูแลลูกเล่นหวย แต่ชื่นชมคนเสนอนโยบายหวยบนดินมาให้อนุมัติ คนตายเกือบ 40 คน บอกตายคนเดียว งงกันทั้งโลก ผู้นำประเทศ พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น เพียงแแค่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี วาจาเด่นกว่างาน ที่ดินทุกวันนี้คงเหลือเป็นของคนไทยไม่เท่าใด คนไทยขายชาติไม่น้อย เป็นนอมินีต่างชาติถือครองที่ดินในประเทศไทย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากนโยบายที่เบี่ยงเบนของรัฐ ความเห็นแก่ได้ของทุนนิยมจัดจ้าน มั่งคั่งเกินความพอเพียง แม้ต้องขายสินทรัพย์ให้ต่างชาติก็ไม่เว้น ทรัพย์สินของคนในชาติก็เป็นทรัพย์สินของชาติ เมื่อทรัพย์สินนั้นตกเป็นของต่างชาติ ชาตินั้นก็ไม่ใช่ชาติของคนเผ่าพันธ์เดิมในชาติ ทุนไม่มีสัญชาติ มันเป็นเพียงข้ออ้างของนายทุนชั้นเลว อยากมั่งคั่งแบบไม่มีสิ้นสุด ประกอบกับวิสัยทัศน์ปรัชญาของศักดินาที่เบี่ยงเบน ที่ทำให้ทรัพย์สินของคนในชาติหดหายลงตลอดเวลา หากวิสัยทัศน์และปรัชญายังคงเป็นเช่นนี้ ทรัพย์สินของชาติก็ตกเป็นของนายทุนกักขฬะที่ไม่มีสัญชาติหมด คนไทย ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินของประเทศไทย จึงจะเรียกประเทศไทยว่าประเทศไทยได้ แต่ทุกวันนี้มีชื่อว่าไทย แต่ไส้ในเป็นต่างชาติ เสียงประกาศก้องที่สนามหลวงวันหนึ่ง ก็ของของผม ทำไมผมจะขายไม่ได้ ก็ขายได้ แต่ควรขายให้คนไทยด้วยกัน ไม่ใช่เอาไปขายให้ต่างชาติ อ้างว่าคนไทยไม่มีเงินพอที่จะซื้อ มั่งคั่งแบบเอาสมบัติของประเทศไปขายให้ต่างชาติ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ขายชาติ ทุนนิยม คือเอาทรัพยากรมาเป็นของตน ทำให้ทรัพยากรหายไปจากระบบ ระบบจะจนลง ตัวอย่างความเดือดร้อนในยุโรปมีให้เห็นประจำ ซูเปอร์สโตร์ก็ไม่ทำให้คนยุโรปมีความสุขได้ ห้างสรรพสินค้าทันสมัยหรือซูเปอร์สโตร์ที่ทุนหนา กำลังเกิดขึ้นทุกหัวระแหงของประเทศไทย ทำให้บรรดาโชว์ห่วยที่เป็นส่วนใหญ่ของประเทศหมดอาชีพ เป็นที่มาของระเบิดที่หาดใหญ่ 2 ครั้ง โจรขโมยจะมากขึ้น คนเดินทางไปยุโรปต้องระวังตัว สมบัติติดตัวอาจจะถูกฉกขโมยได้ง่าย ทันสมัยแล้ว คนในระบบเดือดร้อน วุ่นวาย จลาจล แล้วจะทันสมัยทำไม ต้องการความทันสมัยและความเจริญ แต่คนส่วนใหญ่แย่ลง เป็นความเจริญจอมปลอม ปัญหาสังคมเพิ่มขึ้น ดังที่กำลังเกิดขึ้นในโลกทุนนิยมต่างๆทุกวันนี้ เสียมากกว่าได้ อังกฤษ ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา แม้แต่สหรัฐอเมริกาที่เป็นหัวขบวนประเทศทุนนิยม เสื่อมลงตลอดเวลา คนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ด้วยความวิตกกังวล เจริญเพียงด้านวัตถุ และเจ้าของวัตถุเป็นต่างชาติ ดูดทรัพยากรไปจากระบบ คนในระบบเดือดร้อนมากขึ้นทุกวัน ความคิดที่จะตามให้ทันโลกาภิวัฒน์ของดีตนายก จึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ค่ารถเมล์ปี 2544 เที่ยวละ 3.50 บาท ปี 2549 อยู่ที่ 7 บาท เพราะวิสัยทัศน์ปรัชญาที่เบี่ยงเบน ทุกวันนี้ราคาขึ้นมาเป็นเที่ยวละ 10 บาท ค่ามอร์เตอร์ไซด์ในซอยก็ขึ้นมาในอัตราส่วนเดียวกัน การสูงขึ้นของราคาน้ำมันโลก มีส่วนทำให้เงินเฟ้อได้ แต่การแปรรูปปตท.