ล้อมวงคุย (โดย ชาติ กอบจิตติ)
... ก่อนอื่นแฝดน้องต้องขออภัยอย่างสูง เมื่อตอนที่แล้วแฝดน้องพิมพ์ชื่อนามสกุลของคุณ ชาติ กอบจิตติ ผิด แฝดน้องเองก็ไม่แน่ใจตั้งแต่พิมพ์ชื่อเรื่องตอนที่แล้วแล้วหล่ะค่ะว่าจะเป็น ชาติ กอบจิตติ หรือ ชาติ กอบกิตติ กันแน่ ครั้นจะดูจากหนังสือที่ตัวเองซื้อมาก็ไม่ได้ เพราะก่อนหน้านั้นแฝดน้องเอาหนังสือให้เพื่อนรุ่นพี่อีกคนยืมไปอ่าน แต่พอตรวจดูจากสมุดบันทึกของตัวเองก็กลายเป็นว่าในบันทึกแฝดน้องเขียนชื่อนามสกุลของคุณชาติไว้ทั้งสองแบบ เกิดอาการไม่แน่ใจ แต่สุดท้ายก็เลือกใช้ ชาติ กอบกิตติ แล้วก็กลายเป็นว่าตัวเองจำผิด นี่หล่ะค่ะความผิดพลาดของแฝดน้องที่มักจะเกิดขึ้นเสมอ ก็ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ
... เอาหล่ะค่ะมาเข้าเรื่องเกี่ยวกับตอนนี้กันเลยดีกว่า หลังจากแฝดน้องได้อ่านหนังสือเรื่อง บันทึก : เรื่องราวไร้สาระของชีวิต ได้ไม่นานแฝดน้องก็มีโอกาสไปร้านหนังสืออีกครั้ง แล้วแฝดน้องก็ไปเจอหนังสืออีกเล่มของ ชาติ กอบจิตติ เข้าเป็นหนังสือเล่มเล็กๆ เหมือนเล่มที่อ่านจบไปค่ะ ตอนแรกที่แฝดน้องจะซื้อหนังสือเล่มนี้มาเหตุผลหลักๆ จะเอามาเป็นเพื่อนกับเล่มแรก ปกติแฝดน้องมักเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับหลายๆ อย่างค่ะว่า ตัวเองเป็นแฝด ของต่างๆ ที่ตัวเองมีน่าจะเป็นแฝดหรือมีเป็นคู่กัน
... หนังสือที่แฝดน้องซื้อมาชื่อเรื่อง ล้อมวงคุย เรื่องราวภายในเล่มเป็นเรื่องราว (บทความ) ที่ ชาติ กอบจิตติ เขียนไว้ในคอลัมน์ในหนังสือ สีสัน ที่จัดพิมพ์ตั้งแต่ปี 2548 ถึงปี 2550 (เป็นการรวมเล่มโดยเลือกเอาเฉพาะบางเรื่อง) เนื้อหาในเล่มคนเขียนเขียนได้หลากหลาย แต่เท่าที่แฝดน้องเข้าใจส่วนมากมีเรื่องเกี่ยวกับการเมืองมากกว่าเรื่องอื่น คงเป็นเพราะชื่อหนังสือด้วยหล่ะค่ะทำให้เนื้อหาภายในเล่มจะเน้นเรื่องการเมือง
... เหมือนเดิมค่ะแฝดน้องอ่านแล้วก็จะบันทึกเอาไว้ว่าตัวเองชอบข้อความตรงไหน และวันนี้แฝดน้องก็อยากนำเสนอให้เพื่อนๆ ชาวโอเคเนชั่น ได้รับทราบด้วยค่ะ (ที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องของหนังสือของ ชาติ กอบจิตติ ติดต่อกันสองตอน ไม่เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ประการใดทั้งสิ้น แต่เป็นเพราะช่วงนี้อยากอ่านหนังสือเล่มเล็กๆ ประมาณว่าอ่านคืนสองคืนจบเล่มค่ะ)
หน้า 32 : ตอน ทุนประหลาด
ในเมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นอย่างนี้แล้ว ผมคงต้องคิดกันตามประสาซื่อๆ โง่ๆ ของผมว่า คราวที่เขาเคลื่อนไหวต่อต้านนั้น เขาก็คงเคลื่อนไหวเพื่อผลประโยชน์ของเขาเองเท่านั้น เมื่อต่อรองกันสมประโยชน์ทั้งสองฝ่ายแล้วเขาจึงนิ่งเสีย ปล่อยให้ประชาชน (ที่เขาชอบอ้าง) รับชะตากรรมไปตามลำพัง
