• joeyman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jtatanan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-31
  • จำนวนเรื่อง : 109
  • จำนวนผู้ชม : 35826
  • จำนวนผู้โหวต : 112
  • ส่ง msg :
inmind
สำนักข่าวดี
Permalink : http://www.oknation.net/blog/inmind
วันจันทร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2550
เยือนแดนขอม แอบถ่ายนางอัปสร 2 (กบาลสะเปียน)
Posted by joeyman , ผู้อ่าน : 205 , 11:26:48 น.   | หมวดหมู่ : ท่องเขมร แอบถ่ายนางอัปสร  
พิมพ์หน้านี้


     

     วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวกบาลสะเปียนกันครับ กบาลสะเปียนอยู่ค่อนไปทางทิศเหนือของพนมกุเลน ซึ่งเป็นแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศตะวันออกขึ้นไปทางทิศเหนือของเมืองเสียมเรียบ อันเป็นที่ตั้งของเมืองพระนคร อดีตอาณาจักรขอมอันยิ่งใหญ่

     พนมกุเลนมีบทบาทอย่างมากต่อความเจริญของอาณาจักรขอม เพราะหินที่ได้จากการสร้างปราสาทราชวังต่างๆนั้น ล้วนมาจากเขากุเลนทั้งนั้นแหละครับ พวกขอมขุดเอาหินมาสร้างปราสาทจนยุคท้ายๆของอาณาจักรก็แทบไม่เหลือหินที่มีคุณภาพดีพอที่จะมาสร้างปราสาทได้อีกต่อไป จะเห็นได้ว่าปราสาทยุคหลังๆ เช่น นครธม จะมีราเกาะอยู่โดยทั่วไป นั่นก็เพราะคุณภาพของหินที่ไม่ดีนั่นเอง

     ที่พนมกุเลนมีปราสาทหินที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง รวมถึงน้ำตกขนาดใหญ่ให้ได้เล่นน้ำกัน แต่ที่น่าสนใจคือ ภาพสลักศิวลึงค์และฐานโยนีแบบนูนต่ำใต้น้ำ รวมถึงภาพสลักเทพสำคัญๆเรียงรายอยู่โดยรอบ ที่พนมกุเลนมีการสลักแบบนี้อยู่ 2 แห่ง สร้างในยุคที่ต่างกัน และอยู่กันคนละจุด จุดแรกอยู่ยอดเขากุเลน อีกจุดหนึ่งอยู่ไกลออกไปทางด้านทิศเหนือของเมืองพระนคร บริเวณนั้นชาวบ้านเรียกกันว่า กบาลสะเปียนครับ ซี่งเรียกตามลักษณะสะพานหินที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำบนเขา

     คณะเราเดินทางเข้ามาทางช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ กบาลสะเปียน จึงเป็นจุดท่องเที่ยวแรกที่เราต้องผ่าน เดิมทีไม่ได้อยู่ในโปรแกรม แต่คุณพ่อผมท่านอ่านพบในหนังสือเห็นว่าน่าสนใจ จึงขอให้ทางทัวร์จัดให้เราแวะเที่ยวกันที่นี่ก่อนจะเข้าไปเที่ยวที่อื่นๆ

     แต่หากท่านที่เดินทางเข้ามาทางสระแก้ว ปอยเปต กบาลสะเปียนจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไกลจากหมู่ที่ท่องเที่ยวเมืองพระนคร และมักไม่ค่อยมีคณะทัวร์ได้มาเที่ยวที่นี่ แม้กบาลสะเปียนจะห่างจากปราสาทบันทายศรี ซึ่งเป็นที่นิยมทัวร์มักไม่พลาดที่จะพามาที่นี่  แต่ด้วยระยะทางที่ห่างกันเพียง 12 กม. สภาพถนนนั้นแย่มาก เหมือนขอมในอดีตขุดทิ้งเอาไว้นับพันปีรอใครบางคนมาซ่อม รถบัสขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาเดินทางจากบันทายศรีมาที่กบาลสะเปียนเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว ที่นี่เลยไม่ค่อยมีใครได้มาสัมผัสนัก

     การท่องเที่ยวย่อมมีอุปสรรคเสมอ นี่เป็นข้อความเตือนใจสำหรับคณะเราครับ คราวนี้ พอคณะจะเดินขึ้นเขาไปชมศิวลึงค์ใต้น้ำ พลันก็มีชายเขมรแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ขอตรวจบัตรเข้าชม พวกเราไม่มีบัตรหรอกครับ แต่คิดว่าทัวร์เขาคงจะเตรียมไว้ เพราะเราแจ้งล่วงหน้าไว้แล้วว่าเราจะมาเที่ยวที่นี่ แต่ทางทัวร์เขาไม่ได้เตรียมไว้หรอกครับ ดีที่ไกด์ชาวเขมรของคณะเราเป็นข้าราชการปลอมตัวมา จึงเจารจาขอให้คณะเราเข้าไปชมก่อน แล้วจึงจะนำเอาตั๋วมาให้ในภายหลัง ทางนั้นคงเกรงใจจึงปล่อนเราผ่านขึ้นไป

