| รวมรุ่นในงานแต่งเพื่อน | ||
ช่วยแต่งกันอีกนะ จะได้มาเจอกันอีก ไม่งั้นเหงาแย่ๆ...เฮ้ยย..เล่นมีลูกกันแล้ว อิจฉาๆ |
||
|
View All |
||
| dakanda | ||
JOKE |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ห่างหายจากการเขียนบล๊อคมานานแสนนาน เพื่อนๆก็ด่ากันจนต้องนั่งปั่นให้วุ่น ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาพ่อแม่ของคุณนายได้จองทัวร์เดินทางที่ศูนย์สิริกิต ทัวร์ไม่ใกล้ไม่ไกลทะเลไทยของเราเอง ดำน้ำหมู่เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง ราวี หลีเป๊ะ เกาะหินงาม ร่องน้ำจาบัง กองหินซ้อน เกาะดง เกาะไข่ แวะลงเที่ยวบนเกาะตะรุเตา และเกาะไข่ เดินทางเย็นวันที่ 12 เมษายน กว่ารถจะออกก็รอคนอยู่นาน มีกิจกรรมเล็กน้อยเพื่อทำความรู้จักกันในรถ รถให้แวะเข้าห้องน้ำเป็นระยะๆ ข้าวมือแรกกินบนรถตอนรถจะออกจากสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นเป็นหมูกระเทียมไข่ดาว คุณนายก็หลับๆตื่นๆรู้บ้างไม่รู้บ้าง แต่ที่แน่ๆจอดปั๊มเมื่อไหร่เข้ามันทุกปั๊ม ประมาณ 7 โมงได้แวะแปรงฟันล้างหน้าที่ทุ่งสง หลังจากนั้นเดินทางอีก 2 ชั่วโมง ก็ไปทานข้าวที่โรงแรมธัมรินธรา จ.ตรัง นึกว่าจะได้ทานหมูย่างเมืองตรังตอนเช้า แต่ได้ทาน Buffet Breakfast แทนและกำหนดเวลาครึ่งชม. 9.30 น. พร้อมขึ้นรถเพื่อมาลงเรือที่ จ.สตูล ท่าเรือที่จะไปคือท่าเรือปากบารา
ตามเคยทานข้าวในเรือ อาหารสุดหรู ลูกปลาหมึกผัดพริกหยวก ไข่ดาว มากล่องเบ้อเล่อเลย แต่มีอยู่น้อยนึง ว่าน้อยนึงก็ยังกินไม่หมดอยู่ดีเพราะยังอิ่มอยู่ และก็กินที่กรุงเทพฯออกจะบ่อย เกาะแรกที่จะไปคือเกาะตะลุเตา นั่งอยู่ในเรือประมาณ 1 ชั่วโมงได้มั้งก็เห็นประภาคานเรือแล่นช้าลง แต่ก็ยังเทียบท่าไม่ได้ เนื่องจากคนมาเยอะเหลือเกินเทศกาลก็งี้แหล่ะนะ ทำใจตั้งแต่ก่อนเดินทางแล้ว เรือคุณนายลำเล็กนิดเดียวรอให้ลำใหญ่ออกมาก่อนแล้วค่อยเข้าไป
ไปถ่ายรูปป้ายตามระเบียบของการไปเยือนแต่ละสถานที่ แล้วก็ได้ไปไหว้สิ่งศักสิทธิ์บนเกาะด้วย มีวิทยากรมาบรรยายแต่ไมได้ฟัง เพราะไม่ค่อยชอบวิชาการเท่าไหร่แต่ได้ยินแว่วๆว่า คนที่นี่ไม่ว่าเป็นอะไรจะทานยาพาราเป็นอย่างแรก เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ทางด้านการแพทย์มาประจำที่เกาะนี้เลย ที่นั่นมีห้องนิทรรศการเล็กๆ มีรูปนักโทษ พร้อมกับอุปกรณ์จองจำนักโทษที่ดูเก่าสนิมกิน และถ้วยโถโอชามแตกๆ มีให้ดูไม่มากนัก รวมถึงรูปกบฏ ที่มีเชื้อสายใหญ่โต อีก 3 รูป มีประวัติให้อ่านพอสังเขป ที่นี้จะจองจำนักโทษทางการเมืองโดยเฉพาะ สมัยก่อนรอบๆเกาะจะมีจระเข้น้ำเค็มด้วย แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เข้าห้องน้ำห้องท่าเรียบร้อยก็เดินเก็บภาพไปเรื่อย ได้ไม่กี่รูปก็ต้องขึ้นเรืออีกแล้ว เป้าหมายที่จะไปคือเกาะไข่ ที่เรียกว่าเกาะไข่เพราะเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเล แต่ไม่อยากจะsaid ใช้เวลาจากเกาะตะลุเตาไปเกาะไข่นานจนหลับไปหลายตื่น มีเสียงไกด์ท้องถิ่นตะโกนบอกว่าเอาเรือเข้าเกาะไข่ไม่ได้เพราะคลื่นแรงมากอาจจะทำให้เรือพลิกคว่ำ พระเจ้า! นั่งจนตูดบานมาตั้งไกลยื่นมือไปได้แค่ถ่ายรูปนอกหน้าต่างเรือหรือนั่น?