เข้าตลาดหุ้นอย่างขาดความเข้าใจ และรวมทั้งการบริหารจัดการที่เบี่ยงเบน ซ้ำเติมเงินเฟ้อให้สูงขึ้นอีก เข้าออกบ้านรอบหนึ่งค่ารถ 40 บาท หากนั่งรถเมล์หลายต่อ ก็ต้องเสียเงินมากกว่านี้ ความไม่เชื่อมั่นต่อการดำรงชีวิตของคนยุโรป แสดงถึงการเสื่อมลงแล้วของโลกาภิวัฒน์ทุนนิยม อดีตผู้นำไทยไม่เข้าใจ คนยุโรปที่อยู่ตามบ้านนอกของไทย แต่งงานกับหญิงไทย อยู่กันเป็นครอบครัวจริง มีบำนาญเลี้ยงตัว บำนาญนี้หากอยู่บ้านเกิดก็ไม่พอกินพอใช้ แต่เมื่อมาอยู่ประเทศไทย ก็พอกินพอใช้ คือตัวอย่างการเสื่อมลงของโลกโลกาภิวัฒน์ ปี 2549 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานว่า สนใจรายละเอียดของ มาร์ติน วีลเลอร์ ค้นข้อมูลเพิ่มเติมจาก Google หรือ Yahoo ก่อนการมาของผู้นำปี 2544 เศรษฐกิจประเทศเสียหายอยู่แล้ว อดีตผู้นำปี 2544 เป็นความหวังของผู้ใหญ่ในประเทศเต็มเปี่ยม เมื่อครั้งที่ต้องคดีซุกหุ้น 3 สถาบันพิเศษ ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว ให้ฉายาเขาว่าอัศวินควายดำ หลวงตามหาบัว แห่งวัดป่าบ้านตาด และพลตรีจำลอง ศรีเมือง แห่งชุมชนอโศก ต่างพากันล่าลายเซ็นต์ของประชาชนคนไทย เพื่อสนับสนุนให้เขามาแก้ปัญหาประเทศ ได้ลายเซ็นต์สนับสนุนเต็มรถตู้ เหนื่อยยากไปตามๆกัน ต้องการผู้นำมาแก้ปัญหาของประเทศให้ถูกต้อง คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้เขาชนะคดีการปกปิดทรัพย์สิน 8 ต่อ 7 มีการคลางแคลงใจเล็กน้อยว่า เกิดจากการกดดันจาก 3 สถาบันพิเศษ หรือเป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของอดีตผู้นำ 3 สถาบันพิเศษ ที่หวังดีต่อประเทศชาติ ต้องพบกับความผิดหวัง ตระหนักว่า การทุ่มเทกายใจเพื่ออดีตผู้นำปี 2544 เป็นความผิดมหันต์ เขามาซ้ำเติมปัญหาประเทศ กลุ่มคนที่เคยสนับสนุนทักท้วง แต่เขาไม่สนใจ เขาสามารถมีภาพและมีเสียงทุกเช้าวันเสาร์ ทำให้ได้ภาพและคะแนนเสียงมากกว่าเดิม ไม่จำเป็นต้องมีเสียงผู้สนับสนุนเดิมแต่อย่างใด มีเสียงสนับสนุนใหม่ถึง 19 ล้านเสียง ชัยชนะที่ผ่านมา เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวมาแต่ต้น ไม่ใช่จากหมอเสม ไม่ใช่จากพลตรีจำลอง ไม่ใช่จากหลวงตามหาบัว เขาได้กลุ่มวัดธรรมกาย และคนกลุ่มใหม่ มาสนับสนุน กลายเป็นชายชุดขาว
ที่มา http://www.oknation.net/blog/nity/2008/05/23/entry-4 เมื่อครั้งอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศ แท้จริงแล้วเป็นวาระซ่อนเร้น เป็นการจัดงานวันเกิดให้ตัวเอง อดีตนายกทักษิณ เกิดวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ถลุงงบประมาณรัฐเพื่อการนี้ 94 ล้านบาท มีการบอกกล่าวล่วงหน้าเสมอเมื่อจะทำการใหญ่ 1) ตลาดทุนคือมิจฉาอาชีวะของโลกทุนนิยมที่ไม่มีใครทราบ ที่ทำให้เกิดสิ่งเลวร้ายในประเทศไทยและโลกทุนนิยม วันหนึ่งที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีผู้เชี่ยวชาญสายเศรษฐกิจนั่งฟังเป็นจำนวนมาก เขาจ้องหน้าผู้ฟังแล้วบอกว่า โลกยุคใหม่ ต้องรู้จักเปลี่ยนกระดาษให้เป็นเงิน ผู้คนเงียบกริบกันทั้งห้อง ไม่เข้าใจว่าเปลี่ยนกระดาษเป็นเงินทำอย่างไร ต่างแอบชื่นชมผู้นำประเทศของตน ผู้นำของประเทศวิสัยทัศน์สูงส่ง พวกเขาไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร บุญของประเทศมากที่ได้ท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี 2) ในหลายวันต่อมา ท่านพูดผ่านโทรทัศน์ กฎหมายของประเทศไทยเก่าล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ ทำให้ก้าวไม่ทันโลกาภิวัฒน์ ต้องปรับปรุง มีการแก้กฎหมายเพิ่มการถือครองธุรกิจคมนาคมจาก 25 เป็น 49 เปอร์เซนต์ ที่เคยให้กรรมการเป็นต่างด้าวได้เพียง 1 ใน 4 ก็ยกเลิก (ต่างด้าวเป็นกรรมการกี่คนก็ได้) หลังพ.ร.บ. ดังกล่าวประกาศในราชกิจนุเบกษาวันเดียว วันรุ่งขึ้น มีการถล่มขายชินคอร์ป 49 เปอร์เซนต์ของทุนจดทะเบียนที่เป็นของเขาผู้เดียว ให้กับกองทุนเทมาเซคของสิงคโปร์ เตรียมสัดส่วนได้พอเหมาะพอเจาะกับกฎหมายที่ออกมา ไม่ขาดไม่เกิน ต่างชาติมีการถือชินคอร์ปก่อนหน้านี้แล้ว วันที่ขายชินคอร์ป 49 เปอร์เซนต์ รวมแล้วต่างชาติถือชินคอร์ปเกิน 49 เปอร์เซนต์ ชินคอร์ปตกเป็นของต่างชาติกว่า 90 เปอร์เซนต์ ส่วนที่เกิน 49 เปอร์เซนต์ถือโดยนอมินีต่างชาติ ที่อ้างว่าเป็นคนไทย ไม่เห็นว่าจะเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดได้ ไม่เห็นว่ากฎหมายจะทำอะไรได้ ที่กฎหมายกำหนดว่า ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซนต์เป็นเรื่องไม่จริง นี่คือรูปแบบของการเสียชาติของประเทศไทย ที่ไม่มีใครนำพา ผู้คนรับรู้ได้ทันทีว่า เปลี่ยนกระดาษเป็นเงินทำอย่างไร ผู้บรรยายใช้วิธีสอนให้ทราบโดยการปฎิบัติการจริง ประเทศไทยตั้งศาล ตั้งสภา ตั้งสถาบันเพิ่มเยอะมาก ช่วยอะไรได้ ไม่รู้จะมีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจไปทำไม สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเงียบกริบมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ทราบว่าเป็นการขายชาติ การถล่มขายชินคอร์ป ทำให้คนไทยเกิดความแตกแยกเป็น 3 กลุ่ม คนกลุ่มแรก ทึ่งในฝีมือ รวยทีเดียวกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท ทำให้เชื่อว่า คนเช่นนี้แหละที่จะทำให้ประเทศมั่งคั่ง หลงไหลในตัวผู้นำแบบโงศรีษะไม่ขึ้น
คนกลุ่มที่ 2 งง ทำได้อย่างไร ขายของแล้วไม่เสียภาษีให้ประเทศชาติ ผู้เขียนเป็นกลุ่มที่ 3 เข้าใจว่าเป็นการขายชาติ เมื่อหาเสียงบอกว่าจะมาแก้กฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ แต่เมื่อได้เสียงเข้ามาแล้ว กลับมาออกกฎหมายขายชาติเพิ่มขึ้นอีก แก้กฎหมายเพื่อตัวเอง แล้วก็เป็นคนมาขายสมบัติชาติด้วยตัวเอง ปรส. บสท. หรือปัจเฉกชน ขายทรัพย์สินของชาติ ไม่ถูกต้อง สามารถหาทางออกด้วยวิธีอื่นได้ แต่แทนที่ผู้นำประเทศจะยับยั้ง กลับซ้ำเติมการขายชาติมากขึ้นไปอีก ลูกให้ขาย เพื่อพ่อจะได้ทำงานการเมืองได้เต็มที่ บอกว่า กฎหมายเพิ่มการถือครองธุรกิจโทรคมนาคม เริ่มไว้ในรัฐบาลชุดก่อน เขาเพียงมาสานต่อ กฎหมายขายทรัพย์สินของชาติเช่นนี้ ไม่มีประชาพิจารณ์ แก้กฎหมายได้ง่ายเหมือนปลอกกล้วย สมบัติของประเทศเหลือน้อยแล้ว ทำเช่นนี้ได้อย่างไร เพราะแก้กฎหมายได้ง่ายดาย เป็นที่มาของการคิดแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 ประเทศไทยเป็นของคนคนเดียวอย่างไม่น่าเชื่อ ประเทศไทยเน้นที่กฎหมาย พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระบิดากฎหมายไทยกล่าวไว้ว่า .. กฎหมายคือ คำสั่งทั้งหลายของผู้ปกครอง ว่าการแผ่นดินต่อราษฎรทั้งหลาย เมื่อไม่ทำตามแล้ว ตามธรรมดาต้องโทษ.. เราต้องระวัง อย่าคิดเอากฎหมายไปปนกับความชั่ว ฤาความยุติธรรม กฎหมายเป็นแบบคำสั่งที่เราต้องปฏิบัติตาม แต่กฎหมายนั้นบางทีอาจจะชั่วได้ ฤาไม่ยุติธรรมได้ ความคิดว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรเป็นยุติธรรม อะไรไม่ยุติธรรม มีบ่อที่เกิดขึ้นหลายแห่ง เช่นศาสนาต่างๆ แต่กฎหมายนั้นเกิดได้แห่งเดียวคือจากผู้ปกครองแผ่นดิน ฤาที่ผู้ปกครองแผ่นดินอนุญาตเท่านั้น.. แปลได้ว่า แม้กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าอย่างไรคือขายชาติ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นการขายชาติ เรื่องของตลาดหุ้น ตลาดหุ้นของรัฐบาลปี 2544 ไม่ดีเด่นอะไร เมื่อเทียบกับตลาดประเทศต่างๆ หรือตลาดหุ้นโลก รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2544(2001) แล้วถูกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คปค. ยึดอำนาจ จึงสิ้นสุดการมีอำนาจในวันที่ 19 กันยายน 2549(2006) รวมเวลาอยู่ในอำนาจเกือบ 6 ปี เปรียบเทียบตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นโลกช่วงของรัฐบาลทักษิณ 1) WORLD81 STOCK INDEX 2) SET INDEX ช่วงเวลาของรัฐบาลทักษิณในกราฟทั้ง 2 คือ A B C หรือระหว่าง 9 กุมภาพันธ์ 2001 ถึง 19 กันยายน 2006 คือวันเดือนปี ที่ตรงกันของทั้ง 2 กราฟ A วันเข้ารับตำแหน่ง ของรัฐบาลทักษิณ 3) ตารางสรุปเปรียบเทียบตลาดหุ้นไทยกับตลาดหุ้นโลกช่วงรัฐบาลทักษิณ
ตลาดหุ้นโลกขึ้นอย่างต่อเนื่อง 6 ปี 205 เปอร์เซนต์ ตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาดังกล่าวผันผวนสูงมาก ผันผวนสูงกว่าตลาดหุ้นโลก 3 ปีแรก รัฐบาลทักษิณตลาดหุ้นขึ้นมา 145 เปอร์เซนต์ ตลาดหุ้นรัฐบาลปี 2544 ไม่ได้เด่นอย่างที่อดีตผู้นำอ้าง อัยการสูงสุด (อสส.) ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ ตำแหน่งที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลก่อนหน้า ร่วมแถลงผลงานรัฐบาลวันหนึ่ง ฟังแล้วไม่ระรื่นหู
3 ตำแหน่งรวมกันก็ 1.5 ล้านบาทต่อเดือน 1 ปี 18 ล้านบาท ไม่รวมเบี้ยประชุม โบนัสประจำปี จำนวนหนึ่ง ซึ่งพอๆกับเงินเดือน เป็นกรรมการต่อเนื่อง 2-3 ปี ลองคำนวณดูว่าเท่าใด จะให้อัยการสูงสุด ส่งคดีของอดีตนายกปี 2544 สู่ศาล ดูละครโน๊ต เชิญยิ้มก็เพลินพอกัน มูลนิธิกระจกเงา ตั้งปี 2534 มีอายุ 17 ปี ในปี 2551 มูลนิธิดวงประทีป ก่อตั้งในปี 2521 มีอายุ 30 ปีในปี 2551 วันที่ 31 สิงหาคม 2521 ครูประทีปได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการชุมชน จากประเทศฟิลิปปินส์ ด้วยเงินรางวัลจำนวน 20,000 เหรียญดอลล์ล่าสหรัฐ หรือประมาณ 402,500 บาท จึงได้ก่อตั้งองค์กรการกุศลที่ชื่อว่า มูลนิธิดวงประทีป พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นประธานมูลนิธิฯ คนแรก ชุมชนบุญนิยมอโศก กำเนิดขึ้นในปี 2518 มีอายุ 33 ปีในปี 2551 -------------------------------------------------------------------------------------- การบริหารประเทศของรัฐบาลทักษิณล้มเหลว ล้มเหลวเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ไม่ได้มีอะไรเด่นกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆมา หลายเรื่องกลายเป็นการซ้ำเติมปัญหาของประเทศ