     แต่มีคนไทยอีกกลุ่มคงขับรถกันมาเอง เจ้าหน้าที่ก็ขอดูบัตรเช่นกัน ชายคนหนึ่งในกลุ่มทำท่าเหมือนจะควักเงินในกระเป๋าออกมาซื้อบัตรเข้าชม แต่ปรากฏว่าที่นี่ไม่มีบัตรขายครับ มีแต่พนักงานตรวจเท่านั้น ถ้าคุณจะซื้อบัตรต้องขับรถย้อนกลับไปซื้อที่ปราสาทบันทายศรี แล้วค่อยกลับมาดู กว่าจะขับรถกลับไปกลับมาบนทางที่แย่ขนาดนั้น อย่างน้อยมี 2 ชั่วโมงแน่ๆครับ คณะท่องเที่ยวนั้นเลยต้องเดินคอตกกลับไปอย่างน่าเห็นใจจริงๆครับ ไว้คราวหน้าผมจะเล่าเรื่องระบบขายตั๋วเข้าชมโบราณสถานของเขมร รับรองว่าพิลึกจริงๆและหวังว่าไทยเราคงไม่เอาอย่างเขานะครับ

     ระยะทางขึ้นไปถึงกบาลสะเปียนประมาณ 2 กม.ครับ ระหว่างต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นร่มรื่น แต่อากาศค่อนข้างอบอ้าว ช่วงท้ายๆมีการปีนป่ายบ้างตามสมควร เดินไปเดินมามีเด็กชายเขมรมาอาสาเป็นไกด์ให้คณะเราอีกคน ส่วนไกด์ของเราตัวจริงเดินรั้งท้าย เพราะต้องอยู่จัดการกับเจ้าหน้าที่สองคนนั้นเสียก่อน

     ระหว่างทางผมจินตนาการตลอดว่า ศิวลึงค์ใต้น้ำจะเป็นอย่างไร เพื่อนที่มาด้วยก็พยายามเล่าจากหนังสือที่อ่านมาเป็นฉากๆ สร้างความตื่นเต้นให้คณะเราอย่างมาก ไม่นานนักไกด์พิเศษก็พาเรามาถึงจุดแรก เป็นน้ำตกครับ คราวนี้ไกด์เด็กส่งภาษาเขมรกันเป็นที่เข้าใจได้เฉพาะตน ส่วนเราไม่รู้เรื่อง สังเกตว่าเด็กนั่นชี้มือไปด้านล่างของน้ำตก เราก็พากันลงบันไดแล้วเดินตรงรี่เข้าไปที่น้ำตก ทุกคนต่างแยกย้ายกันก้มลงมองหาศิวลึงค์กันเป็นการใหญ่ เล่นเอาประชาชนชาวเขมรและฝรั่งที่เล่นน้ำอยู่แถวนั้นพากันสงสัยว่า พวกนี้มาก้มหาสวรรค์วิมานอะไรกันหรือ...

     เพื่อนผมยืนยันว่านี่ไม่ใช่อย่างที่เห็นในหนังสือ นี่มันคือน้ำตกธรรมดา ไม่มีศิวลึงค์แน่นอน ถ้าจะมีก็คงมีแต่ของจริงที่กำลังเล่นน้ำอยู่แถวนี้ จะดูมั้ยล่ะ...มันหันมาถาม อ้าวอย่างนี้ก็แหกตากันนี่หว่า

     ก่อนที่เหตุการณ์เลวร้ายไปกว่านั้น พระเอกตัวจริงของเราก็โผล่มาพอดี ไกด์ตัวจริงนั่นเอง...ไปทำอะไรข้างล่างครับ ศิวลึงค์อยู่ข้างบน...อ้าว ก็เด็กเขาชี้ให้ลงมาดู....อ๋อ.เด็กเขาคงอยากให้ดูน้ำตกเท่านั้นแหละครับ คงคิดว่าเราจะมาเล่นน้ำ ขึ้นมาข้างบนเถอะครับ....ทุกคนดูมีความหวังในชีวิตอีกครั้ง พลางรีบไต่บันไดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว คราวนี้เจ้าเด็กนั่นยิ้มๆ แล้วส่งภาษาอังกฤษว่า ศิวลึงค์อยู่ทางนี้...อ้าว คราวนี้ดันพูดภาษาสากลได้ ทีเมื่อกี้ดันพูดเขมร