ทริปนี้เดินทางมาด้วยรถ 2 คัน ชื่อคันที่ 7 กับ คันที่ 8 คุณนายอยู่คันที่ 8 เรืออีก 2 ลำ ลำใหญ่มีแอร์เย็นสบายมีน้ำจืดให้ล้าง กับลำเล็กที่เก้าอี้เป็นพลาสติกสีแดงวางเรียงๆเหมือนเรือรับจ้าง คุณนายผู้มารถคันที่ 8 ได้นั่งเรือ ลำเล็ก แต่ข้อดีของเรือลำเล็กคือเราสามารถเอาเรือเข้าเกาะไข่ได้ เรือลำใหญ่ทำท่าเอียงๆอยู่หลายที ลงเรือลำเล็กเสร็จ น้ำทะเลใสทำให้หายเหนื่อยได้บ้าง ไกด์เดินมาบอกว่า เกาะไข่มีช่องรอดคนโบราณเชื่อว่าถ้าคนไม่มีคู่ ให้รอดจากประตูใหญ่ออกประตูเล็กจะได้คู่ ทันใดนั้นเองคุณนายก็เดินท่องไปตามทาง จะได้ไม่จำผิดช่อง จัดแจงตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่เดินรอดช่องประตูใหญ่พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซะเลย พ่อแม่ก็รอดตามมาด้วย ไม่รู้ว่าคุณนายจะได้พ่อใหม่ แม่ใหม่ด้วยหรือเปล่า ทรายค่อนข้างละเอียด แต่ไกด์บอกว่าที่เกาะหลีเปะที่เราจะไปพักทรายจะละเอียดมากกว่าเหมือนผงของค๊อฟฟี่เมตเลย สักพักไกด์ก็เรียกขึ้นเรือ ทุกอย่างตอนนี้ต้องทำเวลาเพราะจะ 5 โมงเย็นแล้ว พอทุกคนมาบนเรือพร้อมก็เริ่มเหนื่อยอ่อน หลับอ้าปากค้างกันบ้าง โยกตามคลื่นบ้าง จุดหมายของเราคือเกาะหลีเปะ ที่ๆจะต้องพักพิง 2 คืน การเดินทางวันนี้ของฉันไม่หลับเลย ก็เลยได้จดบันทึกกลัวลืมซะก่อน ตอนนี้เรือกำลังจะถึงเกาะหลีเปะ แล้วคุณนายจะต้องเตรียมโอนถ่ายจากเรือที่นั่งอยู่ลงเรือเล็กอีกลำ เรือเล็กที่จะปีนไปนี่ลักษณะคล้ายเรือแจวลำใหญ่ มีที่นั่งพาดอยู่ 6 ตอนได้ เห็นลำเล็กๆนี่จุได้ประมาณ 36 คนได้ อาจจะเพราะว่าคนที่ไปในทริปคุณนายตัวเท่าลูกมดกันทุกคน ทั้งคนและทั้งสัมภาระก็ใช้เรือเล็กวิ่ง 2 รอบได้
คุณนายกับแม่ดี๊ด้าถ่ายรูปเอามัน เพราะคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวแบบนี้บ่อยๆ สักพักกระเป๋าถูกนำมาวางกองกันที่ชายหาด ต่างคนต่างขนของเข้าห้องพัก
แย่แล้ว!กระเป๋าเสื้อผ้าพ่อคุณนายหายไป 1 ใบ เอาล่ะสิทีนี้...ไกด์ช่วยตามหากระเป๋าพ่อคุณนายจนเจอ มันหลงไปกับเรือลำใหญ่ของรถทัวคันที่ 7 การเจอกระเป๋าของพ่อคุณนายช้าทำให้คุณนายกินข้าวช้าไปด้วย เลยตัดสินใจที่จะไม่อาบน้ำ ตอนนั้นหิวจนตาลาย อาหารก็พื้นๆธรรมดา เรื่องอาหารของทัวร์นี้อย่าพูดกันเลยดีกว่า เอาเป็นว่าทานข้าวเสร็จไกด์พูดถึงตารางการเที่ยวของวันพรุ่งนี้ นัดหมายกันเรียบร้อยว่า 6 โมงตื่น 7 โมงกินข้าวที่ทางรีสอร์ทจัดให้ แล้ว8โมงลงเรือ กินอาหารเสร็จก็กระจายตัวกันบ้านใครบ้านมันนอนเอาแรงเตรียมลุยพรุ่งนี้