หน้า 62 : ตอน รอยร้าว
ดูบรรยากาศการเมืองในวันนี้แล้ว คลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนกับบรรยากาศก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คือแบ่งประชาชนออกเป็นสองฝ่าย และจบลงด้วยการให้คนไทยฆ่ากันเอง และที่เป็นสัจธรรมมาตลอด คือ หัวหน้าไม่เคยตาย
หน้า 63 : ตอน รอยร้าว
บ้านเมืองถ้าไม่มีความสามัคคีแล้วก็ยากที่จะเจริญ ลงเรือลำเดียวกัน พายกันไปคนละทางก็คงไม่ไปไหนนอกจากวนอยู่ที่เก่า พอดีพอร้ายเรือจะล่มเอา
หน้า 94 : ตอน โอ้...ฮาวาย (4)
การเป็นคนชอบอำนั้นบางครั้งถ้าไม่รู้กาละเทศะ มันก็สนุกไม่ออกเหมือนกัน ไม่รู้จะบอกใคร ได้แต่บอกตัวเอง
หน้า 147 : ตอน รายงานการประชุม (1)
บ้านเมืองเราทุกวันนี้ผู้คนดูเหมือนจะเอาเงินเป็นตัวตั้งกันมากขึ้น ยอมทำกันทุกอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะผิดกฎหมาย, ผิดศีลธรรม, ผิดจรรยา ฯลฯ หรือผิดมนุษย์มนาก็ตาม แต่ก็ยังทำเพื่อให้ได้เงินมา
หน้า 183 : ตอน คนไม่มีการศึกษา
คิดว่าในโลกนี้มีอะไรอีกเยอะแยะที่เราไม่เข้าใจ และบางเรื่องไม่จำเป็นจริงๆ ที่เราจะต้องเข้าใจมัน
หน้า 205 : ตอน นักเขียนภาคอีสาน : จะก้าวไปทางไหน (ตอนจบ)
เรื่องบางเรื่องไม่ควรบ่น โดยเฉพาะเรื่องที่เขาหวังดีกับเรา
หน้า 213 : ตอน เลือกได้ไหม
บางคนนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลเป็นปีๆ โดยไม่รับรู้อะไรอยู่กับเครื่องช่วยหายใจ ใครจะไปใครจะมาก็ไม่รู้เรื่อง ได้แต่นอนรอวันตาย ญาติพี่น้องก็คงรู้ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขาก็ชีวิต เราก็ชีวิต จะไปตัดสินชีวิตคนอื่นเขาได้อย่างไร
หน้า 220 : ตอน รัฐธรรมนูญของเรา
มาเริ่มต้นกันใหม่ นับหนึ่งกันใหม่อีกสักหน ที่แล้วมาช่างมัน เราย้อนอดีตมาทำใหม่ไม่ได้แล้ว มองปัจจุบันกันดีกว่า
หน้า 237 : ตอน สวัดดีปีใหม่ครับ
ชีวิตของคนสมัยใหม่ในทุกวันนี้จึงเหมือนกับการวิ่งแข่งกันอยู่ตลอดเวลา เพราะมีความเชื่อว่า การหยุดคือการถอยหลังนั่นเอง
หน้า 240 : ตอน สวัดดีปีใหม่ครับ
บางทีการหยุดอาจจะเป็นการเริ่มต้นใหม่ก็ได้ ใครจะไปรู้
... หนังสือเรื่อง ล้อมวงคุย เล่มนี้ เป็นการพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก โดยสำนักพิมพ์หอน จัดจำหน่ายทั่วประเทศโดย สายส่งศึกษา บริษัท เคล็ดไทย จำกัด
___________ ขอบคุณข้อความดีๆ จากหนังสือดีๆ _________