    

     - รูปสลักพระพรหมสี่หน้าริมลำธาร

     บริเวณลำธารเหนือน้ำตก เราพบรูปสลักนูนต่ำของเทพเจ้าอยู่ตามโขดหินบ้างข้างทางบ้างทั้ง พระพรหม พระวิษณุในปราสาท รูปนางอุมาเทวีพระชายาพระศิวะ และแน่นอนคือ พระศิวะซึ่งเป็นเจ้าของที่แห่งนี้นั่นเอง

    

     - รูปสลักบริเวณข้างๆลำธาร

     ส่วนมองลงไปในลำธารจะเห็นรูปสลักนูนต่ำเป็นก้อนกลมๆนั่นคือ ศิวลึงค์ครับ ที่นี่ขอมสลักไว้นับพันๆชิ้นเห็นจะได้ บังเอิญผมก็ไม่กล้านับ เชื่อตามหนังสือที่เขาว่าแล้วกัน

     นอกจากศิวลึงค์แล้ว ผมมองไปเห็นรูปสลักใต้น้ำท่าทางเหมือนเครื่องโม่แป้งสมัยก่อนที่คุณยายเคยใช้ ...ใครมาสลักเครื่องโม่แป้งไว้ว่ะ...ไอ้บ้า..นั่นมันโยนีโว้ย เพื่อผมสวนมาทันควัน

    

    - ฐานโยนีที่นี่จะหันไปทางทิศเหนือเสมอ ตามความเชื่อในเรื่องความอุดม

     สมบรูณ์

     ตามความเชื่อของขอมผ่านมาทางฮินดูเชื่อว่า โลกนี้จะสมบรูณ์ถ้ามีชายและหญิงอยู่คู่กัน และเมื่อเกิดการสมสู่น้ำย่อมเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างความสนบรูณ์ จึงเป็นที่มาของการสลักรูปศิวลึงค์ ตัวแทนพระศิวะ และ ฐานโยนี ตัวแทนพระนางอุมาเทวี พระชายาพระศิวะไว้ใต้น้ำแห่งนี้

     สำหรับเจ้าของโครงการนี้ ว่ากันว่า เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 ซึ่งตอนนั่นอาณาจักรขอมเดินทางมาถึงช่วงกลางของความเจริญแล้ว อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นสมัยที่ศิลปะแบบบาปวนกำลังเจริญ ผมบอกได้แค่นี้ครับ เพราะลึกๆกว่านี้จำไม่ได้หรอกครับ

     สำหรับแนวคิดหรือ concept ในการสร้างนั้น นักโบราณคดีเชื่อว่า  เป็นการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นกับอาณาจักรผ่านทางความเชื่อของฮินดู พระองค์อาจจะทรงดำริว่า ถ้าเราไปสร้างรูปสลักตัวแทนเทพเจ้าที่ประชาชนนับถือ นั่นก็คือ พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ ทั้งหมดสร้างรวมไว้ในบริเวณเส้นทางที่น้ำไหลผ่าน และมีศิวลึงค์ โยนี สลักไว้ใต้น้ำ เมื่อน้ำนั้นไหลผ่านรูปสลักเหล่านี้แล้ว น้ำนั้นย่อมกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะน้ำบนเขากุเลนแห่งนี้ ก็ไหลผ่านลงมายังตัวเมืองกลายเป็นแม่น้ำเสียมเรียบ ประชาชนก็ได้ใช้น้ำนั้นรักษาโรคภัย ทำนาทำไร่ก็สมบรูณ์ พระองค์ยังทรงสามารถใช้น้ำนี้ประกอบพิธีกรรมต่างๆในวังได้อีกด้วย

    

     - ชาวคณะเก็บภาพประทับใจ

     กบาลสะเปียนผ่านทั้งยุคสมัยที่รุ่งเรืองและยุคที่ตกอับต้องถูกทิ้งอยู่ในป่ารกร้างเพียงลำพังเมื่ออาณาจักรขอมล่มสลาย ต่อมาเมื่อนักโบราณคดีฝรั่งเศสชื่อ ปอล บัวลิเย่ มาพบเข้า จึงประกาศตัวว่า ข้านี่แหละเป็นผู้ค้นพบ

