พิมพ์หน้านี้
|
เหตุที่ประเทศไทยต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ กลไกที่เกิดจากการที่ตลาดหุ้นตกหนัก 1) สภาพคล่องของระบบจะเสียหาย สภาวะทางการเงินจะตึงตัว ทำให้ภาคการผลิตจริงล้มลง ตามมาด้วยสถาบันการเงินล้มลง คนตกงาน 2) ทำให้ค่าเงินเสียหาย ประเทศไทยมีการผูกค่าเงินไว้ตายตัว จะทำให้ค่าเงินแข็งเกินจริง มีการขายหุ้นออกมามากขึ้น เพื่อได้เงินบาท เพื่อนำไปซื้อเงินเหรียญสหรัฐ (ทำให้ได้เงินเหรียญมาก / เพราะบาทแข็งเกินจริง) ยิ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นตกหนักลงไปอีก เงินบาทไม่ได้รับความเชื่อมั่น ทำให้คนทั่วไปและนักลงทุนทิ้งเงินบาทและทรัพย์สินในรูปเงินบาท 3) ทำให้มูลค่าสินทรัพย์เสื่อมค่า หลักประกันเสื่อมค่า เงินเฟ้อสูง เกิดความยากจนทั้งระบบ หรือทั้งประเทศ เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับประเทศใด ก็เป็นแบบเดียวกันทุกประการ ตลาดหุ้นหากตกประมาณ 30 - 40 เปอร์เซนต์ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากตกเกิน 50 เปอร์เซนต์ เป็นเรื่องที่ผิดปกติ เหตุที่ตลาดหุ้นไทยตกแรงถึง 88 เปอร์เซนต์ เป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก เกิดจากเครื่องมือที่ผิดปกติ 1) SET Index มีโครงสร้างที่ไม่ถูกต้อง จึงเบี่ยงเบนสูง อ่อนแอสูง และถูกปั่นได้ง่าย ไม่มีตลาดหุ้นใดในโลกที่ไม่ถูกปั่น เพียงแต่ตลาดหุ้นใดจะปั่นได้ง่ายและยากเท่านั้น 2) การนำระบบ Maintenance margin และ Forced sell มาใช้ในปี 2536 ส่งผลให้มีการลากหุ้นไปเชือดในต้นปี 2537 มีการเทขายหุ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดการบังคับขายหุ้นนักลงทุนอย่างบ้าคลั่ง ซ้ำเติมให้ตลาดหุ้นตกหนักลงอีก 3) การตั้งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ในปี 2528 เมื่อสภาพคล่องของระบบการเงินเสียหาย หรือสถาบันการเงินขาดสภาพคล่อง ทำให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ต้องอัดฉีดสภาพคล่อง(ปล่อยกู้)ให้สถาบันการเงิน ในที่สุดสถาบันการเงินไม่สามารถยืนอยู่ได้ ล้มลง ช่วงแรกล้มลง 54 แห่ง ทุกวันนี้สถาบันการเงินล้มลงแล้วกว่า 70 แห่ง เงินที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ปล่อยกู้ให้สถาบันจึงกลายเป็นหนี้เสีย ทางการจึงออกกฎหมายเข้าควบคุมสถาบันการเงินทั้งหลาย(ยึด) เอามาแปลงสภาพ และขายออก คนไทยซื้อได้น้อยมาก เนื่องจากไม่มีเงิน คนไทยต่างจนลงเพราะเงินบาทเสียหาย ต่างชาติจึงซื้อไปเป็นส่วนใหญ่ ทางการได้ตั้งป.ร.ส.มาจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้ หนี้และทรัพย์สินถูกรวบรวมมาขายให้สำนักบริหารหนี้ต่างๆ แต่เงินที่ได้มาจากการขายทอดตลาดสถาบันการเงินที่เสียหาย ไม่พอใช้หนี้ที่ไปกู้เงินมาอัดฉีดสถาบันการเงิน ไม่พอที่จะคืนเงินฝากของผู้ฝากเงินในสถาบันการเงินที่ล้มลง มีการออกพันธบัตรเงินกู้เพื่อกองทุนฟื้นฟูฯ หลายชุด นำไปคืนเงินกู้และผู้ฝากเงิน เป็นที่มาของหนี้สาธาณะประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท รวมกับหนี้สาธารณะที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ ทำให้ปัจจุบันนี้มีหนี้สาธารณะประมาณ 3.5 ล้านล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยไม่ได้ตก 50 เปอร์เซนต์อย่างที่กล่าว แต่ตลาดหุ้นไทยตกถึง 88 เปอร์เซนต์ เหตุที่ตกแรงก็เนื่องจากเหตุผลที่กล่าวข้างต้น รวมทั้งการบริหารจัดการที่ไม่ถูกต้องตามมาภายหลังอีก Hedge Fund รู้กลไกเหล่านี้ทุกอย่าง รู้ว่าได้เกิดความเสียหายกับค่าเงินบาทแล้ว ค่าเงินบาทไม่ได้รับความเชื่อมั่น เขาก็ขายหุ้นออกตลอดเวลา ..ได้บาทมา ก็เอาไปซื้อดอลลาร์ ..ได้บาทมา ก็เอาไปซื้อดอลลาร์ ..ได้บาทมา ก็เอาไปซื้อดอลลาร์ ..เป็นที่มาของเงินไหลออกจากประเทศไทย ซ้ำเติมให้ตลาดหุ้นตกหนักลงอีก การนำระบบ Maintenance margin และ Forced sell มาใช้ ยิ่งหุ้นตกหนัก ก็ยิ่งมีการบังคับขายหุ้นนักลงทุนมากขึ้น ซ้ำเติมให้ตลาดหุ้นตกลงอีก สุดท้าย มีการลอยค่าเงินบาท พวก Hedge Fund จึงไม่เสียหาย แต่คนไทยเสียหายทั่วหน้าทั้ง 63 ล้านคน เงินไหลออกจากประเทศ ส่งผลให้ทุนสำรองการเงินระหว่างประเทศลดลงตลอดเวลา ทุนสำรองฯของประเทศไทยเคยมีประมาณ 38,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เดือนมิถุนายน 2540 ก่อนลอยค่าเงินบาทหนึ่งเดือน ทุนสำรองของประเทศไทยเหลือประมาณ 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ เดือนกรฎาคม 2540 เดือนที่มีการลอยค่าเงินบาท ทุนสำรองฯ การเงินระหว่างประเทศไทยเหลือต่ำสุด 1,144 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ และได้มีการลอยค่าเงินบาทในวันที 2 กรกฎาคม 2540 นั่นคือ ตลาดหุ้นนั่นเอง ที่เป็นต้นเหตุให้ประเทศไทยต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ ประเทศไทยเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟมา 2 ครั้งแล้ว เมื่อตลาดหุ้นตกหนัก สภาพคล่องของระบบเสียหาย ค่าเงินบาทเสียหาย ไม่ได้รับความเชื่อมั่น ไหลออกจากประเทศไทยแทบหมด จึงเข้ารับความช่วยเหลือทางการเงินจากไอเอ็มเอฟในที่สุด หลังจากการลอยค่าเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนมาสู่ค่าที่แท้จริง ค่าเงินบาทตกจาก 26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ลงมาที่ 56 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือเงินบาทอ่อนลงมากที่สุดถึง 54 เปอร์เซนต์ หลังการลอยค่าเงินบาท เงินบาทก็หยุดไหลออก แล้วเปลี่ยนมาเป็นไหลเข้าแทน เหตุที่ประเทศไทยใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมดก่อนกำหนดถึง 2 ปี
หลังจากพังทลายของตลาดหุ้นไทย 6 ปี ปี 2000 (2543) ปลายรัฐบาลชวน เกิดการพังทลายรุนแรงตลาดหุ้นแนสแดกซ์ของอเมริกา ตลาดแนสแดกซ์ตก 78 เปอร์เซนต์ เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยกลไกเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยตกแรง เงินไหลออกจากประเทศไทย ตลาดหุ้นสหรัฐตกหนัก เงินไหลออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา สภาพคล่องเสียหาย เอกชนและสถาบันการเงินล้มลงเช่นเดียวกัน http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/07/27/entry-1 เศรษฐกิจสหรัฐเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ใหญ่ที่สุดในโลก เงินก็ใหญ่และมาก ตลาดหุ้นสหรัฐตกแรง ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐไม่ได้รับความเชื่อมั่น และไหลออกจากสหรัฐอเมริกา ไหลไปท่วมประเทศต่างๆทั่วโลก รวมทั้งไหลเข้ามาท่วมประเทศไทย ทำให้ทุนสำรองฯ ของประเทศต่างๆทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทุนสำรองฯของประเทศไทยก็เพิ่มขึ้น ประเทศใดที่เข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟ เป็นหนี้ไอเอ็มเอฟ สามารถนำไปใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมด ทุนสำรองฯของไทย (รวมทองคำ)
ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย ทุนสำรองฯของประเทศไทยเริ่มเพิ่มขึ้นหลังการลอยค่าเงินบาทในช่วงปลายรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ และรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ส่วนทุนสำรองฯที่เพิ่มขึ้นเพราะการพังทลายของค่าเงินเหรียญสหรัฐเริ่มในรัฐบาลพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้ไหลเข้าเพราะความเชื่อมั่นในรัฐบาลทักษิณแต่อย่างใด ประเทศที่เข้าโครงการณ์ใอเอ็มเอฟในช่วงเวลาใกล้เคียงกับประเทศไทยได้แก่ อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ ก็สามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมดเช่นเดียวกัน วิกฤติครั้งนี้ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเสียหายรุนแรงมากที่สุดในโลก 1) การผูกค่าเงินบาทไว้ตายตัว และเข้าต่อสู้ปกป้องค่าเงินบาทแบบขาดความเข้าใจ Hedge Fund รู้ว่าไม่มีทางชนะ และก็เป็นจริง ทุนสำรองฯไม่มีเหลือ จึงยอมแพ้ในที่สุด 2) การอัดฉีดสภาพคล่องของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ แบบขาดความเข้าใจ Hedge Fund ทราบว่า จะไม่สามารถพยุงฐานะของสถาบันการเงินไว้ได้เช่นกัน และก็เป็นจริง สถาบันการเงินของประเทศไทยล้มลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์โลก ล้มลงหมดทั้งประเทศ และล้มลงแล้วกว่า 70 แห่ง และสถาบันการเงินที่เหลืออยู่ทุกวันนี้ ที่ร่อแร่อยู่ก็มีหลายแห่ง คนทั่วไปทราบเพียงว่า ประเทศไทยพ่ายแพ้ต่อการปกป้องเงินบาท แท้ที่จริงพ่ายแพ้ต่อการรักษาฐานะของสถาบันการเงินด้วย ประเทศไทยย่อยยับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ย่อยยับมากที่สุดในโลก การที่ประเทศไทยใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมด ก่อนกำหนด 2 ปี ไม่ใช่เป็นความสามารถของนายกคนใด สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามความผิดปกติในระบบเศรษฐกิจไทย และระบบเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา การใช้ไอเอ็มเอฟได้หมด ทักษิณเพียงสวมรอยแอบอ้างว่าเป็นฝีมือตนเอง ประเทศไทยและทักษิณก็ยังไม่ทราบเกิดอะไรกับระบบเศรษฐกิจไทย ทุกวันนี้การไม่ผูกค่าเงินบาทไว้ตายตัว หรือค่าเงินบาทอยูในระบบลอยตัว ทำให้อันตรายที่จะเกิดกับระบบเศรษฐกิจไทยน้อยลงแล้ว แต่ตลาดหุ้นและสิ่งผิดปกติในตลาดหุ้นไทย ยังคงเป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจไทยเหมือนเดิม และมากกว่าเดิม ความเสียหายแบบเดิมๆก็จะหวนกลับมาสู่ประเทศไทยอีก .......................................................................... ผลพวงจากมิจฉาวาจา