--------------------------------------------------------------------------------------
การที่จะบริจาคเงินให้ชุมชนอโศก ไม่ใช่เรื่องง่าย อดีตนายกมีความประสงค์จะทำบุญถวายเงินจำนวนหนึ่งแสนบาทให้กับสมณะโพธิรักษ์ แต่ติดขัดด้วยกฎแห่งบุญนิยม คือ ต้องอ่านหนังสือของชาวอโศกให้ครบ 7 เล่ม หรือต้องคุ้นเคยกับชาวอโศกเกิน 7 ครั้ง จึงจะสามารถบริจาคได้ คุณสมบัติของอดีตนายก มีไม่พอที่จะบริจาคเงินได้ อดีตนายกได้ขอผ่อนผัน ให้นับรวมแต่ละครั้งของคณะรัฐมนตรีที่ได้เดินทางมาด้วยทั้ง 7 คน ซึ่งเมื่อนับรวมกันแล้วจะครบและเกิน 7 ครั้ง มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะบริจาคเงินตามหลักการแห่งบุญนิยมของชาวอโศก สุดท้าย ลงเอยด้วยการเลี่ยงไปมอบเงินดังกล่าวให้เป็นทุนการศึกษาของนักเรียนสัมมาสิกขา ชุมชนถูกยัดเยียดด้วยกองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มอี และเงินบริจาค ตอนหลังจึงทราบว่า เสียท่าท่านนายก ว่าเงินที่รับมานั้นเป็นเงินจากหวยเบอร์ เป็นเงินบาป ตอนหลังเอาเงินไปคืน ทางการไม่รับคืน เพราะเกรงว่าจะมีปัญหากับการรับคืนจากที่อื่น รูปแบบของการหว่านเงิน นอกจากมอบเงินให้ชุมชนแล้ว ยังพยายามมอบเงินให้เจ้าสำนักด้วย เงินประชานิยมยังพลัดเข้าชุมชนอโศกได้ แล้วมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งมูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิกระจกเงา ที่ไม่ระมัดระวังตัว จะไม่โดนอาวุธอาวุธลับเหล่านี้ได้อย่างไร เงินบาปว่านทั่วประเทศ ย่อมไม่น้อย กระทั่งงบประมาณมีปัญหา มีการใช้เงินนอกงบประมาณด้วย เป็นปัญหาภาระผูกพันในปีต่อมาในอนาคต ในทางธรรม คนที่จะรับมาก็ต้องพิจารณาด้วย ว่าเงินมาอย่างปกติถูกต้องหรือไม่ หรือว่าปล้นมาบริจาค หรือเอาจากที่ไหนมาให้ ประเทศไม่มีเงิน แล้วเอาเงินที่ไหนมาแจก จังหวัดหนึ่งได้งบประมาณ อีกจังหวัดหนึ่งไม่ได้งบประมาณ ไม่เป็นธรรม การที่จะช่วยสงเคราห์ส่วนอื่นได้ ต้องช่วยตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าประเทศเจริญ ก็จะอยู่ดีมีสุข จะไม่เป็นภาระแก่มูลนิธิหรือเอ็นจีโอต่างๆ เพราะประเทศไม่เจริญ จึงมีปัญหามาก ชุมชนมีปัญหา มูลนิธิฯ ขาดเงินทุนสนับสนุน สุดท้ายมูลนิธิหรือเอ็นจีโอ กลายมาเป็นปัญหาของระบบเสียเอง มูลนิธิดวงประทีป มูลนิธิกระจกเงา มีจุดประสงค์ดี เป็นสัมมาทิฏฐิ มูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิกระจกเงา เติบโตตลอด 17 30 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายก็ย่อมเติบโตเป็นเงาตามตัว ช่วงหลัง มูลนิธิดวงประทีปได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เติบโตมาด้วยการอุปถัมภ์ ถ้าประเทศมั่งคั่ง ระบบอุปถัมภ์จะไม่มีปัญหา แต่ประเทศยากจน ระบบอุปถัมภ์จะเพิ่มปัญหาให้ประเทศ ทำให้คนเข้ามาหาประโยชน์ส่วนตนได้ง่ายขึ้น