คร๊อกฟี้ๆ หลับๆตื่นๆ เช้าซะและ ได้ยินเสียงเสียงแม่อาบน้ำเสร็จพอดี ไหนๆทริปวันนี้ก็ไปดำน้ำ ขอแค่ล้างหน้าทากันแดด เปลี่ยนชุดให้พร้อมเตรียมดำน้ำก็พอ ไหนๆเดี๋ยวก็เปียกน้ำไม่ต้องอาบหรอก (เฉพาะคุณนายนะ)
ที่แรกไปถ่ายรูปที่หินซ้อน นั่งเรือถ่ายแค่รูปรอบๆ
ต่อไปก็ไปดำน้ำที่อ่าวกำนัน ใต้ทะเลก็มีปะกาลังไม่มากนัก ปลาก็มีไม่มาก หรือว่าคุณนายกับแม่ไม่เห็นก็ไม่รู้ คือเรา 2 คน แม่ลูกเป็นคู่บัดดี้ดำน้ำกันอย่างรักใคร่ ดำได้สักพักไกด์ก็เรียกขึ้นเรือ มานั่งเม้ากันว่าเห็นปลาอะไรบ้าง แต่คุณนายกับแม่ก็ได้แต่ยิ้มๆ เพราะไม่ได้ประทับใจซักเท่าไหร่ ถ้าใครได้เคยไปดำน้ำแบบสน๊อคเกอร์ที่หมู่เกาะสุรินทร์แล้ว ไม่ว่าที่ไหนๆก็จะดูธรรมดาไปเลย ที่ที่สองที่ไกด์พาไปคือหลังเกาะหินซ้อน คุณนายกับแม่ก็ว่ายน้ำป๊อมแป๊มไปตามเรื่อง ดำน้ำไปเห็นปักกาลังสีชมพูม่วงๆปลาก็มีพวกปลาการ์ตูนตัวเล็กๆและก็ปลานกแก้ว แล้วก็เขียวพระอินทร์ ไกด์ท้องถิ่นบอกว่าปลาพวกนี้ถ้ามันหิวมันก็กัดได้ ช่วงดำน้ำตัวเปียกน้ำเค็มไม่อยากจับกล้องเลยไม่ได้เก็บภาพมาให้ชมกัน ไปดำน้ำ 2 ที่ รวมเวลานั่งเรืออีกก็ปาเข้าไปเที่ยงกว่า แวะทานข้าวที่อ่าวลิงหิวแบบบ้าคลั่ง การดำน้ำเป็นการออกกำลังกายที่เหนื่อยเหลือเกิน รู้เลยว่าตีนกบเนี่ยช่วยในการดำน้ำมากมาย มันทำให้เราเคลื่อนที่เร็วกว่าการใช้เท้าตีน้ำซะอีก ก่อนจะนั่งทานข้าวที่ชายหาดสีขาวที่ไม่มีเรือลำไหนเข้ามาเทียบท่า มีแค่ลำเราหาดสีขาว น้ำสีฟ้า โอ๊ย...โรแมนติคน่าดู ทานเสร็จสักพักก็เตรียมลงเรือต่อ เพื่อไปดำน้ำเกาะราวี ถึงราวๆบ่าย2 เกาะราวีค่อนข้างมีปะการังที่สมบูรณ์ สำหรับคุณนายมองนะ เพราะดูเยอะ และปลาก็ตัวใหญ่พอควร สวยที่สุดเท่าที่ดำน้ำมาในทริปนี้ เกาะราวีมีน้ำจืดด้วย ไกด์บอกว่ามีน้ำตก ไม่รู้ตกแถวไหน หาไม่เจอ...555 ที่นี่มีนักท่องเที่ยวเยอะน่าดูชม แถมมีคนบาดเจ็บเยอะด้วย เนื่องจากมีหอยเม่น เยอะพอๆกับฝูงปลาเลย น่ากลัวมาก แล้วช่วงที่ไปเนี่ยน้ำลด บางจุดที่ดำพุงเกือบไปติดปะการัง ถือว่าใช้ได้ทีเดียว ที่นี่น้ำทะเลเข้าตาคุณนายด้วย ต้องให้แม่ช่วยลากขึ้นฝั่ง เพราะมองไม่เห็นแล้ว แสบตาจนมองอะไรไม่ได้ แม่พาคุณนายไปล้างหน้า แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น กะว่าจะไม่ลงเล่นน้ำแล้ว นั่งพักตาได้สักพัก ไกด์เรียกลงเรือ เพื่อไปเกาะหินงาม นั่งกระพริบตาให้น้ำตาไหลก็ไม่ยอมไหลซักที ตาคงแห้งมาก พ่อเลยเอาน้ำแข็งสะอาดหลังเรือมาให้ คุณนายนั่งประคบจนดีขึ้น ถึงเกาะหินงาม อาการดีขึ้นก็เลยลงเล่นน้ำ ที่นี่ให้มาดูหินไมได้ดำน้ำ ไกด์บอกว่า เกาะหินงามมีความเชื่ออีกตามเคย ว่าให้เอาหินมาเรียงต่อกันให้สูง 12 ชั้นแล้วอธิษฐานได้ 1 ข้อ แล้วบนเกาะมีคำสาปแช่งด้วย มีป้ายให้อ่านเลยว่า ถ้าใครเอาหินกลับจะโดนอาถรรพ์ ถึงอย่างไรคุณนายก็เที่ยวแบบอนุรักษ์ ไม่เอากลับหรอก ส่วนนั่งเรียงหินคุณนายก็ไมได้เรียง เพราะมัวแต่เล่นน้ำเพลินเพลินอยู่
ที่ต่อไปคือ ร่องน้ำจาบัง ที่นี่เค้าว่าสวยๆ เห็นปะการังสียาวเลย (เมื่อก่อนนะ) แต่ตอนนี้เหลือกอเดียว ไม่รู้หายไปได้อย่างไร เห็นไกด์ว่ามีพวกนายทุนทำลายโดยการจ้างมาตัด เห็นว่าเคยมีนายทุนจ้างชาวบ้านมาจับปลาการ์ตูนไปขายให้ตัวละ 10 บาท จับได้เป็นร้อยตัว ไม่รู้เอาเรื่องได้ไหม เพราะเรื่องก็เงียบไป เข้าเรื่องเที่ยวคุณนายต่อดีกว่า ร่องน้ำจาบังมีจุดเดียวที่ว่ามีปะการังสวย เรือเกือบ 6 ลำก็เลยรอคิวที่จะส่งคนเกาะเชือกลงไป ร่องน้ำนี้กระแสน้ำจะเชี่ยวมากเนื่องจากกระแสน้ำอุ่นกับเย็นไหลมาชนกันพอดี นี่คือคำบอกเล่าของไกด์ทัวที่คุณนายได้ยินมาก ทุกคนในทัว ต่างใจจดใจจ่อ เพราะโปรแกรมร่องน้ำจาบัง เป็นโปรแกรมที่ทุกคนตั้งตารออีกที่นึง เหมือนจุดสำคัญที่มายังสถานที่นี้เป็นสถานที่สุดท้าย คุณนายและทุกคนในเรือทนที่จะรอ เพื่อจะเป็นคิวของลำเราบ้าง นักดำน้ำทุกคนไม่ว่าเก่งไม่เก่งทางที่ดีควรเกาะทุนที่เค้าได้ผูกเอาไว้ ไม่งั้นจะลอยตามกระแสน้ำไป ยากมากที่จะว่ายกลับมา ฟังดูแล้วน่ากลัวใช่ไหม อิอิ ถึงคิดคุณนายแล้ว ใจเต้นโครมคราม ไม่ใช่อยู่ดีๆจะลงได้เลย ต้องไต่จากเรือที่อยู่ ไปอีกลำเพราะว่ามันขวางกันอยู่ เห็นพ่อนำหน้าไปเลย ตามด้วยแม่ แล้วก็คุณนาย โอ้พระเจ้า............ปลา.................ปลา..............ปลาเต็มไปหมด..............