พิมพ์หน้านี้
|
- คณะเดินทางรอเอกสารเข้าเมืองที่ด่านช่องสะงำ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมและครอบครัวรวมทั้งเพื่อนๆมีโอกาสไปสัมผัสดินแดนขอมโบราณที่เคยรุ่งเรืองสุดขีดอย่าง นครวัด และนครธม แต่การเดินทางของคณะเราเลือกเดินทางเข้ากัมพูชาทางช่องสะงำ จ.ศรีษะเกษ เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากเพราะเราเป็นคนอุบลนั่นเอง ใกล้แค่นี้ จะไปเข้าทางอรัญฯทำไมครับ ใครที่อยู่ กทม.ก็นั่งรถกลับบ้านมาสมทบกันที่อุบลฯก็เท่านั้นเอง แม้ผมจะเติบโตมาที่ อุบลฯ เคยไปดูปราสาทขอมโบราณที่กระจายอยู่ในภาคอิสาน แต่ไม่เคยรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรขอมโบราณนี้มาก่อน ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า ทำไมขอมถึงมาสร้างปราสาทในภาคอิสาน แต่ความจริงแล้วเพิ่งมารู้ว่าจริงๆแล้ว อิสานในปัจจุบัน ตั้งอยู่ในอาณาจักรขอมที่เคยรุ่งเรืองสุดขีด ขนาดที่ฝรั่งบอกว่า ความใหญ่ของนครธมนั้น เทียบได้ใกล้เคียงกับนิวยอร์คในปัจจุบัน อะไรจะปานนั้น หากเราดูที่แผนที่ประเทศไทยและกัมพูชา แล้วลากเส้นจากชายแดนไทยที่ด่านช่องสะงำไปที่เมืองเสียมเรียบจะพบว่า ห่างกันแค่ 120 กม.เท่านั้นเอง อะไรกัน...ผมถึงกับตกใจที่ทราบว่า บ้านผมห่างจากนครวัด นครธม ไม่กี่ร้อยกิโลเมตรเท่านั้นหรือ ไม่น่าล่ะ ถึงได้มีปราสาทขอมมากมายในอิสานขนาดนี้
- ป้ายบอกระยะทางจากด่านช่องสะงำ จ.ศรีษะเกษ ระยะทางจากด่านช่องสะงำไปถึงเมืองเสียบเรียบ 120 กม. แต่เราต้องใช้เวลาเดินทางกันถึง 3 ชั่วโมง เพราะออกจากด่านมาเพียงไม่กี่ กม. ถนนดำก็กลายเป็นถนนแดงที่ผมไม่อยากจะเรียกว่านี่คือถนน เพราะสภาพมันแย่จนถึงไม่ถึงว่าจะมีรถคันไหนกล้ามาวิ่งรับส่งคน แต่ก็มีรถมารับเราจนได้ครับ จากอุบลฯเรานั่งรถตู้ปรับอากาศอย่างดีที่มาส่งยังด่าน หลังจากผ่านพิธีการขอเข้าเมืองแล้ว ทาง บ.ทัวร์เขมรก็จะส่งรถเก๋งมารับคณะเรา รถที่มารับคณะเรา ราคาเคยเป็นล้านนะครับ เป็นรุ่น camry เมื่อสัก 10 ปีเห็นจะได้ และผมก็เห็นเฉพาะรถรุ่นนี้วิ่งรับส่ง สงสัยช่วงล่างจะดีเป็นพิเศษ
- สภาพทางเกือบตลอด 120 กม. ที่มีข่าวว่ารัฐบาลไทยในอดีตจะสร้างทางให้เพื่อเกิดทางท่องเที่ยวใหม่จากฝั่งอิสานไทย แต่ข่าวว่าถูกลอบบี้ไม่ให้สร้างหรือให้ล้าช่ามากที่สุด จากนักธุรกิจที่จะนำสายการบินๆตรงจากไทยมาเสียมเรียบ ตลอดระยะเวลาที่อยู่บนรถ บอกได้คำเดียวว่า เสียวไส้และตื่นเต้นมาก เพราะแม้ทางจะขรุขระขนาดไหน คนขับก็วิ่งแบบไม่เหยีบเบรคเวลาเจอหลุม ความเร็วยังอยู่ที่ 60 - 80 กม.โดยเฉลี่ย จะมีเบรคบ้างบางช่วงที่ถนนเป็นหลุมอุกาบาตขนาดใหญ่ลึกประมาณครึ่งรถได้ นั่นแหละพี่เขาถึงจะเบรค ตลอดสองข้างทางมีบ้านเรือนผู้คนประปราย พอได้เห็น จะมีที่ได้เจอหมู่บ้านบ้างแต่ก็น้อยแห่ง ที่นี่แห้งแล้งกว่าฝั่งบ้านเราเยอะ และชาวบ้านมีรายได้จากการทำนาเพียงอย่างเดียว หมดจากฤดูทำนาแล้วก็ไม่มีงานทำกันอีก ปัญหาที่ตามมาคือ แต่ละบ้านมีลูกเยอะมาก ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่เขมรจะเจอปัญหาในอนาคตคือ ประชากรที่เพิ่มอย่างรวดเร็วในไม่ช้า ขณะที่ทรัพยากรในประเทศมีจำกัด หลังจากนั่งกระเด็นกระดอนจนท้องไส้แทบจะยุบมารวมกัน รถก็มาจอดที่ทางเข้าสถานที่ท่องเที่ยวแรกนั่นคือ กบาลสะเปียน เหตุที่ต้องจอดเพราะ เราต้องรอรถอีกคันของคณะเดียวกันที่ตามหลังมา ซึ่งต้องจอดระหว่างทางเนื่องจาก..เบรคหลุด โอ..แม้เจ้า โชคดีที่คนขับยังหาน๊อตที่หลุดมาจากล้อรถได้อย่างอัศจรรย์ รถถึงได่วิ่งต่อมาจนถึงจุดเที่ยวแรกตามโปรแกรม กบาลสะเปียน (หัวสะพาน) เป็นสถานที่ซึ่งสมควรที่จะแวะไปชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นต้นกำเนิดของสายน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง ที่นำไปใช้ประกอบพิธีสำคัญๆตั้งแต่โบราณมาแล้ว คราวหน้าจะพาไปเที่ยวชมรูปสลักศิวลึงค์และโยนีที่มีมากมายนับพันที่กบาลสะเปียนกันครับ
- สภาพบ้านเรือนเขมรระหว่างทางไปเสียมเรียบ
- ศิวลึงค์และโยนีในสายน้ำ ณ กบาลสะเปียน |
| จิวไจ้โกว | ||
ในวันฤดูใบไม้ผลิ แต่มีหิมะ |
||
|
View All |
||
| Glacia Express | ||
นั่งรถไฟสายที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||