ไม่ได้เอาเงินส่วนตัวมาอุปถัมภ์ แต่เอาเงินของประเทศมาอุปถัมภ์อย่างไม่รับผิดชอบ ส่งผลกระทบต่อระบบในเวลาต่อมา อดีตนายกปี 2544 มีบุญคุณต่อชุมชนและผู้บริหารชุมชนกว้างขวาง เมื่อถูกปฏิวัติออกจากตำแหน่ง จึงได้รับความเห็นใจจากคนหรือกลุ่มคนที่เคยได้รับการอุปถัมภ์ ชื่อและนามสกุลกรรมการมูลนิธิดวงประทีปคุ้นเคยหลายท่าน เช่น ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ นางธิดา โตจิราการ นางประทีป อึ้งทรงธรรม มูลนิธิกระจกเงามี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เป็นประธาน นางธิดา โตจิราการ เป็นภรรยานายแพทย์เหวง โตจิราการ เมื่อก่อนนี้ ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์รัต นายแพทย์เหวง โตจิราการ นางประทีป อึ้งทรงธรรม อยู่ฝ่ายประชาชน ร่วมมือกันต่อสู้และต่อต้านนักการเมืองชั่วร้าย โดยเฉพาะกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ตอนหลังเปลี่ยนไปแบบยูเทิร์น ไปนิยมยกย่องนักการเมืองเฉพาะตัว ผลประโยชน์ส่วนชุมชน ผลประโยชน์ส่วนตัว จากระบบอุปถัมภ์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ปฏิวัติเป็นเรื่องที่ไม่น่านิยม การบริหารประเทศแบบเบี่ยงเบนของอดีตนายกปี 2544 ก็ไม่น่านิยม มีการออกกฎหมายขายสมบัติชาติเพิ่ม นายแพทย์เหวงไม่สนใจ นายแพทย์เหวง เปลี่ยนวาจา จาก ผมเกลียดทักษิณ มาเป็น ผมรักทักษิณ ง่าย จนงง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกเงา อยู่ตรงข้ามคณะปฏิวัติ ทั้งนอกและในไซเบอร์อย่างเข้มข้น สมณะโพธิรักษ์ แห่งชุมชนสันติอโศก นำพาชุมชนสู่บะบบเศรษฐกิจบุญนิยม สาธารณะโภคี ทำให้ชุมชนมั่นคงอยู่ได้ด้วยลำแข้งตัวเอง เศรษฐกิจชุมชนมั่นคง แข็งแกร่ง เป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่เป็นภาระต่อระบบ ไม่ต้องรับการอุปถัมภ์จากใคร มีแต่ให้ มากกว่าที่จะรับ มูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิกระจกเงา ได้รับการอุปถัมภ์แต่อย่างเดียว ในขณะที่ชุมชนอโศกไม่ได้รับการอุปถัมภ์จากใคร การอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ กับการไม่ได้อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ จึงมีอิทธิพลต่อความชอบและไม่ชอบ หรือเชื่อหรือไม่เชื่อ หลงไหลหรือไม่หลงไหล ที่มีต่อตัวอดีตนายกทักษิณ ได้ปัจจัยบุญ จากคนมีบุญมาอุปถัมภ์ก็ดีไป ได้ปัจจัยบาป จากคนบาปมาอุปถัมภ์ ไม่ใช่เรื่องดี ภายหลังต้องไปปกป้องคนบาปอีก การบริหารประเทศเบี่ยงเบน เกิดการแตกแยก ความแตกแยกขยายวงมากขึ้น มีการฆ่าคนหลายพันศพง่ายดาย ทนายดังถูกอุ้มหาย เกิดการขายชาติเพิ่มขึ้น ยกประโยชน์ให้ต่างชาติ หาแต่ประโยชน์ส่วนตน เหตุการณ์เดินหน้าเลวร้ายลง ไม่มีทีท่าวะจะดีขึ้น ไม่รับฟังความเดือดร้อนของประชาชน คอร์รัปชั่น เป็นต้นเหตุของการปฏิวัติ ไม่มีใครนิยมการปฏิวัติ คนโฉเกสามารถใช้การประชาสัมพันธ์ เอา ผลมาเป็นเหตุ ว่าการปฏิวัติเป็นเผด็จการ ทำให้ต่างชาติไม่เชื่อมั่น ไม่เจริญก็บอกว่าเจริญ แต่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการปฏิวัติ ไม่นำเสนอ ประชาชนไม่ชอบปฏิวัติ คนโฉเกคือต้นเหตุของการปฏิวัติ คนโฉเกจึงสมควรถูกประนาม สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 และสถานีวิทยุในสังกัด เป็นช่องที่มีผู้ชมและผู้ฟังมากที่สุดในประเทศไทย หากใช้ไปในทางที่ถูกต้อง ประเทศก็จะเจริญ หากใช้ไปในทางที่เบี่ยงเบน ประเทศก็จะเบี่ยงเบนเช่นกัน รายการนายกพบประชาชนทุกเช้าวันเสาร์ ถูกใช้ไปในทางที่เบี่ยงเบน ส่งผลให้ดีกรีความแตกแยกของคนในประเทศ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา ASTV NEWS1 ผู้ชมน้อย ผู้ที่จะชมได้ ต้องมีจานดาวเทียม ไม่เห็นด้วยกับการพูดและการกระทำของอดีตนายก และออกมาโต้ตอบ เป็นสัญญาณของความแตกแยกในช่วงถัดมา อดีตผู้นำ บริหารประเทศด้วยความเบี่ยงเบน มีวาระซ่อนเร้น เป็นที่มาของปรากฎการณ์สนธิ มิจฉาทิฏฐิ และมิจฉาวาจาของอดีตผู้นำ ทำให้หลงผิดเป็นชอบ ผู้คนหลงผิด กระทั่งหลงไหล ต้นเหตุ ความแตกแยก แตกแยกรุนแรงเป็นประวัติการณ์ประเทศไทย ไม่ใช่แตกแยกเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แตกแยกทั่วประเทศ -------------------------------------------------------------------------------------- ชั่ว กับ โง ไม่เหมือนกัน โง่บวกชั่วคืออวิชชา โฉเกคือฉลาดแกมโกง ฉลาดแกมโกง คือโง่ ความไม่ถูกต้องทางจิรธรรมและคุณธรรม (คอร์รัปชัน-คือชั่ว) คิดเป็นเบี่ยงเบน 50 เปอร์เซนต์ ความไม่ถูกต้องทางวิสัยทัศน์และปรัชญา (โฉเก-คือโง่) คิดเป็นเบี่ยงเบน 50 เปอร์เซนต์ อดีตผู้นำ ไม่ได้เบี่ยงเบนเพียง 50 เปอร์เซนต์ อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ รวม การเบี่ยงเบนทางจริยธรรมคุณธรรม (ที่คนทั่วไปเข้าใจ) 50 เปอร์เซนต์ และ การเบี่ยงเบนทางวิสัยทัศน์และปรัชญา (ที่คนทั่วไปไม่เข้าใจ) 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเบี่ยงเบน 100 เปอร์เซนต์ หรืออวิชชา แล้วพยายามถ่ายทอดความเบี่ยงเบนนั้นมาให้คนเชื่อ คนธรรมดาเบี่ยงเบน ความเสียหายเป็นวงแคบ ผู้นำประเทศเบี่ยงเบน ความเสื่อมเกิดทั่วทั้งภูมิภาค ไทย กัมพูชา ลาว พม่า --------------------------------------------------------------------------------------
คริสต์จักรในอดีตยิ่งใหญ่มาก ศาสตร์ของอาริสโตเติล ได้รับความเชื่อถือต่อเนื่องมากว่า 1600 ปี แล้วกาลิเลโอก็เกิดขึ้น กาลิเลโอพบว่าศาสตร์ของของอาริสโตเติลบางอย่างไม่ถูกต้อง และพิสูจน์ให้ผู้คนทราบได้ แต่ กาลิเลโอถูกตำหนิว่า หมิ่นศาสนา และถูกจับตัวไปขังคุก อวิชชา ความเชื่ออาจจะนำมาซึ่งความหลงไหล เชื่อมากก็หลงไหลมาก เชื่อน้อยก็หลงไหลน้อย ความเชื่อของผู้คนที่มีต่ออดีตผู้นำปี 2544 อาจจะแบ่งคนออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มหนึ่ง คือเชื่อ กระทั่งหลงใหล อีกกลุ่มหนึ่ง คือไม่เชื่อ กระทั่งชิงชัง ทำให้คนแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย อดีตนายกเป็นผู้ที่มีวาทะศิลป์ มีภาพประกอบส่วนตัวที่มั่งคั่งท่วมท้นแค่ช่วงเวลาประมาณ 10 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ เป็นเรื่องชวนหลงใหล มียศทางตำรวจสูง เป็นถึงดอกเตอร์ แล้วยังเป็นผู้นำประเทศอีก รวมทั้ง ตั้งใจ สร้างภาพให้ตนเองอีก เพราะเครื่องมือของระบบผิดปกติ และตนเองก็ผิดปกติด้วย ยิ่งทำให้ความผิดปกติยังคงอยู่ในระบบต่อไป