ตัวเล็กตัวใหญ่ ปลาตีนทั้งนั้น เต็มหน้าคุณนายเลย ด้วยการแสน้ำที่แรง แล้วทุนที่ผูกมีเส้นเดียว เพราะฉะนั้น คนไป กับคนกลับ จะต้องสับหลีกกันให้ได้ น้ำแรงอย่างที่คิด พลิ้วแบบธงเลย ต้องบอกก่อนว่าการดำน้ำแบบผิวน้ำเนี่ย มันจะมีหน้ากาก กับที่หายไปพร้อมชูชีพที่จะลอยบนผิดน้ำ แต่ไม่รู้ว่านักดำน้ำคนไหนมันเหนื่อย มันดันยืนบนเชือกทุ่น คราวนี้คนที่จับเชือกทุนก็เหมือนถูกกดตัวให้ต่ำลงไปด้วย อ้าว.....ทีนี้....จะหายใจอย่างไรเล่า น้ำเข้าที่หายใจหมดเลย จะปล่อยก็ไม่ได้เดี๋ยวหลุดตามกระแสน้ำไป ทุลักทุเลมาก กระแสน้ำเชี่ยว แล้วน้ำก็ขุ่น การมองในน้ำที่คุณนายเห็นก็คือ มือคนเต็มไปหมด ต่อมาคือทรายบนท้องน้ำ ปะการังโทรมๆเหี่ยวๆเป็นกระจุกน้อยๆ ปลาจริงๆไม่รวมปลาตีน 2 ฝูงเล็กๆ (มันคงจะออกมาว่ายหรอกมั้ง คนมาดูซะเยอะเลย) แต่ที่แน่ๆปลาตีน หรือพระบาทานี่สิ เยอะสุดๆ ยังนึกเลยว่าทำไมมันไม่ถอดรองเท้าไว้บนเรือวะ แค้นๆ เพราะโดนเข้าเต็มๆที่แขน แม่คุณนายค่อยๆสาวตามคนหน้าไปเรื่อยๆ ซึ่งคุณนายคิดว่าเป็นพ่อ สักพักแม่หยุด คุณนายหยุด คนต่อไปหยุด อ้าว...ทีนี้ อะไรเล่าแม่ ยังไม่เห็นอะไรเลย เหมือนแม่คุณนายจะไม่ไหว ตะโกนโวยวายอะไรม่รู้ คุณนายเลยเงยหน้าขึ้นแต่เอามือเกี่ยวเชือกไว้ คือคนหน้าแม่คุณนายเค้าไม่ไหวแล้ว มีคนกดเชือกอยู่เลยต้องให้ไกด์ว่ายมารับไป แม่คุณนายบอกกับคุณนายว่าไม่ไหวแล้ว สรุป ค่อยๆสวนกระแสทั้งคนทั้งน้ำ กลับขึ้นเรือกันหมด ไม่เห็นอะไรเลยในร่องน้ำจาบัง บังซะมิด พอต่างคนต่างขึ้นเรือบ่นกันแทบทุกคนว่าไม่เห็นอะไร พ่อคุณนายขึ้นมาบอกว่าได้เห็น มีอยู่กอนึง โอ้.....พระเจ้า กอนึง พ่อกระเสือกกระสนไปจนสุดเชือก เพราะจุดนั้นคนเกาะกันดูเยอะมาก คุณนาย และคนอื่นๆจึงเข้าไปไม่ถึง แต่ด้วยความฟ่าฟันของพระบิดา สามารถมากจริงๆ ไม่เป็นไร แค่กอเดียว คุณนายทำใจได้ พอและ ในใจคิดว่าวันนี้ไม่เอาแล้ว พอลูกเรือทุกคนครบขึ้นเรือหมด คราวนี้เรือก็กลับสู่หลีเป๊ะ ที่พักพิง พักท้อง โทรมกันระนาว แทบไม่พูดอะไรกันต่อ กลับถึงหลีเป๊ะ ไม่มีใครอาบน้ำ นอกจากล้างหน้าด้วยน้ำจืด แล้วมาลงที่โต๊ะอาหาร อ้ำๆๆๆๆๆๆ แบบไม่มองหน้ากัน แล้วก็กระจายตัว บ้านใครบ้านมัน จำได้ว่า นอนโครงเครงทั้งคืน เหมือนนอนอยู่บนเรือ คงเพราะว่า นั่งเรือทั้งวัน ขึ้นๆลงๆดำน้ำมากไปหน่อย วันนี้บันทงบันทึกก็ไมได้ทำหรอก อย่างกับนอนตาย เช้ารุ่งขึ้นเตรียมตัวกลับ ฝนดันตก อากาศก็ร้อนอบอ้าว แต่ก็ยังดีกว่าวันดำน้ำฝนตก ใช้เวลาเดินทาง 1 วันเต็มรวมแวะซื้อของฝาก ทานข้าว กลับถึงกทม. 6 โมงเช้า อย่างปลอดภัย นะฮ้า...
|