     อันนี้เป็นนิสัยเสียของฝรั่งเขาครับ ชอบประกาศว่าข้าค้นพบที่นั่น ข้าค้นพบที่นี่ เหมือนตัวเองเป็นเจ้าของ อย่างนครธม ก็มีฝรั่งประกาศตัวว่าข้านี่แหละเป็นผู้ค้นพบ แต่ความจริงแล้ว คนแถวนั้นเขารู้ว่ามีอยู่ตรงนั้นมานานแล้ว เพียงแต่เขาไม่ได้คิดแบบฝรั่งว่า ข้าคือผู้พิชิตและบางทีที่ระบุว่าเป็นฝรั่งนักโบราณคดีเข้ามาสำรวจ ความจริงแล้วหลายคนเป็นเพียงพวกโจรที่หวังร่ำรวยจากการตัดเศียรพระหรือเทพเจ้ากลับไปขายที่บ้างเกิดตนเองเท่านั้น ขายได้เงินร่ำรวย แถมมีคนยกย่องอีกต่างหาก

      

     - รูปสลักศิวลึงค์ และฐานโยนี ใต้น้ำ

     ออกนอกเส้นทางไปเสียนาน กลับมาที่ลำธารสายเดิม ถ้าเราเดินย้อนขึ้นไปจะเห็นว่าตลอดเส้นทางนั้นมีการสลักทั้งใต้น้ำ โขดหินข้างลำธาร และบริเวณรายรอบ ไฮไลท์ที่สำคัญคือ ภาพสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ บริเวณช่องน้ำตกเล็กๆข้างบน สวยงามมากครับ แต่น่าสลดใจที่พระนารายณ์ท่านถูกลูกหลานขอมมาบั่นเศียรเอาไปขายเสียแล้ว ส่วนของใหม่ที่เอามาใส่แทน เขาทำเป็นสีทองอร่าม ดูแล้วขัดตาชอบกล แม้จะเข้าใจได้ว่าตามหลักการแล้วต้องทำให้แตกต่างคนดูจะได้รู้ว่าอันไหนเก่าอันไหนใหม่ แต่ไม่เห็นต้องเป็นสีทองขนาดนี้ด้วย

    

     - Befor and After

    

    - เศียรใหม่พระนารายณ์

     ชาวบ้านแถวนั้นเล่าว่า วันหนึ่งมีกลุ่มคนที่คุณก็น่าจะรู้ว่าเป็นใคร -นักการเมือง- และสมุนมาเยี่ยมชมพร้อมกับเครื่องขุดเจาะ ขากลับก็มีของติดไม้ติดมือกลับไปด้วย เป็นเศียรเทพเจ้าหลายองค์ที่ครั้งหนึ่งเคยทำหน้าที่ปกป้องอาณาจักรและบรรพบุรุษขอมของตนเอง ฟังแล้วก็น่าสลดใจครับ

    

     ระหว่างทางกลับลงมา ผมถึงได้เขาใจว่า ทำไมไกด์เด็กถึงชี้ให้เราไปเล่นน้ำตก ก็เพราะชาวเขมรที่ขึ้นมาบนนี้ เขาไม่ค่อยสนใจมาชมศิลปะ หรือรูปสลักอะไรนั่นหรอกครับ เขาสนใจมาเล่นน้ำตกมากกว่า ส่วนจะเชื่อว่าน้ำนั้นยังศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่าผมไม่รู้ครับ เพราะบัดนี้เทพเจ้าหลายองค์ก็ถูกบั่นเศียรไปเสียมากแล้ว 

    

     - ร่องรอยที่เหลือของหัวขโมย

     คราวหน้าไปเที่ยวปราสาทบันทายศรีกันนะครับ เขาว่ากันว่า เธอเป็นสาวที่งามที่สุดในอาณาจักรพระนครเลยล่ะครับ

    

    

    

    

    


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
joeyman วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

ขอแสดงความยินดีกับสื่อที่มีความเป็นกลางและเป็นอาชีพแห่งหนึ่งของประเทศไทยครับ
ความคิดเห็นที่ 2
วิตามินบี วันที่ : 01/06/2007 เวลา : 14.13 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


เรียนเชิญร่วมเขียนคำอวยพรแสดงความยินดี
กับเนชั่นชาแนลในโอกาสครบรอบ7ปีค่ะ
http://www.oknation.net/blog/babymind/2007/06/01/entry-3
ความคิดเห็นที่ 1
ไก่อบฟาง วันที่ : 28/05/2007 เวลา : 23.44 น.
http://www.oknation.net/blog/story
***โลก สด ใส กับ ไม้ ใกล้ ฝั่ง***

ดีจังคะ เหมือนได้ไปเองเลย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Glacia Express

นั่งรถไฟสายที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

View All
สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 1 ของจักรวาล
บุช
6 คน
ซัดดัม
2 คน
พจมาร
7 คน
ชายกลาง
8 คน
ทักษิณ
46 คน

  โหวต 69 คน