ประชาชนที่ถูกรุมทำร้าย
นายกฯ ทักษิณ "พูดบ่อยครั้ง" แม้ขึ้นจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ท้องสนามหลวง กับกลุ่มนปก.ก็บอกว่า "เป็นความสามารถของเขาเองที่ทำให้มีการใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมด" เรื่องหนี้ไอเอ็มเอฟเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่สร้างความสะเทือนใจคนไทยทั้งประเทศ แม้จะไม่เข้าใจถึงที่มาที่ไปของการที่ต้องเข้าโครงการณ์ไอเอ็มเอฟก็ตาม หรือมันหมายถึงอะไรก็ตาม การย้ำพูดบ่อยครั้ง ทำให้คนไทยทั้งประเทศจำฝังใจ ว่า นายกทักษิณเก่ง นายกทักษิณเก่ง ที่สามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้หมด หนี้ไอเอ็มเอฟ 12,296 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5.4 แสนล้านบาท อัตราแลกเปลี่ยนที่ 44 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็นเงินไม่ใช่น้อย การใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมด เป็นเรื่องสะเทือนเลื่อนลั่นประเทศไทยแน่นอน เขาคือวีระบุรุษของประเทศไทย ที่คนไม่รู้ คือหนี้สาธารณะ ที่มีอยู่ประมาณ 3.4 ล้านล้านบาท ไม่ได้มีทีท่าว่าจะทำให้ลดลงแต่อย่างใด ไม่เห็นทำให้หายไปเหมือนหนี้ไเอ็มเอฟบ้าง การหว่านเงินประชานิยม และการนำประโยชน์รัฐไปแลกกับผลประโยชน์ตน การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ตัดทอนรายได้รัฐลง เพื่อประโยชน์ธุรกิจส่วนตน การขาดวินัยทางการคลัง ส่งผลให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ชาวบ้านก็ชอบใจประชานิยม แต่หารู้ไม่ว่าความไม่เชื่อมั่นต่อประเทศไทยได้ก่อตัวและสะสมตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท้ากกกกกกก... ษิณ ออกไป อันธพาลผู้ช่วย พ.ต.อ.ฤทธิรงค์ เทพจันดา รอง ผบก.อก.สนว.ตร.อดีต ผกก.สส.บก.น.6 หรือ โอ๋ สืบ 6 รุมทุบตี ทำร้ายประชาชนที่ไปต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้ให้การภายหลังบางตอนว่า "นายกฯทักษิณ เป็นคนใช้หนี้ไอเอ็มเอฟหมด เป็นคนสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ราคายางสูงขึ้น แล้วมาตะโกนขับไล่นายกฯทักษิณทำไม" เป็นความเชื่อที่บริสุทธิ เชื่อเพราะขาดข้อมูล ขาดความรู้ ขาดความเข้าใจ ไม่เพียงตำรวจและอันธพาลเท่านั้นที่เชื่อเช่นนี้ นายกฯสมัคร สุนทรเวช นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลีรมว.กระทรวงการคลัง นายจักรภพ เพ็ญแขแกนนำนปก. นักวิชาการที่มีชื่อเสียง นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ "ดา ตอร์ปิโด" รวมทั้งคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศก็เชื่อเช่นนี้เช่นกัน เป็นความเชื่อ ..ที่เกิดจากมิจฉาวาจา ของคนคนเดียว.. ทำให้คนไทยแตกแยกทั้งประเทศ แตกแยกมากเป็นประวัติการณ์ของประวัติศาสตร์ชาติไทย @ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||