ผู้เป็นใหญ่ต้องรู้จักผิดชอบชั่วดี รู้ว่าอะไรเป็นธรรม อะไรไม่เป็นธรรม แต่ดูเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผลประโยชน์ส่วนตนบังตา ก่อนเป็นนายก นายกสมัครบอกทำนองว่า เป็นนอมินีของคนเก่งเป็นเรื่องดี เพราะจะช่วยนำความเจริญมาสู่ประเทศชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี บอกว่าจะเชิญท่านมาเป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข บรรยายถึงความเก่งความดีของอดีตนายก ถึงระดับหลงไหล ประชานิยมและอบายมุขหวยบนดินไม่ใช่เรื่องยาก ผู้นำคนใดก็ทำได้ หากทำโดยไม่มีความรับผิดชอบรอบด้าน แต่สิ่งผิดปกติที่ฝังลึกอยู่ระบบเศรษฐกิจไทย ไม่เห็นจะแก้ไขได้ มองปัจจัยบวกเบี่ยงเบน ขณะเดียวกันปัจจัยลบไม่มีการกล่าวถึง
เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับประเทศต่างๆ มาจากผลประโยชน์ส่วนตนของผู้บริหารประเทศ ทำให้ประชาชนทุกข์เข็ญลำเค็ญ ความทุกข์เข็ญลำเค็ญไม่ได้เกิดจากตัวประชาชนเอง สรุป เหตุแห่ง ผู้คนหลงใหลในตัวนายกรัฐมนตรี เกิดจาก 1) การให้ประโยชน์ส่วนตนแก่ผู้คน เช่น งาน ตำแหน่งงาน เงิน ทรัพย์สิน ทัวร์นกขมิ้น ไม่ได้ใช้เงินส่วนตัว แต่นำเงินจากกองสลากฯไปแจกชุมชน ตามตำบลหรืออำเภอต่างๆ ใช้อย่างขาดความรับผิดชอบ ตำแหน่งกรรมการในองค์กรต่างๆ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจ ถูกแจกแหลก ทั้งแจกทั้งแถม บางคนได้มากกว่า 5 ตำแหน่ง 2) รายการนายกพบประชาชนทุกเช้าวันเสาร์ คนพูดมีตำแหน่งนายรัฐมนตรี ฐานะมั่งคั่ง และเป็นดอกเตอร์ เป็นการพูดแบบหาเสียง มีวาทะศิลป์ของการพูด ส่งผลให้คนทุกระดับชั้นทั่วประเทศหลงไหล 3) ชำนาญในการตลาด ใช้สื่อสร้างกระแสและสร้างภาพ ให้เห็นว่ามีผู้คนจำนวนมากสนับสนุนตน เช่นใช้เงินงบประมาณ 94 ล้านบาท ให้ทุกอบต.ทั่วประเทศ เกณฑ์คนมาชุมนุมที่วัดธรรมกายกว่า 8 หมื่นคน 4) ผู้คนทั่วไป ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับชาวบ้าน ถึงระดับปริญญาเอก "ขาด ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ ทางด้านเศรษฐกิจ" ยากที่จะเข้าใจในเรื่องที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอ จึงเชื่ออย่างเดียว เชื่อมากกว่าจะเข้าใจ เชื่อกระทั่งหลงใหล 5) ตัวผู้พูด มีกิเลสส่วนตนสูง ทะเยอทะยาน เห็นแก่ตัว ทำการณ์แบบขาดความละอายแก่ใจ ไม่มีน้ำใจนักกีฬา เอารัดเอาเปรียบฝ่ายตรงกันข้าม เอารัดเอาเปรียบประเทศชาติประชาชน เอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำให้คนใกล้ชิดไม่มีความเป็นอิสระ ต้องตามแห่แหน ขอแบ่งเศษทรัพย์จากตนตลอดเวลา ปัญหาของประเทศแก้ไขได้ ต้องประกอบด้วยปัญญา และการไม่มีประโยชน์ส่วนตน มีปัญญา แต่มีประโยชน์ส่วนตน จะแก้ปัญหาไม่ได้ ไม่มีปัญญา ไม่มีประโยชน์ส่วนตน ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ผู้เขียนจำพระบรมราโชวาทของพ่อหลวงที่พระราชทานต่อคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายสมัคร ในวันที่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณได้ 2 ประโยค
พระองค์ทรงอึดอัดกับอดีดผู้นำที่ผ่านมา ไม่อยากให้คณะรัฐมนตรีชุดนี้เป็นเด็ก และไม่รับผิดชอบ
|